<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวหน้า ! อภ.จับมือ สวทช.วิจัยผลิตวัตถุดิบ&quot;ยาฟาวิพิราเวียร์ &quot;ใช้เอง ไม่ต้องนำเข้า คาดอีก3-6เดือนสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63 ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้แถลงความคืบหน้าของ อภ.ในการพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ หนึ่งในตัวยาสำคัญรักษาโควิด-19 &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าปี 2564 สามารถยื่นขึ้นทะเบียนได้ &amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีการนำเข้าจากจีนและญี่ปุ่นจำนวนกว่า 3 แสนเม็ด เพียงพอใช้ในระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภญ.นันทกาญจน์ กล่าวว่า ได้วางแผนบริหารจัดการเพื่อให้มียาที่จำเป็นสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด 19 ภายในประเทศอย่างยั่งยืนทั้งในภาวะวิกฤติและระยะยาวซึ่งมียาที่ใช้ร่วมกัน 7 รายการ โดยทาง อภ. ผลิตเอง 5 รายการประกอบด้วย 1. ยาคลอโรควินรักษาโรคมาลาเรียสำรองไว้ 1.8 ล้านเม็ด 2. ยาต้านไวรัสเอดส์สูตรผสมโลพินาเวียร์และริโทรนาเวียร์ (Lopinavir / Ritonavir) สำรองไว้ 30.6 ล้านเม็ด 3. ยาต้านไวรัสเอดส์ดารุนา (Darunavir) สำรองไว้ 1.9 ล้านเม็ด 4. ยาต้านไวรัสเอดส์ริโทรนาเวียร์ (Ritonavir) สำรองไว้ 1.9 ล้านเม็ด 5. ยาอะชิโธรมัยซิน (Azithromycin) ยาปฏิชีวนะใช้รักษาอาการติดเชื้อจากแบคทีเรียสำรองไว้ 3.4 ล้านเม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยาอีก 2 รายการคือ ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ได้จัดซื้อจากผู้ผลิตในประเทศแล้ว 1.09 ล้านเม็ด และยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยาสำคัญตัวหนึ่งที่ใช้ในการรักษาได้มีการจัดซื้อแล้ว 187,000 เม็ดจาก 2 แหล่งผลิตหลักคือ บริษัท FujiFilm Toyama Chemical Co. , Ltd. ประเทศญี่ปุ่นและ บริษัท Zhejiang Hisun Pharmaceutical Company ประเทศจีน ซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตจากญี่ปุ่น โดยได้กระจายไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ แล้วประมาณ 100,000 เม็ด ยังคงมียาสำรองในคลังของอภ. ประมาณ 87,000 เม็ด และจะส่งมอบเพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคมเพื่อสำรองไว้อีก 303,860 เม็ด (จากประเทศญี่ปุ่น 103,860 เม็ดที่เลื่อนการส่งมอบมาจากในปลายเดือนเมษายน และส่งมอบจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 200,000 เม็ด) ซึ่งจะทำให้มียาฟาวิพิราเวียร์ใช้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และใช้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ขอเตือนว่ายาเหล่านี้เป็นยาที่ใช้เฉพาะโรคเป็นยาอันตรายการสั่งใช้ต้องเป็นไปตามการสั่งของแพทย์เท่านั้นประชาชนห้ามซื้อมากินเองเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการพัฒนายาเม็ดฟาวิพิราเวียร์ ภญ.ดร.นันทกาญจน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติม เพื่อนำมาพัฒนาสูตรตำรับ ซึ่งในส่วนสูตรยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;ที่ประเทศญี่ปุ่นคิดค้นเป็นเจ้าแรกเรียกว่ายาต้นแบบ ในส่วนประเทศอื่นที่คิดตามหลังนั้นจะเรียกว่ายาสามัญ &amp;nbsp;ซึ่งไม่เหมือนกัน 100% แต่จะมีความคล้ายคลึงกันในส่วนของ ไบโอโลจิคอล โดยในหนึ่งเม็ดจะประกอบไปด้วย ฟาวิพิราเวียร์ 200 มิลลิกรัมเท่ากับยาต้นแบบ แต่ในส่วนประกอบอื่นๆ เราจะไม่ทราบ จึงต้องมีการพัฒนาและทดสอบในคน เมื่อได้ทานยาเข้าไปในร่างกาย เพื่อดูผลของการดูดซึมว่าเท่าเทียมกันหรือไม่ และจะขยายขนาดการผลิต ศึกษาความคงสภาพและประสิทธิผลทางชีวสมมูล (Bioequivalence study) เพื่อศึกษาระดับยาในเลือด เทียบกับยาต้นแบบต่อไปคาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 ปี จะมีข้อมูลพร้อมยื่นขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.ภญ.นันทกาญจน์ กล่าวอีกว่า อภ.ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) วิจัยพัฒนาการสังเคราะห์วัตถุดิบยาฟาวิพิราเวียร์ ที่อยู่ในขั้นตอนระดับห้องปฏิบัติการ คาดจะแล้วเสร็จภายใน 3 &amp;ndash; 6 เดือน และคาดว่าจะสามารถเพิ่มผลิตวัตถุดิบในระดับกึ่งอุตสาหกรรมได้ในเดือนมิถุนายน 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ในส่วนของสิทธิบัตรยานั้นอภ. จะต้องมีการเจรจากับ บริษัท FujiFilm Toyama Chemical Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มายื่นคำขอสิทธิบัตรด้านการผลิตเม็ดยา favipiravir ที่ประเทศไทยในปี พ.ศ.2553 แต่ปัจจุบันยังเป็นเพียงคำขอสิทธิบัตรเท่านั้น &amp;nbsp; หากยาดังกล่าวได้รับสิทธิบัตร จะได้ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี โดยนับย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอสิทธิบัตรในไทย อย่างไรก็ตามการพัฒนาสูตรภายในประเทศสามารถทำได้โดยไม่ถูกฟ้องร้อง แต่หากผลิตจำหน่ายในท้องตลาด อาจโดนฟ้องเพราะละเมิดสิทธิบัตรได้ ดังนั้น อาจต้องมีการเจรจาทำ Voluntary Licensing กับบริษัทเจ้าของสิทธิบัตร เพื่อให้สามารถผลิตและจำหน่ายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุข (สธ.) กล่าวเสริมว่า การพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 ต้องใช้เวลา เพื่อคัดเลือกชนิดต้นแบบวัคซีน และนำไปทดลองในสัตว์ทดลอง ก่อนจะเข้าสู่การทดลองในคน ที่แบ่งเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรก จะใช้ในอาสาสมัครจำนวนน้อยประมาณ 10 คน ในส่วนเฟส 2 ก็จะใช้ทดลองในอาสาสมัครประมาณ 100 คน ที่จะดูผลว่าร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้หรือไม่ และในเฟสที่ 3 ที่จะทดสอบในอาสาสมัครจำนวนมาก หากผ่าน 3 เฟสก็จะเข้าสู่โรงงานเพื่อผลิต ซึ่งก็จะพยายามอย่างเต็มที่ในการให้ได้วัคซีนโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล, ยาฟาวิพิราเวียร์-ยาอาวิแกน, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3a6666c5ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.สั่งยาฟาวิพิราเวียร์จากญี่ปุ่นอีก200,000เม็ด รองรับ&quot;ถ้าสถานการณ์เลวร้ายที่สุด&quot;มีผู้ป่วยหนัก 5,000ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มี.ค.63- นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้ สธ. ได้สั่งซื้อยาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มจากจีนและญี่ปุ่น จำนวน 200,000 เม็ด คาดว่า จะได้ยาช่วงต้นเดือนเมษายน เพื่อนำมาสำรองไว้ กรณีมีผู้ป่วยอาการหนักจากโรคโควิด-19 ถึง 5,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น จะต้องใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ถึง 350,000 เม็ด &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้สั่งชุดป้องกันโรคสำหรับเจ้าหน้าที่แพทย์เพิ่มด้วย
&amp;nbsp;
&amp;quot;เราจะประกาศเข้าระยะที่ 3 ของการระบาด หรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องให้คณะกรรมการวิชาการเป็นผู้พิจารณา แต่ไม่ว่าตอนนี้การระบาดจะอยู่ระยะใด มาตรการเฝ้าระวังได้ยกระดับเกินระดับ &amp;nbsp;2 ไปแล้ว พร้อมขอให้ทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;เพราะความร่วมมือของประชาชนจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ติดเชื้อลดลงและประเทศผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ แต่หากไม่ร่วมมือกันมีความเสี่ยงว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่อาจไม่พอรองรับผู้ป่วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60866</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ยาฟาวิพิราเวียร์-ยาอาวิแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b02db58ee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.สั่งยาฟาวิพิราเวียร์จากญี่ปุ่นอีก2 00,000เม็ด รองรับ&quot;ถ้าสถานการณ์เลวร้ายที่สุด&quot;มีผู้ป่วยหนัก 5,000ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มี.ค.63- นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้ สธ. ได้สั่งซื้อยาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มจากจีนและญี่ปุ่น จำนวน 200,000 เม็ด คาดว่า จะได้ยาช่วงต้นเดือนเมษายน เพื่อนำมาสำรองไว้ กรณีมีผู้ป่วยอาการหนักจากโรคโควิด-19 ถึง 5,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น จะต้องใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ถึง 350,000 เม็ด &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้สั่งชุดป้องกันโรคสำหรับเจ้าหน้าที่แพทย์เพิ่มด้วย
&amp;nbsp;
&amp;quot;เราจะประกาศเข้าระยะที่ 3 ของการระบาด หรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องให้คณะกรรมการวิชาการเป็นผู้พิจารณา แต่ไม่ว่าตอนนี้การระบาดจะอยู่ระยะใด มาตรการเฝ้าระวังได้ยกระดับเกินระดับ &amp;nbsp;2 ไปแล้ว พร้อมขอให้ทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;เพราะความร่วมมือของประชาชนจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ติดเชื้อลดลงและประเทศผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ แต่หากไม่ร่วมมือกันมีความเสี่ยงว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่อาจไม่พอรองรับผู้ป่วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60865</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ยาฟาวิพิราเวียร์-ยาอาวิแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b02db58ee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ข่าวดี!&#039;อนุทิน&#039;เผยจีนเตรียมจัดส่งยาฟาวิพิราเวียร์-อาวิแกนแสนเม็ดให้ไทยรักษาผู้ป่วยโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20มี.ค.63- ที่กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการรับมอบเครื่องเทอร์โมสแกน จากประธานอุตสาหรกรรมเพื่อใช้วัดอุณหภูมิ ผู้เข้าออกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับจีนมีความชัดเจนที่รัฐบา​ลจีนจะส่งยาฟาวิพิราเวียร์ และยาอาวิแกนที่มีผลการรักษาชัดเจนว่าสามารถใช้บรรเทาอาการปอดอักเสบติดเชื้อผู้ป่วยโรคโควิด-19ได้ แม้จะไม่ใช้ยารักษาโดยตรง แต่ออกฤทธิ์ รักษาปอด หยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของเชื้อไวรัส เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถสร้างภูมิต้านทานต่อสู้กับโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยจะมีการจัดส่งยาจำนวน 1 แสนเม็ด ให้กับรัฐบาลไทย แบ่งการจัดส่งล็อตละ5 หมื่น เมื่อรวมกับสต๊อกเดิม ทำให้ไทยมียาสำรอง 1.8 แสนเม็ด ยืนยันถึงว่าความพร้อมในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งรวมถึงการจัดเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ป้องกันเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งสามารถสั่งซื้อจากรัฐบาลจีนได้เช่นกัน จากเดิมที่เราเคยมีความกังวลว่า เวชภัณฑ์อาจไม่เพียงพอ วันนี้มีความชัดเจนแล้วถึงความพร้อมในทุกด้าน ในส่วนของมาตรการที่เพิ่มความเข้มงวดขึ้น ขอให้ประชาชนอดทน เพื่อให้เมืองไทยสะอาดเมืองไทยปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำว่าโรคระบาดคือจะต้องมีคนติดเชื้อ ยิ่งค้นพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ยิ่งไม่น่ากลัว เราควรจะดีใจที่ค้นหาผู้ป่วยพบเพื่อควบคุมโรคตรงกันข้ามการไม่พบผู้ป่วยเป็นสิ่งที่ควรกังวลมากกว่า ขณะนี้เราเข้าสู่โหมดของการรักษาพยาบาล ซึ่ง เครื่องมือยา บุคลากร อาหาร พร้อมหมดทุกด้าน &amp;quot;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ยาฟาวิพิราเวียร์-ยาอาวิแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e743cb54b679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
