<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุณยายรอดแล้ว!​ ด้วยฟาวิพิราเวียร์และออกซิเจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.64 - นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า คุณยายรอดแล้ว​ ด้วยฟาวิพิราเวียร์​ &amp;nbsp;โดยระบุว่า สามสัปดาห์ที่แล้ว​ ในครั้งที่แพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่2 ผมได้เข้าไปตรวจโควิดที่ชุมชนอ่อนนุช​ ที่นั่นมีคุณยายอายุขึ้นด้วยเลข7​ เดินไม่ค่อยไหว​ ติดบ้านแต่ไม่ติดเตียง​ มีโรคประจำตัวหลายโรค​ ที่สำคัญคือ​ &amp;nbsp; ที่บ้านมีลูกติดเชื้อด้วย​ กักอยู่ที่บ้าน​ วันนั้นทีมแพทย์ชนบทไม่ได้ติดยาฟาวิพิราเวียไปด้วย​ แต่ทีมภาคประชาชนที่ดูแลนั้นจัดหายาฟาวิมาให้ทานในอีกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมเจอพี่หน่อยที่เป็นอาสาคนสำคัญของชุมชน​ พี่หน่อยว่า​&amp;quot;คุณยายสบายดีแล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนแรกก็ไข้ขึ้น​ ไอมาก​ เหนื่อยหอบ กินยาแล้วก็ยังหนัก​ จนต้องไปหายืมถังออกซิเจนมาช่วย​ &amp;nbsp;หาโรงพยาบาลที่จะไปส่งไม่ได้เลย​ &amp;nbsp;แต่หลังจากนั้นอาการก็ค่อยๆดีขึ้น​ จนปัจจุบันยายหายแล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;quot;ยาหายเพราะฟาวิและออกซิเจน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์นั่นสำคัญมาก​ ผลตรวจ​ATK​ หรือตรวจโควิดเองแล้วผลเป็นบวก​ &amp;nbsp;แถมสูงอายุหรือมีโรคประจำตัว​ จะหายาฟาวิพิราเวียจากไหน​ &amp;nbsp;เพราะโรงพยาบาลยังไม่รับและคิวโรงพยาบาล​ก็หายาก​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์ของผู้ป่วยโควิดที่ควรได้ยา​ จากการตรวจ​ATKนั้น.ยังเป็นประเด็นที่รอการจัดการต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112637</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาฟาวิพิราเวียร์, แพทย์ชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fd0e4c5dc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อย.’เตือนอย่าซื้อฟาวิพิราเวียร์มากินเองเสี่ยงถึงชีวิต!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)​เปิดเผยถึงกรณีการซื้อยาฟาวิพิราเวียร์มากินเองว่า ประชาชนอย่าซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจได้ยาปลอมที่ไม่มีตัวยาสำคัญอยู่เลย หรือได้รับยาที่ไม่มีคุณภาพมาตรฐานทำให้เสียโอกาสในการรักษา และอาจได้รับอันตรายจากสารปนเปื้อน รวมถึงการซื้อยาผ่านอินเตอร์เน็ตผู้ป่วยอาจไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการใช้ยา ซึ่งปัจจุบันเมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาในระบบที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้จะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุรโชค กล่าวว่ายาฟาวิพิราเวียร์จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ จำเป็นต้องติดตามอาการข้างเคียงและผลการรักษาระหว่างการใช้ยา การใช้ยาในผู้ป่วยบางกลุ่มจำเป็นต้องคำนึงถึงประโยชน์ และความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่จะตามมาโดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ &amp;nbsp;นอกจากนี้จำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ การใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ง่าย ส่งผลให้ใช้ยาไม่ได้ผลเมื่อเกิดการติดเชื้อเป็นเหตุให้ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้มีผู้ไม่หวังดีหลอกขายยาให้แก่ประชาชน ทั้งมีการลักลอบนำยาของผู้ป่วยมาขาย หรือเจตนาปลอมให้เชื่อว่าเป็นยาฟาวิพิราเวียร์หลอกขายตามอินเทอร์เน็ต &amp;nbsp;ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากประชาชนสงสัยว่ายาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้รับเป็นยาปลอมสามารถสอบถามและแจ้งเบาะแสที่สายด่วน 1556&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112164</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์, ยาฟาวิพิราเวียร์, รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a1559e306a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนกรมั่นใจตั้งแต่ต.ค.ผลิตฟาวิพิราเวียร์ได้เดือนละ40ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ส.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลดำเนินการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ให้เพียงพอ ทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศ และการผลิตเองในประเทศ โดยขณะนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เริ่มผลิตได้ และจะทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้มีศักยภาพการผลิตอยู่ที่เดือนละ 2-4 ล้านเม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเดือนกันยายนคาดว่าจะผลิตได้จำนวน 23 ล้านเม็ด และตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไปจะสามารถผลิตได้ไม่น้อยกว่า 40 ล้านเม็ดต่อเดือน&amp;rdquo;นายธนกรกล่าวและว่า ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการจ่ายให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ทำ Home Isolation โดยพิจารณาให้ยาฟ้าทะลายโจรหรือยาฟาวิพิราเวียร์ตามระดับอาการด้วยแล้ว ดังนั้นขอให้ประชามั่นใจว่า ยาฟาวิพิราเวียร์มีเพียงพอต่อการรักษาอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112163</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกร วังบุญคงชนะ, ยาฟาวิพิราเวียร์, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608618b7370f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนปชช.อย่าหลงเชื่อซื้อ&#039;ยาฟาวิพิราเวียร์&#039;ปลอม! ยันมีใช้เฉพาะรพ.เท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากที่ในสื่อโซเชียลมีเดียได้มีการเผยแพร่ว่าขณะนี้เกิดกรณีการหลอกลวงขายยาฟาวิพิราเวียร์ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ผ่านช่องทางต่างๆ นั้น ขอให้ประชาชนทุกท่านระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อไปซื้อมารับประทานเอง เพราะปัจจุบันยาฟาวิพิราเวียร์เป็นยาที่ใช้เฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่มีการวางขายตามร้านขายยาหรือท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากการให้ยาผู้ป่วยนั้นจะต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและคำสั่งของแพทย์ ที่จะต้องพิจารณาจากระดับอาการ น้ำหนักตัว หรือโรคประจำตัวของผู้ป่วย เพื่อป้องกันกรณีการใช้ยาเกินจำเป็นและเกิดปัญหาไวรัสดื้อยาในผู้ป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ประชาชนทุกท่านใช้ความระมัดระวังในการซื้อยาทานเอง สำหรับฟาวิพิราเวียร์นั้นไม่ได้มีการวางขายเป็นการทั่วไป การทานยายังอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ส่วนผู้ที่กำลังหลอกลวงประชาชนขอให้หยุดการกระทำ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดเพราะถือเป็นการกระทำผิดในขณะที่ประเทศอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ให้เพียงพอทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศ และการผลิตเองในประเทศที่ขณะนี้องค์การเภสัชกรรม(อภ.) เริ่มผลิตได้จะทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนส.ค. นี้เป็นต้นไป มีศักยภาพการผลิตอยู่เดือนละ 2-4 ล้านเม็ด&amp;nbsp; โดยปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการจ่ายให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ทำ Home Isolation&amp;nbsp; ซึ่งลงทะเบียนผ่าน 1330 กด 14 โดยพิจารณาให้ยาฟ้าทะลายโจรหรือยาฟาวิพิราเวียร์ตามระดับอาการด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเวชภัณฑ์ป้องกันตนเองสำหรับเจ้าหน้าที่ ขณะนี้มีอัตราการสำรองคงคลังส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับสูง เช่น หน้ากาก N95 มีสำรองทั้งคลังส่วนกลางและคลังภูมิภาค อัตราสำรองคงคลัง 9 เดือน ชุดPPE แบบ Coverall&amp;amp;Grown อัตราคงคลัง 3 เดือน ถุงคลุมรองเท้า (Shoe Cover)&amp;nbsp; อัตราสำรองคงคลัง 10 เดือน หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical mask) มีสำรองในคลังทั่วประเทศ อัตราสำรองคงคลัง 12 เดือน&amp;nbsp; ส่วนใดที่สำรองคงคลังลดลงกระทรวงสาธารณสุขก็มีการจัดหาให้เพียงพอ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111923</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, ยาฟาวิพิราเวียร์, รัฐบาล, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b6023e882d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.สนามมธ.&#039;รับมือผู้ป่วยพีกสุดเดือนนี้! ห่วงยาฟาวิพิราเวียร์ไม่พอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม วันที่ 113 ของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ และวันที่ 52 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงมากกว่า 18,000 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 133 คน จำนวนผู้ป่วยรายวันที่จะแตะสองหมื่นคนต่อวัน และมีแนวโน้มว่าจะอยู่แถวๆ นี้ไปอีกอย่างน้อยหนึ่งหรือสองสัปดาห์ ทำให้จำเป็นต้องคิดและกำหนดแผนการอะไรบางอย่างในระดับประเทศแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันก่อน สภาเภสัชกรรมออกแถลงการณ์เตือนมาแล้วว่า ต่อให้องค์การเภสัชกรรมของเราจะผลิต Favipilavir ได้เองแล้ว แต่ในหลายเดือนจากนี้ไป ศักยภาพการผลิตของเราจะอยู่ที่เดือนละ 2-3 ล้านเม็ด และหากผู้ป่วยใหม่อยู่ในระดับนี้ และมีนโยบายให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาอย่างเร็วตามที่ สธ.กำหนด เราจะต้องใช้ยาถึงวันละหนึ่งล้านเม็ด (ผู้ป่วยคนหนึ่งใช้ยาโดสละ 50 เม็ด) และภายในสัปดาห์หน้า ประเทศจะขาดยา Favi อย่างแน่นอน ถ้าหากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการให้โรงงานผลิตยาของเอกชนที่มีมาตรฐานสูงในระดับเดียวกันเข้ามาช่วยผลิตยาเพิ่มจากที่องค์การเภสัชกรรมทำอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำเตือนของสภาวิชาชีพเภสัชกรรมนี้ เป็นการประเมินความต้องการใช้ยาของประเทศที่น่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะยา Favi ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสชนิดเดียวที่มีใช้อยู่ในประเทศ ที่ใช้กับผู้ป่วยโควิดทุกๆ เม็ดในทุกๆ โรงพยาบาล ถูกสั่งจ่ายออกไปโดยสมาชิกของสภาวิชาชีพนี้ทั้งสิ้น เราหวังว่ารัฐบาลจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างรวดเร็วที่สุด และการตัดสินใจว่าจะไม่ตัดสินใจ ก็จะต้องมีคำอธิบายที่ดีสำหรับประชาชนด้วยนะ เพราะถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย&amp;nbsp; ประมาณกลางเดือนสิงหาคม&amp;nbsp; ~อีกสักสองสัปดาห์~เราก็จะได้ยินเพิ่มว่า นอกจากวัคซีนขาด เตียงขาดแล้ว ยารักษาโควิดยังขาดอีกด้วย ที่น่าเศร้าก็คือ เรื่องนี้จะเกิดขึ้นในประเทศที่เคยถูกยกย่องว่า มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกติดต่อกันมาหลายปีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
วันนี้ (1 ส.ค.) เป็นวันแรกของเดือนสิงหาคม เดือนที่สถานการณ์ที่ผู้ป่วยด้วยโรคระบาด จะหนักที่สุดเท่าที่เราเคยเผชิญกันมา ระบบโรงพยาบาลที่พอจะผ่อนสั้นผ่อนยาวและดูแลผู้ป่วยมาได้อย่างสะบักสะบอมในช่วงที่ผ่านมา จะเผชิญกับจำนวนผู้ป่วยที่ถึงจุด Peak ในเดือนนี้แหละ ~ตามทฤษฎีระบาดวิทยาทุกทฤษฎี ~ดังนั้นเราจึงจะต้องเสริมแนวป้องกัน ขุดสนามเพลาะและเตรียมอาวุธที่เหลืออยู่ในทุกโรงพยาบาล เพื่อรบในสงครามไวรัสที่โหดร้ายที่สุดที่กำลังจะมาถึงตัวพวกเราแล้วให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ที่ธรรมศาสตร์ เรารู้อยู่แล้วว่าเราจะเผชิญกับอะไรบ้าง&amp;nbsp; วันที่ 2 ส.ค. ER ของเราจะเปิดปกติเพื่อรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ ห้อง Negative Pressure สองห้องใหญ่และ Nurse Station ที่เป็น Positive Pressure ในโซน ER พร้อมด้วยชุดอุปกรณ์ป้องกันคนของเราที่ดีที่สุดที่เราจะหามาได้ เตรียมพร้อมอยู่แล้วสำหรับผู้ป่วยที่จะมากขึ้นกว่าเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เราคงจะรับผู้ป่วยได้มากพอสมควร เท่าที่ศักยภาพ เตียง และแพทย์พยาบาลของเราเท่าที่มีอยู่จะทำให้ถึงที่สุด และถ้ามันเลวร้ายจนถึงขนาดต้องมีคนไข้ล้นไปอยู่ที่จอดรถหน้า ER หลาย ๆ รายในบางหน เราก็อาจจะจำเป็นหยุดรับ และขอเคลียร์คนไข้ขึ้นตึกให้เสร็จสัก 8 ชั่วโมงหรือ 12 ชั่วโมง ก่อนที่จะกลับมาเปิดรับอีกครั้งเมื่อเคลียร์ ER ได้ เหมือนกับที่เพื่อนร่วมรบของเราในหลายโรงพยาบาลทำอยู่ เพราะจำนวนคนป่วยใหมที่มีแต่ละวันในเคสโควิดนั้น มากเกินกว่าศักยภาพของทุกโรงพยาบาลรวมกันมากกว่าสิบเท่าจริง ๆ นะ
&amp;nbsp;
สัปดาห์หน้า ราววันพฤหัส เราจะติดตั้งเตนท์พลาสติกความดันลบแบบเตนท์สนาม สำหรับทำหัตถการผู้ป่วยโควิดในวอร์ดโรคไตสองเตนท์ และในวอร์ดอายุรกรรมอีกสี่เตนท์ โดยความช่วยเหลือจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วันอังคารมะรืนนี้ ในวอร์ดสูตินรีเวชห้องคลอดที่เป็น Negative Pressure สองยูนิตของเราน่าจะเปิดใช้งานได้ สำหรับผู้คลอดวันละราว 10 ราย ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นผู้ติดเชื้อหรือเป็น PUI เราคิดว่า เราเตรียมพร้อมแล้วนะ ที่จะทำสงครามใหญ่ในเดือนสิงหาคม
&amp;nbsp;
วันที่ 2 ส.ค. การปรับปรุงศูนย์ Home Isolation ของเราจะเสร็จสิ้น เราน่าจะมีห้องที่ใช้นัดหมายทำความเข้าใจและ Orientation ผู้ป่วยโควิดที่ยังมีอาการไม่มาก ที่จะมารับยาและเวชภัณฑ์เองได้คราวละ 20 คนในห้อง Orientation ที่เป็น Negative Pressure ตอน 11 นาฬิกาวันจันทร์พรุ่งนี้&amp;nbsp; หลังการประชุมวอร์รูมของโรงพยาบาล เรานัดประชุมแนวทางการส่งผู้ป่วยเข้า HI ของเรากับนายแพทย์ สสจ.จังหวัดปทุมธานี กับสสอ.และผอ.รพ. คลองหลวง, ธัญบุรี, สามโคกและ ลำลูกกา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ได้ส่งต่อผู้ป่วยโควิดเข้า HI ของ รพ.ธรรมศาสตร์ เป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในโครงการ HIของธรรมศาสตร์ ที่วันนี้มีผู้ป่วยสะสมเกือบแปดร้อยคนแล้ว เราสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง และรับดูแลผู้ป่วยได้ไปจนถึงการรับผู้ป่วยกลับเข้านอนในโรงพยาบาลในกรณีที่มีอาการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ จนถึงขณะนี้ ผู้ป่วยในโครงการ HI ของเราที่มีอาการมากขึ้นได้ถูกส่งตัวกลับมารักษาในรพ.ธรรมศาสตร์ และใน รพ.สนามธรรมศาสตร์มากกว่า 20 คนแล้วนะ แม้ว่าในช่วงต้นเราจะไม่มีผู้ป่วยในโครงการมากนักก็ตาม ตัวเลขผู้ป่วยที่เรารับเข้ามานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นนี่เอง ที่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าโครงการ Home Isolation สามารถทำงานช่วยผู้ป่วยในภาวะขาดแคลนเตียงได้อย่างมีประสิทธิภาพและโดยไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วย เพราะหากมีอาการเลวร้ายลง เรารับกลับมาดูแลทุกรายจริง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ วันนี้เราหารือกันและตัดสินใจว่า เราจะเพิ่มห้องและเพิ่มเตียงสำหรับดูแลผู้ป่วยเคสสีเหลืองที่จะต้องทำ close monitorในรพ.สนาม จากเดิมที่เคยมีอยู่ในชั้น 2 ของอาคารDLuxxเพียง 22 เตียง ให้กลายเป็น 44 เตียงใน 44 ห้อง สำหรับดูแลผู้ป่วยที่มีอาการมากขึ้นในระดับที่ต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ เราจะต้องจัดหาเครื่องทำออกซิเจนเพิ่มขึ้นสำหรับอีก 22 ห้องในชั้นที่ 3 พร้อมกับจัดหาชุดมอนิเตอร์สัญญาณชีพของผู้ป่วยในทุกเตียงและทุกห้อง ซึ่งจะต้องเตรียมจัดหาให้เสร็จภายในกลางเดือนนี้ให้ได้ เพื่อเผชิญวิกฤตรอบใหม่ที่เรารู้อยู่แล้วว่ากำลังจะมาถึง เพราะโอกาสที่จะส่งผู้ป่วยเหล่านี้กลับไปดูแลรักษาใน รพ.หลัก ก็จะมีน้อยลงด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
จนถึงสามทุ่มคืนนี้ ที่ รพ.สนาม เรารับผู้ป่วยใหม่เข้ามาดูแลได้อีก 39คน และส่งผู้ป่วยที่รักษาหายกลับบ้านได้ 27 คน คืนนี้มีคนนอนรักษาตัวอยู่ที่นี่จำนวน 335 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สถานการณ์ในวันนี้ที่ศูนย์รับวัคซีนที่ยิม 4 เราให้ Astra ให้กับผู้คนที่รอคอยวัคซีนได้อีก 2,432คน และจะให้วัคซีนไปเรื่อยๆ ทุกวันไม่มีวันหยุด ด้วยพละกำลังจากคนธรรมศาสตร์และบรรดาอาสาสมัครทั้งหลายที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ แต่เต็มใจที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติของเราที่กำลังเดือดร้อนและเป็นทุกข์&amp;nbsp; ธรรมศาสตร์เองก็ควักกระเป๋าจ่ายค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าทำความสะอาด และค่าดำเนินการต่างๆ วันละมากกว่าหนึ่งแสนบาทในทุกวันที่มีการฉีดวัคซีน จากเงินของมหาวิทยาลัยเอง แต่เงินจำนวนนี้ไม่มีความสำคัญเลยถ้าแลกกับภูมิต้านทานโรค ความปลอดภัยและชีวิตของผู้คนจำนวนมากที่เป็นพี่น้องร่วมแผ่นดินของเรา เรายืนยันว่าเรายินดีจะจัดการฉีดวัคซีน Astra ที่นี่ไปอีกทุกๆ วัน จนถึงสิ้นปี ถ้าหากสธ.ยังคงมีและส่งวัคซีนมาให้เราช่วยฉีดให้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
มีข่าวที่หลายคนแจ้งเรามาว่า มีนายหน้ารับจองลัดคิวฉีดวัคซีนให้โดยเรียกเก็บเงินตอบแทนคนละหลายพันบาท และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้จ่ายเงินไป เราจะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปโดยเร็ว ถ้าท่านใดมีข้อมูลเรื่องนี้ช่วยแจ้งกับเราในเพจ รพ ธรรมศาสตร์ หรือบอกมาที่ผอ.รพ ธรรมศาสตร์ด้วยนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เตรียมรับสถานการณ์ของเดือนสิงหาให้ดี อย่าตระหนกกับตัวเลขมากนัก ไม่ว่ามันจะสูงขึ้นเท่าใดก็ตาม ดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดี รักษาระยะห่างและอย่าออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ และมีอะไรเกิดขึ้นก็มาหาพวกเราที่ธรรมศาสตร์ได้นะ&amp;nbsp; เรายังพอไหวอยู่ และจะพยายามดูแลช่วยชีวิตผู้คนจนสุดกำลังความสามารถ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ยาฟาวิพิราเวียร์, รพ.สนามมธ., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61074915bbc31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ชื่นชมภาคเอกชน​ช่วยสู้โควิด​ มอบห้องความดันลบแบบ​Modular Unit ให้โรงพยาบาลฝ้าวิกฤติ​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลในกำกับ อว. มีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ส่งมอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมีความภูมิใจที่ อว. สามารถพัฒนาห้องความดันลบได้สำเร็จ ซึ่งความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกประเทศ หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ตนจึงมองประเทศไทยในแง่ดี เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ก็เช่นกัน เรามีทางออก มีความหวัง มีอนาคต ที่สำคัญ เราได้เห็นความเข้มแข็งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ธุรกิจไม่ได้แปลว่าการหากำไรแต่อย่างเดียว ในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหาภาคเอกชนไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฝ่าฟันวิกฤติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว. กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ห้องความดันลบแบบ Modular Unit มาจากฝีมือของสถาบันแสงซินโครตรอน ซึ่งปกติจะทำเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในยามคับขันเช่นนี้ก็นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ทันการณ์ในราคาต้นทุนต่ำมาก และ ส.อ.ท. ได้นำพิมพ์เขียวที่พัฒนาขึ้นนี้ไปผลิตต่อ แม้แต่การผลิตชุดหมี PPE ที่แต่เดิมต้องซื้อในราคาหลักหมื่น แต่ตอนนี้เราทำให้ถูกลงได้ถึง 10 เท่า สามารถซักและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ชุด PAPR&amp;nbsp; ที่มีราคาหลักแสน เราก็ผลิตได้ในราคาไม่ถึงหมื่น วัคซีนเราก็เริ่มคิดค้นและพัฒนาได้ในเวลาไล่เลี่ยกับประเทศตะวันตก และอีกไม่นานก็จะผลิตออกมาใช้ได้ ล่าสุด ยังผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กันได้เอง ราคาเพียงแค่เม็ดละ 30 บาท ถูกกว่านำเข้า 3 - 4 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ในเวลานี้ได้มีภาคเอกชนรับไปต่อยอดในเชิงธุรกิจแล้ว ในวิกฤติจึงมีโอกาสอย่างแท้จริง ความสามารถเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่จะหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานนวัตกรรม&amp;nbsp; เปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันในระดับโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ต้องมีสติ มีความรักสามัคคี คนไทยสู้ได้เมื่อภัยมาเสมอ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังและให้เกียรติกับภาคเอกชนมาก และขอบคุณภาคเอกชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยกู้วิกฤติในสถานการณ์คับขัน&amp;nbsp; อย่าง ส.อ.ท. ที่มีการออกมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องของการป้องกัน การรักษา และเยียวยา&amp;nbsp; และยังได้ช่วยกันออกแบบเครื่องเก็บวัคซีนประมาณร้อยกว่าเครื่องเพื่อรองรับการดูแลวัคซีนของประเทศ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนแน่นอน อีกไม่เกิน 3-4 เดือน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น วัคซีนจะเข้ามาทันใช้แน่นอน เราต้องไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย&amp;rdquo; ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า&amp;nbsp; จัดตั้ง &amp;quot;กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. โดยได้ร่วมกับ อว. จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือ อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน โดยในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท.หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111272</URL_LINK>
                <HASHTAG>Modular Unit, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ธนาคารกสิกรไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ภาคเอกชน, ยาฟาวิพิราเวียร์, ส.อ.ท., สถาบันแสงซินโครตรอน, สภาหอการค้า, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สู้โควิด, ห้องความดันลบ, อว., เครื่องเก็บวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa8450dab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดแล้ว! &#039;สรยุทธ&#039; โต้ยิบหมอวิจารณ์ล้ำเส้น เหน็บกลับดูเหมือนจะมีปัญหากับน้ำตาผมมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 -&amp;nbsp;นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรเล่าข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กตอบโต้&amp;nbsp;พญ.นงนลินี จัยสิน แพทย์ชำนาญการ ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ว่า ตอบ คุณหมอ นงนลินี ครับ nongnalinee jaisin ผมไม่เคยประสานผู้บริหาร สปสช. กรมการแพทย์ เพื่ออยากเอายา (ฟาวิพิราเวีย) มาแจกคนไข้หนักเสียเอง นะครับ คุณหมอเป็นอะไรครับ ถึงได้กล่าวหาคนอื่นง่ายๆ แบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอบอกว่า &amp;ldquo;คุณเห็นแค่ปลายทางที่คนไข้หนัก คุณร้องไห้ คุณประสานผู้บริหาร สปสช.กรมการแพทย์ที่อยากเอายามาแจกคนไข้หนักเสียเอง
โชคดีบังเอิญที่ดิฉันได้รับรู้ควาพยายามอันนี้ จึงพยายามโพสต์ พยายามโทรเข้ากรมการแพทย์ เพื่อมิให้พวกคุณนำยานำออกซิเจนมาแจกเสียเอง เพราะอะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะคนเหนื่อยไม่ต้องการแค่ยา ไม่ต้องการออกซิเจน ต้องการการประเมินดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องการยาลดการอักเสบที่ใช้ฉีดเอา มิได้กินเอา
ถ้ารักษาคนไข้หนักกันเอาเอง เราก็จะเหมือนอังกฤษ ที่ช่วงนึงคนตายเยอะมากเพราะแจกยาต้านไวรัสและสเตียรอยด์ ผลที่ตามมาคือได้พันธุ์ไวรัสเป็นของตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ำนะครับ ผมไม่เคยแม้แต่จะคิดว่า จะเอายามาแจกผู้ป่วยเสียเอง เพราะผมไม่ใช่หมอ ที่เคยพูดคุย (อย่างเปิดเผยผ่าน live) กับเลขาธิการ สปสช. ก็คือการถามถึงนโยบาย home isolation เพื่อผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวกักตัวเองอยู่บ้าน โดยจะมีระบบดูแล และส่งของจำเป็นไปให้อย่างไร ผมก็เพียงถามว่าถ้าผู้ติดเชื้ออยากได้ยาต้านไวรัส &amp;ldquo;ฟาวิพิราเวีย&amp;rdquo; จะมีหลักเกณฑ์อย่างไร คำตอบก็เป็นนโยบายของ สปสช. ว่าสามารถให้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวผม ตั้งแต่วันที่คุยกับ เลขาฯ สปสช.ในวันนั้น (ซึ่งไม่ใช่การกลับลำ อย่างที่คุณหมอมาขอบคุณผมในเวลาต่อมา) คือ ผู้ป่วยสีเขียวให้อยู่ home หรือ community isolation เพื่อจะสงวนเตียงใน รพ. และหมอพยาบาล ไว้ช่วย ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง ไม่อย่างนั้น เราจะสูญเสียกันอีกมาก ถ้าผู้ป่วย 2 กลุ่มนี้ตกค้างตามบ้าน ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หลักฐานก็เป็นบันทึกที่อยู่ในเพจนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรมการแพทย์ ผมไม่เคยพูดคุย แม้กระทั่งวันที่พบอธิบดีกรมการแพทย์ ในวันพบสื่อ ผมก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ ส่วนที่ผมเคยโพสต์และพูดเรื่อง &amp;ldquo;ยาฟาวิพิราเวีย&amp;rdquo; ไปรายการคือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;คิดเองว่า ถ้าตรวจ แอนติเจน เทสต์ แล้ว ผลเป็นบวก ควรได้ &amp;ldquo;ยาฟาวิพิราเวียร์&amp;rdquo; ง่ายกว่านี้? ในภาวะ &amp;ldquo;ฉุกเฉิน&amp;rdquo; แล้ว กว่าจะต้องรอเข้าตรวจ RT-PCR &amp;nbsp;กว่าจะได้ตรวจ กว่าจะยืนยันผล กว่าจะเข้าระบบ&amp;nbsp;แล้วถึงจะได้รับการพิจารณาให้ยาฟาวิฯ มันจะช้าไป จากสีเขียว จนกลายเป็นสีเหลือง เป็นสีแดง ไปก่อนหรือเปล่า สายพันธ์เดลต้า อาการรุนแรงใน 3-5 วัน เร็วกว่า สายพันธุ์อัลฟา ที่ 7-10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากขอความรู้จากแพทย์จริงๆ ครับ&amp;nbsp; หลักฐานก็อยู่ในเพจ และในคลิปรายการ ผมขอเอายา &amp;ldquo;ฟาวิพิราเวียร์&amp;rdquo; มาแจกเองตรงไหนครับ ผมเพียงตั้งข้อสังเกตถึงระบบเมื่อให้ตรวจ ATK แล้วยังไงต่อ กว่าจะเข้าระบบได้ต้องผ่านอะไร และกว่าจะเข้าถึงยา &amp;ldquo;ฟาวิพิราเวียร์&amp;rdquo; มันจะช้าไปหรือไม่ กับความฉุกเฉินที่เป็นอยู่ ผมแค่ขอความรู้ ไม่เคยกดดันให้แจก และไม่เคยไปขอมาแจกเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอบอกด้วยว่า &amp;ldquo;แต่ถึงอย่างไรขอบคุณคุณสรยุทธคุณได๋ ที่กลับลำ ไม่สร้างความลำบากใจให้แพทย์ที่อยู่ด่านหน้า ด้วยการดื้อดึงที่จะหายาfavi และสเตียรอยด์มาแจกเอง เห็นตัวอย่างประเทศที่ทอดทิ้งคนไข้แจกยากินเองแม้ในคนไข้หนักไหมคะ? ทั้งอังกฤษ ทั้งอินเดีย ทั้งอเมริกา เขามีสายพันธุ์เป็นของตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คุณหมอก็เอามาจากไหนอีก หนึ่งผมไม่ได้กลับลำ เพราะไม่ได้ทำมาแต่ต้น และ สอง &amp;ldquo;สเตียรอยด์&amp;rdquo; คุณหมอจินตนาการเอาเองจากไหนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมทำข่าว ผมรู้เรื่องการใช้สเตียรอยด์ในอินเดียดึว่าเกิดผลอะไร และในรายการ หรือในเพจ ผมก็ไม่เคยพูดถึงและไม่เคยคิด แต่คุณหมอบอกผมดื้อที่จะแจกสเตียรอยด์ น่าผิดหวัง ทำไมเลือกจะกล่าวหาคนอื่นง่ายๆ แบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าถามแจกออกซิเจนมั้ย สำหรับผม แจกครับ เพื่อจะประคับประคองอาการ หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้ผู้ป่วยโควิดต้องทุกข์ทรมานจนเกินไป ระหว่างรอเวลา รอเตียง รอหมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอบอกว่า &amp;ldquo;เพราะคนเหนื่อยไม่ต้องการแค่ยา ไม่ต้องการออกซิเจน ต้องการการประเมินดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องการยาลดการอักเสบที่ใช้ฉีดเอา มิได้กินเอา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถามคุณหมอว่า เมื่อเราไม่มีหมอมาประเมินดูแลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพราะหมอไม่พอ (ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปต่อว่าใคร) เราต้องยอมจำนนให้ผู้ป่วยต้องทุกข์ทรมาน รอความตายไปอย่างนั้นใช่มั้ยครับ ให้ออกซิเจนไม่ได้ หรือช่วยเหลือเฉพาะหน้าอะไรไม่ได้ ให้อะไรก็ไม่ได้ เพราะต้องให้หมอมาประเมินดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น อย่าผูกขาดการช่วยเหลือผู้ป่วยไว้แค่หมอเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่า เหล่าจิตอาสา หรือ สื่ออย่างผม ไม่มีใครกล้าล้ำเส้นไปให้อะไรที่ไม่ได้ผ่านการปรึกษาหารือเบื้องต้นกับหมอหรอกครับ เพราะมันคือเรื่องของชีวิต ไม่มีใครเสี่ยงทำอะไรไปเอง เพียงแต่ไม่ใช่ปรึกษาคุณหมอนงนลินีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอบอกว่า &amp;ldquo;ทำไมคุณเป็นนักข่าวไม่ไปเจาะลึกว่าคนไข้ในรพ.สนามแต่ละวันรับคนไข้กลุ่มไหน รับมาแล้วต้องอยู่ถึง14วัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอโทษนะครับ ข่าวนี้ไม่ต้องเจาะลึก ใครก็รู้ว่า รับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว นี่นโยบายกระทรวงสาธารณสุขนะครับ แต่ที่ผมพยายามทำโดยไม่ต้องเจาะข่าวด้วย คือ ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง ยังอยู่ตามบ้าน นอนทนทุกข์ทรมาน รอความช่วยเหลืออยู่มากมาย ซึ่งดูเหมือนคุณหมอจะพยายามบอกผมว่า อย่ายุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอบอกอีก &amp;ldquo;เราควรจะได้นักข่าวที่ช่วยรพ.สนามเต็มที่&amp;nbsp;เราควรจะได้นักข่าวที่เป็นกระบอกเสียงแทน และกดดันรพ.สนามให้รับคนไข้หนักมากกว่าคนไข้ครองเตียงเพื่อประกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอย้อนไปดูในเพจ หรือคลิปรายการก็ได้ ผมไม่ได้ทำจริงๆ หรือครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็อีก&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราควรจะได้ดาราที่ช่วยกันบริจาคเพื่อรพ.หรือเพื่อปชช.ที่ตกงาน หรืออย่างน้อยแรงจิตอาสาก็ยังดี ในการช่วยดูแลคนไข้สีเขียวแบ่งเบาภาระสาสุข&amp;nbsp;ดาราเป็นจิตอาสาความเป็นบุคคลสาธารณะทำให้คนฮึกเหิมอยากอาสามากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอไปอยู่ไหนมาครับ คุณหมอพร่ำพรรณา ประมาณว่า ไม่อยากให้เอาการเมืองมาเกี่ยว เป็นต้นว่า &amp;ldquo;อยากจะบอกว่าเราจะไม่มีวันมาถึงจุดนี้เลย ถ้าเราไม่อคติต่อกัน เอาเรื่องการเมืองนำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านแล้วรู้สึกว่า คุณหมอเองมุ่งมั่นกับการเมืองหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ก็ขออภัย และดูเหมือนคุณหมอ จะมีปัญหากับน้ำตาของผมมาก ผมขออภัยครับที่น้ำตาของผมจะทำให้คุณหมอไม่สบายใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา หลายกรณีที่เกิดขึ้นกับเคสรอตรวจ รอเตียง รอเข้าระบบ จนหลายคนอาการหนัก จนหลายคนเสียชีวิต เพราะถูกปฏิเสธ สังเกตดูได้ว่า ผมไม่เคยต่อว่าหมอและบุคลากรทางการแพทย์แบบเจาะจง เล่าเรื่องราวแล้วก็ผ่านไป เพราะรู้ว่า ทุกคนทำงานหนัก และมันเป็นปัญหาที่ &amp;ldquo;ระบบ&amp;rdquo; ไม่ใช่ตัวบุคคลที่แบกภาระมามากเกินจะรับไหวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ผมเสียใจที่ต้องเจาะจงถึงคุณหมอ นงนลินี เพื่อตอบคำถามของคุณหมอนงนลินีเองนะครับ&amp;nbsp;เป็นกำลังใจให้ทำหน้าที่ &amp;ldquo;หมอ&amp;rdquo; นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110646</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.นงนลินี จัยสิน, ยาฟาวิพิราเวียร์, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8b3a103d67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
