<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ตื่นเร่งกำจัดยาปลอมขายเกลื่อนกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 พ.ย.2562 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร องค์การเภสัชกรรม และสมาคมร้านขายยา เป็นต้น ให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการรณรงค์ &amp;quot;Safe Meds, Save Lives&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวซื้อยาจากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต และจะสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากการแก้ปัญหาการจำหน่ายยาปลอมจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นผลในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยังเตรียมการหารือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดกิจกรรมมอบนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายยาปลอม และยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งลงพื้นที่รณรงค์อย่างเข้มข้นในบริเวณที่มีการกระทำผิดค่อนข้างมาก เช่น ซอยนานาและถนนสุขุมวิท ซึ่งมีการหลอกขายยาปลอมแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าว นอกจากจะสร้างความเข้าใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยาปลอมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้เห็นว่าประเทศไทยไม่สนับสนุนให้มีการจำหน่ายยาปลอมและยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ยาปลอมเป็นเรื่องการละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยการนำเข้า ผลิต และจำหน่ายยาปลอม ซึ่งนอกจากสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าสินค้ายาแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมผู้ป่วยหรือผู้ที่ใช้ยาให้ได้รับความทุกข์ทรมาน ได้รับอันตรายต่อสุขภาพ หรือเสียชีวิตจากการใช้ยาปลอม โดยไม่คำนึงถึงมนุษยธรรมและผลกระทบต่อสังคม ซึ่งความเสียหายต่อสุขภาพผู้ซื้อยาปลอมนั้นประเมินมูลค่าไม่ได้ นับเป็นความสูญเสียที่เสียหายหนักกว่าปัญหาการละเมิดเครื่องหมายการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐ (USPTO) ทำการเปิดตัวโครงการรณรงค์ &amp;ldquo;Safe Meds , Save Lives&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการรณรงค์เสริมสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยาปลอม หรือยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จากนั้นสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้ขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา เชิญสำนักงานคณะกรรมการอาหารและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมในการรณรงค์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยาปลอมที่มีการจำหน่ายกันเป็นอย่างมาก เช่น ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ยาลดน้ำหนัก เป็นต้น โดยยาปลอมที่มีการจับกุมได้มาก คือ ยาไวอากร้า มีทั้งปลอมเครื่องหมายการค้า ด้วยการปลอมยี่ห้อของเจ้าดังๆ และปลอมตัวยา โดยใช้แป้งมาทำ ทำให้ไม่มีสารออกฤทธิ์ เมื่อซื้อไปใช้ก็ไม่มีประโยชน์และอาจเป็นโทษต่อร่างกาย โดยโทษกรณีปลอมเครื่องหมายการค้า จำคุก 4 ปี ปรับ 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีทำยาปลอมตามพ.ร.บ.ยา จำคุก 3 ปีถึงตลอดชีวิต และปรับ 1-5 หมื่นบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาปลอม, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2dba6d89650.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 01:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาหารเสริมดารา สอท.แฉผสมยาบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาเมจิก สกิน ทยอยมอบตัวหมดแล้ว รองเลขาฯ อย.เผย 7 ดารากระทำผิดชัดเจนโฆษณาสินค้าโดยไม่ขออนุญาต อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ประธานอุตสาหกรรมเสริมอาหารเผยผลิตภัณฑ์ของดาราบางคนใส่สารตั้งต้นยาบ้าเพื่อลดน้ำหนัก ชี้ตลาดเครื่องสำอางอาหารเสริมโตหมื่นล้าน โรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานมีแค่ 1 ใน 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา น.ส.มธุรส แดงสัมฤทธิ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 909/49 ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ในคดีที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายบริษัท เมจิก สกิน จำกัด บริษัทผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เดินทางเข้ามอบตัวต่อตำรวจกองปราบปราม จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.มธุรสให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งผลิตสินค้าจากบริษัท เมจิก สกิน โดยอ้างว่าเป็นเพียงผู้ค้าคนกลางที่ไปรับสินค้าจากบริษัทดังกล่าวเพื่อนำมาขายต่อให้ลูกค้า โดยไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์ที่นำมาขายไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่วงเข้าวันพุธ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เปิดเผยว่า น.ส.ธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ได้เข้ามอบตัวแล้ว นับเป็นผู้ต้องหาคนสุดท้ายในจำนวน 8 คนที่ตำรวจแจ้งข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า กรณีการออกหมายเรียกดารานักแสดง และเน็ตไอดอล ที่รับจ้างรีวิวผลิตภัณฑ์ของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด ต้องรอคำสั่งจาก พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. อีกครั้ง แต่ตำรวจกองปราบฯ ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานของดารานักแสดงทั้งหมดไว้พร้อมแล้ว และเตรียมประสานกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เพื่อขอข้อมูลลักษณะฐานความผิด และรายชื่อดารานักแสดงมาให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 เมษายนนี้ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 ในฐานะหัวหน้าชุด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค (ปคบ.) และเจ้าหน้าที่ อย. ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในบ้านจัดสรรภัสสร 8 บ้านเลขที่ 55/134 ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เนื่องจากเป็นสถานที่ที่อยู่ตามฉลากของผลิตภัณฑ์เมจิก สกิน ว่าเป็นบริษัท พีโอเอส คอสเมติกส์ ประเทศไทย จำกัด รับผลิตเครื่องสำอาง เวชสำอาง ครบวงจร เมื่อเดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พล.ต.ต.อังกูรนำหมายค้นแสดงต่อนางสาวณัฏญา ปัญญา ผู้อาศัยและดูแลบ้าน เพื่อขอเข้าตรวจค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการตรวจค้น พล.ต.ต.อังกูรเปิดเผยว่า บ้านหลังนี้เป็นเพียงบ้านพักอาศัย ไม่ได้เป็นโรงงานหรือบริษัท ซึ่งไม่พบตราประทับผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์หรือเครื่องมือเกี่ยวกับบริษัท เมจิก สกิน แต่พบว่ามีการส่งเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เมจิก สกิน ส่งมาที่บ้านหลังนี้ เช่น เอกสารจาก อย. และหมายศาล โดยคนในบ้านอ้างว่าไม่ได้ให้ความสนใจกับเอกสารดังกล่าว แต่เป็นไปได้ว่าคนที่อาศัยภายในบ้านหลังนี้อาจเกี่ยวข้องกับบริษัท เมจิก สกิน หลังจากนี้จะต้องเรียกมาสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการ อย. กล่าวถึงกรณีจะมีการเรียก 7 ดาราเข้าสอบปากคำกรณีรับรีวิวสินค้าเมจิก สกิน ซึ่งอาจมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมว่า เนื่องจาก อย.มีข้อมูลชัดเจนว่ากระทำการโฆษณาที่ผิดกฎหมายที่ อย.ควบคุมดูแล ทั้งในเรื่องของการโฆษณาอาหารเสริมโดยไม่ขออนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาหาร หรือการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ซึ่งมีทั้งประเด็นเรื่องของผิวขาวใส การลดสัดส่วน เป็นต้น จึงได้รวบรวมส่งข้อมูลให้ทางตำรวจในการออกหมายเรียกมาดำเนินการสอบสวน ส่วนศิลปิน ดาราคนอื่นที่กระทำผิดก็ยังมี ซึ่งอยู่ในรายชื่อของทางตำรวจแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในตอนนี้ได้ เท่าที่มีข้อมูลออกไปก่อนหน้านี้ก็คือประมาณกว่า 50 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเตือนกลุ่มดารานักแสดงว่า ในการที่จะรับเป็นพรีเซนเตอร์หรือรีวิวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ขอให้มีการตรวจสอบก่อนว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมี อย.จริงหรือไม่ เพราะเมื่อถูกดำเนินคดีแล้วจะออกมาระบุว่าไม่รู้ว่าผิดกฎหมายไม่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของโฆษณาโอ้อวดเกินจริง เช่น ข้อความที่ระบุว่าทำให้ผิวขาวใสภายใน 7 วัน ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เป็นต้น ต้องใช้วิจารณญาณด้วย&amp;rdquo; รองเลขาธิการ อย.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า อาหารเสริมและเครื่องสำอางควรมีการยกระดับตรวจสอบควบคุมก่อนให้เลข อย.หรือไม่ เนื่องจากปัญหาผลิตภัณฑ์ปลอม ลอบใส่สารอันตราย มีเป็นจำนวนมาก ภก.สมชายกล่าวว่า การกระทำผิดเหล่านี้เกิดจากผู้ประกอบการบางรายย่อยๆ เท่านั้น และก่อให้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการที่ทำถูกกฎหมายหรือทำได้ดี หากไปสร้างหลักเกณฑ์และยิ่งเข้มงวดกับการมาขอ ก็จะทำให้ผู้ผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่หรือรายเล็กที่ทำถูกกฎหมายลำบากยิ่งขึ้น ไม่สามารถแข่งขันกับตลาดส่งออกได้ ซึ่งจริงๆ แล้วการทำผิดเหล่านี้เป็นเรื่องของคนที่ใช้ช่องทางมาทำเรื่องไม่ถูกต้อง ทุจริต แทนที่จะทำตามสูตรที่แจ้ง ก็ไปใส่สารตัวอื่นเข้าไป หรือจดแจ้งที่ไม่ใช่สถานที่ผลิตจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการตรวจสอบเลข อย.ของประชาชนผ่านเว็บไซต์ อย.จะเห็นชัดเลยหรือไม่ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ปลอม ภก.สมชายกล่าวว่า ประชาชนอาจจะไม่ทราบ เพราะเลขที่จดแจ้งหรือที่อยู่ในการผลิตที่แสดงในระบบก็เป็นไปตามที่เขามาจดแจ้งไว้ ซึ่งหากเขาต้องการหลอกลวง เขาก็จะทำฉลากให้เป็นเลขที่จดแจ้งหรือที่อยู่เดียวกันกับที่แจ้งไว้ ซึ่งหากขายหรือโฆษณาค่อนข้างโอ้อวดเกินจริง ผู้บริโภคต้องระวัง เช่นเดียวกับคนที่จะไปรับโฆษณาให้เขายิ่งต้องระวัง เพราะหากโฆษณาอะไรที่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง ก็จะมีความผิดด้วย ไม่ว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะถูกหรือผิดกฎหมายก็ตาม แต่หากผลิตภัณฑ์นั้น อย.ตรวจสอบพบว่าผิดกฎหมาย เช่น เครื่องสำอางเมจิก สกิน ตอนนี้ หากไปค้นดูในระบบของ อย.ก็จะแจ้งสถานะว่ามีการเพิกถอนออกไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มภัณฑ์อาหารเสริมอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่จะให้พิจารณาความผิดในกรณีจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของสารอันตรายต่างๆ เช่น ไซบูทรามีน หรือสารตั้งต้นยาบ้า ไวอะกร้า สารปรอท ให้เป็นความผิดในการขายยาปลอม แทนการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปนเปื้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดได้เข้าไปหารือกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้มีการเพิ่มโทษ โดยเปลี่ยนคำจำกัดความอาหารเสริมที่มีส่วนผสมในสารต่างๆ ที่เป็นอันตราย จากเดิมที่เคยเรียกว่า &amp;#39;อาหารปนเปื้อน&amp;#39; เป็น &amp;#39;ยาปลอม&amp;#39; เนื่องจากอาหารเสริมบางชนิดมีการใส่ตัวยาที่เป็นสารเสพติดลงไป ซึ่งจะเป็นช่องทางที่จะเพิ่มโทษได้ จากปัจจุบันโทษของการขายอาหารที่มีสารปนเปื้อน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3-5 ปี แต่หากเปลี่ยนคำจำกัดความได้ อาจจะเพิ่มโทษเหมือนการค้ายาเสพติด คือจำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต เพื่อให้มีความเกรงกลัวมากขึ้นต่อความผิด&amp;quot; นายนาคาญ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนาคาญ์กล่าวด้วยว่า กรณีดารานักแสดงที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปัจจุบันมี 2 กรณีคือ กรณีแรกดารารับเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งกรณีนี้มีโทษไม่รุนแรง ถือว่าตกเป็นเหยื่อและใช้เครดิตการเป็นดาราในการช่วยโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่อีกกรณีคือ ดาราเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เอง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีผลิตภัณฑ์ดาราบางตัวใส่สารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นยาบ้าเพื่อลดน้ำหนัก หรือใส่สารปรอทเพื่อให้ผิวขาว ขณะที่ผลิตภัณฑ์กาแฟบางยี่ห้อมีส่วนผสมไวอะกร้าของจีน และสารออริสแตท เพื่อดักจับไขมัน ก็ต้องระวางโทษตามข้อกฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพรวมของตลาดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดเกือบ 10,000 ล้านบาทต่อปี จากเดิมมีมูลค่าตลาดประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี โดยผลิตภัณฑ์ในตลาด 40% เป็นผลิตภัณฑ์ปลอมที่มีการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ด้านโรงงานผลิตอุตสาหกรรมนี้ มีโรงงานผลิตสินค้าได้มาตรฐานประมาณกว่า 1,000 โรงงาน ขณะที่โรงงานไม่ได้มาตรฐานมีประมาณกว่า 10,000 โรงงาน และเนื่องจากการขอทะเบียนจาก อย.เป็นเรื่องยาก แต่การผลิตง่าย จึงมีการผลิตอย่างไม่ถูกต้องออกมาค่อนข้างมาก ซึ่งทางกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส.อ.ท.จึงร่วมมือกับทางราชการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ออกสุ่มซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง มาตรวจสอบคุณภาพและทะเบียน อย.ว่าได้รับทะเบียนจาก อย.จริงหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเคลื่อนไหวของเหล่าดาราที่มีความเกี่ยวข้องกับเมจิก สกิน โดย ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ ดาราสาวที่เคยโพสต์ภาพสินค้าดังกล่าว โพสต์ชี้แจงเรื่องนี้ว่า &amp;quot;จากกรณีที่ขวัญเคยรีวิวสินค้าแบรนด์เมจิก สกิน ซึ่งมีข่าวว่าสินค้าดังกล่าวมีปัญหา ขวัญต้องขออภัยกับทุกคนที่ได้รับความเสียหาย เนื่องมาจากสินค้าและการรีวิวสินค้า หรือการโฆษณาสินค้าแบรนด์ดังกล่าวของขวัญด้วย ขวัญประมาทเองที่ไม่ตรวจสอบให้ดีและด้วยตัวเอง แต่ขวัญลงรีวิวในฐานะที่ขวัญได้ใช้สินค้านั้นจริง โดยขวัญได้สินค้านี้มาจากบุคคลที่ขวัญเคยเคารพ ไว้ใจ และเป็นบุคคลที่เคยใกล้ชิดขวัญมากในอดีต ทำให้ขวัญเกิดความเชื่อมั่นในสินค้า จึงลงคำโฆษณาต่อ ขวัญต้องกราบขออภัยทุกคนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งมีผลมาจากการที่ขวัญลงโฆษณาสินค้า โดยไม่เช็กข้อมูล อย. แท้จริงด้วยตัวเอง แต่กลับเชื่อถือจากคำบอกเล่าหรือสื่อต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พระเอกหนุ่ม &amp;quot;พอร์ช ศรัณย์&amp;quot; ก็โพสต์ขอโทษเช่นกัน ระบุว่า &amp;quot;ผมต้องกราบขออภัยกับทุกๆ คนด้วยครับ ที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ ขอโทษที่ไม่ได้เช็กข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน​ ขอโทษจริงๆ ครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7868</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริต, น.ส.ธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ, น.ส.มธุรส แดงสัมฤทธิ์, บริษัท เมจิก สกิน จำกัด, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, ยาปลอม, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ลอบใส่สารอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาหารปนเปื้อน, อาหารเสริมและเครื่องสำอาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae0890ae3508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
