<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จับมือ ABAC สร้างหลักสูตร Mini-MBA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุสรณ์ บุตรสุนทร ผู้อำนวยการ สถาบัน มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนาน เปิดเผยว่า MAT เป็นสถาบันพัฒนาความรู้และทักษะการค้าปลีกเกี่ยวกับยานยนต์ ที่ให้คุณมั่นใจได้กับหลากหลายหลักสูตร ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 20 ปี ในเครือบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด ด้วยความมุ่งหวังที่จะแบ่งปัน พัฒนาความรู้ และทักษะด้านการค้าปลีกเกี่ยวกับยานยนต์ให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อนำไปต่อยอดในการทำงานในบริษัทรถยนต์ชั้นนำ มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พัฒนาหลักสูตร Mini-MBA ซึ่งเกี่ยวกับ Automotive Dealer Management รองรับผู้ที่สนใจหรือปฏิบัติงานด้านธุรกิจค้าปลีกกับบริษัทรถยนต์ หรือผู้ประกอบการทางด้านยานยนต์ รวมถึงเป็นการสนองความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์อนุสรณ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์มีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตขึ้นมากในหลายด้าน ทั้งในส่วนของลูกค้า คู่ค้า หรือกระทั่ง คู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยียานยนต์ รวมถึงรูปแบบและฟังก์ชั่นการใช้งานของรถที่ถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องพยายามปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ นอกจากนั้น ผู้เรียนก็สามารถนำความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนกับอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้น ไปปรับใช้กับธุรกิจที่เกี่ยวกับยานยนต์ในด้านต่างๆ ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาของหลักสูตร Mini MBA in Automotive Dealer Management แบ่งเป็น 3 วิชาหลัก คือ Marketing Management (การจัดการด้านการตลาด), Operation Management (การจัดการด้านปฏิบัติการ) โดย 2 วิชานี้เรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก ส่วนวิชา Automotive Dealer Management (การบริหารผู้แทนจำหน่ายยานยนต์) เรียนที่สถาบัน มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ &amp;nbsp; &amp;nbsp; เทรนนิ่ง (ลาดพร้าว 112) ใช้เวลาเรียน 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.) ซึ่งทุกวิชาจะถูกถ่ายทอดโดยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในธุรกิจยานยนต์ ผู้เรียนจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความรู้ที่ถูกต้องจากประสบการณ์ตรงของผู้สอน พร้อมโอกาสไขข้อข้องใจ หรือปรึกษาปัญหาต่างๆ ที่เคยพบในธุรกิจยานยนต์ ปัจจุบันกำลังเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น สิ่งที่ทำให้ MAT เหนือกว่าศูนย์ฝึกอบรมทั่วไปก็คือ การมีหลักสูตรที่หลากหลาย โดยไม่จำกัดแค่รถยนต์ แต่รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร โดยเพิ่มความสามารถเฉพาะตัว เช่น การสอนภาษา การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การพัฒนาบุคลิกภาพ ไปจนถึงเทคนิคการบริหารทีมงาน สำหรับผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารในอนาคต เป็นต้น มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ หรือแมท เป็นศูนย์ฝึกอบรมมาตรฐาน ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากอาจารย์ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการรถยนต์ เน้นเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และการฝึกปฏิบัติจริง เมื่อเรียนจบ สามารถปฏิบัติงานในศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยพัฒนาความสามารถและเพิ่มศักยภาพให้กับบุคลากรขององค์กรและผู้สนใจ เพื่อนำไปต่อยอดในการทำงานในบริษัทรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ, ยานยนต์ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, อนุสรณ์ บุตรสุนทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aeef59e4c939.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2018 01:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 01:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีซูซุ เปิดตัวโฆษณา Digital Soundcheck ชุด “The Start” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มตรีเพชร โดย ปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับ โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ โดย สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Soundcheck ใหม่ล่าสุด ชุด &amp;ldquo;The Start&amp;rdquo; โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก &amp;ldquo;อเล็กซ์ เรนเดล&amp;rdquo; ร่วมพูดคุย พร้อมชมภาพยนตร์โฆษณา Digital Soundcheck ใหม่ล่าสุด ชุด &amp;ldquo;The Start&amp;rdquo; ร่วมกันเป็นครั้งแรก ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มตรีเพชรร่วมกับโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ จัดทำภาพยนตร์โฆษณา Digital Soundcheck &amp;nbsp; อย่างต่อเนื่อง ซึ่งชุดใหม่นี้นับเป็นเรื่องที่ 6 ชื่อชุดว่า &amp;ldquo;The Start&amp;rdquo; โดยมีไลฟ์สไตล์ปิกอัพเพื่อคนสายพันธุ์สปอร์ต &amp;ldquo;ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์&amp;rdquo;&amp;nbsp; แรงขีดสุด...เต็มสปีดพันธุ์เอ็กซ์ เป็นพระเอกของเรื่อง ที่มาร่วมสร้างสรรค์ช่วงเวลาสำคัญของวันธรรมดา ให้กลายเป็นค่ำคืนพิเศษที่ตื่นเต้นและเร้าใจ ด้วยรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในปรับโฉมใหม่ให้โฉบเฉี่ยว ทันสมัย โดดเด่นแบบรถสปอร์ต &amp;nbsp; มาพร้อมสมรรถนะอันยอดเยี่ยมและทรงพลัง ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ถ่ายทอดผ่านสื่อในโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ด้วยระบบภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบของโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเต็มอิ่มกับภาพและเสียงแบบทะลุมิติได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ มุ่งมั่นคัดสรรและมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกท่าน โดยเฉพาะเรื่องการนำนวัตกรรมระบบภาพและเสียงที่ดีที่สุดที่จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและชมภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอรรถรสในแบบที่ครบทุกมิติ และสมบูรณ์แบบที่สุด รวมถึงตอบโจทย์คู่ค้าในการเป็นช่องทางสื่อสารให้ถึงผู้บริโภคที่มาชมภาพยนตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ คอหนังสามารถชมภาพยนตร์โฆษณา Digital Soundcheck ชุด &amp;ldquo;The Start&amp;rdquo; ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ทุกสาขา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ข่าวรถไทยโพสต์, ยานยนต์ข่าวรถ, อีซูซุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae368f1263c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “มอเตอร์โชว์ 2018” โตตามเป้า ยอดจองรถ 3.6 หมื่นคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งาน &amp;ldquo;บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39&amp;rdquo; ประสบความสำเร็จ ผู้เข้าชม 1.62 ล้านคน ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์กวาดยอดจองไปได้ 42,499 คัน เผยเป็นงานแสดงยานยนต์ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดรถปี 2018 เติบโตได้ตามเป้า 9.2 แสนคัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 นับเป็นอีกครั้งของการจัดงานที่ประสบความสำเร็จในทุกด้าน ทั้งจำนวนบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์ที่เข้าร่วมงาน ซึ่งทุกค่ายต่างนำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาร่วมจัดแสดงอย่างคับคั่ง จำนวนผู้เข้าชมงานจากการเก็บรวบรวมสถิติพบว่า มีตัวเลขอยู่ที่ 1.62 ล้านคน ด้านของยอดจองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เกิดขึ้นภายในงาน มียอดรวมทั้งสิ้น 42,499 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์ 36,587 คัน เติบโตขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา ขณะที่รถจักรยานยนต์มียอดจองในปีนี้ 5,912 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ในปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก โดยทางค่ายฟอมม์แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งทำการเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าเป็นครั้งแรกภายในงานสามารถสร้างยอดจองได้ถึง 354 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการรวบรวมตัวเลขยอดจองภายในงาน โตโยต้า มียอดจองมากที่สุดอยู่ที่ 5,689 คัน, อันดับที่ 2 ฮอนด้า 5,133 คัน อันดับที่ 3 มาสด้า 5,021 คัน&amp;nbsp; อันดับ 4 อีซูซุ 3,920 คัน และอันดับ 5 เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2,297 คัน ขณะที่ตลาดรถหรูยังคงเป็นเซ็กเมนต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน ส่วนในกลุ่มรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า มียอดจองมากที่สุด 2,628 คัน, อันดับ 2 ยามาฮ่า 737 คัน และอันดับ 3 คาวาซากิ 554 คัน จากยอดจองภายในงานครั้งนี้พบว่า ผลจากการเริ่มทยอยปลดล็อกรถยนต์คันแรก รวมถึงภาคการเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวไปในทางที่ดี ทำให้สถานการณ์ของตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ส่งผลให้กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงรถเพื่อการพาณิชย์ ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภค แม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยในการใช้ของรถเพื่อการพาณิชย์ก็ตาม แต่รถยนต์ในกลุ่มนี้ก็ยังคงได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานอย่างมาก โดยมีสัดส่วนยอดจองอยู่ที่ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ของยอดจองในปีนี้ ทางด้านรถในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดกลาง และรถยนต์หรูสัญชาติตะวันตกได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมากเช่นกัน เนื่องจากรถยนต์ในกลุ่มนี้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาจากหลายบริษัท โดยเฉพาะรถประเภทเอสยูวีที่เริ่มมีทิศทางการเติบโตตามความต้องการของตลาดมากขึ้น ขณะที่รถไฟฟ้าที่เข้ามาแสดงภายในงานในปีนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก จึงทำให้รถประเภทนี้เป็นทางเลือกของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากดูจากการสนับสนุนจากภาครัฐที่เกี่ยวเนื่องกับรถไฟฟ้าก็น่าจะทำให้ตลาดรถในกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นงานจัดแสดงรถยนต์งานหนึ่งของประเทศที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ให้มีการเติบโต เพราะนอกจากจะเป็นการเข้ามากระตุ้นตลาดในช่วงโลว์ซีซั่นแล้ว ตัวเลขการขายยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้จบอยู่เพียงภายในงานเท่านั้น นั่นเพราะรายชื่อผู้เข้าเยี่ยมชมในแต่ละบูธที่บรรดาที่ปรึกษาการขายรวบรวมมาได้ ยังใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อไปต่อยอดในการขายในอนาคตได้อีกด้วย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6917</URL_LINK>
                <HASHTAG>motorshow, thaipost, ข่าวไทยโพสต์, จาตุรนต์ โกมลมิศร์, บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์, มอเตอร์โชว์, ยอดขาย, ยานยนต์ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd8f31e7d4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โตโยต้า จับมือ ททท. จัดโครงการ “เที่ยวเมืองรองกับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลินท์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;สารสิน ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว &amp;ldquo;พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยใน 55 จังหวัดเมืองรองของประเทศ ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด&amp;rdquo; ผ่านกิจกรรม &amp;ldquo;เที่ยวเมืองรองกับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองรอง ภายใต้ โครงการ Amazing Thailand Go Local เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต&amp;nbsp; พร้อมร่วมสร้างการเติบโตด้านเศรษฐกิจ ผ่านการกระจายรายได้ไปยังชุมชนท้องถิ่น อันเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 55 ปีที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยมีนโยบายที่จะขับเคลื่อนความสุข สู่สังคมไทย และตอบสนองนโยบายสำคัญของภาครัฐมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; สำหรับกิจกรรมในวันนี้ โตโยต้า มีความยินดีที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกครั้ง&amp;nbsp; กับกิจกรรม &amp;ldquo;Go Local by REVO ROCCO ท่องเที่ยวเมืองรอง กับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่&amp;rdquo; ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Go Local เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต โดยประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้คนไทย ทราบถึงแหล่งท่องเที่ยว ใน 55 จังหวัดเมืองรอง ที่ยังมีความสวยงามและให้ทุกคนไปเยือน เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและการกระจายรายได้ไปยังชุมชนในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรม &amp;ldquo;Go Local by REVO ROCCO ท่องเที่ยวเมืองรอง กับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่&amp;rdquo; ครั้งนี้ โตโยต้า จะช่วยในการประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเมืองรอง ผ่านภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งได้เลือกสถานที่การถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณา รถไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ ณ หินสามวาฬ แห่งป่าภูสิงห์ จังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว 55 จังหวัดเมืองรอง และเริ่มประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัดเมืองรองมากยิ่งขึ้น โตโยต้าจึงได้จัดกิจกรรมคาราวานส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง 5 เส้นทาง เพื่อพาท่านไปพบกับแหล่งท่องเที่ยว ที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง พร้อมกิจกรรมพิเศษร่วมกับชุมชนเพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ใน 5 เส้นทางดังกล่าวอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์หนังสือ &amp;ldquo; เที่ยวเมืองรอง กับไฮลักซ์&amp;nbsp; รีโว่ ร็อคโค่&amp;rdquo; จำนวน 70,000 เล่ม ที่ได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด พร้อมทั้งวิธีการเดินทาง หมายเลขโทรศัพท์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อรับได้จาก สำนักงานการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค และจากโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั้ง 473 แห่งทั่วประเทศ ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ ชวนคุณเปิดโลกการท่องเที่ยว 5 ทริปทั่วไทย ภาคใต้ 11-13 พฤษภาคม 2561 ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี &amp;ndash; สระแก้ว &amp;ndash; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; 8 - 10 มิถุนายน 2561 ภาคกลาง&amp;nbsp; จังหวัดสุพรรณบุรี &amp;ndash; ชัยนาท &amp;ndash; อ่างทอง 24 - 26 สิงหาคม 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; จังหวัดหนองคาย &amp;ndash; บึงกาฬ&amp;nbsp; 26 - 28 ตุลาคม 2561&amp;nbsp; ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย &amp;ndash; แพร่ &amp;ndash; น่าน&amp;nbsp; 14 &amp;ndash; 16 ธันวาคม 2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6732</URL_LINK>
                <HASHTAG>thaipost, toyota., ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, ททท., ยานยนต์, ยานยนต์ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaf1836e073.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน ตั้งเป้าขายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 1 ล้านคันภายในปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;นิสสัน มอเตอร์ ประกาศถึงแผนการเพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมเพิ่มขีดความสามารถด้านการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ เร่งการพัฒนาระบบเชื่อมต่อสำหรับรถยนต์ ตามแผนงานระยะกลางของบริษัท หรือ Nissan M.O.V.E. to 2022 หนึ่งในเป้าหมายของนิสสันคือ การจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจำนวน 1 ล้านคัน&amp;nbsp; ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และแบบระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบอี-เพาเวอร์ ภายในปีงบประมาณ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) แผนงานระยะกลางของบริษัทฯ หรือ Nissan M.O.V.E. to 2022 มีเป้าหมายดังนี้ พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ทั้งหมด 8 รุ่น เพื่อต่อยอดความสำเร็จของนิสสัน ลีฟ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ใหม่ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรุกตลาดของประเทศจีนภายใต้แบรนด์ที่แตกต่างกัน แนะนำ &amp;ldquo;รถยนต์ขนาดเล็ก หรือ เคย์คาร์ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับตลาดญี่ปุ่น นำเสนอรถยนต์แบบครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดโลก ที่พัฒนาจากรถยยนต์ต้นแบบ นิสสัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไอเอ็มเอ็กซ์ คอนเซ็ปต์ เริ่มเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรด์อินฟินิตี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ค.ส. 2021) เป็นต้นไป ติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติในรถยนต์ 20 รุ่น สำหรับ 20 ตลาด ขยายการเชื่อมต่อให้สมบูรณ์ 100% สำหรับรถยนต์นิสสัน รุ่นใหม่ อินฟินิตี และดัทสัน สำหรับตลาดหลักภายในแผนแผนงานระยะกลางนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ฟิลลิปเป ไคลน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวางแผนธุรกิจ เปิดเผยว่า กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีของเรามุ่งเน้นสร้างจุดยืนให้นิสสันเป็นผู้นำวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีรถยนต์ และเปลี่ยนวิวัฒนาการในการดำเนินธุรกิจ เรามุ่งมั่นนำเสนอนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ภายใต้หลักการสำคัญ 3 ด้านคือ ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า การขับขี่อัตโนมัติ และการเชื่อมต่อและการบริการเพื่อการเดินทางรูปแบบใหม่ ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าคือการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มซี-เซกเมนท์ โดยพัฒนาต่อยอดจากนิสสันลีฟ ใหม่ นำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยร่วมมือกับบริษัทร่วมทุนของกลุ่มพันธมิตรที่มีชื่อว่า อีจีที นิว เอเนอร์จี้ ออโตโมทีฟ และรถเอนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า ในกลุ่ม เอ-เซกเมนท์ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้นั้นเปจะพัฒนาร่วมกับกลุ่มพันธมิตร และ กลุ่มของตงฟง มอเตอร์ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาต่อยอดเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอีกสองรุ่นภายใต้แบรนด์เวนูเซีย นิสสันยังจะเดินหน้าขยายเทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ ซึ่งปัจจุบันนำเสนอไว้ในรถยนต์นิสสัน โน๊ต และนิสสัน เซเรน่า ในประเทศญี่ปุ่น นิสสัน โน๊ต อี-เพาเวอร์ มียอดขายมากกว่า 129,000 คัน ในปีแรกที่ออกจำหน่ายในญี่ปุ่น โดยลูกค้ามากกว่า 2 ใน 3 เลือกใช้รุ่นอี-เพาเวอร์มากกว่ารุ่นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;นิสสันคาดการณ์ว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ใช้ระบบอี-เพาเวอร์ จะมียอดขายคิดเป็นสัดส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่นและยุโรปภายในปี พ.ศ. 2565 และเพิ่มขึ้นเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2568 โดยคาดการณ์ว่ายอดขายในสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่ประมาณ 20 - 30 เปอร์เซ็นต์ ในปี พ.ศ. 2568 ขณะที่ยอดขายในจีนอยู่ที่ 35 &amp;ndash; 40% อินฟินิตีนำระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้ามาใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบหรือรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564&amp;nbsp; โดยภายในปี พ.ศ. 2568 ที่จะถึง อินฟินิตีคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 50 เปอร์เซ็นต์ ของยอดขายทั่วโลก สำหรับกลยุทธ์ด้านระบบขับขี่อัตโนมัติ นิสสันประกาศแผนงานติดตั้งเทคโนโลยี ProPILOT ในรถยนต์ 20 รุ่นใน 20 ตลาดภายในปี พ.ศ. 2565 บริษัทฯ คาดว่ารถยนต์ที่ติดตั้งเทคโนโลยี ProPILOT จะมียอดขาย 1 ล้านคันภายในปี พ.ศ. 2565 หลังจากนั้นจะมีการยกระดับเทคโนโลยี ProPILOT ให้สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติบนถนนหลวงที่มีหลายช่องจราจรและสามารถจัดการในเรื่องจุดหมายปลายทางได้ คุณสมบัติใหม่ของเทคโนโลยีนี้จะถูกแนะนำเป็นโครงการนำร่องในญี่ปุ่นภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6731</URL_LINK>
                <HASHTAG>nissan, thaipost, ข่าวยานยนต์, นวัตกรรม, นิสสัน, ฟิลลิปเป ไคลน์, ยานยนต์, ยานยนต์ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถไฟฟ้า, อีเพาเวอร์, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaf0bc4eb13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชลล์ เปิดตัวแคมเปญสร้างความปลอดภัยทางถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด นำโดย อรรถ เหมวิจิตรพันธ์ รองประธานกรรมการ และ อรอุทัย ณ เชียงใหม่&amp;nbsp; กรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนด้วยการเปิดตัวแคมเปญ &amp;ldquo;คุณปลอดภัย ทุกคนปลอดภัย ร่วมใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; โดยความร่วมมือระหว่างเชลล์ ภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายประชาสังคม และองค์กรอิสระ เพื่อสนับสนุนให้ท้องถนนไทยมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืนและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน แคมเปญดังกล่าวมีแผนดำเนินงานเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่พ.ศ. 2561 &amp;ndash; พ.ศ. 2563 พร้อมประกาศความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนสถานีบริการน้ำมันเชลล์ให้เป็นจุดรณรงค์ความปลอดภัยและปลอดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่การจราจรหนาแน่นเป็นพิเศษ โดยบริการพิเศษที่เชลล์จัดเตรียมไว้ให้ลูกค้าที่เข้ารับบริการในสถานีบริการน้ำมันเชลล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีดังนี้ ก่อนการเดินทาง ฟรี ประกันภัยอุบัติเหตุ ระยะเวลาคุ้มครอง 10 วัน เมื่อซื้อหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เชลล์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮลิกส์ ตรวจเช็คสภาพรถ 10 จุด ฟรี ที่ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เชลล์ เฮลิกส์ พลัส พิเศษ สำหรับสมาชิก เชลล์ คลับสมาร์ท รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง ฟรี ระหว่างการเดินทาง ดูแลความพร้อมของทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ด้วยน้ำยาเคลือบกระจก &amp;ldquo;น้องถังเสี่ยงทาย&amp;rdquo; ที่มาพร้อมคำทำนายเตือนให้ผู้ขับขี่ร่วมใช้ท้องถนนอย่างระมัดระวัง เครื่องดื่มแจกฟรี ณ สถานีบริการน้ำมันเชลล์ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6730</URL_LINK>
                <HASHTAG>shell, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ข่าวรถไทยโพสต์, ยานยนต์, ยานยนต์ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, สงกรานต์., เชลล์, แคมเปญ, โปรโมชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaeef916bf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาลเท็กซ์ เปิดแคมเปญ “COMMAND TRUE POWER: พลังเพื่อการปกป้องที่แท้จริง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;ผ่านพ้นไปกับงานเปิดตัวกิจกรรมพิเศษ ภายใต้แคมเปญการตลาด &amp;ldquo;COMMAND TRUE POWER: พลังเพื่อการปกป้องที่แท้จริง&amp;rdquo; โดย บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์น้ำมันเครื่องคาลเท็กซ์ ฮาโวลีน, คาลเท็กซ์ เดโล่, และผลิตภัณฑ์เทครอนสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล ร่วมกับอภิมหาภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แอคชั่นแอดเวนเจอร์ สุดยิ่งใหญ่แห่งปี อเวนเจอร์ส: อินฟินิตี้ วอร์ มหาสงครามล้างจักรวาล Avengers: Infinity War ณ ลานกิจกรรม ศูนย์การค้าสยาม สแควร์วัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานเปิดตัวแคมเปญ &amp;ldquo;COMMAND TRUE POWER: พลังเพื่อการปกป้องที่แท้จริง&amp;rdquo; จัดขึ้นในบรรยากาศคึกคัก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับหนุ่มสาวออฟฟิศ และน้องๆ วัยทีนที่มาร่วมชมงานกันอย่างล้นหลาม พร้อมความสนุกสนานจากกิจกรรมภายในงานโดย สันติศักดิ์ ไทยพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไปธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นประเทศไทย บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้แคมเปญ &amp;ldquo;COMMAND TRUE POWER: พลังเพื่อการปกป้องที่แท้จริง&amp;rdquo; โดยความร่วมมือระหว่างผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องคาลเท็กซ์ และภาพยนตร์ อเวนเจอร์ส: อินฟินิตี้ วอร์ มหาสงครามล้างจักรวาล Avengers: Infinity War ซึ่งเหล่าอเวนเจอร์ส ซูเปอร์ฮีโร่ที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์ และคอยปกป้องโลกจากภัยอันตรายครั้งใหญ่นี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีทั้งความแข็งแกร่งและทรงพลัง พร้อมต่อสู้กับพลังร้าย ซึ่งสามารถสะท้อนให้ผู้บริโภคเห็นถึง คาแร็กเตอร์ของแบรนด์คาลเท็กซ์ หรือคุณภาพอันโดดเด่นของแต่ละผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องแต่ละชนิดที่พัฒนามาเพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถเลือกใช้เพื่อเสริมพลัง และการปกป้องให้กับเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งความแข็งแรง ความทนทาน และประสิทธิภาพ โดยวัตถุประสงค์ของแคมเปญในครั้งนี้ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการคืนกำไรให้ผู้บริโภค ผ่านประสบการณ์ความสุข และบันเทิงในรูปแบบของกิจกรรมการตลาด และของที่ระลึกลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์ที่แถมฟรีในกล่องกิฟเซ็ตให้ได้เลือกสะสมกัน โดยบริษัทฯเตรียมแผนการเชิญชวนผู้บริโภคทั่วไทยร่วมสนุกผ่านการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าแคมเปญ &amp;ldquo;COMMAND TRUE POWER: พลังเพื่อการปกป้องที่แท้จริง&amp;rdquo;จะได้รับการตอบรับเข้าร่วมจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;แคมเปญ &amp;ldquo;COMMAND TRUE POWER: พลังเพื่อการปกป้องที่แท้จริง&amp;rdquo; ครั้งนี้ ผู้บริโภคทั่วไทยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ทั้งน้ำมันเครื่องคาลเท็กซ์ ฮาโวลีน, คาลเท็กซ์ เดโล่ และผลิตภัณฑ์เทครอนสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล รับทันทีกระเป๋าเป้, เสื้อโปโล, เสื้อยืด หรือ แก้วน้ำ ลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์ (ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทที่ร่วมรายการ) ที่บรรจุในกล่องกิฟเซ็ตดีไซน์สุดเก๋ นอกจากนี้ยังสามารถแลกรับฟรีบัตรชมภาพยนตร์เพียงนำสติ๊กเกอร์สีเงินที่ปิดฝากล่องกิฟเซ็ตผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องคาลเท็กซ์ ฮาโวลีน, คาลเท็กซ์ เดโล่ และผลิตภัณฑ์เทครอนสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล ที่ร่วมรายการมาแลกรับบัตรชมภาพยนตร์ที่นั่งปกติ 1 ที่นั่ง ที่โรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์&amp;nbsp; ทุกสาขาทั่วประเทศ (จำนวนจำกัด 2,500 ใบ) โดยผู้บริโภคสามารถเริ่มแลกได้ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 31 พฤษภาคม ศกนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมกิจกรรม ขบวนคาราวานสัญจร ไปยังสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ทั่วกรุงเพื่อสร้างการรับรู้ และเชิญชวนผู้บริโภคร่วมสนุกในแคมเปญตลอดเดือนเมษายนนี้ อีกทั้งยังร่วมออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพพร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2018 (Motor Show 2018) ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม &amp;ndash; 8 เมษายน ศกนี้ ที่ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6511</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ข่าวไทยโพสต์, คาลเท็กซ์, ดีเซล, น้ำมัน, ยานยนต์ข่าวรถ, เชฟรอน, เบนซิน, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac58f8a31cb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
