<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค1รวบยกแก๊งค้ายาบ้ากว่าล้านเม็ด-ยาไอซ์ซุกห้องเช่า ลุยขยายผลสาวเครือข่ายชักใย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.63- ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล &amp;nbsp;บัวรับพร &amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) &amp;nbsp;พล.ต.ต.นพดล &amp;nbsp;ศรสำราญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.ณัฐพล &amp;nbsp;ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบก.ภ.จว.ลพบุรี) นายสงวนศักดิ์ &amp;nbsp;ศรีวัฒนพงศ์ ผอ.สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.วัชรีย์ หรือนุ่น วิมุต อายุ 25 ปี ,น.ส.ดวงพร หรือนิว วิมุต อายุ 18 ปี ,นายสิทธิพรหรือเบนซ์ มณีนัย อายุ 25 ปี และนายนพเก้าหรือติ๊บ ปุ้นผล อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า 1,190,200 เม็ด และยาไอซ์ 2,200 กรัม รถยนต์โตโยต้าวีออส สีขาว ทะเบียน กบ693 ลพบุรี และมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ 1กฎ9195 สระบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ทีผ่านมาเจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.นุ่น และ น.ส.นิว พร้อมของกลางยาบ้า 30 เม็ด โดยการล่อซื้อ จากการขยายผลทราบว่ารับยาบ้ามาจากนายเบนซ์ เขตเมืองลพบุรี จึงประสานส่งข้อมูลให้ &amp;nbsp;กก.สส.ภ.จว.ลพบุรี หลังจากรับข้อมูล กก.สส.ฯ จึงทำการสืบสวนจนทราบชื่อจริงและแหล่งพักพักอาศัย &amp;nbsp;จึงเข้าตรวจค้นพบของกลางยาบ้า 200 เม็ด จากนั้นได้สอบขยายผลทำให้ทราบว่านายเบนซ์ รับยาบ้ามาจากนายติ๊บและทราบแหล่งพักอาศัยด้วย ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลนักค้ารายสำคัญในฐานข้อมูล กก.สส.ภ.1 โดยนายเบนซ์ยืนยันว่ายังมียาบ้าอยู่กับตัวนายติ๊บ จึงเข้าทำการตรวจสอบที่พักตามรับแจ้ง พบนายติ๊บกำลังจะหนี จึงล็อกตัวและเข้าค้นที่พักพบยาบ้าอีก 32,000 เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบเค้นขยายผลอย่างหนักจนนายติ๊บยอมเปิดปากว่ายาบ้านั้นนำมาจากนายนิว ซึ่งไม่ทราบชื่อและสกุลจริง โดยยาบ้าจะถูกเก็บไว้ในห้องเช่าชั้นเดียวในหมู่บ้านการเคหะฯ ซึ่งอยู่คนละซอยกับที่พักของนายติ๊บจึงได้เข้าตรวจค้นปรากฎไม่พบนายนิว แต่พบยาบ้าถึง 1,158,000 เม็ด และยาไอซ์ 2 กก.เศษ บรรจุในกระสอบซุกซ่อนอยู่ในห้องครัวของห้องเช่าแห่งหนึ่งจึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานและขยายจับกุมเครือข่ายที่เหลือต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; กับ น.ส.วัชรีย์ กับ น.ส.ดวงพร และ แจ้งข้อหา &amp;ldquo;มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; กับนายสิทธิพร และนายนพเก้า.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธรภาค1, ยาบ้า ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d3fb39712e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบได้แล้ว 1 คน &#039;แก๊งค้ายาโหด&#039; รุมซ้อมสาวใหญ่จุดไฟเผาทั้งเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจควบคุมตัวแก๊งค้ายาที่จุดไฟเผาหญิงสาวอายุ 50ปี ที่แอบนำยาไอซ์ไปละลายน้ำทิ้งมาสอบสวนแล้ว 1 คน เตรียมออกหมายจับยกแก๊งอีก4คน ขณะที่เหยื่ออาการเริ่มดีขึ้น ชาวบ้านรับไม่ได้กับพฤติกรรมโหดเหี้ยม ผู้ก่อเหตุบางคนหลบหนีออกจากหมู่บ้านแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีแก๊งยาเสพติดในหมู่บ้านโคกเมา รุมซ้อมสาวใหญ่อายุ 50 ปีและจุดไฟเผาร่างทั้งเป็นได้รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากโกรธแค้นที่แอบเก็บยาไอซ์ที่ซุกซ่อนไว้ไปละลายน้ำทิ้ง เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาและทั้งญาติรวมทั้งชาวบ้านรับไม่ได้กับพฤติกรรมอันโหดเหี้ยมออกมาร้องเรียนเพื่อให้ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวนสภ.บางกล่ำ ได้นำตัวเยาวชนที่ร่วมก่อเหตุมาสอบสวนแล้ว 1 คนชื่อว่าแบงค์ นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่ร่วมก่อเหตุและอยู่ในเหตุการณ์อีก 4 คน จากการสอบสวนคดีนี้พบว่ามีผู้ที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 5 คนคือ นายแหละ นางแอด ซึ่งเป็นผัวเมียเจ้าของยาไอซ์ นายเป้ ปีโป้ปั่น ซึ่งเป็นคนซ่อมและจุดไฟเผาเหยื่อ นายแบงค์ ซึ่งเป็นคนซื้อน้ำมัน&amp;nbsp;และนายเฮีย ที่เป็นคนห้ามและดับไฟ และทั้งหมดก็เป็นญาติพี่น้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอาการของ นางมาลัย ชุมประมาณ อายุ 50 ปี หรือจอย ที่ถูกจุดไฟเผาทั้งเป็นนี้ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องปลอดเชื้อโรงพยาบาลหาดใหญ่และอาการเริ่มดีขึ้นพอพูดได้ และทางพนักงานสอบสวนเตรียมเข้าสอบปากคำอีกครั้งแต่ต้องรอให้อาการดีขึ้นกว่านี้และปลอดภัยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุการณ์นี้ชาวบ้านได้ในหมู่บ้านโคกเมาไม่มีใครรับได้กับเหตุการณ์นี้เพราะทำกันโหดเหี้ยมเกินไปโดยมีชาวบ้านคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ นางมาลัยได้ถูกจับตัวไปทำรุมทำร้ายที่ขนำหลังหนึ่งเพื่อเค้นหายาไอซ์ที่แอบขโมยไป และนำไปรุมซ้อมต่อที่ขนำเกิดเหตุพร้อมกับราดน้ำมันท่วมตัวและจุดไฟ&amp;nbsp;เพื่อข่มขู่ให้บอกที่ซ่อน แต่นางมาลัย ก็ไม่ยอมพูดบอกเพียงว่านำยาไอซ์ไปละลายน้ำหมดแล้ว จนกระทั่งถูกเผาทั้งเป็นและพยายามวิ่งหนีตายออกจากขนำไปซ่อนตัวอยู่ท้ายรถกระบะชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคดีนี้แม้ว่าทางตำรวจจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่อยู่ในละแวกนั้น ไม่มีใครยอมบอกหรือพูดอะไรเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเครือญาติกันทั้งหมดและบางคนก็กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย ส่วนผู้ก่อเหตุมีรายงานว่าบางคนได้หลบหนีออกจากหมู่บ้านไปแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51838</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ยาบ้า ยาไอซ์, สภ.บางกล่ำ, แก๊งค้ายาโหด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de882b739a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภ.1 ทลายแก๊งส่งยาทางไปรษณีย์ยึดยาบ้า 2.5 ล้าน -ไอซ์ 37 กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) &amp;nbsp;พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบช.ภ.1 ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 (ศอ.ปส.ภ.1) พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชระมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี แถลงข่าวร่วมกันจับกุม นายอธิวัฒิ หรือต๊ะ บุญจง อายุ 24 ปี นายชานนท์ หรือนุ๊ก สุทธิบานเย็น อายุ 34 ปี พร่อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 2,522,000 เม็ด ไอซ์ &amp;nbsp;37 กก. อาวุธปืนกลมือแบบ เอ็ม 3 ขนาด .45 เอซีพี จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองยาว ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล &amp;nbsp;กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ได้ทำการจับกุมนายอภิสิทธิ์ หรือคณบดี หรือเก่ง มานะกล้า ที่ถูกออกหมายจับไว้ในคดีครอบครองยาเสพติดเมืาอปี 61 ที่หลบหนีมาเช่าห้องอยู่ที่แอนนาคอนโด ซ.ลาดพร้าว 101 แยก 25 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพ สอบสวนขยายผลได้ติดต่อล่อซื้อยาบ้าจาก นายต้อม หรือช้าง ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง จำนวน 2,000 เม็ด ราคามัดละ 14,000 บาท โดยนัดหมายส่งมอบยาบ้ากัน บริเวณริมทางสาธารณะ ถ.พระราม 2 ซ.8 แขวง บางมด เขตจอมทอง กรุงเทพ &amp;nbsp;กระทั่งเวลาประมาณ 00.45 น.วันที่ 24 ส.ค. พบนายอธิวัฒิ หรือต๊ะ บุญจง และนายชานนท์ หรือนุ๊ก สุทธิบานเย็น ท่าทางมีพิรุธ คล้ายคนเสพยาเสพติด และมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ในตัว เข้ามาบริเวณที่นัดหมายส่งมอบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นพบยาบ้า 12,000 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 71/35 ม.10 ซ.บางแวก 46 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพ พบยาบ้าจำนวน 2,510,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนักสุทธิ 37 กิโลกรัม อาวุธปืนกลมือ แบบ เอ็ม 3 ขนาด .45 เอซีพีจำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองยาว ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านดังกล่าว จากการสอบสวน นายอธิวัฒิ และนายชานท์ รับว่ายาเสพติดที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบและอาวุธปืนทั้งหมดอยู่ในครอบครองของพวกตนจริง โดยนายต้อม หรือช้าง ได้ว่าจ้างให้พวกตนเฝ้าและเก็บรักษายาเสพติดดังกล่าว อีกทั้งให้จัดส่งยาเสพติดให้กับลูกค้า ตามที่นายต้อม สั่งการ โดยได้ทำงานให้กับนายต้อม มาประมาณ 1 ปี ได้ค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.1 ระบุว่า ยาบ้าทั้งหมดทยอยส่งมาทางไปรษณีย์และนำมาพักไว้สถานที่ดังกล่าวก่อนจำหน่ายให้ลูกค้า &amp;nbsp;เบื้องต้นตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจะได้สอบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เหลือต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44295</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.ภ.1, พระราม2, ยาบ้า-ยาไอซ์, ส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d635aa1dc69a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำฟาร์มหมูไม่รุ่ง&#039;แมว คลองน้อย&#039;หวนค้ายาบ้า-ไอซ์ หาเงินหมุนธุรกิจชักหน้าไม่ถึงหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62 - พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.ท.เอกวิทย์ เกิดศิริ สว.สส.ภจว.นศ. พร้อมกำลังตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ควบคุมตัวนายนพดล สุขแจ่ม หรือ แมว คลองน้อย&amp;nbsp;อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 18 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3,093 เม็ด ยาไอซ์หนักรวม 1.628 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ , เครื่องชั่งดิจิตอล และสมุดบัญชีรายชื่อลูกค้าจำนวนหนึ่ง มาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อขยายผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากมีพลเมืองดีแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 18 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีการลักลอบขายยาเสพติดมานานแล้ว จึงนำกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรม กระทั่งทราบแน่ชัดจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมพร้อมของกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเองเคยถูกจับ และรับโทษในคดียาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังพ้นโทษกลับมาบ้าน และประกอบอาชีพสุจริต ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยประกอบอาชีพทำฟาร์มเลี้ยงหมูประมาณ 40 &amp;ndash; 50 ตัว แต่ระยะหลังหมูที่เลี้ยงขายได้ราคาไม่ค่อยดีเท่าไร เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดีประกอบกับในพื้นที่มีชาวบ้านทำฟาร์มเลี้ยงหมูเพิ่มมากขึ้น ทำให้ครอบครัวมีรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาตนมีภรรยา และภรรยาคลอดลูกสาว ครอบครัวจึงมีภาระเพิ่มขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายครอบครัว ค่านม ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ อีกมากมาย ตนเองจึงตัดสินใจหวนกลับมาค้ายาเสพติดอีกครั้ง ทำมาประมาณ 1 ปีเศษ ส่วนยาเสพติดที่ขาย โดยสั่งซื้อทางโทรศัพท์จากนายช้าง (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เป็นชาวจังหวัดสมุทรปราการ ที่รู้จักกันสมัยที่ตนเองขับรถบรรทุกส่งผลไม้ที่ตลาดหัวอิฐ โดยแต่ละครั้งสั่งซื้อประมาณ 40,000 เม็ด จากนั้นนายช้าง ให้ลูกน้องนำยาบ้ามาส่ง โดยทิ้งไว้ตามข้างถังขยะ ริมถนนสายนครศรีฯ &amp;ndash; ปากพนัง &amp;nbsp;จากนั้นตนเองนำมาใส่ซองและกระจายซ่อนตามที่ต่างๆภายในบ้าน รวมทั้งในฟาร์มหมู เพื่อไม่ต้องการให้ภรรยารู้ แต่สุดท้ายถูกตำรวจจับกุมพร้อมของกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างตำรวจสอบสวนนายนพดล ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมกับยอมรับว่าที่ค้ายาเสพติด เนื่องจากค่าใช้จ่ายครอบครัวไม่เพียงพอชักหน้าไม่ถึงหลัง ตนเองจึงเกิดความเครียด ตอนแรกซื้อยาเสพติดมาเสพเอง เพื่อต้องการระบายความเครียด สุดท้ายตัดสินใจกลับมาค้ายาเสพติดอีก เพื่อต้องการนำเงินที่ขายยาเสพติดมาหมุนธุรกิจฟาร์มหมู พร้อมกับขอสัญญา สาบาน ต่อหน้าตำรวจ และผู้สื่อข่าว ว่าหลังจากรับโทษครั้งนี้แล้ว จะเลิกเด็ดขาด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก เพื่อลูก เพื่อเมีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44271</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาบ้า ยาไอซ์, สภ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช, ึยาเสพติด, แมว คลองน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d6332aba50d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำฟาร์มหมูไม่รุ่ง&#039;แมว คลองน้อย&#039;หวนกลับค้ายาบ้า-ไอซ์ หาเงินหมุนธุรกิจชักหน้าไม่ถึงหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62 - พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.ท.เอกวิทย์ เกิดศิริ สว.สส.ภจว.นศ. พร้อมกำลังตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ควบคุมตัวนายนพดล สุขแจ่ม หรือ แมว คลองน้อย&amp;nbsp;อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 18 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3,093 เม็ด ยาไอซ์หนักรวม 1.628 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ , เครื่องชั่งดิจิตอล และสมุดบัญชีรายชื่อลูกค้าจำนวนหนึ่ง มาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อขยายผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากมีพลเมืองดีแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 18 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีการลักลอบขายยาเสพติดมานานแล้ว จึงนำกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรม กระทั่งทราบแน่ชัดจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมพร้อมของกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเองเคยถูกจับ และรับโทษในคดียาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังพ้นโทษกลับมาบ้าน และประกอบอาชีพสุจริต ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยประกอบอาชีพทำฟาร์มเลี้ยงหมูประมาณ 40 &amp;ndash; 50 ตัว แต่ระยะหลังหมูที่เลี้ยงขายได้ราคาไม่ค่อยดีเท่าไร เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดีประกอบกับในพื้นที่มีชาวบ้านทำฟาร์มเลี้ยงหมูเพิ่มมากขึ้น ทำให้ครอบครัวมีรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาตนมีภรรยา และภรรยาคลอดลูกสาว ครอบครัวจึงมีภาระเพิ่มขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายครอบครัว ค่านม ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ อีกมากมาย ตนเองจึงตัดสินใจหวนกลับมาค้ายาเสพติดอีกครั้ง ทำมาประมาณ 1 ปีเศษ ส่วนยาเสพติดที่ขาย โดยสั่งซื้อทางโทรศัพท์จากนายช้าง (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เป็นชาวจังหวัดสมุทรปราการ ที่รู้จักกันสมัยที่ตนเองขับรถบรรทุกส่งผลไม้ที่ตลาดหัวอิฐ โดยแต่ละครั้งสั่งซื้อประมาณ 40,000 เม็ด จากนั้นนายช้าง ให้ลูกน้องนำยาบ้ามาส่ง โดยทิ้งไว้ตามข้างถังขยะ ริมถนนสายนครศรีฯ &amp;ndash; ปากพนัง &amp;nbsp;จากนั้นตนเองนำมาใส่ซองและกระจายซ่อนตามที่ต่างๆภายในบ้าน รวมทั้งในฟาร์มหมู เพื่อไม่ต้องการให้ภรรยารู้ แต่สุดท้ายถูกตำรวจจับกุมพร้อมของกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างตำรวจสอบสวนนายนพดล ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมกับยอมรับว่าที่ค้ายาเสพติด เนื่องจากค่าใช้จ่ายครอบครัวไม่เพียงพอชักหน้าไม่ถึงหลัง ตนเองจึงเกิดความเครียด ตอนแรกซื้อยาเสพติดมาเสพเอง เพื่อต้องการระบายความเครียด สุดท้ายตัดสินใจกลับมาค้ายาเสพติดอีก เพื่อต้องการนำเงินที่ขายยาเสพติดมาหมุนธุรกิจฟาร์มหมู พร้อมกับขอสัญญา สาบาน ต่อหน้าตำรวจ และผู้สื่อข่าว ว่าหลังจากรับโทษครั้งนี้แล้ว จะเลิกเด็ดขาด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก เพื่อลูก เพื่อเมีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44270</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาบ้า ยาไอซ์, สภ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช, ึยาเสพติด, แมว คลองน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d6332aba50d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.สงขลาจับพ่อค้ายาเปิดอู่บังหน้าขายไอซ์-ยาบ้า   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.61- พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมด้วยนางพิมพ์ธาดา จันทร์สุริยา นายอำเภอรัตภูมิ และพ.ต.อ.บัญชา มีบุญ ผกก.สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา แถลงข่าวการจับกุมนายณัฐพงศ์ หรือปืน โลหรัตน์ อายุ 41 ปี เอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา &amp;nbsp;หลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.รัตภูมิ เข้าจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 104/1 ม.7 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งเปิดเป็นอู่ซ่อมรถยนต์บังหน้า แต่เบื้องหลังมีการลักลอบค้ายาเสพติดทั้งยาบ้าและยาไอซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการตรวจค้นภายในอู่ซ่อมรถเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางรวม 25รายการ ทั้งยาเสพติด อาวุธปืน และรถยนต์ ที่สำคัญเช่น ยาไอซ์กว่า 1 กิโลกรัม ยาบ้า 15,600 &amp;nbsp;เม็ด อาวุธปืนเอ็ม 16 รวม 2 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก ทั้ง 9 มม.และ .357 เครื่องกระสุนปืน 285 นัด รถเก๋ง 1 คันและรถยนต์กระบะ 3 คัน และบุหรี่ต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง และบ้องกันชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายณัฐพงศ์ หรือปืน ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ เป็นการสืบสวนขยายผลมาจากคดีที่ นายนิคม นิยมเดชา อายุ 25 ปี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาในพื้นที่บ้านเขารักเกียรติ ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ และทราบว่าสาเหตุมาจากปัญหาเรื่องยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับนายนิคม จำนวน 2 ราย และให้การซัดทอดว่าซื้อจาก นายณัฐพงศ์ หรือปืน ที่เป็นเอเย่นต์ใหญ่โดยเปิดอู่ซ่อมรถบังหน้าและน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการฆ่า นายนิคม ด้วยจากปัญหาค้างค่ายาเสพติด จึงได้เข้าตรวจค้นภายในอู่แห่งนี้ปรากฏว่าพบทั้งยาเสพติดและอาวุธปืนทั้งปืนสงครามและปืนพกสั้นพร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดยตรวจสอบประวัติของ &amp;nbsp;นายณัฐพงศ์ พบว่าเคยถูกจับพร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 และยาบ้า 17 เม็ดเมื่อเดือนก.ค.2559 และอยู่ระหว่างการประกันตัวในศาลทหาร วงเงินประกัน 800,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5406</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ยาบ้า ยาไอซ์, สงขลา, สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา, อ.รัตภูมิ, แก๊งค้ายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab0b7a222fa9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
