<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 01:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมมะเร็ง ข้องใจสธ.กั๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อุปนายกสมาคมมะเร็งฯ ข้องใจสาธารณสุขแถลงยาหมอแสงไม่รักษามะเร็ง แต่กลับอนุญาตให้แจกสมุนไพรต่อเนื่อง ชี้ควรทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นผลเสียตกแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารหลังการหารือระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เกี่ยวกับการวิจัยสมุนไพรรักษามะเร็งของนางแสงชัย แหเลิศตระกูล ระบุว่าสมุนไพรดังกล่าวไม่ได้มีผลในการการรักษาโรคมะเร็ง แต่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ หากจะใช้รักษาเพื่อควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นสามารถทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรคมะเร็งครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะอุปนายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวเมื่อวันพุธว่า กระทรวงสาธารณสุขควรต้องทำให้ชัดเจนว่าไม่ได้ผล คือไม่ได้ผล หากบอกว่ามีผลต่อในเรื่องของคุณภาพชีวิตก็ต้องมีผลในเรื่องการศึกษา หรือเปรียบเทียบให้ชัดว่าส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างไร การจะพูดว่าอาการดีขึ้นจากการรับประทานสมุนไพรนั้น วัดได้ยากหากไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจน เช่น มีการเปรียบเทียบระหว่างกินกับไม่กิน ผลเป็นอย่างไร ส่วนที่ระบุว่าอาจทำให้มีผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้มีกำลังใจ นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าเซลล์มะเร็งไม่ได้ตายหรือหายไป ดังนั้นการจะมาพูดว่าทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นก็ต้องพูดให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นสังคมอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งการที่คนไข้อาการดีขึ้นอาจเป็นผลดีที่สืบเนื่องจากการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันอยู่แล้ว หรือคนไข้เพิ่งผ่านการรักษาจนจบคอร์ส ทั้งการฉายแสง การทำคีโมบำบัด ตรงนี้จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นผลดีจากอะไรกันแน่ ซึ่งกรณีที่นายแสงชัยบอกว่า หลายคนกินแล้วดีขึ้น ก็ต้องมีตัวชี้วัดว่าดีเพราะอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิโรจน์กล่าวถึงกรณีนายแสงชัยยังคงแจกยาต่อไปแม้ผลทดลองออกมา เพราะมองว่าเป็นการตรวจสอบแค่ระดับหลอดทดลอง ว่าหลักของการศึกษาวิจัยนั้นต้องเริ่มจากหลอดทดลองในห้องปฏิบัติการ หากไม่ส่งผลดีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องศึกษาวิจัยในมนุษย์ หรือที่เรียกว่าในระดับคลินิก แต่หากส่งผลดีก็จะวิจัยต่อในมนุษย์ และการจะทดสอบในมนุษย์นั้นก็ต้องผ่านคณะกรรมการจริยธรรมในมนุษย์ด้วย แต่สำหรับนายแสงชัยไม่ได้มีตรงนี้ และพฤติกรรมการแจกยายังจดรายละเอียดผู้ป่วยเหมือนแพทย์ แต่ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ที่สำคัญกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกลับให้ใบรับรองหมอพื้นบ้าน ถึงจะบอกว่าแค่รับรองภูมิปัญญา แต่ก็ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ดูความเหมาะสมหรือไม่ เพราะกรณีนี้มีการแจก มีคนไปต่อคิวรับจำนวนมาก และไม่มีทางทราบเลยว่าใครรับประทานไปแล้ว ผลหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบ อย่างกระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องนี้ ควรต้องมีข้อบังคับ หรือกฎหมายอะไรหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้น ในอนาคตก็จะมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก มีคนไปรอรับคิวสมุนไพร หรืออะไรก็ตามที่อาจบอกว่ารักษาโรคนั้นโรคนี้ได้ ยิ่งโรคมะเร็งยิ่งน่ากลัว และพอเขามาขอใบรับรองหมอพื้นบ้านก็ให้หมด พอตรวจสอบสารออกฤทธิ์แล้วไม่พบประสิทธิภาพก็ยังให้แจกต่อไปอีก ซึ่งความเสี่ยงตกที่ประชาชน&amp;quot; นพ.วิโรจน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าเซลล์มะเร็งไม่ได้, นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์, นางแสงชัย แหเลิศตระกูล, ยาหมอแสง, สมุนไพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปนายกสมาคมมะเร็งฯ, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, ไม่รักษามะเร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae089297785b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
