<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมสร้างอาคารผู้ป่วย โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม &amp;ldquo;มิตซูบิชิ ราชา จังหวัดชลบุรี โดยนำเงินจากการจัดกิจกรรม 500,000 บาท มอบให้โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อสมทบทุนการก่อสร้างอาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี ซึ่งเป็นอาคารผู้ป่วยรวมขนาดใหญ่ที่จะให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนอย่างครบครัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ยาซุฮิสะ ยามาโมโตะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต และสรรหาชิ้นส่วนและวัตถุดิบ พร้อมด้วย เอกอธิ รัตนอารี กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายในประเทศและบริการหลังการขาย และ โทโมะโนริ ทานากะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารองค์กรและธุรกิจต่างประเทศ เป็นตัวแทน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และนักวิ่งที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ มอบเงินบริจาคให้แก่ นายแพทย์วิชาญ ลือสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ด้วยวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;สรรค์สร้าง เคียงข้างสังคมไทย&amp;rdquo; มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสังคมไทยอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการต่างๆ และหนึ่งในโครงการเหล่านั้น ได้แก่ กิจกรรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส วิ่งการกุศล ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันในปีนี้ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปที่ได้เข้าร่วมการวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และฟันรัน 5 กิโลเมตร รวมจำนวนราว 4,700 คน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46931</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, ร่วมสร้างอาคารผู้ป่วย โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d9185b83ff09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“Give a Loving Hand” ส่งมอบความรักไปกับบริดจสโตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;เมื่อเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา บริดจสโตน แบรนด์ยางรถยนต์ระดับโลก ได้เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์ในประเทศไทย ที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;Give a Loving Hand &amp;ndash; ส่งมอบความรักไปกับ #ยางที่คุณเชื่อมือ&amp;rdquo; โดยนำเสนอแนวคิดหลักในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค สร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีคุณภาพและเหมาะสม นำมาซึ่งความปลอดภัยในทุกการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;ldquo;ยางรถยนต์&amp;rdquo; เป็นเพียงส่วนเดียวของรถยนต์ที่สัมผัสกับพื้นถนน และบริเวณพื้นที่ที่สัมผัสนั้นก็มีขนาดเพียงแค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้น จึงกล่าวได้ว่า ในทุกการเดินทาง ทุกชีวิตฝากไว้กับพื้นที่เล็กๆ นี้ ดังนั้นการเลือกยางรถยนต์ที่มีคุณภาพก็เปรียบเสมือนกับการส่งต่อ &amp;ldquo;ความรักและความปลอดภัย&amp;rdquo; ให้กับคุณและคนที่คุณรักไปกับยาง บริดจสโตน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;บริดจสโตน นำเสนอวิดีโอโฆษณา &amp;ldquo;Give a Loving Hand&amp;rdquo; ที่ซึ้งกินใจ ให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความสำคัญและใส่ใจในการเลือกใช้ยางรถยนต์ โดยได้เปรียบเทียบให้เห็นถึงความสำคัญเพียงขนาดเท่าฝ่ามือเล็กๆ ของยางรถยนต์ที่สัมผัสกับพื้นถนน เป็นเพียงสิ่งเดียวที่คอยประคองรถ ให้สามารถวิ่งบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย เสมือนกับความรักความห่วงใยของพ่อที่มอบให้ลูก แม้เวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน พ่อก็ยังคอยโอบอุ้มดูแลลูกน้อยตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ และเมื่อลูกต้องออกไปใช้ชีวิตของตนเอง มีครอบครัว พ่อก็ยังคงมอบสิ่งที่ดีทีสุดให้กับครอบครัวของลูกด้วยบริดจสโตน &amp;ldquo;ยางที่คุณเชื่อมือ&amp;rdquo;  และสำหรับในเดือนแห่งความรักนี้ บริดจสโตนขอมอบโปรโมชั่น &amp;ldquo;ส่งมอบความรักไปกับ #ยางที่คุณเชื่อมือ&amp;rdquo; เพียงคุณถ่ายรูป &amp;ldquo;มือของคุณกับคนหรือสิ่งของที่คุณรัก&amp;rdquo; โพสต์บนเฟซบุ๊คหรืออินสตาแกรม พร้อมติดแฮชแท็ก #GiveALovingHand #ยางที่คุณเชื่อมือ #BridgestoneThailand ตั้งค่าเป็นสาธารณะ แล้วนำไปแสดง ที่ศูนย์บริการค็อกพิท, ออโต้บอย และ A.C.T. ทุกสาขา รับทันทีส่วนลด 10% สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29363</URL_LINK>
                <HASHTAG>Give a Loving Hand, ข่าวรถ, ข่าวรถไทยโพสต์, ทดลองขับ, บริดจสโตน, ยาง., ยางที่คุณเชื่อมือ, ยางรถยนต์, ยานยนต์ไทยยนต์, รีวิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb16b250d57b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อัลฟ่าส์” น้ำมันเกียร์จากญี่ปุ่น ชวนดูแลรถใส่ใจป้องกันเกียร์พัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรพงษ์ นิลเจิดสิริ ผู้จัดการทั่วไป แผนกการตลาด ออโต้ บิสซิเนส คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ALPHA&amp;rsquo;S ผลิตภัณฑ์น้ำมันเกียร์อัตโนมัติเกรดพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น จับมือ อาคเนย์ กิจตั้งจรัส ผู้จัดการศูนย์บริการรถยนต์ Energy Reform ราชพฤกษ์ จัดเวิร์คชอป &amp;ldquo;&amp;lsquo;อัลฟ่าส์ซัง&amp;rsquo; ชวนก๊วนคนรักรถ ดูแลรถ ดูแลเกียร์ ใจไม่เพลีย เกียร์ไม่พัง&amp;rdquo; ให้ความรู้การดูแลเกียร์รถยนต์อัตโนมัติ เพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันปัญหาเกียร์พัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ALPHA&amp;rsquo;S น้ำมันเกียร์อัตโนมัติเกรดพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ บริษัท ออโต้ บิสซิเนส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผุดแคมเปญรณรงค์ผู้บริโภคให้ตื่นตัวดูแลเกียร์อย่างถูกวิธี ป้องกันเกียร์พังก่อน และยืดอายุการใช้งานของเกียร์ กับกิจกรรมเวิร์คชอป &amp;ldquo;&amp;lsquo;อัลฟ่าส์ซัง&amp;rsquo; ชวนก๊วนคนรักรถ ดูแลรถ ดูแลเกียร์ ใจไม่เพลีย เกียร์ไม่พัง&amp;rdquo; ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเกียร์รถยนต์อัตโนมัติ พร้อมสังเกตอาการผิดปกติของรถยนต์และความสำคัญของพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์เกียร์อัตโนมัติที่ถูกต้อง เพื่อยืดอายุเกียร์รถยนต์อัตโนมัติ ป้องกันปัญหาเกียร์พัง ยกเกียร์ลูกใหม่ราคาหลักแสน จับมือ Energy Reform ราชพฤกษ์ ร่วมรณรงค์ดูแลรถ ดูแลเกียร์ จากกระแสปัญหาเกียร์พังในผู้บริโภคบางกลุ่ม เนื่องจากไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์เพราะเข้าใจว่าไม่ต้องเปลี่ยนตลอดอายุการใช้งานตามที่แบรนด์รถระบุ แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมของการขับขี่จริงที่แตกต่างกัน มีผลต่อระบบการทำงานภายในห้องเกียร์ ก่อให้เกิดปัญหาเกียร์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร เสียเงินค่าซ่อมหลักหมื่นหลักแสนบาทภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ทั้งที่ ตามปกติแล้วเกียร์อัตโนมัติ หากใช้งานทั่วไปตามปกติ มีอายุการใช้งานได้ถึง 10-20 ปี หรือมากกว่า 300,000 กิโลเมตร อีกทั้ง หลายท่านอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าเกียร์อัตโนมัติมีอายุการใช้งานจำกัด ต้องดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกวิธี เพื่อยืดอายุการใช้งานในระยะยาว โดยผลการสำรวจพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์เกียร์อัตโนมัติจากกลุ่มตัวอย่าง* พบว่า กว่า 70% ของผู้ใช้รถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ไม่ทราบว่าพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของตนเป็นพฤติกรรมที่ผิด ส่งผลให้เกียร์พังก่อนอายุการใช้งาน อีกทั้งยังไม่ทราบว่ารถของตนมีอาการผิดปกติ เริ่มมีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการอย่างไรที่ส่อเค้าเกียร์รถมีปัญหา เบื้องต้นสังเกตได้จากเสียง, สัมผัสการสั่นสะเทือนของรถ หรือแม้แต่สมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ที่ผิดแปลกออกไปจากเดิม เกียร์รถที่ก็เช่นเดียวกัน อาทิ เมื่อสตาร์ทรถในช่วงเช้า นับ 1-10 รถยังไม่วิ่ง หรือรอบเครื่องรถเร่งขึ้นสูง แต่รถไม่สามารถออกตัวได้ เหล่านี้อาจเป็นปัญหา &amp;quot;เกียร์ลื่น&amp;quot;, &amp;ldquo;เกียร์กระตุก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เกียร์กระชาก&amp;rdquo; ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยเฉพาะขณะขับขี่ พยายามเร่งแซง แต่รถไม่มีกำลังส่ง ทำให้เหยียบแซงไม่พ้น เกิดอุบัติเหตุประสานงา หรือบางกรณีถอยรถเข้าบ้านหรือออกตัว เมื่อรถไม่ไป จึงออกแรงกดคันเร่งเต็มที่ เมื่อมีแรงส่งจากเกียร์ที่เริ่มทำงานช้า ทำให้รถพุ่งชน ตัวอย่างอาการเหล่านี้ หากยังละเลย ขาดการดูแล สะสมปัญหาจนสุดท้าย อาจถึงขั้นผ่าเกียร์โอเวอร์ฮอล ไล่เช็คทั้งระบบ หนักที่สุดคือการเสียเงินแสนเปลี่ยนเกียร์ใหม่ ต้องดูแลอย่างไรให้รถใช้ได้เป็น 10 ปี แต่เกียร์ยังสภาพดี &amp;ldquo;ถนอมรถ ถนอมเกียร์ ขับขี่ถูกวิธี ดูแลสม่ำเสมอ&amp;rdquo; ไม่ว่าจะเป็นการไม่คิกดาวน์ หรือเชนเกียร์บ่อยเกินความจำเป็น เจอทางลาดต้องใช้เบรกมือช่วย เพื่อเบาแรงสลักเกียร์ หมั่นเข้าเกียร์ N เมื่อรถติดนาน ๆ อีกทั้งไม่ขับลากเกียร์และเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็ว รวมถึงไม่เปลี่ยนเกียร์จาก D ไป R เร็วเกินไป โดยก่อนจะเข้าเกียร์ต้องเหยียบเบรกก่อนเสมอ และไม่ถอยหลังแล้วเดินหน้าทันที เพราะจะทำให้เกิดแรงที่หมุนสวนทางกันอย่างรุนแรง ซึ่งการขับขี่รถอย่างถูกวิธีนั้นมีส่วนช่วยลดความเสียหายต่อชุดเกียร์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การถนอมเกียร์วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ ที่ได้ &amp;ldquo;เกรด&amp;rdquo; และ &amp;quot;มาตรฐาน&amp;quot; รองรับการใช้งานของระบบเกียร์รถ และต้องดู &amp;ldquo;เบอร์น้ำมันเกียร์ให้ตรงกับคู่มือรถ หรือเลือกน้ำมันเกียร์ที่ทดแทนน้ำมันเกียร์เดิมของรถได้&amp;quot; (บางกรณีสามารถเช็คเบอร์น้ำมันเกียร์ได้จากก้านวัดน้ำมันเกียร์ที่มีสลักไว้) โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เฉพาะให้ตรงกับยี่ห้อรถยนต์ก็ได้ และแนะนำให้เปลี่ยนทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปี เพื่อประสิทธิภาพที่ดี โดยปกติอายุของน้ำมันเกียร์ทุกยี่ห้อ มีกำหนดไว้ที่ระยะครบ 40,000 กิโลเมตร ดังนั้น ศูนย์รถแต่ละยี่ห้อ จึงแนะนำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ทุก 40,000 กิโลเมตร แต่ด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัด การขับขี่จะต้องมีการเปลี่ยนเกียร์ที่มากกว่าปกติ เกียร์ทำงานเยอะขึ้น การสึกหรอมากขึ้น ก่อให้เกิดผงคลัทช์, เศษเหล็กหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ไปปะปนกับน้ำมันเกียร์ ทำให้น้ำมันเกียร์มีประสิทธิภาพและคุณสมบัติลดลง การสังเกตคุณภาพของน้ำมันเกียร์ ดูได้จากสี ความใส ฟองน้ำมันและตะกอนที่ปะปนมากับน้ำมัน ซึ่งสามารถตรวจดูได้พร้อมกันกับตอนที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์มี 2 แบบ ได้แก่ 1.การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์แบบปกติ ใช้วิธีขันน็อตถ่าย 2.แบบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ทั้งระบบ หรือเรียกว่า &amp;ldquo;การฟอกเกียร์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เปลี่ยนถ่ายทั้งระบบ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ฟลัชชิ่งเกียร์&amp;rdquo; สำหรับอู่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจนได้รับเลือกเป็น ALPHA&amp;rsquo;S Partner จะมีบริการเครื่องฟอกเกียร์ที่มีระบบตรวจวัดและเปรียบเทียบแสดงให้เห็นถึงน้ำมันเกียร์เก่าและน้ำมันเกียร์ใหม่เปรียบเทียบ อีกทั้งยังเป็นเครื่องฟอกเกียร์รุ่นใหม่ที่สามารถฟอกเกียร์ CVT ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ยังมีการจัดเวิร์คชอป พร้อมศึกษาวิธีดูแลรักษารถรักษาเกียร์เพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องรถกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิครถยนต์และเกียร์โดยเฉพาะ พร้อมลุ้นรับสิทธิ์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ฟรี! กับแคมเปญเวิร์คชอป &amp;ldquo;&amp;lsquo;อัลฟ่าส์ซัง&amp;rsquo; ชวนก๊วนคนรักรถ ดูแลรถ ดูแลเกียร์ ใจไม่เพลีย เกียร์ไม่พัง&amp;rdquo; สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ https://goo.gl/forms/i6HgOrNKpjXtIe5A2 รับสิทธิ์จำนวนจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ALPHA’S, motoring, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, น้ำมันเกียร์, ฟลัชชิ่งเกียร์, ยานยนต์ไทยยนต์, อัลฟ่าส์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcf59470e8ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดประสบการณ์ใหม่สุดเร้าใจ กับ อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ เอ็กซ์-สไตล์ เพรส ทริป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พาสื่อมวลชนเปิดประสบการณ์ใหม่สุดเร้าใจใน 1 วัน กับ &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ขีดสุดของสมรรถนะกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ตอบสนองแนวคิด &amp;ldquo;The X-Spirit Outburst&amp;rdquo; แรงสุดขีด...เต็มสปีดพันธุ์เอ็กซ์ กับกิจกรรม &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ เอ็กซ์-สไตล์ เพรส ทริป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;nbsp; เพื่อคนสายพันธุ์สปอร์ต ภายนอกโดดเด่น สะกดทุกสายตา พร้อมความสปอร์ตเหนือชั้นด้วยดีไซน์ภายในสีดำ-แดง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับ &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; รุ่น Speed เพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณ&amp;nbsp; เรซซิ่งให้แรงถึงขีดสุด สู่อีกระดับของขุมพลังสปอร์ตที่ไร้ขีดจำกัด และ &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; รุ่น Hi-Lander เท่อย่างมีสไตล์ผสานกับความหรูหรา สะท้อนตัวตนแบบสปอร์ตพรีเมี่ยมอย่างลงตัว โดยเริ่มออกสตาร์ทจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด สู่จุดหมายแรก ที่ LINE VILLAGE The Digital Adventure สวนสนุกในร่มแห่งแรกของโลกไลน์เฟรนด์ ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ด้านในมีการตกแต่งห้องต่าง ๆ&amp;nbsp; ให้เป็นสถานที่สำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป และเล่นเกมส์ในระบบดิจิตอลที่กระจายอยู่ตามโซนต่าง ๆ โดยมี ไฮไลท์อยู่ที่ 6 บ้านของ Line Character สุดฮิต ได้แก่ ห้อง Brown, Cony, Moon, James, Boss และซุปตาร์ตัวใหม่ของครอบครัว ได้แก่ Choco น้องสาวแท้ ๆ ของ Brown&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากสนุกกับโลกของไลน์เฟรนด์กันแล้ว ก็ได้เวลาเช็คอินกันที่ร้าน JJANG Authentic Korean Cuisine (จาง ออเทนติก โคเรียน คูซีน) ร้านอาหารเกาหลี ที่สยามสแควร์ บรรยากาศของร้านได้รับการตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นกึ่งลอฟท์ ผสานความทันสมัยเข้ากับสีปูนดิบ เท่อย่างมีสไตล์ ในส่วนของเมนูอาหารนั้น เป็นสูตรอาหารจากเกาหลีแท้ ๆ ตั้งแต่วัตถุดิบไปถึงกรรมวิธีในการปรุงให้มีรสชาติให้จัดจ้านถูกปากคนไทยมากขึ้น แต่ก็ยังคงรสชาติต้นตำรับเหมือนเดิม โดยมีเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน นั่นคือ JJIM DAK ไก่ตุ๋นซีอิ๊วผัดวุ้นเส้นเกาหลี ซึ่งทางเชฟได้นำเนื้อไก่ไปหมักกับซอสสูตรพิเศษนานถึง 12 ชั่วโมง ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น หรือจะเป็น TOPOKKI เค้กข้าวแบบฉบับของเกาหลี ใส่ซอสสูตรเด็ดจากเกาหลี เพิ่มท็อปปิ้งด้วย อาหารทะเล ไข่ ผักนานาชนิด และเส้นมาม่า นำมาเสิร์ฟในรูปแบบของหม้อไฟ รสชาติกลมกล่อมเหมือนอิมพอร์ตมาจากเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเดินทางต่อด้วย &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; ไปสัมผัสประสบการณ์การผจญภัยครั้งใหม่ โดยมีจุดหมายต่อไปที่ SUP Station Thailand (เอสยูพี สเตชั่น ไทยแลนด์) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี โดยอีซูซุได้ชวนสื่อมวลชนมาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย กับกีฬาที่เรียกว่า SUP (อ่านว่า ซัพ หรือ เอสยูพี) ย่อมาจากคำว่า Stand Up Paddle ซึ่งเป็นกีฬาทางน้ำที่ได้รับความนิยมที่ให้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง สร้างสมาธิ สร้างความยืดหยุ่น และการทรงตัว รวมถึงสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เล่นอยู่ไม่น้อย สำหรับกีฬา SUP นั้น คล้ายกับการเล่น Surf แต่ต่างกันตรงที่ SUP เป็นการยืนพายบนแผ่นบอร์ดด้วยไม้พาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินทางไปถึงสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การลงทะเบียนผู้เข้าใช้บริการเพื่อรับทราบเงื่อนไข และข้อห้ามต่าง ๆ พร้อมทำความรู้จักกับอุปกรณ์ วิธีใช้งาน รวมถึงแนะนำวิธีการเล่นที่ถูกต้อง โดยเน้นถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยผู้ฝึกสอนของเราในครั้งนี้ คือ &amp;ldquo;พอลล์ บุณยะรัตเวช&amp;rdquo; อดีตนักกีฬาวินเซิร์ฟผู้หลงรักกีฬาทางน้ำ หลังจากเรียนรู้ทฤษฎีแล้ว ก็ถึงเวลาปฏิบัติ และหลังจากสนุกสนานกับการเล่น SUP Board แล้ว ก็เปลี่ยนกิจกรรมมาสนุกกับ Star Ship Board ซึ่งมีความเหมือนกับ SUP Board แต่มีขนาดใหญ่กว่า เพราะสามารถเล่นด้วยกันได้ถึง 8 คน โดยสื่อมวลชนจะต้องแทคทีมกันพายบอร์ดอย่างพร้อมเพรียง และแข่งขันกันว่าทีมใดจะเข้าเส้นชัยก่อนกัน สร้างเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มให้กับคนเล่น และคนดูได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดินได้เวลาปิดท้ายวันแห่งความสุข ด้วยการประทานอาหารค่ำกันที่ร้าน Quay Side Caf&amp;eacute; &amp;amp; Eatery ร้านอาหารภายใต้คอนเซ็ปท์ &amp;ldquo;อาหารอร่อย กับบรรยากาศสบาย ๆ ริมน้ำ&amp;rdquo; พร้อมดื่มด่ำกับรรยากาศ ร้านที่ได้รับการตกแต่งอาคารทั้งภายนอก และภายใน ในสไตล์ Minimal Loft ที่เน้นความโปร่งสบาย และชิลล์ไปกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนเดินทางกลับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ เอ็กซ์-สไตล์ เพรส ทริป&amp;rdquo; จบลงด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะผ่านกิจกรรมในสไตล์เอ็กซ์ที่อีซูซุได้คัดสรรมามอบให้สื่อมวลชน พร้อมร่วมสัมผัสกับสมรรถนะของ &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; และการเดินทางแบบเอ็กซ์สไตล์ทริป ภายใต้นิยาม &amp;ldquo;The X-Spirit Outburst แรงสุดขีด...เต็มสปีดพันธุ์เอ็กซ์&amp;rdquo; ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20566</URL_LINK>
                <HASHTAG>isuzu, motoring, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, ยานยนต์ไทยยนต์, อีซูซุ, อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ เอ็กซ์-สไตล์ เพรส ทริป, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcf5631e6ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้า กับมาสด้า CX-5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาสด้า กล้าที่จะสร้างความแตกต่าง เปิดประสบการณ์ด้วยการทดสอบรถยนต์ในเส้นทางที่ยังไม่เคยมีค่ายรถไหนทำมาก่อน กับทริป &amp;ldquo;Mazda Passion Drive to the New Horizon เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้ากับมาสด้า&amp;rdquo; โดยทางค่ายมาสด้านำสื่อมวลชนกว่า 60 ชีวิต เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะมาสด้าเคยเปิดประสบการณ์ในเส้นทาง มองโกเลีย ไซบีเรีย และรัสเซียมาแล้ว ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ในการเดินทางบนเส้นทางที่ท้าทาย หลากหลายรูปแบบ เพื่อยืนยันถึงสมรรถนะ ความอึด ทนทาน อรรถประโยชน์ พร้อมทั้งยังเพียบพร้อมด้วยระบบป้องกันความปลอดภัยที่จัดเต็มในรถยนต์รุ่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้า กับขบวนรถยนต์มาสด้าเพื่อล่าแสงเหนือ ใช้พาหนะรุ่น CX-5 เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เป็นรถพวงมาลัยซ้ายจากมาสด้า ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งรายละเอียดของตัวรถแทบไม่แตกต่างจาก CX-5 ที่ผลิตในเมืองไทย การเดินทางในครั้งนี้ผ่านสภาพเส้นทางหลากหลาย พบเจออากาศหลายรูปแบบ ทั้งยังให้สื่อมวลชนได้เปิดโลกทัศน์กว้างขึ้นจากบ้านเมือง การใช้ชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณี ที่แต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน โดยการเดินทางสู่กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย รวมระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร ซึ่งทางมาสด้าแบ่งการเดินทางของสื่อมวลชนเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเริ่มขับที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มุ่งหน้าสู่สวีเดน ขับผ่านเมืองสต็อกโฮล์ม - เฮลซิงกิ - ควาปิโอ - โรวาเนียมี จนมาสิ้นสุดที่เมืองฮอนนิงสโวก ประเทศนอร์เวย์ เพื่อส่งต่อให้กับกลุ่มสอง เส้นทางในกลุ่มสองขับจากประเทศนอร์เวย์ ไปยังประเทศสวีเดน รวมระยะทางกว่า 3,600 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางของกลุ่มสอง เดินทางจากประเทศไทยไปลงเครื่องที่เมืองออสโล แล้วต่อสายการบินภายในประเทศไปเมืองอัลตา และต่อรถบัสไปสู่เมืองฮอนนิงสโวก ซึ่งคืนแรกในนอร์เวย์ได้พบกับกลุ่มแรก และร่วมเดินทางไปตามล่าแสงเหนือและชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่ NorthCape ก่อนเข้าที่พัก เพื่อเช้าวันรุ่งขึ้นต้องเดินทดลองขับสำหรับการเดินทางวันที่ 1 เดินทางจาก Honningsvag ขับสู่เมือง Alta สภาพเส้นทางมีสายฝนโปรยปรายตลอดทาง พร้อมเส้นทางที่ลัดเลาะภูเขา จนผ่านในเมือง สลับกันไปอย่างนี้จนถึงจุดหมาย ที่ Tromso โดยการเดินทางวันที่ 1 รวมระยะทาง 520 กิโลเมตร ส่วนการเดินทางวันที่ 2 จาก Tromso สู่ Lulea ระยะทาง 663 กม. สภาพเส้นทางบางช่วงถูกคุมด้วยสปิดลิมิต โดยเราต้องเคารพกฏจราจร และปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด เส้นทางวันนี้ยังคงผ่านภูเขาและเมืองเช่นเคย การเดินทางวันที่ 3 Lulea - Trondheim ระยะทาง 900 กม.&amp;nbsp;วันนี้ต้องออกเดินทางเช้ากว่าทุกวันเพราะขับกันระยะทางค่อนข้างไกล สภาพเส้นทางยังคงคล้ายกับวันที่ผ่านๆมา วันนี้ขับกันจนดึกอากาศเริ่มลดต่ำจนเริ่มติดลบ ระหว่างทางสภาพเส้นทางเป็นเลนสวน ถนนเล็กแคบ มีหิมะโปรยปรายลงมา จนขับเข้าประเทศนอร์เวย์หิมะก็เบาบางลง ซึ่งผู้ขับและผู้โดยสารในรถได้ทดลองระบบทำความร้อน ทุกตำแหน่งที่นั่งทำให้เราสบายและอบอุ่นมากขึ้น รวมถึงพวงมาลัยก็มีระบบทำความร้อน การเดินทางวันที่ 4 Trondheim - Atlantic Road - Leikanger ระยะทาง 580 กม. เส้นทางวันนี้เราได้ขับรถลงเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฝั่งหลายครั้ง และสภาพเส้นทางเป็นภูเขาขับฝ่าสายฝนตลอดการเดินทาง และการเดินทางวันนี้มีเส้นทางไฮไลท์คือ Atlantic Ocean Road เป็นถนนที่สวยงามมากแต่ขับยาก เนื่องจากความแคบและคดเคี้ยวของถนน และยังต้องเร่งแซงตลอดเส้นทาง มาสด้า CX-5 พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและความคล่องตัวทำให้เรามาถึงจุดหมายอย่างสบาย การเดินทางวันที่ 5 Leikanger - Flam - Bergen ระยะทาง 280 กม. วันนี้เราเดินทางไม่ไกลเท่าไหร่ ทำให้เรามีเวลาแวะพักชื่นชมธรรมชาติตามทาง สภาพอากาศยังคงเป็นฝนตกสลับกับแดดตลอดเส้นทาง การเดินทางวันที่ 6 Bergen - Oslo ระยะทาง 460 กม.&amp;nbsp;วันนี้เราเดินทางเหมือนทุกวันที่ผ่านมา วันนี้ขบวนยังได้พบเจอกับหิมะที่ตกลงมาระหว่างการเดินทาง ต้องเดินทางด้วยความระมัดระวัง ยิ่งเป็นช่วงหิมะตกหนาๆ เราขับขี่กันที่ความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะรถมาสด้า CX-5 ที่เราใช้ขับขี่เป็นยางเรเดียลทั่วไปจึงต้องใช้ความระวังมากขึ้น การเดินทางขับไปจนถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยทุกคัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์สมรรถนะ การใช้งานจริงของรถยนต์มาสด้า CX-5 ที่ทำให้ผู้ร่วมเดินทางได้ทดลองแทบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานของรถ ซึ่งได้ขับจริง-ใช้ระบบต่างๆจริง CX-5 เป็นรถที่หลายคนประทับใจ ในความอรรถประโยชน์ ส่วนในเรื่องของสมรรถนะ และระบบความปลอดภัย CX-5 ทำได้ดีเกินคาดหมาย รวมถึงมีการติดตั้งระบบต่างๆมาอย่างครบครัน และต้องยกนิ้วให้ความอึดของรถในการขับอย่างหนักหน่วงต่อกันถึง 2 กลุ่ม รวมระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร และบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระเต็มคันรถ โดยผ่านสภาพการเดินทางและสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ตลอดทริป ซึ่งบทพิสูจน์ CX-5 อย่างหนักหน่วงในครั้งนี้สอบผ่านเต็มร้อย สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้อย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20564</URL_LINK>
                <HASHTAG>maxda, Mazda Passion Drive to the New Horizon, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, มาสด้า, ยานยนต์ไทยยนต์, เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้า กับมาสด้า CX-5, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcf545b1ca1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้า กับมาสด้า CX-5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาสด้า กล้าที่จะสร้างความแตกต่าง เปิดประสบการณ์ด้วยการทดสอบรถยนต์ในเส้นทางที่ยังไม่เคยมีค่ายรถไหนทำมาก่อน กับทริป &amp;ldquo;Mazda Passion Drive to the New Horizon เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้ากับมาสด้า&amp;rdquo; โดยทางค่ายมาสด้านำสื่อมวลชนกว่า 60 ชีวิต เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะมาสด้าเคยเปิดประสบการณ์ในเส้นทาง มองโกเลีย ไซบีเรีย และรัสเซียมาแล้ว ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ในการเดินทางบนเส้นทางที่ท้าทาย หลากหลายรูปแบบ เพื่อยืนยันถึงสมรรถนะ ความอึด ทนทาน อรรถประโยชน์ พร้อมทั้งยังเพียบพร้อมด้วยระบบป้องกันความปลอดภัยที่จัดเต็มในรถยนต์รุ่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้า กับขบวนรถยนต์มาสด้าเพื่อล่าแสงเหนือ ใช้พาหนะรุ่น CX-5 เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เป็นรถพวงมาลัยซ้ายจากมาสด้า ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งรายละเอียดของตัวรถแทบไม่แตกต่างจาก CX-5 ที่ผลิตในเมืองไทย การเดินทางในครั้งนี้ผ่านสภาพเส้นทางหลากหลาย พบเจออากาศหลายรูปแบบ ทั้งยังให้สื่อมวลชนได้เปิดโลกทัศน์กว้างขึ้นจากบ้านเมือง การใช้ชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณี ที่แต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน โดยการเดินทางสู่กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย รวมระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร ซึ่งทางมาสด้าแบ่งการเดินทางของสื่อมวลชนเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเริ่มขับที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มุ่งหน้าสู่สวีเดน ขับผ่านเมืองสต็อกโฮล์ม - เฮลซิงกิ - ควาปิโอ - โรวาเนียมี จนมาสิ้นสุดที่เมืองฮอนนิงสโวก ประเทศนอร์เวย์ เพื่อส่งต่อให้กับกลุ่มสอง เส้นทางในกลุ่มสองขับจากประเทศนอร์เวย์ ไปยังประเทศสวีเดน รวมระยะทางกว่า 3,600 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางของกลุ่มสอง เดินทางจากประเทศไทยไปลงเครื่องที่เมืองออสโล แล้วต่อสายการบินภายในประเทศไปเมืองอัลตา และต่อรถบัสไปสู่เมืองฮอนนิงสโวก ซึ่งคืนแรกในนอร์เวย์ได้พบกับกลุ่มแรก และร่วมเดินทางไปตามล่าแสงเหนือและชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่ NorthCape ก่อนเข้าที่พัก เพื่อเช้าวันรุ่งขึ้นต้องเดินทดลองขับสำหรับการเดินทางวันที่ 1 เดินทางจาก Honningsvag ขับสู่เมือง Alta สภาพเส้นทางมีสายฝนโปรยปรายตลอดทาง พร้อมเส้นทางที่ลัดเลาะภูเขา จนผ่านในเมือง สลับกันไปอย่างนี้จนถึงจุดหมาย ที่ Tromso โดยการเดินทางวันที่ 1 รวมระยะทาง 520 กิโลเมตร ส่วนการเดินทางวันที่ 2 จาก Tromso สู่ Lulea ระยะทาง 663 กม. สภาพเส้นทางบางช่วงถูกคุมด้วยสปิดลิมิต โดยเราต้องเคารพกฏจราจร และปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด เส้นทางวันนี้ยังคงผ่านภูเขาและเมืองเช่นเคย การเดินทางวันที่ 3 Lulea - Trondheim ระยะทาง 900 กม.&amp;nbsp;วันนี้ต้องออกเดินทางเช้ากว่าทุกวันเพราะขับกันระยะทางค่อนข้างไกล สภาพเส้นทางยังคงคล้ายกับวันที่ผ่านๆมา วันนี้ขับกันจนดึกอากาศเริ่มลดต่ำจนเริ่มติดลบ ระหว่างทางสภาพเส้นทางเป็นเลนสวน ถนนเล็กแคบ มีหิมะโปรยปรายลงมา จนขับเข้าประเทศนอร์เวย์หิมะก็เบาบางลง ซึ่งผู้ขับและผู้โดยสารในรถได้ทดลองระบบทำความร้อน ทุกตำแหน่งที่นั่งทำให้เราสบายและอบอุ่นมากขึ้น รวมถึงพวงมาลัยก็มีระบบทำความร้อน การเดินทางวันที่ 4 Trondheim - Atlantic Road - Leikanger ระยะทาง 580 กม. เส้นทางวันนี้เราได้ขับรถลงเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฝั่งหลายครั้ง และสภาพเส้นทางเป็นภูเขาขับฝ่าสายฝนตลอดการเดินทาง และการเดินทางวันนี้มีเส้นทางไฮไลท์คือ Atlantic Ocean Road เป็นถนนที่สวยงามมากแต่ขับยาก เนื่องจากความแคบและคดเคี้ยวของถนน และยังต้องเร่งแซงตลอดเส้นทาง มาสด้า CX-5 พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและความคล่องตัวทำให้เรามาถึงจุดหมายอย่างสบาย การเดินทางวันที่ 5 Leikanger - Flam - Bergen ระยะทาง 280 กม. วันนี้เราเดินทางไม่ไกลเท่าไหร่ ทำให้เรามีเวลาแวะพักชื่นชมธรรมชาติตามทาง สภาพอากาศยังคงเป็นฝนตกสลับกับแดดตลอดเส้นทาง การเดินทางวันที่ 6 Bergen - Oslo ระยะทาง 460 กม.&amp;nbsp;วันนี้เราเดินทางเหมือนทุกวันที่ผ่านมา วันนี้ขบวนยังได้พบเจอกับหิมะที่ตกลงมาระหว่างการเดินทาง ต้องเดินทางด้วยความระมัดระวัง ยิ่งเป็นช่วงหิมะตกหนาๆ เราขับขี่กันที่ความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะรถมาสด้า CX-5 ที่เราใช้ขับขี่เป็นยางเรเดียลทั่วไปจึงต้องใช้ความระวังมากขึ้น การเดินทางขับไปจนถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยทุกคัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์สมรรถนะ การใช้งานจริงของรถยนต์มาสด้า CX-5 ที่ทำให้ผู้ร่วมเดินทางได้ทดลองแทบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานของรถ ซึ่งได้ขับจริง-ใช้ระบบต่างๆจริง CX-5 เป็นรถที่หลายคนประทับใจ ในความอรรถประโยชน์ ส่วนในเรื่องของสมรรถนะ และระบบความปลอดภัย CX-5 ทำได้ดีเกินคาดหมาย รวมถึงมีการติดตั้งระบบต่างๆมาอย่างครบครัน และต้องยกนิ้วให้ความอึดของรถในการขับอย่างหนักหน่วงต่อกันถึง 2 กลุ่ม รวมระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร และบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระเต็มคันรถ โดยผ่านสภาพการเดินทางและสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ตลอดทริป ซึ่งบทพิสูจน์ CX-5 อย่างหนักหน่วงในครั้งนี้สอบผ่านเต็มร้อย สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้อย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20563</URL_LINK>
                <HASHTAG>maxda, Mazda Passion Drive to the New Horizon, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, มาสด้า, ยานยนต์ไทยยนต์, เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้า กับมาสด้า CX-5, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcf545b1ca1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขับซูซูกิ เซียท ร่วมกิจกรรม “The Leisure  Journey with Suzuki CIAZ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม &amp;ldquo;The Leisure&amp;nbsp; Journey with Suzuki CIAZ&amp;rdquo;&amp;nbsp; พาสื่อมวลชนเดินทางด้วย Suzuki CIAZ พรีเมียม อีโคคาร์ซีดานแบ่งปันความสุขสู่สังคมพร้อมสนับสนุนเยาวชน ร่วมกันพัฒนา โรงเรียนบ้านท่ามะไฟ ตำบลจรเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงาน ซูซูกิได้ตระหนักถึงการสร้างความสุขสู่สังคมในทุกด้าน ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;Way of Life&amp;rdquo; ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพดี และการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ในการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;The Leisure Journey with Suzuki CIAZ&amp;rdquo; มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา สังคมไทยอย่างยั่งยืนในทุกด้าน ซึ่งสิ่งที่ซูซูกิให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การศึกษาของเยาวชนไทย ซึ่งเป็นแกนหลักของการนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนั้นองค์ความรู้ ตลอดจนความเป็นอยู่ในรั้วโรงเรียนของนักเรียน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายสามารถมีส่วนร่วมกันใส่ใจดูแล โดยกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ ซูซูกิ ได้ชวนคณะสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านท่ามะไฟ ตำบลจรเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมกันทำดีและสร้างความสุขด้วยการปรับปรุงภูมิทัศน์ของสนามเด็กเล่น เสริมสร้างบรรยากาศให้แก่นักเรียนเกิดความสุข สร้างจินตนาการ ก่อเกิดการเรียนรู้ และนำไปสู่การต่อยอดความคิดที่สร้างสรรค์ต่อไป หขณะเดียวกันกิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำความนิยมของ Suzuki CIAZ ที่ครองใจกลุ่มผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การันตีด้วยยอดขาย นับตั้งแต่การเปิดตัว เมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 จนถึงเดือนสิงหาคม 2561 รวมจำนวน 31,792 คัน ซึ่งการสร้างความสุขสู่สังคม ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพดีเป็นพันธกิจหลักที่ซูซูกิมุ่งเน้นให้สัมฤทธิ์ผลมากยิ่งขึ้นในทุกๆ ปี&amp;nbsp; และซูซูกิพร้อมที่จะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานงานขายให้เกินความมุ่งหวัง เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังได้ร่วมกันมอบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีความสำคัญ อย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบัน ตลอดจนตู้ทำน้ำเย็นเพื่อให้นักเรียนได้มีน้ำดื่มที่สะอาดสดชื่น รวมถึง สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันให้กับโรงเรียน ซึ่งซูซูกิเชื่อมั่นว่า เมื่อเยาวชนของชาติมีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นจิตใจที่เบิกบาน สุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง และอุปกรณ์การเรียนที่ครบครัน เยาวชนก็จะเป็นผู้ที่สามารถเปิดรับการเรียนรู้ พัฒนาตนเองไปสู่การ เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางทำกิจกรรมนี้มียานพาหนะคือ Suzuki CIAZ พรีเมียมอีโคคาร์ซีดาน ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ได้รับมากกว่าความสบายตลอดการเดินทาง ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง มากด้วยพื้นที่ประโยชน์ใช้สอย พร้อมกับช่องปรับอากาศ และช่องจ่ายไฟสำรองสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง การันตีในทุกการเดินทางว่า จะได้รับความสะดวกสบายจาก Suzuki CIAZ อย่างครบครัน ซูซูกิ เซียท ใช้เครื่องยนต์ K12B ขนาดความจุ 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมตัวถังลดแรงเสียดทานของอากาศ และน้ำหนักเบาส่งผลให้ มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ระบบวาล์วแปรผันทั้งได้ดีและไอเสีย (VVT) ช่วยเพิ่มแรงบิดและประหยัดน้ำมันถึง 20 กม./ลิตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19748</URL_LINK>
                <HASHTAG>Suzuki CIAZ RS, suzuki., The Leisure Journey with Suzuki CIAZ, ข่าวรถ, ซูซูกิ, ซูซูกิ มอเตอร์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยยนต์, รีวิว, วัลลภ ตรีฤกษ์งาม, ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc025b62b16b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
