<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039; แนะเกษตรกรปรับตัวเลิกใช้สารเคมี หันเรียนรู้ประโยชน์ต้นหญ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ความรู้แบ่งปัน​ จากอาจารย์แดง​ บุญรุ้ง​ สีดำ (บุญรุ้ง​ ศรีษะอโศก)​ มีคนถามมามากเหลือเกินว่า หากรัฐบาลจะยกเลิกพาราคอต, ไกลโฟเซต จะมี​สารตัวไหนใช้ฆ่าหญ้า​ทดแทนได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอตอบอย่างนี้ครับ 1.โดยสัตย์จริง ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ยาฆ่าหญ้าไม่ว่าจะเป็นสารเคมีหรือแม้แต่สารอินทรีย์&amp;nbsp;เพราะหญ้าก็มีประโยชน์ของมัน อย่างน้อยมันก็คลุมดินไม่ให้ปะทะแดดฝนโดยตรง ลดการชะล้างสูญเสียปุ๋ยหรือแร่ธาตุ แถมที่รากของหญ้ายังมีสารเมือกประเภทคาร์โบไฮเดรตที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ทำให้พืชแข็งแรงทนทานต่อโรค หากเราหาประโยชน์ของหญ้าเจอ เราจะไม่เห็นมันเป็นศัตรู เราจะไม่ไปฆ่าทำลายเขา​ แค่ขยันตัดห่มดินให้เป็นปุ๋ย เราจะได้ประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอซะที กับคำว่ามันจะไปแย่งปุ๋ยพืชที่เราปลูก มันดูดปุ๋ยน่ะใช่ แต่มันก็อยู่ตรงนั้น บังแดดให้ดินให้จุลินทรีย์ตรงนั้น ดินใต้กอหญ้าจะชุ่มชื้นและร่วนซุยอยู่เสมอ ไม่สังเกตบ้างหรือครับ ดินที่ปราศจากหญ้าจะแห้งผากและสูญเสียหน้าดิน​ ได้ง่าย สังเกตไหมครับ ทุกครั้งของการอบรม ผมจะไม่พูดถึงการใช้ยาฆ่าหญ้าเลยไม่ว่าจะเป็นเคมีหรืออินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แม้หากมีพื้นที่กว้าง ตัดหญ้าไม่ไหว ก็ใช้แค่น้ำหมักเข้มข้นฉีดพ่นก็เหลือเฟือครับ ตัวที่ใช้ทดแทนสารพิษพาราควอต,ไกลโฟเซต​ ทำเองได้ ไม่ต้องใช้เงินซื้อเลย นอกจากปลอดภัยแล้ว หญ้าที่ตายก็ถูกย่อยสลายเป็นปุ๋ยด้วย น้ำหมักหลังสัมผัสใบหญ้าแล้ว มันก็ถูกฝน, น้ำค้าง เจือจางลงดินกลายเป็นปุ๋ย มีแต่ได้กับได้ครับ&amp;quot; พิจารณากันนะครับว่ายังมีแนวทางอื่นๆอีก ทั้งลดต้นทุน ปลอดภัย (ไม่มีใครช่วยท่านได้ ยกเว้นคนที่อยู่ในกระจก ลุงคิมกล่าวไว้)​ #เป็นทางเลือกอีกหนึ่งแนวทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47735</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, บุญรุ้ง สีดำ, ยาฆ่าหญ้า, สารเคมีอันตราย, แบนสารพิษ, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐสั่งมอนซานโตจ่ายเหยื่อมะเร็ง 64,740 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะลูกขุนในศาลแคลิฟอร์เนียของสหรัฐมีคำสั่งให้บริษัทมอนซานโต ซึ่งเป็นของบริษัทไบเออร์จากเยอรมนี จ่ายเงินชดเชย 2,055 ล้านดอลลาร์ (64,740 ล้านบาท) แก่สามีภรรยาชาวอเมริกันที่ป่วยเป็นมะเร็งโดยกล่าวโทษยาฆ่าหญ้าราวด์อัพเป็นต้นเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผลิตภัณฑ์ราวด์อัพของมอนซานโตวางขายที่ร้านค้าในเมืองซานราฟาเอล รัฐแคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพ่ายแพ้คดีของมอนซานโตครั้งนี้เป็นคดีที่ 3 ในสหรัฐ ที่บริษัทถูกสั่งให้จ่ายเงินชดเชยก้อนโตแก่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชของบริษัท ถึงแม้มอนซานโตจะยืนกรานว่า สารไกลโฟเสตที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ไม่ได้เกี่ยวโยงกับการก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า ทีมทนายความของสามีภรรยาชาวอเมริกันรายนี้กล่าวว่า คณะลูกขุนของศาลโอ๊กแลนด์พิจารณาจากเอกสารภายในของบริษัทที่แสดงให้เห็นว่า มอนซานโตไม่เคยให้ความสนใจค้นหาว่าผลิตภัณฑ์ราวด์อัพปลอดภัยหรือไม่ และแทนที่จะลงทุนกับการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ บริษัทกลับใช้เงินหลายล้านดอลลาร์โจมตีวิทยาศาสตร์ที่คุกคามธุรกิจของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุนตัดสินให้มอนซานโตจ่ายชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินรวม 2,055 ล้านดอลลาร์ (ราว 64,740 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทไบเออร์ดิ่งลง 2.55% มาอยู่ที่หุ้นละ 55 ยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ตช่วงสายของวันอังคาร นับแต่ไบเออร์ซื้อกิจการมอนซานโตเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ด้วยมูลค่า 63,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาดของบริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีแห่งนี้ตกลงถึง 45%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเออร์ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังกับคำตัดสินของคณะลูกขุน และว่าบริษัทจะอุทธรณ์ โดยโต้แย้งว่าคำตัดสินนี้ขัดแย้งกับทัศนะของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐที่ตรวจสอบสารกำจัดวัชพืชไกลโฟเสตเมื่อไม่นานมานี้ &amp;quot;ฉันทมติในหมู่เจ้าหน้าที่กำกับดูแลด้านสาธารณสุขชั้นนำทั่วโลกเห็นว่า ผลิตภัณฑ์จากสารไกลโฟเสตสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และไกลโฟเสตไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง&amp;quot; แถลงการณ์ของไบเออร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2561 คณะลูกขุนสหรัฐเคยสั่งให้มอนซานโตจ่ายเงินชดเชย 289 ล้านดอลลาร์ แก่คนสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน โดยเขากล่าวโทษว่าเป็นเพราะใช้ยาราวด์อัพและแรนเจอร์โปร แต่ต่อมาศาลลดค่าเสียหายลงเหลือ 78.5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมีนาคมปีนี้ มอนซานโตก็เพิ่งพ่ายแพ้อีกคดีที่ชายอเมริกันวัยเกษียณโทษว่าเขาเป็นมะเร็งเพราะใช้ยาฆ่าหญ้าของบริษัท ศาลสั่งให้บริษัทจ่ายชดเชยแก่โจทก์รายนี้ 80 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว ไบเออร์ประกาศว่า บริษัทโดนฟ้องร้องมากกว่า 13,000 คดีในสหรัฐเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชของมอนซานโต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35872</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อมะเร็ง, จ่ายชดเชย, มอสซานโต, ยากำจัดวัชพืช, ยาฆ่าหญ้า, ราวด์อัพ, ศาลแคลิฟอร์เนีย, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdacdc9ace21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบเออร์ยัน &#039;ราวด์อัพ&#039; ปลอดภัย แม้ศาลสั่งจ่ายเหยื่อมะเร็ง 9,600 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท ไบเออร์ ซึ่งเป็นเจ้าของ &amp;quot;มอนซานโต&amp;quot; ยังคงยืนกรานว่าผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืช &amp;quot;ราวด์อัพ&amp;quot; มีความปลอดภัย ทั้งที่ศาลสหรัฐมีคำสั่งให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยคนตัดหญ้าที่ป่วยเป็นมะเร็ง เกือบ 9,600 ล้านบาท ฐานไม่เตือนว่าผลิตภัณฑ์อาจก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ยากำจัดวัชพืช ราวด์อัพ วางขายภายในร้านค้าแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทยายักษ์ใหญ่จากเยอรมนีแห่งนี้ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม 2561 ตอบโต้คำพิพากษาของศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ ที่สั่งให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยเกือบ 290 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,666 ล้านบาท) และนักสังเกตการณ์ทำนายว่าจะมีการฟ้องร้องลักษณะนี้ตามมาอีกหลายคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อ้างอิงจากข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์, มุมมองจากเจ้าหน้าที่ผู้กำกับดูแลกฎระเบียบทั่วโลก และประสบการณ์เชิงปฏิบัติจากการใช้ไกลโฟเสตยาวนานหลายทศวรรษ ไบเออร์มั่นใจว่า ไกลโฟเสตปลอดภัยและไม่ได้ก่อโรคมะเร็ง&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเยอรมนีแห่งนี้ ซึ่งเพิ่งซื้อกิจการบริษัทมอนซานโตของสหรัฐได้ไม่นาน กล่าวด้วยว่า การพิจารณาคดีที่ยังดำเนินอยู่โดยมีคณะลูกขุนชุดอื่น อาจ &amp;quot;ได้ข้อสรุปที่แตกต่าง&amp;quot; จากคณะลูกขุนของศาลแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ ซึ่งเป็นการกล่าวหาครั้งแรกว่าไกลโฟเสตก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุนชุดนี้ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า บริษัท มอนซานโต ซึ่งยืนยันแล้วว่าจะอุทธรณ์ ดำเนินการด้วย &amp;quot;เจตนาร้าย&amp;quot; และยากำจัดวัชพืชราวด์อัพและแรนเจอร์โปรของบริษัท มีผล &amp;quot;เป็นอย่างมาก&amp;quot; ต่ออาการป่วยขั้นสุดท้ายของดเวย์น จอห์นสัน คนงานตัดหญ้าผู้เป็นโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดเวย์น จอห์นสัน หลั่งน้ำตาภายหลังผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินของคณะลูกขุนที่ศาลสูงแคลิฟอร์เนีย เมืองซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์นสันวัย 46 ปี ตรวจพบเมื่อปี 2557 ว่าเขาเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอดจ์กิน เขากล่าวโทษว่าสาเหตุเกิดจากการใช้สารราวด์อัพขณะทำงานเป็นคนสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเบนิเซีย สองปีภายหลังล้มป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ จอห์นสันก็ยื่นฟ้องมอนซานโต โดยกล่าวหาว่าบริษัทนี้ปิดบังอันตรายของผลิตภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องของเขาอ้างอิงจากผลการศึกษาปี 2558 โดยสำนักงานระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง ที่จำแนกสารไกลโฟเสตที่เป็นส่วนประกอบหลักของราวด์อัพ ว่าอาจเป็นสารก่อมะเร็ง และทำให้รัฐแคลิฟอร์เนียมีคำวินิจฉัยในแบบเดียวกันตามมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดเวย์น จอห์นสัน, มอนซานโต, ยากำจัดวัชพืช, ยาฆ่าหญ้า, ราวด์อัพ, สารก่อมะเร็ง, แคลิฟอร์เนีย, ไกลโฟเสต, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b702dbd5d94f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
