<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอเตือนอเมริกันแห่ใช้ยาฆ่าพยาธิในม้ารักษาโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แพทย์อเมริกันออกมาเตือนอีกครั้งถึงการใช้ยาฆ่าพยาธิไอเวอร์เม็กตินที่ยังเป็นกระแสนิยมโดยเฉพาะในกลุ่มอนุรักษนิยมและรีพับลิกันว่าสามารถรักษาโควิด-19 ได้ หลังจากพบคนไข้กินยาถ่ายพยาธิปศุสัตว์เกินขนาดจนต้องเข้าไอซียูในโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยโควิดแน่นอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาไอเวอร์เม็กตินใช้ฆ่าพยาธิทั้งภายในและภายนอกสำหรับปศุสัตว์ เช่น ม้าและวัว รวมถึงใช้กับมนุษย์ได้ในปริมาณโดสน้อยๆ แต่มีคำเตือนจากแพทย์อเมริกันในรัฐโอคลาโฮมาของสหรัฐว่า ช่วงไม่นานมีนี้โรงพยาบาลหลายแห่งในรัฐต้องรักษาคนไข้ที่ใช้ไอเวอร์เม็กตินเกินขนาด ถึงขั้นที่ทำให้ห้องฉุกเฉินไม่มีที่ว่างสำหรับการรักษาผู้ที่บาดเจ็บจากกระสุนปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีและการ์เดียนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน อ้างคำกล่าวของ ดร.เจสัน แม็กอิลเย แพทย์ประจำครอบครัวในเมืองซิลลิซอว์ ที่เผยกับสถานีโทรทัศน์ KFOR ของรัฐโอคลาโฮมา ว่ามีเหตุผลที่การใช้ยาไอเวอร์เม็กตินต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เพราะว่ายานี้เป็นอันตรายได้ มีคนไข้ที่ใช้ยานี้เกินขนาดจำนวนหนึ่งถูกส่งมาโรงพยาบาลที่เจ้าหน้าที่ต้องรับมือกับผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมากอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยกับทัลซาเวิลด์ สื่อท้องถิ่นของรัฐนี้ว่า แพทย์คนหนึ่งต้องส่งผู้ป่วยโควิดอาการหนักรายหนึ่งไปรักษาที่โรงพยาบาลในรัฐเซาท์ดาโกตาไกลขึ้นไปทางเหนือ เพราะว่าห้องไอซียูของโรงพยาบาลขนาดเล็กในพื้นที่ไม่มีเตียงว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอคลาโฮมาเป็นหนึ่งในรัฐของสหรัฐที่มีอัตราผู้ป่วยโควิดนอนโรงพยาบาลและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์เผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐนี้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 18,400 คน เสียชีวิต 189 คน เฉพาะรัฐนี้มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตแล้วมากกว่า 8,000 คน จากมากกว่า 647,000 คนทั่วสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาลและผู้เสียชีวิตจำนวนมากในสหรัฐเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ท่ามกลางการต่อต้านวัคซีนและข้อบังคับด้านสาธารณสุขของพวกนักการเมืองรีพับลิกัน, สื่ออนุรักษนิยม และการบิดเบือนข้อมูลบนสื่อโซเชียล คนจำนวนมากหันไปใช้ยาไอเวอร์เม็กติน แม้ว่าถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่ายานี้รักษาโควิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา โจ โรแกน นักพ็อดแคสต์ชื่อดังชาวอเมริกันที่มีผู้ติดตามหลายล้านคนและเป็นพวกต่อต้านการฉีดวัคซีนตัวยง เปิดเผยว่า เขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และกำลังใช้ยาไอเวอร์เม็กตินร่วมกับยาอื่นๆ ในการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวบีบีซีกล่าวว่า ชาวอเมริกันซึ่งรวมถึงแพทย์บางคน ใช้ยานี้อย่างแพร่หลายจนทำให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (เอฟพีเอ) ต้องออกแถลงการณ์เมื่อเดือนที่ผ่านมา เรียกร้องชาวอเมริกันอย่าใช้ยานี้ &amp;quot;คุณไม่ใช่ม้า คุณไม่ใช่วัว&amp;quot; เอฟดีเอกล่าว พร้อมกับเตือนถึงการใช้ยาฆ่าพยาธิปริมาณมากว่าเป็นอันตรายและอาจก่อความเสียหายร้ายแรงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) เคยอ้างถึงกรณีของชายคนหนึ่งที่ดื่มไอเวอร์เม็กติกชนิดฉีดซึ่งใช้สำหรับปศุสัตว์ เขามีอาการประสาทหลอด, สับสน, ตัวสั่น และผลข้างเคียงอื่นๆ และต้องรักษาในโรงพยาบาลนาน 9 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.แม็กอิลเยกล่าวว่า คนไข้หลายคนที่ใช้ยานี้มาโรงพยาบาลด้วยอาการอาเจียน, ปวดกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่สูญเสียการมองเห็น &amp;quot;บางคนกินยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสมจนทำให้พวกเขามีอาการเลวร้ายกว่าคนที่ติดโควิดเสียอีก&amp;quot; เขากล่าวกับ KFOR.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาฆ่าพยาธิ, ยาฆ่าพยาธิในปศุสัตว์, ยาไอเวอร์เม็กติน, รักษาโควิด, รัฐโอคลาโฮมา, เตือนอเมริกัน, ใช้ยาเกินขนาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_613487ad9cb62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
