<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาดม..ของคู่กายผู้สูงวัย ใช้ง่ายแต่มีข้อควรระวัง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยาดม คือ ยาน้ำสำหรับสูดดมบรรเทาอาการคัดจมูก เวียนหัว เป็นลม หรือทารักษาอาการคัน บวม แดงจากแมลงกัดต่อย ซึ่งมี 2 ชนิด ได้แก่ ยาน้ำแอมโมเนีย และยาน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด เช่น การบูร เมนทอล เมทิลซาลิซีเลต เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลายคนใช้ยาดมสารพัดประโยชน์แบบไม่ถูกวิธี แทนที่จะช่วยก็อาจจะกลายเป็นโทษได้ ดังนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับยาดมแบบง่ายๆ ก็ไม่ควรมองข้าม เริ่มจากการเก็บยาดม ห้ามเก็บหรือทิ้งบรรจุภัณฑ์ยาน้ำแอมโมเนียใกล้แหล่งกำเนิดความร้อนหรือประกายไฟ เพราะยาอาจติดไฟได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้ามใช้ยาดมติดต่อกันเป็นเวลานาน และไม่ควรสูดดมยาที่ผสมเมทิลซาลิซีเลต เพราะอาจทำให้ระบบทางเดินหายใจเกิดการระคายเคืองได้ ห้ามทายาดมบริเวณผิวหนังที่บอบบางหรือมีแผลเปิด และห้ามให้ยาเข้าตา เพราะอาจทำให้ตาระคายเคืองหรือแสบร้อนได้ หากยาสัมผัสกับผิวหนังบริเวณดังกล่าวหรือยาเข้าตา ให้ผู้ป่วยล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 นาที โดยห้ามถูหรือทาขี้ผึ้ง แล้วรีบไปพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้ามรับประทานยาดม หากกลืนยาโดยอุบัติเหตุให้ดื่มน้ำมากๆ แล้วรีบไปพบแพทย์ทันที ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาดม ไม่ควรใช้ยาดมในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือต้องใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ผู้ที่กำลังใช้ยารักษาโรคประจำตัวอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาดม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้ามใช้ยาดมหากแพ้น้ำมันหอมระเหยหรือแอมโมเนีย หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง โรคตา โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาดม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ที่หน้ามืดหรือหมดสติบ่อยๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคหัวใจ ต้องไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจหาสาเหตุของการหมดสติ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หากอาการเจ็บป่วยไม่ทุเลาลงหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ เกิดขึ้นหลังจากใช้ยาดม ผู้ป่วยอาจติดการสูดยาดมเป็นนิสัยได้หากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะส่วนผสมบางชนิด โดยเฉพาะการบูรและเมนทอลอาจมีผลต่อระบบประสาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับปริมาณการใช้ยาดมนั้น มีการระบุว่า ใช้สำลีชุบยาเล็กน้อยแล้วสูดดม หรือสูดดมยาจากบรรจุภัณฑ์โดยตรง เพื่อบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก เวียนหัว ใช้สูดดมช้าๆ เพื่อรักษาอาการหน้ามืดจนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้น หรือใช้สำลีชุบยาน้ำแอมโมเนียเพื่อให้ผู้ป่วยที่เป็น ลมสูดดมช้าๆ จนกว่าจะรู้สึกตัว โดยถือสำลีให้ห่างจากจมูกของผู้ป่วยประมาณ 4 นิ้ว ใช้ทาบางๆ บริเวณผิวหนัง เพื่อรักษาอาการคัน บวม แดงจากแมลงกัดต่อยหรือการสัมผัสพืชบางชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการสูดดมยาดมนั้น ให้ใช้สำลีหรือผ้าเช็ดหน้าชุบยาน้ำผสมน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในแท่งยาดมแล้วสูดดม หรือสูดดมยาจากบรรจุภัณฑ์โดยตรง โดยถือยาให้ห่างจากจมูกเล็กน้อย หากต้องการสูดดมยาอย่างต่อเนื่อง ให้ทายาน้ำผสมน้ำมันหอมระเหยปริมาณเล็กน้อยบริเวณจมูก ลำคอ และหน้าอก แต่ไม่ควรทายาในปริมาณมาก หรือสอดแท่งยาดมในรูจมูกเพื่อสูดดมตลอดทั้งวัน เพราะอาจทำให้เยื่อบุโพรงจมูกระคายเคืองได้ ควรเช็ดบรรจุภัณฑ์ให้สะอาดและปิดฝาให้มิดชิด ไม่ควรใช้ยาดมของผู้อื่น เพราะอาจเสี่ยงติดเชื้อบางชนิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยาดมอาจทำให้ระบบทางเดินหายใจเกิดการระคายเคืองได้ โดยเฉพาะหากผู้ป่วยใช้ผิดวิธี และผู้ที่สูดดมยาน้ำแอมโมเนียอาจไอหรือน้ำตาไหลเล็กน้อยได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการข้างเคียงที่รุนแรง เช่น เวียนหัว ปวดหัว ปวดตา มองไม่ชัด อาเจียน ท้องเสีย รวมทั้งมีอาการแพ้ เช่น มีผื่นคัน และมีอาการบวมบริเวณใบหน้าหรือลำคอ หายใจลำบาก เป็นต้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59187</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ยาดม..ของคู่กายผู้สูงวัย ใช้ง่ายแต่มีข้อควรระวัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64f595cc775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
