<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ. ผลักดัน (ร่าง) นโยบายยาและแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบยาแห่งชาติ เน้นพัฒนายาชีววัตถุ คุมราคากลางยาที่มีราคาแพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1พ.ค.63-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้จัดทำ (ร่าง) นโยบายแห่งชาติด้านยาและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. 2563-2565 โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ 1. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาการผลิตยา สมุนไพร และชีววัตถุ เพื่อความมั่นคงทางยาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2. พัฒนาระบบและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงยาจำเป็นของประชาชน 3. พัฒนาระบบและกลไกเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผล 4. พัฒนาระบบควบคุมยาให้มีประสิทธิภาพระดับสากล และ 5. สร้างเสริมกลไกการประสานงานเชื่อมโยงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ มุ่งหวังให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยา สามารถผลิตและจัดหายาจำเป็นไว้ใช้ได้อย่างต่อเนื่องทันท่วงที ทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) นโยบายดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมยาชีววัตถุ โดยมีระบบให้คำปรึกษาเพื่อการวิจัย พัฒนา และผลิต พร้อมเร่งรัดการขึ้นทะเบียนตำรับยา และส่งเสริมการส่งออก รวมทั้งส่งเสริมการจัดซื้อในภาครัฐผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตยาชีววัตถุในประเทศ จำนวน 4 ราย ได้แก่ สยามไบโอไซเอนซ์ สภากาชาดไทย ไบโอเนท-เอเชีย องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ การนำนโยบายไปปฏิบัติจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมยาชีววัตถุ โดยเพิ่มมูลค่าการผลิตได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท อีกทั้งยังผลักดันให้มียาสามัญทดแทนยาต้นแบบ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นของประชาชน และปรับปรุงบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งมียาสำคัญ เช่น ยารักษามะเร็ง ให้ตอบสนองต่อการดูแลด้านสุขภาพ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 40 รายการต่อปี รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายจากการกำหนดราคากลางของยาที่มีราคาแพง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้กว่า 5,000 ล้านบาท ในปี 2565 รวมทั้งการขับเคลื่อนประเทศสู่การใช้ยาอย่างสมเหตุผลสอดคล้องตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวในตอนท้ายว่า จะเร่งผลักดัน (ร่าง) นโยบายแห่งชาติด้านยาและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. 2563-2565 นี้ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ พร้อมมอบหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างคนไทยมีสุขภาวะที่ดีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64793</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., กรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, ยาชีววัตถุ, แผนยุทธศาสตร์พัฒนายาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eabe03a1b94c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากพระราชปณิธานในหลวงร.9 สู่&quot;ยาชีววัตถุ &quot;หนึ่งเดียวในอาเซียน โดย&quot; บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องยอมรับว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนมาก ที่เป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง ยังไม่สามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพในการรักษาที่ดี โดยเฉพาะยาที่เป็น&amp;quot;ชีววัตถุ&amp;quot;&amp;nbsp;(Biopharmaceuticals)ที่ให้ผลการรักษาทีดีกว่ายาประเภทอื่น &amp;nbsp;ในอดีตประเทศไทยยังไม่มีองค์ความรู้และความสามารถในการผลิตยาชนิดนี้ ทำให้ต้องนำเข้าซึ่งยาดังกล่าวมีราคาแพงมาก คนที่ไม่มีกำลังทางเศรษฐกิจจึงไม่สามารถเข้าถึงยาชนิดนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเห็นปัญหาดังกล่าว &amp;nbsp;และทรงให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพของคนไทย ดังที่ทรงพระราชทานพระราชดำรัส ในเรื่องสุขภาพว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือ พลเมือง นั่นเอง&amp;quot; &amp;nbsp;และหลังจากทรงพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนที่ทำให้มีโครงการพระราชดำริมากมายหลายพันโครงการ จึงทรงมองว่าโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาสุขภาพของคนไทยก็มีความสำคัญแม่แพ้กัน และเรื่องของยา นั้นนอกจากจะช่วยให้คนไทยเข้าถึงยาแล้ว ยังสร้างความมั่นคงทางยาของประเทศด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทำให้เมื่อ 10ปีก่อน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในนามของบริษัททุนลดาวัลด์ จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้ลงทุนก่อตั้งบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ บริษัท ขึ้นเมื่อปี 2552 มูลค่า5,000 ล้านบาท เพื่อผลิตยาชีววัตถุขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยได้ร่วมมือกับประเทศคิวบา ซึ่งถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตยาชีววัตถุให้กับบริษัท &amp;nbsp;โดยปัจจุบันประเทศคิวบาได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 30%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับจากปี 2562 &amp;nbsp;บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ สามารถผลิต&amp;quot;ยาชีววัตถุ&amp;quot;ได้ 3ชนิด &amp;nbsp; โดยยาตัวแรกที่ออกสู่ตลาดแล้วคือ ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการไตวาย ยาตัวที่ 2 คือ ยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ และขณะนี้ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กำลังผลิตยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว &amp;nbsp;ที่ผู้ป่วยสามารถใช้่แค่เดือนละครั้ง &amp;nbsp;หรือเป็นยาที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายาเพิ่มเม็ดเลือดขาวที่ผลิตในเวอร์ชั่นแรก ซึ่งต้องให้ยาสัปดาห์ละครั้ง &amp;nbsp;โดยยาตัวที่3 นี้อยู่ระหว่างการวิจัยทางคลินิก และวิจัยในคน โดยทำการวิจัยที่ประเทศออสเตรเลีย เนื่องจาก บริษัท มีแผนที่จะนำยาตัวที่3นี้ ไปจดทะเบียนจำหน่ายในกลุ่มประเทศอียู &amp;nbsp; ซึ่งทางยุโรปมีข้อกำหนดให้ยาที่จะมาขายในภาพพื้นยุโรป จะต้องทำการทดลองวิจัยกับคนผิวขาวเท่านั้น จึงจะสามารถขายได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผลิตภัณฑ์ยาตัวที่ 3 จะวางจำหน่ายในปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังผลิตยาเพื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกด้วย &amp;nbsp;เช่น ยาที่เพิ่มเม็ดเลือดแดงให้กับสัตว์ที่เป็นโรคไต เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้ายไปขวา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ทรงพล &amp;nbsp;ดีจงกิจ,นวลพรรณ ล่ำซำ , &amp;nbsp;อภิพร ภาษวัธน์และธวัชชัย พิเศษกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ทรงพล &amp;nbsp;ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า ยาชีววัตถุนั้นเป็นยาที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง ในการสกัดสารสำคัญจากแบคทีเรียให้มาเป็นยา และเนื่องจาก ร่างกายมนุษย์เรา ประกอบด้วยน้ำ และโปรตีน ยาชีววัตถุเองก็เป็นโปรตีน &amp;nbsp;ที่จะทำงานเลียนแบบเหมือนร่างกายมนุษย์ &amp;nbsp;ทำให้ยามีผลข้างเคียงน้อย แต่มีประสิทธิภาพสูง &amp;nbsp; ซึ่งบริษ้ท สยามไบโอฯเป็นศูนย์การวิจัยและผลิตยาแห่งเดียวในอาเซียน &amp;nbsp;ที่สามารถผลิตยาชีววัตถุได้ ในมาตรฐานระดับโลก และทำงานโดยคนไทยทั้งหมด &amp;nbsp;โดยหลังจากบริษัท วางจำหน่ายยาชีววัตถุ เพิ่มเม็ดเลือดแดง เพื่อผู้ป่วยไตวาย และยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องรับเคมีบำบัด ก็มีผลทำให้ราคายาชนิดดังกล่าว ที่แต่ก่อนนำเข้าทั้งหมด &amp;nbsp;ต้องลดราคาลงมาประมาณ 70% &amp;nbsp;เพื่อให้ราคายาเท่ากับที่บริษัทสยามไบโอฯ ออกขาย &amp;nbsp;โดยปัจจุบันยาดังกล่าวมีราคาประมาณ 300 กว่าบาท ทั้งที่แต่ก่อนประเภทนี้มีราคาสูงอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,400 บาท ต่อการใช้ต่อสัปดาห์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; พอยาของเราออกมาวางตลาด จากงบประมาณเดิมที่เคยซื้อยาประเภทเดียวกัน &amp;nbsp;ตอนนี้สามารถซื้อได้มากกว่าเดิม 3เท่า เพราะราคายาถูกลงมาก ถือว่าเราได้พลิกโฉมหน้าวงการยาในประเทศไทย เพราะเป็นแห่งเดียวในอาเซียน ที่ผลิตยาชีววัตถุได้ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ &amp;nbsp;ทำให้เราลดการพึ่งพายาจากต่างชาติได้ และหัวใจหลักของบริษัทฯ คือความมุ่งมั่นที่จะทำให้คนทั้งโลกมีโอกาสเข้าถึงยา และการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น &amp;nbsp;&amp;quot; ดร.ทรงพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กล่าวว่า หลายคนคงแปลกใจที่ตนมาเป็นผอ.ประชาสัมพันธ์บริษัทนี้ ได้อย่างไร จุดเริ่มต้นมาจากบริษัทฯ ซึ่งผลิตเครื่องสำอางค์ภายใต้ชื่อแบรนด์ Ardermisและ Udema &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในนามบริษัท อินโนไบไอคอสเมด จำกัด ซึ่งเป็นชีวเวชสำอาง ดูแลผิวหน้า เส้นผม และแผล ทำให้ต้องมาเยี่ยมชมโรงงานผลิตยา &amp;nbsp;จึงได้รับทราบถึงที่มาของบริษัท ฯและพระราชปณิธานของในหลวงร. 9 ที่ทรงห่วงใยสุขภาพของประชาชน และการเข้าถึงยาของประชาชน ทำให้ตัดสินใจมาทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้ &amp;nbsp; และมองเห็นว่า ยาที่สยามไบไอฯ ผลิตนั้นเป็นการตอบโจทย์ประเทศตอบโจทย์คนทั้งโลก เพราะเป็นยาที่ต่อสู้กับโรคร้าย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั่วโลกยาที่ทำจากชีววัตถุ เติบโตถึง 5เท่า เพราะคนต้องการใช้ยาชนิดนี้มาก เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อย ที่ผ่านมา หมอไทย นักวิทยาศาสตร์ ไม่รู้ว่าเรามีโรงงานที่สามารถผลิตยาชีววัตถุได้ &amp;nbsp;และโรงงานแห่งนี้ทำให้นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ที่ทำงานอยู่ในเมืองนอกกลับมาทำงานในประเทศ เหมือนกับว่าเราดึงสมองที่เคยไหล ให้กลับเข้ามา จึงอาจกล่าวได้ว่า โรงงานนี้เหมือนของขวัญจากพ่อที่มอบให้พวกเราทุกคน &amp;quot;นวลพรรณกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายต่อไป ของสยามไบโอไซเอนซ์ ดร.ทรงพล กล่าวว่า คือการผลิตยาฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเแฉพาะเจาะจง หรือที่เรียกว่า Target therapy &amp;nbsp; ซึ่งให้ผลข้างเคียงน้อยกว่ายาที่เป็นเคมีบำบัดที่จะฆ่าทุกเซลล์ในร่างกาย ทั้งเซลล์ดีและเซลล์ร้าย &amp;nbsp;เป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีกว่ายาแบบเดิม ทำให้คนไข้มีโอกาสรอด และทำให้คนรอบข้างผู้ป่วยมีความสุขมากขึ้นไปด้วย &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังร่วมทุนกับเยอรมัน ผลิตยาแก้ปวดชนิดเฉียบพลันรุนแรง เช่น ในคนที่ผ่าตัด ซึ่งบริษัทเยอรมันจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ จะเริ่มผลิตปลายปีนี้ และวางจำหน่ายประมาณต้นปีหน้า ยาตัวนี้จะมีผลข้างเคียงต่ำ และแก้ปวดได้ดีมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โรงงานของเรา ผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ตั้งแต่หาเชื้อแบคทีเรีย เพาะเลี้ยง ให้อาหารเลี้ยงให้อ้วน เพื่อให้แบคทีเรียนั้น สร้างโปรตีนที่เป็นยาออกมาก แตกต่างจากยาที่ทำจากสารเคมี อย่างยาพาราเซตามอล ส่วนใหญ่ทำจากสารเคมีนำเข้า แต่ยาที่ทำจากชีววัตถุจะแตกต่างออกไป เราจึงเป็นอุตสาหกรรมยาทีได้รับรองคุณภาพจาก PICS ทัดเทียมระดับโลก และมีกำลังการผลิตถึง 24 ล้านชิ้นต่อปี &amp;nbsp; หรือปริมาตร ประมาณ 50 กิโลกรัม &amp;nbsp;เช่น ยาเม็ดเลือดแดงในประเทศต้องการใช้ประมาณ 2แสนแต่เราผลิตได้ &amp;nbsp;16ล้าน ขณะนี้ส่งออกได้ 5% ที่ผลิตได้ &amp;quot; ดร.ทรงพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านธวัชชัย พิเศษกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเพ็กเซล่า จำกัด &amp;nbsp; ที่เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ และทำการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ยา กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทส่งออกยาชีววัตถุไปยังประเทศ กัมพูชา เมียนมาร์ ศรีลังกา และเอเชียกลาง &amp;nbsp;และเป้าหมายต่อไป ที่จะทำตลาดในยุโรป คือ ยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ที่ใช้แค่เดือนละครั้ง นอกจากนี้ บริษัท ยังได้รับเลือกจากบริษัท ในสหรัฐอเมริกาให้เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ชุดตรวจเชื้อเอชไอวี ซึ่งก่อนที่เขาจะเลือกเรา เขาได้ไปสำรวจมา 150 บริษัท ทั่วโลกมาแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการร่วมทุนกับบริษัทประเทศเยอมัน ในการผลิตเครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ แบบครบวงจร ตั้งแต่ตัวยาสำคัญและสารออกฤทธิ์ จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิพร ภาษวัธน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เล็งเห็นว่าควรจะสานต่อพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทำเรื่องราวเกี่ยวกับยา เพื่อให้ประชาชนชาวไทย สามารถได้รับยาที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูง ในราคาที่ถูกลง ลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงทางยาแก่สาธารณสุขของไทย ดูแลรักษาสุขภาพของคนไทย จึงได้ตั้งบริษัทฯดังกล่าวขึ้นเมื่อปี. 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 37ไร่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ปัจจุบันมีโรงงาน 3ส่วน คือ โรงงานผลิตยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง เพิ่มเม็ดเลือดขาว โรงบรรจุยา และโรงงานผลิตยาเพื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีกลุ่มบริษัทในเครือประกอบด้วย บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด &amp;nbsp;บริษัทบริษัท เอเพ็กซ์เซล่า จำกัด&amp;rdquo; (Apexcela) &amp;nbsp;บริษัท อะบินิส( Abinis) และบริษัท &amp;nbsp;อินโนไบโอคอสเมด (Innobiocosmed.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากยาเพิ่มเลือดแดง ยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ยาฆ่าเซลล์มะเร็งแบบพุ่งเป้าแล้ว ก่อนหน้านี้ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เคยประกาศว่ามีเป้าหมาย ที่จะผลิตยารักษามะเร็งสมอง ยารักษาโรคภูมิแพ้ตัวเอง ยาโรคสะเก็ดเงิน ยาโรคข้ออักเสบ กระจกตาเคลื่อน ที่เป็นยาชีววัตถุทั้งหมด
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพล ดีจงกิจ, ธวัชชัย พิเศษกุล, นวลพรรณ ล่ำซำ, บริษัท ลดาวัลย์, บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด, ยาชีววัตถุ, สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, อภิพร ภาษวัธน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e452291128.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดบีโอไอให้ส่งเสริม 6 โครงการใหญ่37,726ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
บอร์ดบีโอไอเห็นชอบ 6 โครงการใหญ่มูลค่าเงินลงทุนรวม37,726 ล้านบาท &amp;nbsp; ผลิตยาชีววัตถุ พร้อมส่งเสริมกิจการผลิตสารให้ความหวานจากหญ้าหวาน และกิจการขนส่งน้ำมันทางท่อสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดปัญหาการจราจรและมลพิษจากการส่งทางรถบรรทุก
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;9 พ.ค. 61- นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาให้การส่งเสริมโครงการลงทุนจำนวน 6 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม37,726 ล้านบาท ประกอบไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โครงการที่ 1 ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตยาแผนปัจจุบัน โดยโครงการนี้จะผลิตยาแผนปัจจุบัน โดยจะผลิตยารักษาโรค และยาชีววัตถุ เงินลงทุนทั้งสิ้น 4,500 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ &amp;nbsp;และมีความมั่นคงทางยา รวมทั้งช่วยพัฒนาบุคลากรของประเทศให้สามารถผลิตยาที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 2 และโครงการที่ 3 เป็นโครงการต่อเนื่องโดยเริ่มจากกิจการผลิตสารสกัดจากหญ้าหวานที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเงินลงทุนทั้งสิ้น 4,097 ล้านบาท และโครงการที่3กิจการผลิตสารให้ความหวานจากหญ้าหวานที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพจากการนำสารสกัดจากหญ้าหวานมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เงินลงทุนทั้งสิ้น 4,589 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัจจุบัน สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติ มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามกระแสลดบริโภคน้ำตาลของผู้เอาใจใส่ด้านสุขภาพ โครงการนี้ จะช่วยส่งเสริมเกษตรกรในการปลูกหญ้าหวาน ส่งเสริมให้หญ้าหวานเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ของเกษตรกร เพิ่มโอกาสและช่องทางให้ประชาชนบริโภคสารให้ความหวานโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และจะเป็นโครงการต้นแบบสำหรับการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาพัฒนาพืชหรือสมุนไพรอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 4 เป็นกิจการผลิตเม็ดพลาสติก POLYPROPYLENE (PP) ซึ่งสามารถนำไปใช้ผลิตในอุตสาหกรรมอื่นๆ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และเส้นใยต่างๆ เงินลงทุนทั้งสิ้น 12,200 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง โดยโครงการนี้จะใช้วัตถุดิบจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลางในประเทศ มูลค่าปีละกว่า 10,600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 5 เป็นกิจการขนส่งทางท่อ เงินลงทุนทั้งสิ้น 9,500 ล้านบาท โดยจะวางท่อสำหรับขนส่งน้ำมันทางใต้ดินจากจังหวัดสระบุรี ถึงจังหวัดขอนแก่น ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ยังช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษจากการขนส่งน้ำมันโดยรถบรรทุกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 6 เป็นกิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย เงินลงทุนทั้งสิ้น 2,840 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง โดยจะให้บริการจัดเก็บและกระจายสินค้าประเภทเม็ดพลาสติก เหล็กแผ่นม้วน และอื่นๆ อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของรัฐบาล

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8826</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจการขนส่ง, น้ำมันทางท่อ, บอร์ดบีโอไอ, บีโอไอ, มลพิษ, ยาชีววัตถุ, รถบรรทุก, ส่งเสริม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a842c57d8bf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
