<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 20:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลติดโควิดเกิน 5 แสน สหรัฐส่งยาต้านมาลาเรียให้ 2 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของบราซิลเกิน 500,000 รายแล้ว ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ไม่สะทกสะท้านยังคงพบปะผู้สนับสนุนที่ชุมนุมต่อต้านการล็อกดาวน์เมื่อวันอาทิตย์ ขณะสหรัฐส่งยาต้านมาลาเรียที่อนามัยโลกไม่แนะนำให้ใช้กับผู้ป่วยโควิด มายังบราซิล 2 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ขึ้นขี่ม้าระหว่างออกมาพบปะผู้ชุมนุมที่ด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงบราซิเลียเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขบราซิลถึงวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม บราซิลมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 514,849 ราย มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ขณะที่รัสเซียที่อยู่อันดับ 3 นั้นมีผู้ติดเชื้อ 418,878 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตในบราซิลอยู่ที่ 29,314 ราย มากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ, สหราชอาณาจักร และอิตาลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำขวาจัดของบราซิล ยังคงแสดงท่าทีคัดค้านการใช้มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐต่างๆ ที่เขาระบุว่าไม่คุ้มกับความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยในวันอาทิตย์ เขาได้เข้าร่วมการชุมนุมกับผู้สนับสนุนที่กรุงบราซิเลียอีกครั้ง โดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย แม้คราวนี้เขาจะไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวผู้สนับสนุนโดยมีองครักษ์คอยกันไว้ แต่เขาอุ้มเด็ก 2 คนมานั่งบนบ่า และปีนขึ้นหลังม้าเอาใจฝูงชนที่พากันร้องตะโกนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเรื่องปรัมปรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า วิกฤติด้านสาธารณสุขของบราซิลถูกหลอมรวมเข้ากับวิกฤติการเมือง ขณะที่ผู้นำขวาจัดรายนี้เปิดศึกอย่างเปิดเผยกับรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐต่างๆ ที่ยืนกรานใช้มาตรการล็อกดาวน์ ยิ่งโบลโซนาโรเผชิญการสอบสวนตามคำสั่งศาลกรณีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบซึ่งอาจนำไปสู่การถอดถอนเขา การชุมนุมของฝ่ายสนับสนุนเขาก็เข้มข้นมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครเซาเปาลู ผู้สนับสนุนโบลโซนาโรปะทะกับผู้ชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยที่มีกันราว 500 คน ส่วนใหญ่สวมชุดดำและสวมหน้ากากอนามัย พวกเขาร้องตะโกนต่อต้านฟาสซิสต์และเรียกร้องประชาธิปไตย และเผชิญหน้ากับผู้สนับสนุนโบลโซนาโรที่มีจำนวนน้อยกว่า ตำรวจปราบจลาจลไม่สามารถขัดขวางการเผชิญหน้ากัน และต้องใช้แก๊สน้ำตายิงขับไล่การตะลุมบอนกันระหว่างสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ โบลโซนาโร ซึ่งมีอีกฉายาว่า &amp;quot;ทรัมป์แห่งโลกเขตร้อน&amp;quot; ยังได้รับความช่วยเหลือจากโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวจริง ด้วยการส่งยาต้านมาลาเรีย ไฮดรอกซีคลอโรควิน (เอชซีคิว) 2 ล้านโดส มาให้บราซิลใช้ต่อสู้กับโควิด-19 ทำเนียบขาวของสหรัฐเผยด้วยว่า กำลังจัดส่งเครื่องช่วยหายใจอีก 1,000 เครื่องมาให้บราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐซึ่งเป็นแฟนตัวยงของเอชซีคิว ก็รับประทานยาชนิดนี้ด้วย ส่วนโบลโซนาโรมีคำสั่งให้กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้แพทย์ใช้ยานี้รักษาผู้ป่วย และยังไล่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข 2 คนก่อนหน้านั้นที่คัดค้านแนวคิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติแล้ว เอชซีคิวใช้ในการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียและอาการผิดปกติของออโตอิมมูนหรือภูมิต้านตนเอง แต่การทดลองภายใต้การควบคุมแบบสุ่มจนถึงขณะนี้ไม่พบหลักฐานว่าเอชซีคิวสามารถรักษาหรือป้องกันโควิด-19 ได้ สัปดาห์ที่แล้ว องค์การอนามัยโลกยังระงับการทดลองใช้เอชซีคิวรักษาโควิด-19 เป็นการชั่วคราว เนื่องจากความวิตกกังวลมากขึ้นถึงอันตรายข้างเคียงในผู้ป่วย ซึ่งรวมถึงภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันจันทร์ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสม 1,790,191 ราย จากผู้ติดเชื้อทั่วโลก 6,194,508 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 104,383 ราย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตรวมกัน 372,501 ราย สถานการณ์ในสหรัฐเริ่มทุเลาลงแล้ว และรัฐต่างๆ กำลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่ขณะนี้สหรัฐเผชิญกับวิกฤติสถานการณ์วุ่นวายจากการชุมนุมประท้วงก่อจลาจลแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอเมริกาใต้ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรวมกันมากกว่า 1 ล้านรายแล้ว นอกจากบราซิลที่ยังมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การแพร่ระบาดในชิลีและเปรูก็ยังน่าเป็นห่วง เปรูมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันอาทิตย์ 8,800 คน มากเป็นสถิติรายวันสูงสุดของประเทศ โดยยอดผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 164,470 ราย มากเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคและอันดับ 10 ของโลก และมีผู้เสียชีวิต 4,506 ราย ส่วนชิลีมีผู้ติดเชื้อใกล้หลักแสนแล้ว โดยอยู่ที่ 99,688 รายในวันอาทิตย์ เสียชีวิต 1,054 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาอีร์ โบลโซนาโร, บราซิล, ยาต้านมาลาเรีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed505e3eb512.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;จัดยาต้านมาลาเรียกินเอง ไม่สนคำเตือนหน่วยงานรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ หลุดปากกับสื่อว่าตัวเขากินยาต้านมาลาเรีย &amp;quot;ไฮดรอกซีคลอโรควิน&amp;quot; ติดต่อกันมานานกว่าสัปดาห์แล้ว อ้างผลคำพูดของบุคคลที่ไม่เผยชื่อเสียงเรียงนามว่าป้องกันไวรัสโคโรนาได้ ทั้งที่ผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลแนะว่าไม่ควรนำมาใช้รักษาโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เยี่ยมโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยที่รัฐแอริโซนา เมื่อวันที่ 5 พฤษภคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วัย 73 ปี หลุดปากบอกกับผู้สื่อข่าวระหว่างการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ ว่าเขากินยาไฮดรอกซีคลอโรควินติดต่อกันทุกวันมานานประมาณ 1 สัปดาห์ครึ่งแล้ว เพื่อป้องกันไว้ก่อน ถึงแม้ว่าผลการตรวจร่างกายเขาจะไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกิน 1 เม็ดทุกวัน&amp;quot; ทรัมป์กล่าว โดยบอกว่า เขากินยานี้ปนกับธาตุสังกะสี และเมื่อถูกซักถึงเหตุผล ทรัมป์ตอบว่า &amp;quot;เพราะผมคิดว่ามันดี ผมได้ยินเรื่องราวดีๆ มาเยอะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐกล่าวกับนักข่าวว่า พวกเขาจะประหลาดใจหากได้รู้ว่ามีคนจำนวนมากมายแค่ไหนที่กินยาตัวนี้ โดยเฉพาะพวกบุคลากรที่ทำงานแนวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์แสดงความกระตือรือร้นสนใจสนับสนุนการใช้ยาต้านมาลาเรียชนิดนี้มานานหลายสัปดาห์แล้ว ทั้งที่แพทย์หลายคนเชื่อว่ามันใช้ไม่ได้ผลกับคนไข้ที่ติดไวรัสโคโรนา และหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลสหรัฐเองยังเตือนว่ามัน &amp;quot;ไม่ได้แสดงว่าปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวกับรายการ &amp;quot;แอนเดอร์สัน คูเปอร์ 360&amp;quot; ของสถานีซีเอ็นเอ็นว่า ทรัมป์ไม่ควรกินอะไรที่นักวิทยาศาสตร์ไม่อนุมัติ โดยเฉพาะคนในวัยนี้และมีน้ำหนักเกิน และเธอเห็นว่า &amp;quot;ไม่ใช่ความคิดที่ดี&amp;quot; ที่กินยานี้แล้วคิดว่ามันรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรนาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างน้อย กล่าวกับเอ็มเอสเอ็นบีซีว่า การตัดสินใจของทรัมป์เป็นความ &amp;quot;สะเพร่า&amp;quot; มันให้ความหวังผิดๆ แก่ผู้คน ทำให้พวกเขาไม่สนใจการรักษาทางการแพทย์ที่แท้จริง เป็นการสร้างปัญหายุ่งยาก และเป็นเรื่องอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ดูเบาอันตรายของไวรัสโคโรนาอยู่บ่อยครั้ง สัปดาห์ที่แล้วเขาเพิ่งกล่าวว่า โรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 90,000 รายจากผู้ติดเชื้อ 1.5 ล้านราย เป็นภัยคุกคามคนแค่กลุ่มเล็กๆ เท่านั้น เขายังไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัย ทั้งที่หน่วยงานของรัฐบาลกลางออกคำแนะนำให้ชาวอเมริกันสวมหน้ากากหรือใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก และคณะทำงานของเขาส่วนใหญ่ก็สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ ทหารรับใช้ส่วนตัวของทรัมป์นายหนึ่งถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา และยังมีเลขานุการฝ่ายสื่อของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ อีกรายที่ติดไวรัสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า ชอน คอนลีย์ นายแพทย์ประจำทำเนียบขาว อนุญาตให้เขากินยานี้ได้ แต่ทรัมป์ยืนกรานว่าเขาเป็นผู้ขอกับนายแพทย์ผู้นี้เองว่าเขาจะกินมัน &amp;quot;ผมถามเขา &amp;#39;หมอคิดว่ายังไง&amp;#39; เขาตอบว่า &amp;#39;ถ้าท่านอยากกินก็ได้&amp;#39; ผมบอกว่า ใช่ผมอยากกิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายแพทย์คอนลีย์ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า เขาเห็นชอบที่ทรัมป์กินยาต้านไวรัส หลังจากพวกเขาได้หารือกันมากมายเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสีย จนได้ข้อสรุปว่า มันอาจมีประโยชน์ในการรักษามากกว่าความเสี่ยงข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากหลายคนที่เขาไม่ระบุชื่อ ซึ่งพูดในเชิงบวกเกี่ยวกับยาต้านมาลาเรียตัวนี้ เขายังอ้างถึงจดหมายที่ได้รับจากแพทย์ชาวนิวยอร์กผู้หนึ่งที่ไม่ระบุชื่อเช่นกัน ซึ่งรายงานว่าใช้ยานี้รักษาคนไข้หลายร้อยคนและไม่มีคนไข้ตายแม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำโฆษณาของทรัมป์ขัดแย้งกับคำแนะนำของคณะกรรมการอาหารและยาของรัฐบาลสหรัฐ ที่เตือนเรื่องการใช้ไฮดรอซีคลอโรควิน ไม่ว่าเพื่อการป้องกันหรือรักษาไวรัสโคโรนา โดยระบุถึงผลข้างเคียงของยา เช่น ก่อปัญหาจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติร้ายแรงในผู้ป่วยโควิด-19 หลายราย และอนุญาตชั่วคราวให้ใช้ยานี้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66339</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาต้านมาลาเรีย, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์, ไวรัสโคโรนา, ไฮดรอกซีคลอโรควิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec38a16bdf4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
