<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 00:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสปรับบริษัทเซอร์เวียร์ผลิตยาลดความอ้วนก่อผลข้างเคียงถึงตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฝรั่งเศสมีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทเภสัชกรรมยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส &amp;quot;เซอร์เวียร์&amp;quot; มีความผิดฐานหลอกลวงอย่างร้ายแรงและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนาฆ่า จากกรณีที่ยาลดน้ำหนักและเบาหวานก่อผลข้างเคียงต่อหัวใจทำให้มีคนเสียชีวิตหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เป็นเรื่องอื้อฉาวด้านสุขภาพคดีใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งของฝรั่งเศส โดยยาต้นตอของเรื่องคือ ยาเบาหวานและลดน้ำหนัก Mediator ที่เคยวางขายนานถึง 33 ปี มีผู้ใช้ราว 5 ล้านราย ก่อนจะถูกเก็บออกจากตลาดในปี 2552 เพราะถูกเชื่อมโยงกับปัญหาภาวะหัวใจร้ายแรง ซึ่งเป็นเวลาที่ล่วงเลยกว่า 10 ปีที่มีการหยิบยกข้อวิตกเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำตัดสินของผู้พิพากษาซิลลี โดนิส ว่าบริษัททำให้ความไว้วางใจของประชาชนต่อระบบสุขภาพลดน้อยลง ถึงแม้ว่าบริษัทจะรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงดังกล่าวมานานหลายปี แต่พวกเขาไม่เคยดำเนินมาตรการที่จำเป็น กลับจงใจชักนำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาหญิงท่านนี้ตัดสินปรับเซอร์เวียร์เป็นเงิน 2.7 ล้านยูโร (110 ล้านบาท) ฐานหลอกลวงร้ายแรง, ทำให้คนตายโดยไม่เจตนา และทำให้เกิดการบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ข้อหาฉ้อโกงนั้น บริษัทพ้นผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากบริษัท เซอร์เวียร์ ที่ถูกสั่งให้จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายแก่โจทก์มากกว่า 6,500 คนเป็นเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์แล้ว อดีตผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ร่วมมือกับบริษัทก็ถูกสั่งปรับและตัดสินจำคุกแต่ให้รอลงอาญาด้วยโทษแตกต่างกันไป แม้แต่สำนักงานยา ANSM ของฝรั่งเศสก็โดนปรับเงิน 303,000 ยูโร จากความล่าช้าในการระงับการใช้ยาชนิดนี้ ทั้งที่มีคำเตือนหลายครั้งเกี่ยวกับผลกระทบต่อหัวใจ โดยมีการค้นพบความเชื่อมโยงนี้ตั้งแต่ปี 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยานี้ถูกห้ามขายในฝรั่งเศสเมื่อปี 2562 ซึ่งในเวลานั้นสหรัฐ, สเปน และอิตาลี ต่างแบนยาดังกล่าวไปแล้ว เชื่อกันว่ามีผู้ที่กินยานี้แล้วเสียชีวิตประมาณ 500 คน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า ถึงที่สุดยานี้อาจทำให้มีคนตายมากถึง 2,100 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97720</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mediator, ทำให้ผู้อื่นตายโดยไม่เจตนา, บริษัทยาฝรั่งเศส, ยาลดความอ้วน, หลอกลวงร้ายแรง, เซอร์เวียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60620db6be24c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบ้ยพตท.รับส่วย สังกัด‘บก.ปคบ.’ เป็นคดีค้างเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ยันทลายโรงงานยาลดความอ้วนกาฬสินธุ์ไม่มีตำรวจรับส่วย แจงเหตุพาดพิง ตร.ยศ &amp;quot;พ.ต.ท.&amp;quot; สังกัด บก.ปคบ.เรียกรับผลประโยชน์เป็นคดีเก่าปี 59-60 เตรียมสอบ &amp;quot;เภสัชกรเดียร์&amp;quot; ลูกสาวเจ้าของ บ.ดี.ดี.คอสเมต พร้อมแจ้งข้อหา 10 ก.ค.นี้ &amp;quot;เลขาฯ อย.&amp;quot; แฉแก๊งกาฬสินธุ์รายใหญ่โดนจับบ่อยแล้วเปลี่ยนชื่อทำผิดซ้ำ สั่ง สสจ.ถอนใบอนุญาตผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 8 ก.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการเข้าตรวจค้นโรงงานผลิตยาลดความอ้วนของบริษัท ดี.ดี.คอสเมต &amp;nbsp;จำกัด ที่ จ.กาฬสินธุ์ และสามารถยึดอุปกรณ์การผลิตได้จำนวนมาก พร้อมดำเนินคดีนางวสภัสสร สุลำนาจ อายุ 52 ปี เจ้าของโรงงาน และหมอเดียร์ เภสัชกรเจ้าของคลินิก ซึ่งเป็นลูกสาวของนางวสภัสสรที่ลอบนำยาที่มีส่วนผสมสารไซบูทรามีนผสมในยาลดน้ำหนัก รวมพวก 7 คนดำเนินคดีว่า จากการตรวจสอบพบเภสัชกรเดียร์ไม่ได้เป็นหมอตามที่กล่าวอ้าง แต่เป็นเพียงเภสัชกรเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ในส่วนที่มีการพาดพิงว่าจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นั้น จากการตรวจสอบประวัติเภสัชกรเดียร์เคยถูกดำเนินคดีเมื่อปี 2559 และ 2560 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในคดีลักษณะเดียวกัน ในขณะที่เมื่อวันที่ 14 มี.ค.60 เภสัชกรเดียร์ก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษตำรวจนายหนึ่งยศ &amp;quot;พ.ต.ท.&amp;quot; สังกัด บก.ปคบ. เนื่องจากได้ให้การช่วยเหลือและเรียกรับผลประโยชน์จากเภสัชกรเดียร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ช่วงนั้น บก.ปคบ.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่ง บก.ปคบ. ที่ 113/60 ลงวันที่ 27 ธ.ค.60 ผลการสืบสวนเชื่อได้ว่ามีมูลตามข้อร้องเรียน บก.ปคบ.จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงตามคำสั่ง บก.ปคม. ที่ 46/2561 ลงวันที่ 13 พ.ค.61 ในระหว่างสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้มีคำสั่งที่ 50/2562 ลงวันที่ 25 มี.ค.62 ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปก.บช.ก.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการตรวจสอบพบว่าในครั้งนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ส่วนที่มีการซัดทอดว่ามีตำรวจยศ พ.ต.ท.เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น เป็นการให้ปากคำถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 59-60 เป็นคนละคดี คนละส่วน&amp;quot; พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับเภสัชกรเดียร์นั้นได้กระทำความผิดมาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยการเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมาที่ จ.กาฬสินธุ์นั้นไม่พบตัวเภสัชกรเดียร์ จึงยังไม่ได้มีการสอบปากคำหรือแจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร.เปิดเผยผลชันสูตรพลิกศพของ น.ส.มรกต เจริญกิจ อายุ 30 ปี ที่เสียชีวิตจากการรับประทานยาลดน้ำหนักที่ จ.อ่างทอง ว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด หากพบว่าสาเหตุมาจากยาลดน้ำหนักที่ซื้อทางออนไลน์มาจาก Obe-Care Clinic ก็จะทำการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยวันที่ 10 ก.ค.นี้ เภสัชกรเดียร์จะเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กรณี พ.ต.ท.รายดังกล่าวในคดีรับสินบนเมื่อปี 59-60&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า สำหรับตำรวจยศ พ.ต.ท.ชื่อย่อ &amp;quot;อ.&amp;quot; ซึ่งยังรับราชการอยู่ระดับรอง ผกก. แต่ปัจจุบันถูกสั่งช่วยราชการที่ ศปก.บช.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบก.ปคบ.กล่าวว่า ได้ประสานข้อมูลไปยัง พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ในฐานะเจ้าพนักงานท้องที่ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ถึงการพาดพิงการรับผลประโยชน์ของตำรวจ บก.ปคบ. จึงทราบข้อเท็จจริงสิ่งที่นางวสภัสสร สุลำนาจ ได้กล่าวถึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครั้งนั้นตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมบุตรสาว ซึ่งเป็นเภสัชกรในข้อกล่าวหา ร่วมกันขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต และอีกหลายข้อหา ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งมีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกระบวนการไปแล้ว และถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมารับตำแหน่ง &amp;nbsp;ผมในฐานะหัวหน้าหน่วยก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะจะปราบปรามข้าราชการที่ไม่ดีออกไปให้หมด ยืนยันว่า บก.ปคบ.ไม่มีนโยบายเรียกรับผลประโยชน์&amp;quot; ผบก.ปคบ.กล่าว
อย.ถอนใบอนุญาตผลิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมผลิตยาชุดลดความอ้วนที่กาฬสินธุ์ มีพฤติกรรมที่ทำผิดกฎหมายมาก่อนหน้านี้และเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว แต่เป็นลักษณะของการจำหน่าย เช่นการขายอาหารเสริมใส่ยา ขายยาชุดด้วยยี่ห้ออื่น &amp;nbsp;เป็นต้น อย่างลูกสาวเจ้าของโรงงานที่เป็นเภสัชกรก็ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการจับได้แบบคาหนังคาเขาถึงสถานที่ผลิตเลย ทำให้มีโทษรุนแรงขึ้น ในเรื่องของการผลิตยาและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และการครอบครอง ถือเป็นการทำผิดกฎหมายสมบูรณ์แบบ เพราะทุกอย่างปลอมหมด เป็นของเถื่อนหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนกลุ่มนี้ไม่ใช่เพิ่งมาทำในครั้งนี้ แต่เคยทำผิดมาก่อนแล้ว แต่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนนิติบุคคล &amp;nbsp;เปลี่ยนชื่อ ซึ่งเป็นกลวิธีของกลุ่มคนที่ต้องการจะทำผิดครั้งใหม่ เพราะเมื่อถูกดำเนินคดีไปแล้ว หากมีโทษจำ คนที่เป็นกรรมการจะถูกรอลงอาญาไว้ การจะทำผิดครั้งใหม่ก็จะเปลี่ยนผู้ดำเนินกิจการ เปลี่ยนกรรมการบริษัท เพื่อเวลาถูกจับจะได้ไม่ถูกดำเนินคดีซ้ำเป็นครั้งที่สอง ซึ่งกรณีนี้พบว่ามีการเปลี่ยนโฉมแล้วมาขออนุญาตสถานที่ผลิตใหม่กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) กาฬสินธุ์ แต่ยังไม่ได้มีการขออนุญาตตัวผลิตภัณฑ์ ดังนั้น อย.กับ สสจ.กาฬสินธุ์จะพิจารณายกเลิกใบอนุญาตผลิตต่อไป&amp;quot; ภญ.สุภัทรากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาฯ อย.กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นเจ้าใหญ่ที่สุด เพราะดูจากปริมาณบัญชีลูกค้ามีมากกว่า 5,000 ราย วัตถุดิบตัวยามีสูตรบันทึกผลิตมากกว่า 20 สูตร จะเห็นว่ามีบันทึกชื่อสารเคมีต่างๆ &amp;nbsp;ที่คนทั่วไปไม่รู้จักไม่เข้าใจ คนที่ทำจะต้องมีความรู้ ก็คือตัวลูกสาวที่เป็นเภสัชกรมาก่อน โดยเท่าที่ตรวจสอบสูตรส่วนใหญ่จะเป็นไซบูทรามีน ขณะที่เงินในบัญชีผู้เกี่ยวข้องก็มากกว่าหลายสิบล้านบาท ส่วนต้นตอของวัตถุดิบนั้น เท่าที่ตรวจดูพบว่ามีการซื้อผลิตภัณฑ์สำเร็จเข้ามาแล้วมาแบ่งบรรจุใหม่ และสารเคมีที่จะเอามาผสมสูตรยาซึ่งเชื่อว่าน่าจะลักลอบนำเข้ามา เพราะส่วนใหญ่ก็มีลักษณะเป็นผงสีขาว โดยอาจเอาป้ายชื่อออกแล้วอ้างว่าเป็นเคมีภัณฑ์ชนิดอื่นในการนำเข้ามา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลของตำรวจ ส่วนที่ระบุว่าเจ้าของเคยผลิตสินค้าเครือเมจิกสกินมาก่อน พบว่าไม่ใช่ แต่อาจจะเคยอยู่ในกลุ่มที่ขายด้วยกันมาก่อนเพราะเป็นเครือข่ายใหญ่ทั้งคู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเตือนประชาชนอย่าซื้อยาทางออนไลน์ และเพจไหนที่ยังขายยานี้อยู่ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะถือเป็นการขายยาและวัตถุออกฤทธิ์ที่ทำไม่ได้ตามกฎหมาย การซื้อยาออนไลน์มีอันตรายอย่างยิ่งและอันตรายถึงแก่ชีวิต เพราะยาใช้เพื่อรักษาโรค แพทย์ต้องวินิจฉัยก่อนว่าเป็นโรคอะไรถึงจะจ่ายยาให้ตรงกับโรค เมื่อหายก็หยุดใช้ยา การสั่งซื้อยาออนไลน์เราไม่รู้เลยว่ายาที่ได้รับเป็นยาจริงหรือยาปลอม เพราะไม่มีผู้รับผิดชอบ ไม่รู้คนส่งคือใคร กฎหมายจึงไม่ให้มีการขายยาออนไลน์เด็ดขาด ขนาดร้านขายยายังต้องมีใบอนุญาตขายยา ต้องมีเภสัชกรประจำร้าน โรคบางโรคยาบางชนิดร้านขายยายังไม่มีขาย แพทย์ต้องสั่งจ่าย อย่างยารักษาโรคอ้วนที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นยาหรือวัตถุออกฤทธิ์ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น&amp;quot; รองเลขาฯ อย.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภญ.สุภัทรากล่าวว่า ยาหรือวัตถุออกฤทธิ์ที่ใช้ลดน้ำหนักมีผลต่อระบบหัวใจแทบทุกตัว กินแล้วใจสั่น ปากแห้ง คอแห้ง หงุดหงิด และยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ไม่อยากอาหาร &amp;nbsp;ระบบย่อยอาหารเปลี่ยนไป เมื่อเราหยุดยาความจำเดิมของสมองจำว่ากินนิดเดียว พอกินอาหารเท่าเดิม ร่างกายก็เอาไปใช้นิดเดียว ส่วนที่เหลือเป็นส่วนเกิน จึงเกิดอาการโยโยเอฟเฟกต์ ทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มกว่าเดิม ดังนั้นแพทย์ที่ใช้ยาลดความอ้วน เมื่อเวลาจะเลิกยาก็จะค่อยๆ ลดปริมาณยาลงเพื่อถอนยาไม่ให้เกิดโยโยขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40473</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กาฬสินธุ์, ถอนใบอนุญาตผลิต, บ.ดี.ดี.คอสเมต, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ยาลดความอ้วน, หนังสือพิมพ์, เภสัชกรเดียร์, โรงงานผลิตยาลดความอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d2359b2c1619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของรง.ยาลดความอ้วนเตรียมพบ&#039;รองผบ.ตร.&#039;ให้ข้อมูลตร.ปคบ.เรียกรับสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ก.ค.62- พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีมีข่าวตำรวจยศ พ.ต.ท. สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) รับผลประโยชน์จากบริษัท ดี.ดี.คอสเมด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทืและโรงงานผลิตยาลดความอ้วนผิดกฎหมายว่า ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ นางวสภัสสร สุลำนาจ อายุ 52 ปี เป็นเจ้าของ และมีหมอเดียร์ เภสัชกรเจ้าของคลินิกซึ่งเป็นลูกสาวของนางวสภัสสร ที่ลอบนำยาที่มีส่วนผสมสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายออกจำหน่าย จะเดินทางมาพบตนเองในฐานะผู้เสียหายคดีถูกเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน เพื่อมาให้ข้อมูลเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ขอเวลาให้ตนได้ดำเนินการตรวจสอบก่อน ซึ่งขอยืนยันหากพบข้าราชการเรียกรับสินบนจริงจะต้องถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างถึงที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปคบ., พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา, ยาลดความอ้วน, สคบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22aba1d4a92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวกินยาลดอ้วนช็อกดับ! หมอชี้หัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาววัย 30 ปีกินยาลดอ้วนเสียชีวิต สั่งซื้อผ่านออนไลน์ กินได้แค่ 12 วันมีอาการเวียนหัว อาเจียน เกร็งตามร่างกายจนหัวใจหยุดเต้น แพทย์ระบุหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการใช้ยาลดน้ำหนัก จี้คลินิกรับผิดชอบแต่ปรากฏว่าติดต่อไปไม่ได้แล้ว เตรียมเข้าแจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.62 -&amp;nbsp;นายวิสุทธิ์ ม่วงเจริญ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 3 ตำบลบางระกำ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า นางสาวมรกต เจริญกิจ อายุ 30 ปี ภรรยาได้เสียชีวิตหลังจากสั่งซื้อยาลดน้ำหนักผ่านทางออนไลน์ ซึ่งอ้างเป็นว่าคลินิกชื่อ OBE -&amp;nbsp;CARE CLINIC มารับประทานได้เพียงแค่ 12 วันกลับเกิดอาการเวียนศีรษะ อาเจียน อ่อนเพลีย จนในที่สุดเกิดอาการเกร็งตามร่างกายจนหัวใจหยุดเต้น ตนและญาติได้ช่วยกันปั๊มหัวใจนำส่งโรงพยาบาลอ่างทองเมื่อวันที่ 3 ก.ค. จนมีอาการดีขึ้น แต่ระหว่างที่ทำการรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ได้เกิดอาการเกร็งจนหมดสติและเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า หลังจากคลอดลูกได้เพียง 6 เดือน ภรรยาได้ซื้อยาลดน้ำหนักจากคลินิกดังกล่าวที่อ้างสรรพคุณว่าช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล สามารถขับของเสียออกจากร่างกายทุกช่องทางและสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นภรรยาได้ซื้อยามากินเพิ่มเป็นชุดที่ 2 หลังจากกินครั้งแรกแล้วน้ำหนักลดลงจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามีผู้เสียชีวิต เล่าว่าระหว่างที่ทำการรักษาตัวได้พบซองยาที่อ้างว่าเป็นคลินิกแห่งหนึ่งในกระเป๋าแฟนสาว จึงได้สอบถามกับภรรยาบอกว่าเป็นยาลดน้ำหนักที่สั่งมารับประทานมาจากออนไลน์ผ่านโปรแกรมแชทของเฟซบุ๊กเพจ OBE &amp;ndash; CARE CLINIC ในราคาชุดละ 600 บาท ระหว่างที่นอนรักษาตัว อาการเริ่มดีขึ้นแต่กลับมาทรุดหนักลงอีกในช่วงหัวค่ำ เกิดอาการหมดสติเรียกไม่รู้สึกตัวจนต้องย้ายไปรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู จนกระทั่งเช้ามืดภรรยาของตนเองเกิดหยุดหายใจและเสียชีวิตในที่สุด ทางแพทย์และพยาบาลไม่อาจยื้อชีวิตเอาไว้ได้ หลังจากภรรยาเสียชีวิตตนเองได้ให้น้องสาวติดต่อกับผู้ที่อ้างเป็นคลินิกและได้รับการตอบกลับมาว่าจะติดต่อกลับมา แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาแต่อย่างใด อีกทั้งมีการปิดเฟซบุ๊กดังกล่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้ทางคลินิกแห่งนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและชี้แจงว่าแฟนผมเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด เนื่องจากทางแพทย์ของโรงพยาบาลอ่างทอง ได้ลงความเห็นในใบหนังสือรับรองการตายและใบมรณะบัตรว่า หัวใจเต้นผิดจังหวะจากการใช้ยาลดน้ำหนัก ซึ่งผมไม่อยากให้คนอื่นต้องตกเป็นเหยื่อ จึงได้ปรึกษากับทางญาติว่าจะเก็บตัวยาไว้พิสูจน์และจะเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับทางคลินิกต่อไป&amp;quot;นายวิสุทธิ์ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40187</URL_LINK>
                <HASHTAG>OBE – CARE CLINIC, กินยาลดน้ำหนักตาย, กินยาลดอ้วนตาย, จ.อ่างทอง, มรกต เจริญกิจ, ยาลดความอ้วน, ยาลดน้ำหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1de8e4db9ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.ผนึกศอ.ปส.ตร.ปฎิบัติการสยบไพรี จับยาลดอ้วนเถื่อน พบทำเป็นขบวนการ มีแพทย์ร่วมด้วย ส่งขายนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;-webkit-text-stroke-width:0px; margin:8px 0px 0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;-webkit-text-stroke-width:0px; margin:8px 0px 0px; text-align:justify&quot;&gt;11&amp;nbsp;มี.ค.62-&amp;nbsp;นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมด้วย นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย.ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.ตร.) นำทีมโดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธาน ร่วมกับ พล.ต.ท. ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบนำยาลดความอ้วนที่จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัวยา&amp;nbsp;Phentermine (เฟนเตอร์มีน) ชื่อการค้า&amp;nbsp;Duromine (ดูโรมีน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Panbesy (แพนบีซี่) ออกนอกระบบ จึงได้ประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจปราบปราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยาเสพติด ในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิด จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มนายทุนร่วมมือกับแพทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในเครือข่าย ลักลอบนำวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวออกจากระบบการควบคุมของ อย. โดยไม่ได้มีการจ่ายให้แก่ผู้ป่วยในสถานพยาบาลที่เป็นสถานที่รับอนุญาตฯ สำหรับวัตถุออกฤทธิ์ที่นำออกนอกระบบนี้ ส่วนหนึ่งมีการขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต และอีกส่วนหนึ่งขายให้กับผู้ค้ารายย่อยนำไปขายต่อผ่านทางแอปพลิเคชัน ไลน์ ไอจี&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น จีน แคนาดา ฟิลิปปินส์ เป็นต้น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการสมคบ ร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำงาน เพื่อเอาวัตถุออกฤทธิ์ออกนอกระบบโดยอาศัยใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของแพทย์เป็นใบเบิกทางนำมาหลอก อย. ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4 - 20&amp;nbsp;ปี และปรับตั้งแต่&amp;nbsp;400,000 - 2,000,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;-webkit-text-stroke-width:0px; margin:8px 0px 0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;-webkit-text-stroke-width:0px; margin:8px 0px 0px; text-align:justify&quot;&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยาลดน้ำหนัก&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ยาลดความอ้วน&amp;rdquo; มักจะประกอบไปด้วยยาหลายชนิดเพื่อให้เห็นผลเร็วในการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดน้ำหนัก เช่น ยาลดความอยากอาหาร ยาไทรอยด์ฮอร์โมน ยาขับปัสสาวะ และยาระบาย ซึ่งการรับประทานยาเหล่านี้ด้วยกัน อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายได้ สำหรับยาลดความอยากอาหาร &amp;ldquo;เฟนเตอร์มีน&amp;rdquo; เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและทำให้เกิดการติดยาได้ ดังนั้นจึงถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีการควบคุมการขาย โดย อย. และจะขายให้เฉพาะสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อจ่ายให้กับผู้ป่วยที่แพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยแล้วเท่านั้น ยานี้ควรใช้ในระยะสั้น คือ&amp;nbsp;4 - 6&amp;nbsp;สัปดาห์ ไม่เกิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สัปดาห์หรือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน เนื่องจากมีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งผลข้างเคียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อื่น ๆ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว หากใช้ไปนาน ๆ อาจถึงขั้นติดยาได้ หรือทำให้น้ำหนักที่ลดลงคืนกลับมาอีก นอกจากนี้ ยังอาจพบอาการอื่น ๆ อีก เช่น ปากแห้ง อาเจียน ท้องผูก เหงื่อออก ตื่นเต้น&amp;nbsp;ม่านตาขยาย ประสาทหลอน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ ในรายที่มีอาการรุนแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก&amp;nbsp;การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชัก โคม่า และตายได้ จะเห็นได้ว่าการใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยาเฟนเตอร์มีนอาจก่อให้เกิดอันตรายโดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว เช่น ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรคต้อหิน ผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิน มีประวัติการใช้ยาในทางที่ผิด เป็นโรคจิตหรือโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ผู้ป่วยที่กำลังได้รับยากลุ่ม&amp;nbsp;monoamine oxidase inhibitors (MAOI)&amp;nbsp;รวมทั้งที่เคยได้รับ&amp;nbsp;MAOI&amp;nbsp;มาก่อนหน้านี้ไม่เกิน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน ซึ่งภาวะเหล่านี้ ถือเป็นข้อห้ามใช้ของยาเฟนเตอร์มีน เนื่องจากผลข้างเคียงจากยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะมีผลทำให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยมีสภาวะเลวลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;-webkit-text-stroke-width:0px; margin:8px 0px 0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า การรับประทานยาลดความอ้วนเฟนเตอร์มีนติดต่อกันเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการทางจิตและประสาทได้ คล้ายกับคนเสพยาบ้า ดังนั้นจึงต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์เท่านั้น ประชาชนไม่ควรหาซื้อมารับประทานเอง เพราะมีผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้ การรักษาโรคอ้วนที่ดี ประหยัด และปลอดภัยที่สุด คือ การลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31039</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., (ศอ.ปส.ตร, ยาลดความอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4eb336c8df4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ต๋อง ชวนชื่น&#039;เผยหวิดขาเตียงหักเพราะเมีย&#039;หลอนยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นตลกที่ชีวิตจริงไม่ตลกอย่างที่คิด สำหรับ ต๋อง ชวนชื่น หรือ วิชัย พรหมจรรย์ ที่ล่าสุดมาเปิดใจผ่านรายการคุยแซ่บShow ถึงชีวิตรักกับภรรยาสาว ฝน-ธาราดา พรหมจรรย์ ที่เคยเกือบเลิกกันเพราะฝ่ายสาวหลอนยาลดความอ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;มันมีช่วงนึงที่ลูกชายคนโตอายุ 7-8 เดือน เขาก็เปลี่ยนไป แต่เราไม่ทันสังเกต เขาก็บอกว่าข้างบ้านมาแอบดูเขา แล้ววันนึงคบรอบแต่งงานไปฉลองที่พัทยา เขาก็บอกว่ามาทำไม เคยมาแล้ว คือมันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วมีวันนึงออกมาข้างนอก แล้วเขาหลับมาในรถพอถึงเราก็ปลุกเขา เขาก็บอกปลุกทำไมคนกำลังนอน แล้ววันนั้นเราก็อุ้มลูกไปให้แฟนโปรดิวเซอร์ช่วยเลี้ยง สักพักเขามาบอกว่าเมียพี่หนีไปแล้ว เราก็เลยโทรศัพท์หาเหลือเฟือให้มาหา สักพักเขาโทรศัพท์เข้ามา เราก็บอกให้มาเคลียร์กัน คือตอนนั้นเขาหลอน เราไม่รู้ว่าเขากินยาลดน้ำหนัก แต่พอทะเลาะกันหนักสุดเราก็ไม่ไหว ระเบิดเลย เราก็บอกว่าถ้าเป็นแบบนี้เราเลิกกัน เรื่องลูกมีอะไรไปฟ้องศาลเอา แต่ฉันขอแกกับแม่ ตอนเลิกฉันก็จะไปเลิกกับแม่ ก็ไปหาแม่ แม่ก็คุยกับฝน แล้วมาบอกผมว่าฝนกินยาลดความอ้วนที่ผสมยาบ้า มันหลอน แล้วเขาให้ฝนกราบเท้าผม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ฝน ธาราดา เสริมถึงครั้งที่ตนหลอนยาลดน้ำหนักว่า หลังจากคลอดลูกน้ำหนักอยู่ที่ เจ็ดสิบกว่า จึงเกิดอาการเครียด แล้วสามีกลับไปทำบุญที่บ้านนาน จึงคิดว่าอีกฝ่ายอาจมีคนอื่น จนเพื่อนสนิทบอกว่าต๋องอาจจะมีใครจริงๆก็ได้ พร้อมให้ลองทานยาลดความอ้วนหุ่นจะกลับมาเฟิร์มเหมือนเดิม เลยคิดว่าถ้าสวย สามีก็จะกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27708</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต๋อง ชวนชื่น, นักแสดงตลก, ฝน-ธาราดา พรหมจรรย์, ยาลดความอ้วน, วิชัย พรหมจรรย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4ee7c553e07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอโอ๊ค-โอปอล์’เดินหน้าเอาผิดเพจยาลดความอ้วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตักเตือนไปแล้วก็ยังไม่หยุด หมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล พร้อมด้วย โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล และทนายความ จึงเดินหน้าผิดเพจเฟซบุ๊กเจ้าปัญหาอย่างจริงจัง หลังถูกใช้ชื่อและตัดต่อรูปภาพ นำไปแอบอ้างขายผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ทำเอามีคนเข้าใจผิด โดยทั้งหมดได้เข้าไปแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมอโอ๊ค สมิทธิ์ ได้เผยว่า &amp;ldquo;ตั้งแต่ประมาณวันศุกร์ที่ผ่านมามีเฟซบุ๊กแอดเคาท์หนึ่ง โพสต์ข้อความเกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ในการลดน้ำหนัก ซึ่งราสองคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย โพสต์นั้นมี ชื่อ-นามสกุลจริงของผมและตำแหน่งนายแพทย์ และมีการใช้รูปยืนยัน และกล่าวอ้างว่ามีชื่อของผม เป็นการย้ำความมั่นใจให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง &amp;nbsp;มีเพื่อนๆ ของเราที่หลงเชื่อและซื้อสินค้านี้ไปจริง แล้วส่งข้อความมาสอบถามว่าจริงหรือไม่ แสดงว่ามีการซื้อขายได้จริง เราก็เลยไม่อยากนิ่งนอนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รูปภาพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นี้ก็จะเห็นชัดเจนเลยว่ามีการตัดต่อขึ้นมา &amp;nbsp;ดูแล้วค่อนข้างเป็นมืออาชีพ บางท่านไม่รู้ว่ามีการตัดต่อแบบนี้ ก็จะหลงเชื่อ มีหลายรูปครับ รวมถึงมีการใช้เสื้อกราวน์ของแพทย์ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ผมรับไม่ได้จริงๆ เพราะโดยกฎระเบียบของแพทย์เราไม่สามารถไปสวมเสื้อกราวน์เพื่อเป็นตัวแทนให้กับผลิตภัณฑ์หรือการรับรองอะไรได้ทั้งสิ้น แพทย์จะระมัดระวังอย่างมาก ผมเองก็ดำเนินตามกติกานี้มาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์ของตัวเองหรืออะไรก็ตามก็พยายามระวังอย่างที่สุด แต่กรณีนี้เขามีเสื้อกราวน์มีชื่อและมีโลโก้ของโรงพยาบาลที่ประจำอยู่ด้วย ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ที่สุดครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนแรกเห็นอยู่ภาพเดียวเราก็คิดว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิดหรือการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ลองตักเตือนก่อน แต่หลายท่านทักว่าไปตักเตือนทำไม แต่เราคิดว่าการตักเตือนมีประโยชน์ถือเป็นการเตือนผู้ทำด้วยและเตือนผู้ที่จะซื้อด้วย พอเราลงตักเตือนไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขามีการเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ยังมีรูปใหม่อย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นว่าพอผมกดรีพอร์ทเพจนี้ก็มีการรีพอร์ทเพจผมกลับมาว่าเพจผมเป็นเพจตัวปลอม ผมกลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพที่เป็นมืออาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคนโทรมาที่คลินิก ทั้งสอบถามและทั้งตำหนิว่าทำไมถึงขายผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ มีทั้งคนมาขอซื้อ แสดงว่ามีผู้หลงเชื่อหลายคน เขาแอบอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของเรา เพราะเขาใช้คำว่าต้องขอบคุณนายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล ที่ได้ผลิตผลิตภัณฑ์ตัวนี้ขึ้นมา &amp;nbsp;ซึ่งในฐานะแพทย์นะครับ การลดน้ำหนักไม่เคยมีทางลัด ตัวช่วยได้เล็กๆ น้อยๆ แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือพฤติกรรมของเราเอง การออกกำลังกาย การกินอาหารก็ยังเป็นหลักอยู่ ขอยืนยัน ไม่อย่างนั้นคนก็ผอมกันหมดแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย โอปอล์ &amp;nbsp;ปาณิสรา เผยว่า &amp;ldquo;ตอนแรกก่อนจะมาเป็นรูปพี่โอ๊ค เพื่อนปอหลายๆ คนในหลายๆ วงการก็โดน เรายังขำกับเพื่อนเราเลยว่าตลกมาก ถือเป็นการทำโฟโต้ช็อปที่ค่อนข้างพีค พอมาเกิดกับเราก็คิดว่าไม่ตลกแล้ว และที่พีคมากกว่าคือมีคนเชื่อ และหลายคนที่ดูถูกกระบวนการยุติธรรมนะคะ เมื่อกี้ถามพี่ตำรวจเขาบอกว่าจริงๆ แล้วเช็คได้หมดเลย และถ้าใครเป็นผู้เสียหายที่ถูกอ้างอิงเข้าแจ้งความเลยค่ะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านทนายของทั้งคู่ก็ได้เสริมว่า &amp;ldquo;วันนี้เรามาพบท่านสารวัตรและแจ้งความ และเพื่อยืนยันว่าคุณหมอเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็ต้องฝากพี่ๆสื่อมวลชนช่วยสื่อไปให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ เบื้องต้นก็ดำเนินการในส่วนของ พรบ.คอมพิวเตอร์ และตัวสินค้าของเขา ถ้าผิดหลักกฎหมายใดก็สามารถลงไปอีกได้ เราก็กำลังหาหลักฐานเพิ่มเติมและหาผู้กระทำผิดให้ได้เร็วที่สุดครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @opalpanisara และ @oak_smith&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10688</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายความ, พรบ คอมพิวเตอร์, ยาลดความอ้วน, สน.ทองหล่อ, หมอโอ๊ค สมิทธิ์, แอบอ้าง, โอปอล์ ปาณิสรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b155ba030ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
