<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครั้งแรกในประเทศไทย นศ.ปริญญาเอก มหิดล คิดค้นเทคนิคใช้เพาะเลี้ยงเซลล์ภูมิคุ้ม  สู้มะเร็งท่อน้ำดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.ค.63-ครั้งแรกในประเทศไทย นศ.ปริญญาเอก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล คิดค้นและพัฒนาเทคนิคใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดรักษามะเร็งท่อน้ำดี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรคมะเร็งชนิดร้ายแรงที่พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีอัตราผู้ป่วยสูงสุดในโลก คือ มีอัตราในผู้ชาย 135 คน และในผู้หญิง 48 คนต่อประชากร 100,000 คน มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ 14,000 คนต่อปี สาเหตุเกิดจากการกินปลาน้ำจืดปรุงไม่สุก จนติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ โดยตัวอ่อนของพยาธิเข้าไปเจริญเติบโตอยู่ในท่อน้ำดี เกิดการอักเสบแบบเรื้อรัง จนเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากผลงานวิทยานิพนธ์ เรื่อง &amp;ldquo;การเพิ่มความสามารถของเซลล์ภูมิคุ้มกันในการกำจัดเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี โดยการยับยั้งตัวรับสัญญาณของอินเตอร์ลิวคิน-เทนและทีจีเอฟ-เบต้า&amp;rdquo; ของ ดร.จุฑามาศ เทพมาลี ดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน (หลักสูตรนานาชาติ) ภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการทดลองใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดในการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระดับห้องปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ร่วมกับวิธีการเดิม คือ การผ่าตัด การฉายแสง เคมีบำบัด และการใช้ยาแบบมุ่งเป้า ซึ่งผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ อีกทั้งมีผลข้างเคียงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. &amp;nbsp;ดร.เพทาย เย็นจิตโสมนัส อาจารย์ประจำหลักสูตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน (หลักสูตรนานาชาติ) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดโรคมะเร็ง และหัวหน้าหน่วยอณูเวชศาสตร์ ฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล &amp;nbsp;ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;หลักการใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดในการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดี เป็นการใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเอง ซึ่งมีจำนวนน้อย และไม่ค่อยแข็งแรง นำออกมานอกร่างกาย เพื่อดัดแปลง และเลี้ยงให้เพิ่มจำนวน ด้วยวิธีทางอณูชีววิทยาและเซลล์ชีววิทยา (Molecular and Cellular Biology) ทำให้รู้จักเซลล์มะเร็ง และมีจำนวนมากพอ จากนั้นจึงใส่กลับเข้าไปในตัวผู้ป่วย เพื่อให้ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นยาที่มีชีวิต (living drug) ในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นวิธีค่อนข้างปลอดภัย เพราะเป็นการใช้เซลล์ของผู้ป่วยเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.จุฑามาศ เทพมาลี เจ้าของผลงานวิทยานิพนธ์ กล่าวว่า งานวิจัยที่ทำเป็นการศึกษาในหลอดทดลองโดยกระตุ้นเซลล์ที่นำมาเลี้ยงให้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยาและเซลล์ชีววิทยา เพื่อช่วยกระตุ้นให้เซลล์ทดลองสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งท่อนํ้าดีได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากเซลล์มะเร็งมีกลไกในการหลบหลีกการถูกทำลายจากเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย กลไกหนึ่งคือการกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยการหลั่งสารไซโตไคน์ กลุ่มต้านการอักเสบ เช่น อินเตอร์ลิวคิน-เทน และทีจีเอฟ-เบต้า สารไซโตไคน์เหล่านี้จะจับกับตัวรับที่จำเพาะบนผิวเซลล์ของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดเดนดริติกเพื่อให้มีการส่งสัญญาณภายในเซลล์ ทำให้ยับยั้งการทำงานของเซลล์เดนดริติก ทำให้เซลล์เดนดริติกไม่สามารถจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ลิมโฟไซต์ในการฆ่าเซลล์มะเร็ง เป็นผลทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถจะกำจัดเซลล์มะเร็งได้ และโรคมะเร็งมีความรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงการทํางานของเซลล์เดนดริติกให้ดีขึ้น โดยการยับยั้งตัวรับที่จําเพาะของอินเตอร์ลิวคิน-เทน และทีจีเอฟ-เบต้าบนเซลล์เดนดริติก และทำการทดสอบประสิทธิภาพการทํางานเซลล์เดนดริติกที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ในการกระตุ้นเซลล์ที-ลิมโฟไซต์เพื่อนำไปทดสอบการฆ่าเซลล์มะเร็งท่อนํ้าดี เป็นการสร้างต้นแบบของวิธีการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีในรูปแบบใหม่ ซึ่งสามารถจะพัฒนาไปสู่การใช้รักษาจริงในผู้ป่วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานของ ดร.จุฑามาศ เทพมาลี ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติแล้ว 2 เรื่อง โดย ดร.จุฑามาศ เทพมาลี เป็นผู้นิพนธ์ชื่อแรก นอกจากนี้มีผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีชื่อร่วม และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติอีก 4 เรื่อง และมีการยื่นจดสิทธิบัตร 1 ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.จุฑามาศ เทพมาลี จะเสนอผลงานชิงรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น ในกลุ่มที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biological Sciences) ระดับปริญญาเอกในวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 - 11.00 น. ผ่าน Zoom จัดโดยบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียด และลงทะเบียนเพื่อเข้าฟังแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.facebook.com/grad.mahidol สอบถาม email : veerachat.pan@mahidol.ac.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฑามาศ เทพมาลี, ม.มหิดล, ยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง, แนวทางใหม่รักษามะเร็งท่อน้ำดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0ae19d218f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2020 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2020 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุฬาฯเผยงานวิจัย&quot;ยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง&quot;คืบกำลังก้าวสู่ Phase 3 &quot;ผลิตยาต้นแบบ &quot;เพื่้อทดลองในสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ก.ค.63-คณะทีมวิจัย ยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้รายงานความคืบหน้าว่าในขณะนี้กระบวนการพัฒนายาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งของคนไทยมีความคืบหน้าไปมาก เนื่องจากทางทีมวิจัยได้ค้นพบยาแอนติบอดีต้นแบบ 2 ตัว ที่ได้จากเซลล์เม็ดเลือดขาวของหนู ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีใกล้เคียงกับยาที่ผลิตได้ในต่างประเทศ&amp;nbsp;

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทางทีมวิจัยได้นำยาแอนติบอดีต้นแบบทั้ง 2 ตัว ที่ได้จากหนูไปปรับปรุงให้มีความเข้ากันได้ดีกับร่างกายของมนุษย์ และได้ทำการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของยาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งนี่ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งในการพัฒนายาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งของคนไทย

การเดินหน้าต่อจากนี้ทางทีมวิจัยจะนำยาต้นแบบที่ปรับปรุงได้เข้าโรงงานผลิตยา เพื่อทำการผลิตในปริมาณมาก และเพื่อให้ยามีคุณภาพความปลอดภัยตรงตามมาตรฐานสากล ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 18 - 24 เดือน กว่าจะแล้วเสร็จ หลังจากนั้นจึงจะนำยาที่ผลิตได้ไปทดสอบในสัตว์ทดลองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะทำการทดสอบในมนุษย์ต่อไป

สำหรับกระบวนการพัฒนายาแอนติบอดี้นั้นแบ่งออกเป็นระยะต่าง ๆ ได้ 5 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 ผลิตยาแอนติบอดี้ต้นแบบจากหนู โดยคัดเลือกและทดสอบยาต้นแบบที่ได้จากเซลล์เม็ดเลือดขาวของหนูกว่าหนึ่งแสนแบบ ซึ่งทางทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการค้นพบยาต้นแบบที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับยาที่ผลิตในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ระยะที่ 2 ปรับปรุงยาแอนติบอดี้ต้นแบบที่ได้จากเซลล์เม็ดเลือดขาวของหนูให้มีความเข้ากันได้กับร่างกายของมนุษย์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของยาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในขณะนี้ทางทีมวิจัยก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนายาในขั้นตอนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ระยะที่ 3 ผลิตยาปริมาณมากในโรงงาน เมื่อเราได้ยาต้นแบบที่มีประสิทธิภาพดีและสามารถเข้ากันได้กับร่างกายของมนุษย์แล้ว จึงทำการผลิตยาในปริมาณมากจากในโรงงาน ซึ่งต้องมีการควบคุมคุณภาพให้มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งในปัจจุบันงานวิจัยกำลังดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนนี้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 18 - 24 เดือน

ระยะที่ 4 ทดสอบยาที่ผลิตได้จากโรงงานในสัตว์ทดลอง ได้แก่ หนู และ ลิง เพื่อทดสอบคุณภาพและความปลอดภัยของยาก่อนที่จะนำมาทดสอบในมนุษย์ต่อไป ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 20 - 24 เดือน

ระยะที่ 5 ทดสอบยาที่ผลิตได้ในมนุษย์ในแง่มุมต่าง ๆ เช่น ปริมาณการให้ยา ประสิทธิภาพในการรักษา และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น เป็นต้น ซึ่งจะทำการทดสอบในผู้ป่วยมะเร็งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 48 - 60 เดือน

จะเห็นได้ว่ากว่าจะมาเป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งตัวแรกที่ผลิตได้โดยประเทศไทยนั้น ต้องมีกระบวนการพัฒนาที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน อีกทั้งยังต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณในการผลิตที่สูงมาก&amp;nbsp;

เพื่อที่จะทำให้ยานี้เป็นจริงได้จึงต้องอาศัยพลังน้ำใจจากคนไทยทุกคน มาช่วยกันสนับสนุนให้ยาตัวนี้ประสบความสำเร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นความหวังใหม่ในการรักษามะเร็งให้กับคนไทยทุก ๆ คนต่อไป&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70848</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ, ยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f0571c4d7654.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
