<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อภัยภูเบศร&quot; เปิดจ่ายตำรับยาศุขไสยาสน์ ผสมกัญชาสืบทอดตั้งแต่สมัยพระนารายณ์ ช่วยนอนหลับดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16มี.ค.64- &amp;quot;อภัยภูเบศร&amp;quot; เปิดตำรับยาศุขไสยาสน์ สมัยพระนารายณ์ ช่วยนอนหลับดี&amp;nbsp;ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามปลดส่วนของใบ ราก กิ่งก้านและลำต้นของกัญชาออกจากรายการยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ทำให้ตำรับยากัญชาแผนไทย 5 ตำรับ ที่มีส่วนประกอบของใบและกิ่งก้านกัญชาจากบัญชีตำรับยาเสพติดให้โทษ ได้แก่ ยาศุขไสยาศน์ ยาแก้นอนไม่หลับ/ยาแก้ไข้ผอมเหลือง ยาแก้ลมแก้เส้น ยาทาริดสีดวงทวารหนักและโรคผิวหนัง และยาแก้โรคจิตหลุดออกจากรายการยาเสพติดให้โทษด้วย ซึ่งตำรับยาศุขไสยาศน์ที่มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร และมีปริมาณการใช้สูง เนื่องจากอาการนอนไม่หลับเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยานี้ว่า จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิตที่ออกมาเปิดเผยสถิติพบคนไทยเผชิญภาวะ นอนไม่หลับ มากถึง 40% ของประชากรทั้งหมดในปี 2563 ซึ่งการนอนส่งผลต่อคุณภาพชีวิต สอดคล้องกับการวิจัยในต่างประเทศที่ว่า การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ นอกจากจะรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวันแล้ว อาจมีผลทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตเร็วขึ้น &amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการใช้ยานอนหลับเพิ่มสูงขึ้น โดยนอกจากจะทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวแล้ว ประเทศไทยยังต้องนำเข้าวัตถุดิบตั้งต้นหรือยานี้จากต่างประเทศมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลได้รับมอบหมายให้ผลิตยากัญชาตำรับศุขไสยาศน์จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และนำมาใช้ในผู้ป่วย โดยเราได้เริ่มเก็บข้อมูลในช่วง 6 เดือนแรก ในผู้ป่วย 25 ราย ที่มีประวัติคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี และมีการใช้ยาแผนปัจจุบันมาก่อรแล้วไม่ได้ผล พบว่า หลังจากใช้ไปคุณภาพการนอนหลับการนอนหลับของผู้ป่วยดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกของการรักษา รวมทั้งสามารถลดการใช้ยานอนหลับได้ 52% และสามารถหยุดใช้ยานอนหลับ 32% ตั้งแต่ 1 เดือนแรกของการรักษา ทำให้เราเห็นแนวโน้มประสิทธิผลของยานี้ และอยากส่งเสริมให้แพทย์แผนไทยใช้ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น &amp;nbsp;เพราะตลาดยาและผลิตภัณฑ์เกี่ยกับการนอนไม่ได้เป็นที่ต้องกานเฉพาะของคนไทยเท่านั้น แต่ทั่วโลกก็ยังต้องการผลิตภัณฑ์นี้ หากแพทย์แผนไทยในกระทรวงสาธารณสุชขช่วยกันใช้และติดตามประเมินผลการใช้อย่างเป็นระบบ เราจะมีข้อมูลที่ส่งต่อให้ภาคเอกชนไปผลิต ซึ่งนั่นหมายถึงจะทำให้เกษตรกรมีเป้าหมายการปลูกกัญชาที่ชัดเจนตามไปด้วย ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยานี้เป็นตำรับโบราณตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เราได้เชิญแพทย์แผนไทยมาช่วยกันกำหนดแนวทางการใช้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ป่วย ซึ่งแพทย์แผนไทยเห็นตรงกันว่า ยาศุขไสยาสน์ มีตัวยาร้อนแก้ลมกองหยาบเป็นหลัก แทรกยาบำรุงหัวใจ ยาเจริญไฟธาตุ มีใบกัญชาเป็นตัวยาเด่น น่าจะดีดีกับคนที่ไฟธาตุย่อยอาหารไม่ดี อ่อนเพลีย ระเหี่ยใจ ทำให้นอนหลับไม่ดี &amp;nbsp;หรือกล่าวโดยภาพรวมว่า ยานี้ทำให้ลมหรือพลังงานพัดในกายอย่างทั่วถึง จึงส่งผลให้กินข้าวได้และนอนหลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่อย่างไรก็ตามด้วยข้อจำกัดที่ว่ายานี้มีรสร้อน ก็ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยแพทย์แผนไทยจะมีการใช้ยาตำรับอื่นเพื่อกำกับหรือควบคุมความร้อนไม่ให้กำเริบ ซึ่งนับว่าเป็นศิลปะการรักษาอีกอย่างหนึ่งของแพทย์แผนไทย &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ผลิตยาและสนับสนุนให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้ ผู้ป่วยที่สนใจสามารถไปรับการรักษาได้โดยไม่เสียค้าใช้จ่าย หรืออาจเดินทางมาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็ได้ เราให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุดราชการ&amp;rdquo; ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจต้องการรับข้อมูลการรักษาด้วยกัญชาด้วยการแพทย์แผนไทย ติดต่อได้ที่ คลินิกกัญชาทางการแพทย์ไทยรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (เปิดบริการ ทุกวัน 8.30-15.00น.) ติดต่อเบอร์ 037-211088 ต่อ 3166, 085-3912255, 037-211289 (ในวันและเวลาราชการ) หรือปรึกษาคลินิกแผนไทยออนไลน. https://lin.ee/47PRVjiFz&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96230</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนารายณ์มหาราช, ภก.สุภาภรณ์ ปิติพร, ยานอนหลับ, ยาศุขไสยาศน์, รพ.อภัยภูเบศร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60505e1a0d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลด 5 ตำรับยากัญชาแผนไทย ออกจากบัญชียาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16ก.พ.64- เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ว่า นายอนุทิน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 &amp;nbsp;ที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ที่ให้เสพเพื่อรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ พ.ศ. 2564 ปลดตำรับยากัญชา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนไทย 5 ตำรับที่มีส่วนประกอบของใบและกิ่งก้านกัญชาจากบัญชีตำรับยาเสพติดให้โทษ ได้แก่ ยาศุขไสยาศน์ ยาแก้นอนไม่หลับ/ยาแก้ไข้ผอมเหลือง ยาแก้ลมแก้เส้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; าทาริดสีดวงทวารหนักและโรคผิวหนัง และยาแก้โรคจิต ภาคเอกชนสามารถขอผลิตยาดังกล่าวได้ที่กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) โทร. 0-2821-5509&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มีใบอนุญาตปลูกกัญชาสามารถขายผลผลิตให้กับผู้ผลิตยาแผนไทย นำไปผลิตยาทั้ง 5 ตำรับ โดยเฉพาะยาศุขไสยาศน์ที่มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร และมีปริมาณการใช้สูง ให้ประชาชนเข้าถึงยาจากกัญชาสะดวกขึ้นผ่านคลินิกแพทย์แผนไทยและแผนไทยประยุกต์ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ขณะนี้ยังมีข้อสงสัยเรื่องการใช้ใบกัญชา อย. ขอเรียนว่า ประชาชนสามารถใช้ใบกัญชา กัญชงไปประกอบอาหาร เพื่อดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว หรือใช้ตามวิถีภูมิปัญญาได้โดยไม่ต้องขออนุญาตและทำรายงานใด ๆ ส่ง อย. &amp;nbsp; แต่ขอให้ใบมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมายเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนการแปรรูปกัญชา กัญชงเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อจำหน่ายต้องขอเลข อย. ก่อน จึงจะจำหน่ายได้ ที่สำคัญ ผู้ปรุงอาหารไม่จำเป็นต้องผ่านหลักสูตรอบรมก็สามารถขายเมนูอาหารจากกัญชาในร้านอาหารได้ ทั้งนี้ หลักสูตรอบรมผู้ปรุงอาหารที่กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ได้ประชาสัมพันธ์ไปก่อนหน้านี้ เป็นหลักสูตรภาคสมัครใจสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกัญชาและ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรุงอาหารจากกัญชา ไม่ใช่หลักสูตรบังคับแต่อย่างใด หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสอบถามที่สายด่วน อย. 1556 กด 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรับยากัญชาไทย, ภญ.สุภัทรา บุญเสริม, ยาศุขไสยาศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602b7c442a61d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
