<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>    ไม่รอดซิ่งขนยาบ้า! กองกำลังผาเมืองไล่ทันวิธีใหม่ สกัดได้เกือบแสนเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64 - พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากกองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ภายหลังนำกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจ จุดสกัดเพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ ตามนโยบายของกองกำลังป้องกันชายแดนด้านจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บริเวณจุดตรวจบ้านหัวปาย &amp;nbsp;ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังตั้งจุดตรวจตลอด 24 ชั่วโมง ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยขับขี่จักรยานยนต์สีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเพื่อขอตรวจค้น แต่บุคคลดังกล่าวอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จากกองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ได้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบเป้สะพายหลังสีเทา ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 90,000 เม็ด จึงได้นำของกลางส่ง สภ.เวียงแหง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า จากการข่าวในพื้นที่ชายแดนพบว่า กลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้าพื้นที่ตอนใน โดยใช้จักรยานยนต์ในการขนส่งและการขนส่งยาเสพติดในแต่ละครั้งปริมาณไม่เกินครั้งละ 100,000 เม็ด เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ดั้งนั้นได้แจ้งเตือนหน่วยในพื้นที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การสกัดกั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119308</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังผาเมือง, ยาบ้า, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61629fd08c3d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งขนยาบ้าข้ามแม่น้ำโขงเจอชาวบ้าน ตกใจรีบโยนกระสอบทิ้งก่อนเผ่นหนี ตรวจพบเกือบ 2 แสนเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - ที่จุดตรวจสายตรวจตำบลหาดคำ อ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย,&amp;nbsp;ร.ต.อ.กฤษฎา แก้วประสาน หัวหน้าสายตรวจตำบลหาดคำ พร้อมตำรวจ ฝ่ายปกครอง และชุดรักษาความสงบประจำหมู่บ้าน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าประมาณ 182,000 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า วันนี้เวลาประมาณ 05.30 น.ชาวบ้านและชุดรักษาความสงบประจำหมู่บ้านตำบลหาดคำ ได้พบกระสอบสีดำวางทิ้งริมแม่น้ำโขง บริเวณท้ายเขื่อนป้องกันตลิ่ง ระหว่างบ้านหาดทรายทอง หมู่ 14 และ บ้านบอน หมู่ 4 ต.หาดคำ ต้องสงสัยอาจเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย จึงแจ้งตำรวจสายตรวจตำบลหาดคำ ไปตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ได้ดักซุ่มอยู่จนกระทั่ง 10.00 น. ไม่พบขบวนการค้ายาเสพติดเข้ามารับของหรือเข้ามายังจุดเกิดเหตุ จึงได้ทำการตรวจสอบภายในกระสอบสีดำ เป็นยาบ้า ห่อด้วยเทปกาวสีน้ำตาล เบื้องต้นตรวจนับได้ประมาณ 182,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้ก่อนจะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากผลการตรวจยึดครั้งนี้ เป็นผลจากชุมชนเข้มแข็ง ที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลพื้นที่หมู่บ้านของตัวเอง เห็นสิ่งผิดกฎหมายรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งในขณะที่แก๊งค้ายาเสพติดลำเลียงยาเสพติดลงเรือข้ามแม่น้ำโขงเพื่อนำมาส่งให้กับลูกค้านั้น เมื่อมาถึงริมตลิ่งก็เห็นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ชรบ. ลาดตระเวนอยู่ ด้วยความตกใจกลัวถูกจับได้จึงรีบโยนกระสอบขึ้นจากเรือมาทิ้งไว้ริมแม่น้ำโขงก่อนจะรับหันหัวเรือกลับไปทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาบ้า, หนองคาย, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613cb3c8499e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับลูกทรพีคลั่งยา ขวานจามหัวพ่อดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับลูกทรพีคลั่งยานรกถือขวานจามหัวพ่อขณะหลับดับคาห้องนอน โมโหขอเงินซื้อยาบ้าไม่ให้ สุดโหดลากไปทิ้งอำพรางแล้วกลับมาเช็ดคราบเลือด หลังก่อเหตุโทร.บอกพี่ชายที่ต่างจังหวัดว่าศพอยู่หลังบ้าน สืบประวัติพบลักทรัพย์-ติดยา ป่วยจิต ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาหนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 14&amp;nbsp;ก.ค. เวลา 20.20 น. พ.ต.ท.สาโรจน์ ช่องรักษ์ สว.(สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุจากนายสมพงศ์ ไพบูลย์ กำนัน ต.ทุ่งกระบือ ว่า พบศพชายถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต หลังบ้านเลขที่&amp;nbsp;115&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านท่าบันได ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาดำ ผกก. พ.ต.ท.สมพงษ์ ปานเหลือง รอง ผกก.(สอบสวน) กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นซอยถนนดินแดง สุดซอยเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณพื้นดินขอบบ่อน้ำทิ้งด้านหลังบ้าน ห่างจากตัวบ้านประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมตร มีหญ้าสูงประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ชม. ปกคลุมรกทึบ ขอบบ่อพบร่างของนายชาติ สองเมือง หรือหมิน อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี เจ้าของบ้าน อาชีพกรีดยางพารา มีเสื้อยืดสีครีมคลุมปิดทับศีรษะ สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต มือซ้ายห้อยลงไปในบ่อ ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ชม. พบบาดแผลถูกจามด้วยขวานเข้าที่กลางกระหม่อม เป็นแผลขนาดเท่ากับขวาน จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผล และที่หูขวา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผล หัวไหล่ด้านซ้ายและแขนซ้ายเป็นแผลถลอก ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ย่านตาขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปตรวจสอบ ทางนายสมพงศ์ ไพบูลย์ กำนัน ต.ทุ่งกระบือ พร้อมด้วยบรรดาญาติผู้เสียชีวิตได้ทำการเกลี่ยกล่อมนายกิตติศักดิ์ สองเมือง หรือหลิม อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี อาชีพกรีดยางพารา ลูกชายผู้ตายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ หลบซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว เพื่อให้ออกมามอบตัวนานกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม.จึงจะสำเร็จ พร้อมกันนั้นได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านไม่พบร่องรอยคราบเลือดแต่อย่างได ทั้งนี้พบของกลางเป็นขวาน หน้ากว้าง&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;นิ้ว มีด้ามจับเป็นไม้ยาวประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ซม. ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไปสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายกิตติศักดิ์ ผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นยังคงให้การวกวน แต่รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าพ่อตัวเองจริง โดยลงมือก่อเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณระหว่าง&amp;nbsp;01.00-03.00&amp;nbsp;น.ของคืนวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะและมีปากเสียงกับพ่ออย่างรุนแรง เนื่องจากตนเองขอเงินไปซื้อยาบ้า แต่ผู้เป็นพ่อไม่ให้ ระหว่างที่พ่อเข้าห้องนอนหลับอยู่ภายในห้อง ตนจึงถือขวานเข้าไปจามเข้าศีรษะและเสียชีวิตทันที ก่อนจะลากศพออกจากบ้านและไปทิ้งยังขอบบ่อหลังบ้าน และได้กลับมาทำความสะอาดบ้านเพื่อไม่ให้มีร่องรอยของคราบเลือด จนกระทั่งเวลาประมาณ&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.ของวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ก.ค. โทร.ไปหาพี่ชายที่อยู่ต่างจังหวัดว่าตนลงมือฆ่าพ่อและนำศพไปทิ้งไว้หลังบ้าน ทำให้พี่ชายติดต่อมาที่ญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้กันให้ทราบเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศรชัย สองเมือง อายุ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ปี หลานผู้ตาย เล่าว่า บ้านอยู่ห่างกับบ้านผู้ตาย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร คืนที่เกิดเหตุได้ยินเสียงพ่อกับลูกทะเลาะดังออกมาจากบ้าน เห็นเป็นเรื่องปกติพ่อลูกทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนกระทั่งเงียบไป ทุกเช้าผู้ตายจะมานั่งดื่มกาแฟที่บ้านตนเป็นประจำ แต่ปรากฏว่าเช้าวันที่ 14 ก.ค. ไม่ได้มา ตนสงสัยจึงเดินไปที่บ้าน พบเพียงลูกชายนั่งอยู่หน้าบ้าน สอบถามว่าผู้ตายไปไหน ลูกชายตอบว่าไม่รู้ แต่ท่าทีมีพิรุธ ตนกลับออกมาพร้อมรีบคุยกับญาติว่าให้ช่วยกันตามหา แต่ไม่พบ ช่วงบ่ายเข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าวพร้อมกับบรรดาญาติเพื่อจะเข้าไปดูภายในบ้าน แต่ผู้ก่อเหตุสั่งห้ามและกีดกันไม่ให้เข้า จึงได้ออกตามหากันอีกครั้ง จนกระทั่งพี่ชายของผู้ก่อเหตุโทรศัพท์มาแจ้งว่าผู้ก่อเหตุลงมือฆ่าพ่อและนำศพไปทิ้ง ทำให้พบเป็นศพอยู่ที่จุดดังกล่าว
จากการพลิกแฟ้มประวัติพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยต้องคดีลักทรัพย์ (ปาล์มน้ำมัน) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนถูกคุมขังและได้รับการปล่อยตัวออกมา รวมถึงมีประวัติเสพยาเสพติดชนิดยาบ้า น้ำต้มพืชกระท่อม และสารเสพติดเป็นระยะเวลานาน และมีอาการทางประสาทร่วมด้วย ผลพวงมาจากการใช้สารเสพติด และทำการรักษาโดยการรับประทานยาจาก รพ.ย่านตาขาวอยู่เป็นระยะเวลากว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีแล้ว จนกระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันผลการใช้สารเสพติด ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้อหา คือ ฆ่าบุพการีโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ ก่อนนำตัวไปคุมขังและเตรียมนำส่งฟ้องศาลต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109850</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวานจามหัว, จับลูกทรพีคลั่งยา, ติดยา, ป่วยจิต, พ่อดับ, ยาบ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.ปส. ทลายแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดไอซ์ 500 กก. ยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ,พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่ง (ผช.ผบ.ตร.) พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) แถลงข่าวทลายขบวนการยาเสพติดรายใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 1 วันที่ 10 มิ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 ร่วมกับเจ้าที่ตำรวจ บก.ขส., ชุดวิเคราะห์ข่าวฯ บก.ปส.2, ปป.3 สปป.ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ ศรภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ นายพีรพัฒน์ หรือติมอร์ พิรักษา อายุ 23 ปี นายสามารถ หรือแก๊ป คุ้มสมุทร อายุ 23 ปี นายพุฒิพงศ์ หรือปอนด์ พวงสมบัติ อายุ 25 ปี และนายศุภฤกษ์ หรือแครอท&amp;nbsp; แรงกสิวิทย์ อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์&amp;nbsp; 516 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน รถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คัน อาวุธปืน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 12 นัดและโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 8 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้อนุญาต และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ใจครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; จับกุมได้ที่พิสมัยรีสอร์ท ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทำการสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากการจับกุมเครือข่าย&amp;nbsp; ยาเสพติดรายสำคัญในห้วงที่ผ่านมารวม 7 คดี สามารถตรวจยึดยาบ้ารวม จำนวนประมาณ 20,000,000 เม็ด, ตรวจยึดไอซ์ รวมจำนวนประมาณ 2,000 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่นอีกจำนวนมาก ทำให้พบข้อมูลว่ายังมีเครือข่ายยาเสพติดที่พยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วนำไปซุกซ่อนอำพรางในสินค้าต่างๆ เพื่อลักลอบส่งออกไปยังต่างประเทศจึงได้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 พบข้อมูลว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะขึ้นไปดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชุดจับกุมจึงร่วมบูรณาการออกสืบสวนติดตาม จนพบว่าในเวลาช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 มิถุนายน 2564 กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ใช้รถยนต์จำนวน 2 คัน ขับขี่ตามกันเข้าไปในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม แล้วขับขี่กลับออกมามุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ตอนในและเข้าพักที่ พิศมัยรีสอร์ท ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ จึงเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp; 4 คน พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 12 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 516 กก. และจะสืบสวนขยายผลยึดทรัพย์ เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกรายจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สกส.บช.ปส.ได้ร่วมกันจับกุมนายศุภโชค สุขสุด อายุ 35 ปี นายวิชัย อินทรีย์วงศ์ อายุ 40 ปี นายประมวล ขันแก้ว. อายุ 36 ปี&amp;nbsp; พร้อมของกลางยาบ้า&amp;nbsp; 4,000,000 เม็ด&amp;nbsp; รถยนต์ 3 คัน จยย.1 คัน&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&amp;nbsp; จับกุมได้ที่บริเวณภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หสน.ธวัชบริการแพร่ เลขที่ 188 หมู่ 4 ต. ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ ต่อเนื่อง บริเวณภายในลานจอดรถตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายศุภโชค สุขสุด ซึ่งมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ร่วมกับ นายวิชัย อินทรีย์วงศ์ ทั้งสองมีพฤติการณ์ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ทางภาคเหนือ และจะนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ทางกลางและปริมณฑล ตามสั่งการของผู้ว่าจ้าง โดยใช้เส้นทาง จว.เชียงราย - พะเยา &amp;ndash; ลำปาง - แพร่ - อุตรดิตถ์ - พิษณุโลก - พิจิตร - นครสวรรค์ จนกระทั่งวันที่&amp;nbsp;14 มิถุนายน 2564 เวลา 08.30 น.สามารถจับกุมนายศุภโชค และนายวิชัย ผได้ที่บริเวณ บริเวณภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หสน.ธวัชบริการแพร่ เลขที่ 188 ม. 4 ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จว.แพร่ พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด และจับกุมนายประมวล ได้ที่บริเวณภายในลานจอดรถตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี&amp;nbsp;จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมายเพื่อขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.มาตราการฯ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106443</URL_LINK>
                <HASHTAG>บช.ปส., ยาบ้า, ยาเสพติด, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c85656bcdf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดยาบ้า3.5ล้านเม็ด แหล่งพักที่นนทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจภูธรภาค 1 รวบแก๊งพ่อค้ายารายใหญ่นนทบุรี-ปทุมธานี ลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ ซุกซ่อนในถุงปุ๋ย 17 กระสอบ ยึดของกลางยาบ้า 3.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 1 กก. เร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตาม กม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1), พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1), พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี), นายประสาร หยงสตาร์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายธาราดร หรือปอม ใหญ่น้อย, นายณัฐกานต์ หรือบาส เอมสมุทร์ และนายพรเทพ หรือบอม ถาดทอง พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,500,000 เม็ด ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ศอ 6687 กรุงเทพฯ รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผพ 554 กรุงเทพฯ รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ผง 699 กรุงเทพฯ โดยจับกุมได้บริเวณบ้านเลขที่ 116/36 หมู่บ้านอินฟินิตี้ ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อเนื่องด่านชั่งน้ำหนัก คลองหลวง จ.ปทุมธานี วันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 21.45 น. และวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 05.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวว่า ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในเขตจังหวัดนนทบุรี กระทั่งทราบว่า นายธาราดร หรือปอม ใหญ่น้อย พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 116/36 หมู่บ้านอินฟินิตี้ ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีพฤติการณ์ในการจำหน่ายยาบ้า จึงนำกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งวันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 21.45 น. นายธาราดรขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า สีดำ เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ตรงตามที่ได้รับรายงาน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและทำการตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 30,000 เม็ด และพบยาไอซ์ จำนวน 1 กก. วางอยู่ที่พื้นวางเท้าด้านซ้ายฝั่งผู้โดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลทราบว่า ยาล็อตนี้เป็นของนายณัฐกานต์ หรือบาส เอมสมุทร์ จึงได้ทำการสั่งซื้อยาบ้า จำนวน&amp;nbsp;100,000 เม็ด โดยนัดหมายส่งยาบ้ากันบริเวณด่านชั่งน้ำหนัก คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในเวลา 05.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ต่อมาพบนายณัฐกานต์และนายพรเทพ หรือบอม ถาดทอง ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน ผพ 554 กรุงเทพฯ มาส่งยาบ้าตามที่นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถกระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ผง 699 กรุงเทพฯ ที่จอดอยู่ที่บ้านของนายเอกราช หรือต้อง หอมนาน อีกจำนวนหนึ่ง จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ย จำนวน 17 กระสอบ หรือ 3,400,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า เบื้องต้นเราทราบว่ายาล็อตนี้ถูกส่งมาจากจังหวัดชายแดนภาคเหนือ โดยมีรถขนมาส่งให้ผู้ต้องหานำมาเก็บพักไว้ที่บ้าน จากการสอบสวนทราบว่าได้สั่งยาล็อตนี้มาจำนวน 4 ล้านเม็ด ซึ่งมีการจำหน่ายออกไปแล้วบางส่วนในพื้นที่นนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาทำมาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105714</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซุกซ่อนในถุงปุ๋ย, พ่อค้ายารายใหญ่, ยาบ้า, ยึดยาบ้า3.5ล้านเม็ด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf812149b0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูธรภาค1ทลายขบวนการค้ายาบ้าล็อตใหญ่ยึด 3.5 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1)พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 (ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) นายประสาร หยงสตาร์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 ร่วมกันแถลงผลการตับกุมตัวนายธาราดร หรือ ปอม ใหญ่น้อย นายณัฐกานต์ หรือ บาส เอมสมุทร์ และ นายพรเทพ หรือบอม ถาดทองพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3,500,000 เม็ด ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม รถเก๋ง ฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ศอ 6687 กรุงเทพฯ รถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผพ 554 กรุงเทพฯ รถกระบะ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ผง 699 กรุงเทพฯ โดยจับกุมได้บริเวณบ้านเลขที่ 116/36 หมู่บ้านอินฟินิตี้ ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อเนื่องด่านชั่งน้ำหนัก คลองหลวง จ.ปทุมธานี วันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 21.45 น. และวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 05.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวว่า ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในเขตจังหวัดนนทบุรี กระทั่งทราบว่า นายธาราดร หรือ ปอม ใหญ่น้อย พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 116/36 หมู่บ้านอินฟินิตี้ ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีพฤติการณ์ในการจำหน่ายยาบ้า จึงนำกำลังชุ่มเฝ้าสังเกตุการณ์กระทั้งวันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 21.45 น. นายธาราดร
หรือปอม ขับรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า สีดำ เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ตรงตามที่ได้รับรายงานเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและทำการตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 30,000 เม็ด และพบยาไอซ์ จำนวน 1 กก. วางอยู่ที่พื้นวางเท้าด้านซ้ายฝั่งผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผล ทราบว่ายาล็อตนี้เป็นของนายณัฐกานต์ หรือ บาส จึงได้ทำการสั่งซื้อยาบ้า จำนวน &amp;nbsp;100,000 เม็ด โดยนัดหมายส่งยาบ้ากันบริเวณด่านชั่งน้ำหนัก คลองหลวง จว.ปทุมธานี ในเวลา 05.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ต่อมาพบนายณัฐกานต์ หรือ บาส เอมสมุทร์ และ นายพรเทพ หรือบอม ถาดทอง ขับรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน ผพ 554 กรุงเทพฯ มาส่งยาบ้าตามที่นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถกระบะ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ผง 699 กรุงเทพฯที่จอดอยู่ ที่บ้านของนาย เอกราช หรือ ต้อง หอมนาน อีกจำนวนหนึ่ง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบปุย จำนวน 17 กระสอบ หรือ 3,400,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า เบื้องต้นเราทราบว่ายาล็อตนี้ถูกส่งมาจากจังหวัดชายแดนภาคเหนือ โดยมีรถเอามาส่งให้ผู้ต้องหานำมาเก็บพักไว้ที่บ้าน ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าได้สั่งยาล็อตนี้มาจำนวน 4 ล้านเม็ด ซึ่งทราบว่ามีการจำหน่ายออกไปแล้วบางส่วนในพื้นที่ นนทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เบื้องต้นทราบว่าทำมาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105650</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, ยาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bef443dab9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ปราจีนบุรีระดมกวาดล้างยาเสพติดจับผู้ต้องหายึดยาบ้า-ไอซ์จำนวนมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64- ภายหลังจากพล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี สั่งบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างจับกุมยาเสพติด และดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายยาเสพติดในพื้นที่ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จว.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 6 เป้าหมาย โดยมีผลการปฏิบัติ 1. จับกุมนายธวัชชัย หรือเจม บุญญะอินทร์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 28 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.03 กรัม จึงจับกุมในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 2. จับกุมนายอาณาจักร หรือเบ๊นซ์ น้อยศรีเกตุ อายุ 20 ปี และนายกฤษณะ หรือมิน สร้างวัด อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 17,053 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.74 กรัม และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 7 นัดจึงจับกุมในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จับกุมนายประสงค์ หรือเชะ ปานแสง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง จึงจับกุมข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย 4. จับกุมนายพงค์เทพ ปัญญา อายุ 38 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุง 0.8 กรัม ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 5. จับกุมนายธนัท ก้านบัว อายุ 27 ปี ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 6. จับกุมนายพิชัย เนาว์ศรี อายุ 35 ปี จึงจับกุมในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จับกุมนายวัทน์สิริ หรือเสือ อินทร์สวน อายุ 23 ปี ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย 8. จับกุมนายสมชาย เนาว์ศรี อายุ 26 ปี จึงจับกุมในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย นายธวัชชัย หรือเจม บุญญะอินทร์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 28 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.03 กรัม นายอาณาจักร หรือเบ๊นซ์ น้อยศรีเกตุ อายุ 20 ปี และนายกฤษณะ หรือมิน สร้างวัด อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 17,053 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.74 กรัม และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 7 นัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปราจีนบุรี, ยาบ้า, ระดมกวาดล้างยาเสพติด, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bed1a7911ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
