<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เฟรเซอร์สปลื้มครึ่งแรกปี 62 โกยรายได้โต 85%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ปลื้มผลงานครึ่งแรกปีงบประมาณ 62 โกยรายรวม3,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,440 ล้านบาท เติบโต 85% และมีกำไรสุทธิ 763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;09 พ.ค. 62 นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ปี 2561 - 31 มี.ค. ปี 2562 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 3,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,440 ล้านบาท หรือเติบโต 85% และมีกำไรสุทธิ 763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท และในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.&amp;ndash;31 มี.ค. ปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 565 ล้านบาท กำไรสุทธิ 80 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากค่าเช่าโรงงานและคลังสินค้ารวมกว่า 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 380 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยในไตรมาส 2 นี้ บริษัทฯ มีผลการดำเนินการที่ดีอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีพื้นที่ให้เช่ากว่า 2.17 ล้านตารางเมตร ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีอัตราพื้นที่เช่าโรงงานและคลังสินค้าอยู่ที่ 79% เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้เป็นผลมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าในกลุ่มโลจิสติกส์ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรวมกันสูงกว่า 70% ของภาพรวมผู้เช่าทั้งหมด โดยลูกค้าสัญชาติญี่ปุ่นยังคงเป็นฐานใหญ่ในกลุ่มผู้เช่าโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ในกลุ่มคลังสินค้านั้นมีผู้เช่าจากญี่ปุ่น และทางยุโรป ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดบริษัทสามารถปิดดีล Built-to-Suit พัฒนาศูนย์กระจายสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิขนาดใหญ่แห่งใหม่ให้แก่ ฮาวี ลอจิสติกส์ (ประเทศไทย) นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านการผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยเริ่มต้นปีด้วยการจับมือกับ บริษัท สหไทย เทอร์มินอล เพื่อร่วมลงทุนพัฒนาและบริหารโครงการโลจิสติกส์พาร์คแห่งใหม่ และร่วมการเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท พีบีเอ กรุ๊ป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ล่าสุดได้ร่วมลงทุนกับพันธมิตรผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก มิตซุย ฟูโดะซัน เพื่อพัฒนาและบริหารโครงการโลจิสติกส์พาร์ค นอกจากนี้เพื่อสร้างการเติบโตและความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่าน บริษัทได้มีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการโดยสมัครใจ ของบมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการและลำดับต่อไปจะเป็นขั้นตอนของการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ เดือนพ.ค.-ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35420</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังสินค้า, ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์, ยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์, เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้, โลจิสติกส์, โสภณ ราชรักษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3e48647197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชฟโรเลตนำเทคโนโลยีเสมือนจริงออกแบบเพิ่มพื้นที่ในเอสยูวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทีมนักออกแบบรถยนต์ของเชฟโรเลตนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการออกแบบภายในรถยนต์ของเชฟโรเลต อาทิ เครื่องจำลองแบบเสมือนจริง&amp;nbsp; แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัย และเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารและพื้นที่จัดเก็บสัมภาระในรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากความจำเป็นที่ต้องการจะยกระดับการออกแบบยนตรกรรมระดับโลก การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงนั้นจึงทวีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางตลาดรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีที่มีการแข่งขันสูง เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จะนิยมเลือกรถเอสยูวี ด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ ความอเนกประสงค์ของที่นั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง และยังมีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระที่เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;รวมถึงเหตุผลอื่นๆ ในการเลือกซื้อรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวี เชฟโรเลตได้นำเสนอ &amp;ldquo;เทรลเบลเซอร์&amp;rdquo; รถเอสยูวี ระดับพรีเมี่ยมสไตล์อเมริกัน ยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาในระดับโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เนื่องจากแนวโน้มความต้องการใช้งานรถยนต์ของลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่นิยมใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปสู่การใช้รถเอสยูวีมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ทั่วโลก ที่พบว่ายอดขายรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีมีเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 2554 ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทิม เกรก ผู้จัดการฝ่ายออกแบบตกแต่งภายในของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เปิดเผยว่า เราได้มีการออกแบบภายในห้องโดยสาร ในส่วนของช่องเก็บของในบริเวณที่นั่งทั้งหมดเพื่อให้ลูกค้าสามารถนำสัมภาระติดตัวไปได้อย่างสะดวกสบาย เช่น เครื่องดื่ม โทรศัพท์มือถือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แท็บเล็ต กระเป๋า และของเล่นที่เด็กๆ สามารถพกติดตัวไปได้ง่าย นอกจากนี้ เรายังออกแบบพื้นที่จัดเก็บสัมภาระให้มีขนาดกว้างขวางที่สุด ซึ่งสามารถเปิดได้จากทั้งด้านข้างและด้านบน รวมถึงมีการออกแบบพื้นสำหรับเลื่อนสิ่งของเข้าออกภายในรถได้อย่างสะดวกสบาย ขณะที่รถเอสยูวี มีข้อได้เปรียบที่ดีกว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างเห็นได้ชัด ในเรื่องของการบรรทุกสัมภาระต่างๆ ที่มีขนาดยาวหรือสูง อาทิ เฟอร์นิเจอร์ กล่องขนาดใหญ่ จักรยาน ซึ่งผู้ใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทรลเบลเซอร์ รถเอสยูวีระดับพรีเมี่ยมสามารถบรรทุกสิ่งของอื่นๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางหลายๆ ใบ อุปกรณ์ตั้งแคมป์ หรืออุปกรณ์กีฬา ด้วยขนาดของพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังของรถยนต์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทรลเบลเซอร์ที่กว้างขวางและเปิดได้กว้าง ทำให้สามารถเก็บและบรรทุกสัมภาระต่างๆ ได้มากขึ้น ประหยัดเวลาในการจัดสิ่งของให้เข้าที่ ซึ่งเปรียบเหมือนการเล่น &amp;ldquo;เกมส์ตัวต่อเตอติส &amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่ใช้เวลาน้อยกว่าในรถยนต์หรือรถที่ขนาดเล็กกว่า ในระหว่างการดำเนินงานในส่วนการออกแบบดังกล่าว ทีมออกแบบรถยนต์ของเชฟโรเลตได้ใช้เครื่องมือดิจิทัล เข้ามาช่วยสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบภายในกับโครงสร้างให้มีความลงตัวมากที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีการนำส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปจากห้องโดยสาร เพื่อให้นักออกแบบสามารถใส่ช่องเก็บสัมภาระและลูกเล่นต่างๆได้มากขึ้น โดยทั้งหมดนี้ได้ถูกดำเนินการมาตั้งแต่การเริ่มออกแบบรถยนต์แล้ว ซึ่งทุกกระบวนการค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร จนมั่นใจและกลายมาเป็นแนวคิดของการออกแบบภายในที่ลงตัว อย่างในปัจจุบัน หลังจากที่มีการออกแบบภายในรถยนต์เพิ่ม และสร้างภาพดิจิทัลขึ้นมาแล้ว ทีมนักออกแบบรถยนต์ของเชฟโรเลตจะใช้เครื่องกัดและเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อขึ้นรูปและสร้างชิ้นส่วนต้นแบบก่อนจะนำมาสร้างเป็น &amp;quot;ที่นั่ง&amp;rdquo; เสมือนจริงที่ทำจากไม้และโฟม จากนั้นจะทำการประเมินโดยรวม และจึงทำแบบจำลองดินเหนียวเพื่อประเมินแนวคิดของการออกแบบในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13118</URL_LINK>
                <HASHTAG>chevrolet, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ยานยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, เชฟโรเลต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b4436b5529be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”ถกเอกชนกลุ่มยานยนต์ยันส่งออกไม่กระทบสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;หารือภาคเอกชนในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน วางแผนชี้แจงสหรัฐฯ กรณีเปิดไต่สวนผลกระทบจากการนำเข้า เตรียมส่งหลักฐานยืนยันการส่งออกไทยไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมภายในสหรัฐฯ และไม่ได้เป็นภัยคุกคาม มีแต่ช่วยหนุน คาดสหรัฐฯ ประกาศผลในภายใน 90 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
21 มิ.ย. 61 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เชิญภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มาหารือเพื่อจัดทำความเห็นที่เป็นลายลักษณ์อักษรของไทย ส่งไปให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ใช้ประกอบการพิจารณาการไต่สวนผลกระทบจากการนำเข้ารถยนต์อเนกประสงค์ รถตู้ รถบรรทุกขนาดเล็กและชิ้นส่วนยานยนต์ ตามมาตรา 232 กฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 แล้ว โดยเห็นว่าควรจะให้ข้อมูลพร้อมสถิติและการอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้สหรัฐฯ เห็นว่าการส่งออกของไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสหรัฐฯโดยจะส่งภายในวันที่ 22 มิ.ย.2561 และจากนั้นสหรัฐฯ จะใช้เวลาในการพิจารณา 270 วัน และสรุปผลเสนอให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พิจารณาว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าหรือไม่ภายใน 90 วัน โดยข้อมูลที่จะจัดส่งให้สหรัฐฯ เช่น อัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุผลทางด้านความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ , ผลกระทบของการแข่งขันจากต่างประเทศต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ , ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯอ่อนกำลังลง เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามภาคเอกชนไทยต้องให้ข้อมูลกับสหรัฐฯ โดยจะต้องย้ำให้เห็นว่าไทยไม่ได้เป็นผู้ส่งออกยานยนต์รายสำคัญไปสหรัฐฯ จึงไม่ใช่คู่แข่ง และไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งชิ้นส่วนจากไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ สินค้าไทยจึงมีส่วนสนับสนุนการผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ มากกว่าเป็นคู่แข่ง และยางรถยนต์ของไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ จำนวนมาก ก็ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในพิกัดศุลกากรที่เป็นชิ้นส่วนยานยนต์ แต่อยู่ในพิกัดผลิตภัณฑ์ยาง จึงต้องระบุไปว่าไทยไม่ควรถูกใช้มาตรา 232&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11850</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ, พาณิชย์, ยานยนต์, สหรัฐ, อดุลย์ โชตินิสากรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa00743a4866.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มพ.ค.ส่งออกโตกว่า11% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนค.เผยส่งออกเดือน พ.ค. 61 มีมูลค่ารวมกว่า 22,256.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.4% โตต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 ดันส่งออก 5 เดือนมีมูลค่ารวมกว่า 104,031.9 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 11.55% สูงสุดในรอบ 7 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
21 มิ.ย. 61 - น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนพ.ค.ปี 2561 มีมูลค่า 22,256.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.44% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน การนำเข้ามีมูลค่า 21,053 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.72% โดยเกินดลการค้ามูลค่า 1,203.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการส่งออก 5 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า 104,031.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.55% สูงสุดในรอบ 7 ปี และการนำเข้ามีมูลค่า 102,154.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เกินดุลการค้า 1,877.1 ล้านเหรียญสหรัฐ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การส่งออกของไทยยังไม่พบสัญญาณว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า แต่เราก็ไม่ประมาท ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพบว่าเบื้องต้นยังไม่กระทบไทย แต่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพการค้าโลก ซึ่งต้องติดตามต่อไป เพราะไทยอยู่ในซัปพลายเชนของสินค้าสำคัญหลายตัว โดยในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จะนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ส่งออกรายสำคัญๆ เช่น ยานยนต์ เหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประเมินสถานการณ์&amp;rdquo;น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มการส่งออกคาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยตัวเลข 5 เดือนขยายตัวสูงถึง 11.55% เกินไปจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 8% แล้ว โดยสนค. จะมีการประเมินและปรับประมาณการณ์การส่งออกอีกครั้งหลังได้ตัวเลข 6 เดือนแล้ว โดยคาดว่าน่าจะปรับสูงขึ้น ส่วนตัวเลขทางการขึ้นอยู่กับระดับนโยบายว่าจะปรับหรือไม่อย่างไร แต่หากดูตามตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปรับเป็น 9% สนค. มองว่าเป็นไปได้ ซึ่งจะต้องส่งออกให้ได้เดือนละประมาณ 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11844</URL_LINK>
                <HASHTAG>พาณิชย์, พิมพ์ชนก วอนขอพร, ยานยนต์, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า, ส่งออก, เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5a99aab04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิง ออฟ ออโต้ ประกาศพร้อมจัด “ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์” อัดแคมเปญจัดหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับงาน FAST AUTO SHOW THAILAND 2018 ซึ่งจัดโดย คิง ออฟ ออโต้ โดยปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 จะเป็นอีกหนึ่งการจัดงานแสดงรถที่โดนใจผู้ซื้อ ด้วยรถใหม่ที่ตบเท้าเข้าร่วมแสดงครบ อาทิ รถใหม่ป้ายแดงแบรนด์ดังโดนใจ รถมอเตอร์ไซค์ ยืนยันพาเหรดเข้าร่วมงาน 15 ยี่ห้อ ด้านรถยนต์ใช้แล้วปีนี้จัดเต็ม&amp;nbsp; ระดมทั้งพรีเมียมคาร์ &amp;ndash;ซูเปอร์คาร์ &amp;ndash;รถปิ๊กอัพ &amp;ndash;อีโคคาร์ ราคาดีจาก 16 ผู้ประกอบการ สำหรับจัดงานก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ในปีนี้มีโปรมัดใจจะเป็นแรงกระตุ้นที่ทุกค่าย ทั้งรถใหม่และรถใช้แล้ว ร่วมจัดแคมเปญแรงมัดใจคนซื้อ โดยงานจะจัดในวันที่ 27 มิถุนายน &amp;ndash; 1&amp;nbsp; กรกฎาคม นี้ ที่ไบเทคบางนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน มหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้ว FAST AUTO SHOW THAILAND 2018 เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้ถือเป็นปีที่ 7 และยังคงแนวคิด &amp;ldquo;เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่&amp;rdquo; ซึ่งในปีนี้มีทั้งผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งกว่า 31 ราย&amp;nbsp; พร้อมยังได้ 2 พันธมิตรใหม่ อย่าง กรุงศรี ออโต้ และ ปตท. ที่จะมีไฮไลท์พิเศษมานำเสนอในงานโดยเฉพาะ สำหรับงาน FAST AUTO SHOW THAILAND 2018 จะจัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 27 มิถุนายน - วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2561 โดยใช้พื้นที่กว่า 16,000 ตารางเมตร ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา ฮอลล์ 105-106 ส่วนเป้าหมายของงาน FAST AUTO SHOW THAILAND 2018 คาดว่าจะมียอดจองรถยนต์ใหม่ภายในงานไม่น้อยกว่า 2,300 คัน และ รถยนต์ใช้แล้ว 1,300 คัน ขณะที่ยอดผู้เข้าชมงาน 250,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ด้าน ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถใหม่งาน FAST AUTO SHOW THAILAND 2018 เปิดเผยว่า ความพร้อมของงานในตอนนี้ มีค่ายรถยนต์ที่จะเข้าร่วมจัดแสดงภายในงานประกอบไปด้วย MG, Approved Certified Used Car by MG, HYUNDAI, HONDA, TOYOTA, NISSAN, SUZUKI, AAS GROUP, ISUZU, MAZDA, MITSUBISHI, SUBARU และ AAS GROUP ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์&amp;nbsp; ปีนี้จะขนPORSCHE ,BENTLEY และ รถมอเตอร์ไซค์ DUCATI, HARLEY-DAVIDSON มาจัดแสดงแบบเต็มรูปแบบ ตลาดรถยนต์มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่ายรถยนต์ทุกค่ายที่เข้าร่วมงานต่างเตรียมรถยนต์รุ่นที่น่าสนใจ พร้อมทั้งแคมเปญพิเศษสุดพิเศษ อีกมากมาย ด้วยปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถยนต์ภายในงานได้ง่ายยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;และ อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถยนต์ใช้แล้วงาน FAST AUTO SHOW THAILAND 2018 เปิดเผยถึงความคืบหน้าของงานว่าจำนวนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมีทั้งสิ้น 16 ราย ประกอบด้วย วิสาร ออโต้คาร์, DDS คาร์เซ็นเตอร์, โย รัชดา, ศูนย์รถยนต์ 54 นิวัฒน์, The One Srinakarin, CarDeeSureOK, อมรวารันตี โดยเบนซ์อมรรัชดา, รถบ้านคุณเอ็กซ์ By AUTO MASTER, 999 รถบ้านสุวิทย์ ถูกและดี, เบสท์ เซอร์วิส, เก่ง พระราม9, เจ มอเตอร์เทรด, เมืองชล ยูสคาร์, รถเศรษฐี, NBP&amp;amp;UNIQUE AUTO CAR, A.T.CARSALE โดยไฮไลท์พิเศษสำหรับโซนรถยนต์ใช้แล้วในปีนี้ มีรถยนต์ครบในทุกเซกเมนต์ตั้งแต่ อีโคคาร์ ไปจนถึงพรีเมียมคาร์ ซึ่งรถยนต์ที่นำมาจำหน่ายในงานได้รับการการันตีว่า เป็นรถสวยสภาพนางฟ้า ไมล์น้อย และผ่านการตรวจเช็คพร้อมมีใบรับรอง อีกทั้งยังได้รับการประกันคุณภาพจากผู้ประกอบการและการันตีจาก อาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจจะเป็นเจ้าของรถยนต์มือสอง ปีนี้มีผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วเพิ่มจากปีก่อน และบางรายมาจากต่างจังหวัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่างานของเราเป็นโอกาสที่จะขยายลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นได้ และความพิเศษนอกเหนือจากนั้นแล้วยังมี รถหรู รถสปอร์ต ที่จะนำเข้างานมากขึ้น ทั้งนี้เพราะ ผลตอบรับ จากปีที่ผ่านมา ดีมาก บางรายไม่พอขาย โดยสัดส่วนของรถหรูที่ขายได้อยู่ที่ 15 % คาดว่าปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก เพราะผู้ประกอบการหลายรายเริ่มสต๊อกรถหรูเพื่อนำมาจำหน่ายภายในงานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นอกจากแคมเปญและข้อเสนอทางการเงินจากค่ายรถ และผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ในปีนี้ผู้จัดงานยังได้ฉลองครบรอบ 7 ปี ด้วยการมอบรางวัลพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถยนต์ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ชิงรางวัลทองคำวันละ 7 เส้น พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์นิสสัน อัลเมล่า รุ่น 1.2E MTมูลค่า 476,000 บาท และในปีนี้ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับพนักงานขาย ที่ขายให้กับลูกค้าที่ได้รับรางวัลทุกราย จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท นอกจากนี้ สำหรับผู้เข้าชมงานที่นำใบปลิวซึ่งทางผู้จัดงานได้เตรียมไว้เพื่อโปรโมทงาน ตามอาคารสำนักงาน หรือศูนย์บริการรถยนต์ บี-ควิก ทุกสาขา มาลงทะเบียนหน้างาน ได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ จากผู้จัดงาน ทุกวัน วันละ 700 ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:13.05pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11737</URL_LINK>
                <HASHTAG>FAST AUTO SHOW THAILAND 2018, thaipost, ข่าวรถ, พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ, ฟาสออโต้โชว์, ยานยนต์, รีวิว, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b29d718b3211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ยามาฮ่า” รุกตลาดรถกอล์ฟ มุ่งขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยามาฮ่า เดินหน้าเต็มสูบรุกตลาดรถกอล์ฟ พร้อมชูจุดแข็งด้านมาตรฐาน ผลิตที่โรงงานไทยทั้งเน้นคุณภาพและบริการหลังการขาย ตั้งเป้าโต 15-20% ใน 3 ปี มุ่งขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งในไทย และรุกส่งออกกว่า 12 ประเทศ ธุรกิจรถกอล์ฟของยามาฮ่าเริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2558 วางตำแหน่งสินค้าในระดับพรีเมี่ยม โดยปัจจุบัน รถกอล์ฟ ยามาฮ่า วายดีอาร์ ครูซ&amp;nbsp; ได้ถูกผลิตในเมืองไทยเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศแล้วไม่ต่ำกว่า 4,000 คัน&amp;nbsp; ซึ่งถูกส่งออกไปกว่า 10 ประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สิงค์โปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, เมียนมาร์, อินเดีย, ปากีสถาน และมัลดีฟส์ เป็นต้น ขณะเดียวกัน ยามาฮ่า ยังเตรียมขยายตลาดไปอีก 2 ประเทศในอาเซียนอย่างลาวและกัมพูชาในปีนี้และปีถัดไป เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตลาดรถกอล์ฟอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จินตนา อุดมทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันความต้องการเปลี่ยนรถกอล์ฟใหม่ เพื่อใช้งานในสนามกอล์ฟทั่วประเทศไทย มีอยู่ ราว 4,000 คันต่อปี คิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 760 ล้านบาทต่อปี ซึ่งในตลาดมีแบรนด์หลักๆ ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ไม่กี่แบรนด์ ประกอบกับธุรกิจรถกอล์ฟสามารถอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เห็นได้ว่าในปัจจุบันรถกอล์ฟไม่ได้ถูกใช้งานแค่ในสนามกอล์ฟเท่านั้น แต่กลับมีความต้องการนำมาใช้ในธุรกิจประเภทอื่นๆ อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว, โรงแรม, รีสอร์ทและธุรกิจด้านบริการต่างๆ นอกจากนี้ยังขยายมาถึงภาคธุรกิจอุตสาหกรรม, นิคมโรงงาน อสังหาริมทรัพย์และภาคธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสทีดีที่ธุรกิจรถกอล์ฟ&amp;nbsp; จะสามารถขยายฐานตลาดให้กว้างขวางมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันตลาดรถกอล์ฟเป็นที่ต้องการจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีหลากหลาย แบรนด์ที่ได้เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย อีกทั้งยังมีการนำเข้ารถกอล์ฟที่ประกอบในประเทศจีน เพื่อลดต้นทุนและสร้างความได้เปรียบทางการค้า เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศไทย แต่รถกอล์ฟภายใต้แบรนด์ยามาฮ่า นั้นเป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลกในผลิตภัณฑ์หลายๆ ด้าน เราจึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพและการบริการหลังการขาย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งและข้อได้เปรียบทางการค้า นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นในการออกแบบที่สวยงาม โดดเด่น ระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่ง ทนทาน แต่ยังคงให้ความนุ่มนวลในการใช้งาน ไม่แตกต่างจากการขับรถยนต์ ซึ่งยามาฮ่ามีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ โดยมีพื้นฐานจากรถยามาฮ่า เอทีวี ที่โด่งดังในต่างประเทศ จึงทำให้รถกอล์ฟยามาฮ่าสามารถตอบสนองการใช้งานของลูกค้าได้เป็นอย่างดีและด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมา แม้เราจะวางตำแหน่งรถไว้ในระดับสินค้าพรีเมี่ยมเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด แต่เราสามารถรับประกันได้ถึงความคุ้มค่าต่อการลงทุน เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจรถกอล์ฟ เราต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้สูงขึ้น จากเดิมที่อยู่ราว 8-10% ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;Drive to be No.1&amp;rdquo;&amp;nbsp; ครอบคลุมและตอบสนองการใช้งานของลูกค้าได้ในทุกเซ็กเม้นต์ ภายใน 3 ปี ต่อจากนี้โดยคาดการณ์ว่าส่วนแบ่งการตลาดรถกอล์ฟยามาฮ่า จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดขึ้นไปอีก&amp;nbsp; 15 - 20% และในปี พ.ศ. 2565 ยามาฮ่าหวังว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นที่ 1 ในตลาดได้ ทั้งนี้ทางบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จะเดินเกมรุกในด้านความหลากหลายของสินค้า รักษามาตรฐานคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการหลังการขายที่เป็นกันเองและรวดเร็วดังที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นเสมอมา &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11735</URL_LINK>
                <HASHTAG>thaipost, yamaha, ข่าวรถ, ยานยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถกอล์ฟ, ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b29d61c004b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออโต ซาลอน 2018 อิมพอร์ตรถแต่งจากญี่ปุ่น พร้อมกิจกรรมสุดมันส์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2018&amp;rdquo; มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรม พร้อมอุปกรณ์แต่งรถ ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ประกาศความพร้อมของการจัดงานครั้งที่ 6 ประจำปี 2561&amp;nbsp; ด้วยความสมบูรณ์ของการจัดงาน ทั้งรถยนต์ใหม่ รถแต่งสุดพิเศษที่เปิดจำหน่ายเต็มรูปแบบเป็นปีแรก ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ สินค้าประดับยนต์ ราคาโปรโมชั่นสุดเร้าใจมิดเยียร์เซลล์ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สุดคุ้ม สุดโดนใจ&amp;nbsp; เสริมทัพด้วยกิจกรรมความบันเทิงส่งตรงจากญี่ปุ่น พาเหรดสร้างความสนุกสนานประทับใจในบรรยากาศเฟสติวัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด เปิดเผยว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่างบริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด และบริษัท ซังเอ-โชโบ ประเทศญี่ปุ่น นับเป็นงานแสดงรถยนต์งานเดียวในประเทศไทยที่จัดขึ้นในรูปแบบของ &amp;ldquo;เทศกาลยานยนต์&amp;rdquo; ที่มีทั้งการจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์จากค่ายผู้ผลิตชั้นนำภายใต้โปรโมชั่นพิเศษส่งเสริมการขายขณะเดียวกันได้นำเอาบรรยากาศการจัดเช่นเดียวกับทาง &amp;ldquo;โตเกียว ออโต ซาลอน&amp;rdquo; ประเทศญี่ปุ่น อาทิ การนำสุดยอดรถแต่งแบบ &amp;ldquo;คัสตอม คาร์&amp;rdquo; จากประเทศญี่ปุ่นมาให้คนไทยได้ชม, การจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ตกแต่ง โมดิฟายยานยนต์ ในราคาพิเศษ รวมถึงการแสดงของศิลปิน, นักแสดง, เซเลป จากญี่ปุ่นและไทยมาร่วมสร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน สำหรับปีนี้งานได้ถูกกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม 2561 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี มีการจำหน่ายรถยนต์อย่างเต็มรูปแบบ ภายในงานมีค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยทุกค่ายต่างนำรถยนต์, รถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่นมาจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย ซึ่งเป็นแคมเปญพิเศษที่จะมีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp; นอกจากนั้นทางคณะผู้จัดงานยังได้เสริมทัพด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขาย&amp;nbsp; ซึ่งทุกโปรโมชั่นไม่เพียงจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายภายในงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการคืนกำไรให้กับผู้บริโภคอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา รองประธานจัดงานฯ เปิดเผยว่า จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เป็นไฮไลท์ช่วยกระตุ้นการซื้อรถด้วยแคมเปญ &amp;ldquo;ซื้อรถลุ้นรถ&amp;rdquo; ซึ่งเมื่อซื้อรถยนต์ภายในงานจะได้รับสิทธิ์ลุ้นรถแต่ง ซูซูกิ สวิฟท์ ออโต ซาลอน&amp;nbsp; อิดิชั่น ที่แต่งเป็นพิเศษขึ้นมาในงานนี้โดยเฉพาะ รวมทั้ง แคมเปญ &amp;ldquo;ลุ้นเที่ยวประเทศญี่ปุ่น&amp;rdquo; ด้วยกติกาซื้อบัตรเข้างาน รับสิทธิ์ลุ้นเที่ยวประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp; และ เมื่อซื้อ &amp;ldquo;สินค้าภายในงานครบ 1,000 บาท รับโชคลุ้นคูปองเงินสด&amp;rdquo; เพื่อนำไปซื้อสินค้าต่อในงานได้ทันที ฯลฯนอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp; จะได้รับสิทธิประโยชน์จากสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ แบบใหม่ ลดต้นลดดอก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป&amp;nbsp; คณะผู้จัดงานเชื่อว่าผู้บริโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะได้ความคุ้มค่าและข้อเสนอที่ดีที่สุดในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2018 ขณะที่รถแต่งและความบันเทิงจากญี่ปุ่นในปีนี้&amp;nbsp; ได้คัดรถที่เป็นสุดยอดในด้านต่างๆ ของเวที &amp;ldquo;โตเกียว ออโต ซาลอน 2018&amp;rdquo; ที่จะนำมาให้คนไทยเป็นแรงบันดาลใจ ได้รับความรู้ความเข้าใจในการแต่งรถ ควบคู่กับความบันเทิงหลากหลาย ตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11733</URL_LINK>
                <HASHTAG>auto saloon, ข่าวยานยนต์, ยานยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, ออโต้ซาลอน, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b29d58b95d7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
