<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยายผลจับเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ยึดไอซ์ 86 กก. เคตามีน 6 กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และพล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.) ร่วมกันแถลงการจับกุมนายอัครัฐ ผันผิง อายุ 27 ปี พร้อมพวกรวม 3 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ โดยจับกุมได้ที่บริเวณคอนโด เดอะทรัส ปิ่นเกล้า ถนนบรมราชนนี แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม.พร้อมยึดของกลางเป็นไอซ์ 86 กิโลกรัม,&amp;nbsp;เคตามีนกว่า 6 กิโลกรัม,&amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ และ รถยนต์ พร้อมอุปกรณ์แบ่งยาเสพติดใส่ซองขนาดเล็กพร้อมจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ผบช.น.เผบว่า เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการขยายผลมาจากการจับกุม ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่หลายคดีในเขตกรุงเทพมหานคร จนทราบว่ากลุ่มของนายอัครัฐ กับพวก มีพฤติกรรมลักลอบรับยาเสพติดที่ถูกลำเลียงเข้ามาทางจังหวัดเลย เพื่อนำมาจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในเขตกรุงเทพมหานครและนนทบุรี มานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยจะนำยาเสพติดไปซุกซ่อนไว้ที่คอนโดมิเนียมที่เช่าไว้ แต่ไม่เคยถูกจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติด ให้โทษประเภท 1 หรือยาไอซ์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 หรือเคตามีนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95373</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ยาเค, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045e838eaa4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดยา&#039;บ้า-ไอซ์-เค&#039;ล็อตใหญ่ก่อนเข้ากรุง! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.2564 - พล.ท.บุญยืน อินกว่าง แม่ทัพน้อยที่ 3 ผู้บัญชาการ ศูนย์ปฏิบัติกรบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ แถลงข่าวการสนธิกำลังกับตำรวจตรวจยึดยาเสพได้เป็นจำนวนมากที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดย พล.ท.บุญยืนระบุว่า เมื่อกลางดึกเวลา 02.00 น. วันที่ 24 ม.ค. สืบทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้านด้านติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงสั่งการให้ทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง สนธิกำลังกับตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งจุดตรวจ จุดสกัดกั้นตามเส้นทางในแนวชายแดน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบที่บริเวณลานกว้างหน้าวัดป่าเหมือดรุ่งเจริญ หมู่ที่ 5 ซอย 11 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย พบรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-6408 จ.เชียงราย จอดไว้ โดยไม่มีใครอยู่ เมื่อเปิดท้ายรถตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำกองซ้อนกันอยู่ 16 กระสอบ ตรวจสอบภายในพบของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เป็นยาบ้า บรรจุห่อกระดาษสีน้ำตาล ตราสัญลักษณ์ &amp;quot;รถเก๋งสปอร์ท R35&amp;quot; ประทับตรา ใส่กระสอบสีรุ้งห่อหุ้มในถุงสีดำ จำนวน 1,632,000 เม็ด ไอซ์ จำนวน 125 กิโลกรัม ลักษณะบรรจุใส่ในถุงชา สีเขียว ยี่ห้อ &amp;quot;Guan Yin Wang&amp;quot; และ เคตามีน 13 ก.ก. อยู่ท้ายรถบรรทุก ส่วนคนขับรถยนต์บรรทุกได้หลบหนีไป ตำรวจ สำหรับยาเสพติดล็อตนี้ เป็นของชนกลุ่มน้อยในรัฐฉาน นำมาเก็บพักไว้ทีบ้านป่ากุ๊ก ฝั่งท่าขี้เหล็ก ตรงข้าม ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จากนั้นได้ใช้คนแบกข้ามลำน้ำรวกที่เป็นเส้นเขตแดนข้ามมาฝั่งไทย ก่อนนำขึ้นรถไปวางไว้ในท้ายหลังรถบรรทุก 6 ล้อคันดังกล่าว ซึ่งมักรับจ้างขนส่งสินค้าไปยังกรุงเทพฯ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90973</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.บุญยืน อินกว่าง, ยาบ้า, ยาเค, ยาไอซ์, แม่ทัพน้อยที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e9f7e038f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายผับหรูกลางกรุงให้บริการ &#039;บารากุ&#039; ตรวจเจอฉี่ม่วง 3 ราย จ่อสั่งปิดยาว 5 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมปกครองบุกทลายผับหรู ซอยสุขุมวิท 11 ให้บริการบารากู่ พบยาเคตกบนพื้นที่ ตรวจเจอฉี่ม่วง 3 ราย เปิดกิจการไม่มีใบอนุญาต ไม่เว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ชาวบ้านเดือดร้อนจนต้องร้องเรียนเปิดเกินเวลาถึงตี 4 เตรียมเสนอปิดยาว 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อช่วงเวลา 03.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม&amp;nbsp;นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฏหมายพนักงานฝ่ายปกครอง&amp;nbsp; นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง กว่า 50 นาย บุกเข้าตรวจค้นและจับกุมอินซานิตี้ ไนท์คลับ ภายในซอย สุขุมวิทซอย 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเข้าตรวจสอบพบว่า ผับดังกล่าวไม่มีไม่มีใบอนุญาต&amp;nbsp; ขณะเข้าตรวจค้นจับกุมพบนักเที่ยวกว่า 150 คน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ&amp;nbsp; ใช้บริการอยู่ภายในผับดังกล่าว โดยไม่มีการเว้นระยะห่าง ตามมาตรการป้องกันโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าตรวจค้นและจับกุมในครั้งนี้เนื่องจากได้รับแจ้งจากทางรัฐสภาประสานให้กระทรวงมหาดไทย เข้าตรวจสอบสถานบันเทิงดังกล่าว เพราะมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากว่า สถานบันเทิงดังกล่าว เปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเปิดถึงเวลา 4 นาฬิกาของทุกวัน ส่งผลให้ชาวบ้านที่อาศัยในระแวกใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน ทั้งการจราจรและเสียงดังหลังปิดให้บริการ นอกจากนี้ยังเกรงว่าจะเป็นสถานที่แพร่ระบาดของ เชื้อโควิด 19 เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ใช้บริการจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่พบ ว่าทางร้านมีการให้บริการบารากู่ และพบเตาบารากุและอุปกรณ์จำนวนมาก ขณะที่การตรวจค้นที่ชั้น 2 ของอาคาร ซึ่งเป็นที่พักของพนักงานและเป็นที่ตั้งของสำนักงานสถานบริการ พบว่าภายในห้องน้ำชายชั้นสอง มีซองพลาสติกภายในบรรจุยาเสพติดที่คาดว่าจะเป็นประเภท เคตามีน อยู่จำนวนหนึ่ง&amp;nbsp; และยังพบว่ามีตกอยู่ตามพื้นที่ของสถานบันเทิงอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะมีการขยายผลตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนการตรวจสอบนักท่องเที่ยวพบว่ามีนักท่องเที่ยว ปัสสาวะ สีม่วง 3 รายแบ่งเป็น สีม่วงที่คาดส่าจะมาจากยาไอซ์ 2 ราย และจากยาเคตามีน อีก 1 ราย โดยต่อจากนี้จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานบริการ ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต จึงมรการจับกุมผู้จัดการร้าน และแจ้งข้อหา เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด, กระทำการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนี้จะมีการเสนอเรื่องให้ปิดสถานบริการ และดำเนินคดีทางอาญากับผู้ดูแลและเจ้าของ เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 22/28558&amp;nbsp; ซึ่งการสั่งปิดสถานบริการจะมีระยะเวลา 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86483</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการปกครอง, ฉี่ม่วง, ตรวจฉี่, บารากุ, ยาเค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd196e84867e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปปส.&#039; แก้เกี้ยวแจ้งของกลางคือ &#039;โซเดียมไตรฟอสเฟต&#039; ยันไม่สลับ &#039;ยาเค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 - ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.แจ้งความร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.ให้ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการส่งออกเคตามีนไปยังประเทศไต้หวันกว่า 300 กิโลกรัม หลังไปยึดเคตามีนที่โกดังใน จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 11.5 ตัน มูลค่านับ 20,000 ล้านบาท แต่กลับพบว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวว่า วันนี้นำเอกสารที่ได้รับจากประเทศไต้หวันจับกุมเคตามีนไว้ได้ 300 กิโลกรัมมาแจ้งความเอาผิดกับผู้ร่วมขบวนการลอบส่งเคตามีนไปยังประเทศไต้หวัน ซึ่งบุคคลรายนี้อยู่ในประเทศไทย โดยเช่าโกดังเพื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์แต่เมื่อตรวจค้นกลับเป็นที่เก็บสารเคมี ทั้งนี้ขอชี้แจงถึงกรณีที่ตรวจสอบเคตามีนกว่า 11.5 ตันแล้วพบว่ามีบางส่วนเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟส เบื้องต้นพบว่าสารเคมีทั้ง 2 ชนิด มีลักษณะภายนอกเหมือนกัน ตอนตรวจค้นที่โกดังพบของกลาง 66 กระสอบถูกเปิดอยู่ ที่เหลือ 406 กระสอบยังเย็บปากถุงปิดไว้ พอตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมีกับกระสอบที่เปิดไว้แสดงผลออกมาเป็นสีม่วง จึงเชื่อว่าเป็นเคตามีนตามที่ไต้หวันจับกุมได้จากต้นทาง จากนั้นก็ได้ร่วมกับ บช.ปส.นำของกลางไปเก็บไว้ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 โดยเช่ารถบรรทุกขนของกลางไว้ 2 คัน และมีขบวนรถจากหลายหน่วยงานคอยคุ้มกันและแวะเติมน้ำมันที่เดียว ยืนยันไม่มีการสับเปลี่ยนของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวว่า ต่อมาเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าสารเคมีดังกล่าวคือไตรโซเดียมฟอสเฟสซึ่งไม่เคยพบว่า สารตัวนี้จะแสดงผลเป็นสีม่วง โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 09.30 น.นักวิทยาศาสตร์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญของ ป.ป.ส.จะตรวจพิสูจน์สารเคมีจากของกลางทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 แต่ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะทราบว่าของกลางที่เหลือเป็นยาเสพติดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวชี้แจงว่า สาเหตุที่การตรวจสอบล่าช้านั้น แต่แรกที่ไต้หวันจับกุมตรวจยึดของกลางได้วันที่ 23 ตุลาคม ก่อนส่งเอกสารให้ไทยลงวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และ ป.ป.ส.รับเรื่องวันที่ 2 พฤศจิกายน จึงจะสืบสวนหาข้อมูลถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน แล้วเข้าตรวจค้นโกดัง พร้อมทำบันทึกการเข้าตรวจค้น ซึ่งผลการทดสอบสารเคมีที่พบเบื้องต้นพบเป็นเคตามีนจึงบันทึกเป็นสารคล้ายเคตามีนทุกรายการ โดยมีพยานนำตรวจค้นและตำรวจท้องที่ได้สอบปากคำเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ พฐ.ได้เก็บหลักฐานเป็นที่เย็บปิดปากถุง พร้อมประสานประเทศต้นทางเก็บหลักฐานใบส่งสินค้าและอื่นๆ ซึ่งจะนำมามอบให้ บช.ปส.ภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า บช.ปส.ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงจากทั้งพยานหลักฐาน บุคคล และเอกสาร เบื้องต้นรับคำร้องทุกข์ไว้พิจารณาดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย ฉะนั้นการสอบสวน บช.ปส.ต้องเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ประสานอธิบดีอัยการตั้งคณะทำงานสอบสวน เพื่อติดตามกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดต่อไป ทั้งนี้พบว่าเคตามีนไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย แต่เป็นทางผ่านเพื่อไปสู่ประเทศที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, บช.ปส., ปปส., ยาเค, สารไตรโซเดียมฟอสเฟต, เคตามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb4f82e80b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซะงั้น!ตร.บุกค้นบ้านคู่กรณีเสี่ยโป้พบคลังแสงขนาดย่อมพร้อมยาเค  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10 พ.ย.63-เจ้าหน้าที่ กก.ดส.บช.น.ได้ประสานกับฝ่ายสืบสวน บก.น.7 และ สน.บางยี่ขัน นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 151/9-10 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม.ซึ่งเป็นบ้านพักของนายธนบดี หรือตั้ว อิ่มใจ อายุ 32 ปี ฝ่ายคู่กรณีที่มีปัญหากับนายเขมทัต หรือเสี่ยบุ๊ก ชัชอานนท์ อายุ 25 ปี น้องชายเสี่ยโป้ จนเกิดเหตุวุ่นวาย หน้าร้านนวดแผนไทยสรี เซาว์น่าแอนด์สปา ถนนราชพฤกษ์ มีการยิงกันทำให้มีคนเจ็บ 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบ้านดังกล่าวเป็นตึกแถวสูง 4 ชั้น เบื้องต้นไม่พบว่า นายธนบดี อาศัยอยู่ในบ้าน จากการตรวจสอบพบอาวุธปืน 9 มม.จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืน 11 มม.จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนลูกซองยาวหุ่นสงคราม 1 กระบอก รวมทั้งสิ้น 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาด 9 มม. รวม 67 นัด และกระสุนปืนลูกซอง อีก 15 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบ้านพักพบผู้อาศัยชื่อ นายวรัตน์ หรือก๊อต วงศ์เพ็ชรเขียว อายุ 21 ปี ถูกจับกุมพร้อมของกลาง ยาเคในธนบัตร 20 บาท น้ำหนัก 1.13 กรัม ยาเคชนิดเกร็ด 1 ถุงหนัก 1.22 กรัม ยาไฟต์ไฟต์ครึ่งเม็ด ซึ่งในเบื้องต้นจะทำการบันทึกจับกุมที่ สน.บางยี่ขัน ก่อนที่ พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงศ์เภตรา ผบช.น.จะเดินทางไปแถลงข่าวผลการตรวจค้นบ้านพักของกลุ่มผู้ต้องสงสัย ที่ สน.ภาษีเจริญ ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83356</URL_LINK>
                <HASHTAG>คู่กรณรเสี่ยโป็, ค้นบ้าน, ยาเค, อาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa12455ad60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขย่าวงการบันเทิง!จ่อเรียก 4 ดาราพัวพันขบวนการค้ายา&#039;ปุ๊กกี้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 62 - ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) &amp;nbsp;พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยความคืบหน้าหลังเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.และตำรวจเข้าจับกุมนายฮุง เชง ยี (HUNG CHENG YI ) เครือข่ายค้ายาเสพติดชาวไต้หวัน &amp;nbsp;และขยายผลการจับกุมนายชลวิทย์ คีตะตระกูล และน.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือน.ส.ปริศนา พรายแสง หรือปุ๊กกี้ อดีตนักร้องชื่อดัง ว่า ปัจจุบันตลาดใหญ่ของยาเสพติดประเภทไอซ์อยู่ที่ไต้หวัน โดยยาไอซ์บางส่วนกระจายไปยังประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแหล่งผลิตยาไอซ์อยู่ตามตะเข็บชายแดนไทย โดยจะถูกลำเลียงมาจากชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้าน และเมื่อเข้ามาถึงฝั่งไทยยาไอซ์จะมีราคากิโลกรัมละ 300,000-400,000 บาท และหากหลุดไปถึงไต้หวันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 1-2 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาป.ป.สได้ใช้ระยะเวลาสืบสวนเครือข่ายค้ายาชาวไต้หวันมาเกือบ 1 ปี พบว่ากลุ่มนักค้ายาไอซ์จะเข้ามาในคราบของนักธุรกิจ โดยจะเข้ามาสำรวจตลาดและบรรจุภัณฑ์สินค้าที่ได้รับความนิยม จากนั้นจะเข้าไปดูโรงงานผลิต เพื่อวางแผนส่งออกยาเสพติดโดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อส่งยาไอซ์กลับไปยังไต้หวันให้แนบเนียนที่สุด&amp;rdquo;พ.ต.ต.สุริยากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ในการลักลอบลำเลียงยาไอซ์ไปยังไต้หวันจะมีหลายรูปแบบ เช่น นำกางเกงยีนส์ไปชุบยาไอซ์แล้วส่งออก บรรจุใส่กระป๋องแป้งเย็น &amp;nbsp;บรรจุลงไปในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือซุกซ่อนเข้าในตู้ลำโพงเครื่องเสียง โดยพบว่าเครือช่ายชาวไต้หวันจะเข้าออกไทยอย่างต่อเนื่อง แต่เพิ่งเริ่มมีการจ่ายเงินค่ายาเสพติดในช่วงต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเครือข่ายผู้รับซื้อยาเสพติดเป็นนักค้ารายใหญ่ในไต้หวัน ป.ป.ส.ไทยได้ส่งข้อมูลให้ป.ป.ส.ไต้หวันเพื่อไปดำเนินการต่อแล้ว ส่วนกรณีของปุ๊กกี้และสามีนั้นถือเป็นนักค้ารายย่อย แต่สาเหตุที่มาเชื่อมโยงกับเครือข่ายชาวไต้หวัน เนื่องจากป.ป.ส.มีปฎิบัติการยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ได้ที่โกดัง จ.ปทุมธานี จำนวน 1.5 ตัน จนทำให้ยาไอซ์ขาดตลาด กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดที่ทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์จัดหายาเสพติดให้ชาวไต้หวันจึงระดมหายาไอซ์จากบรรดานักค้ายาเสพติดรายย่อย จนเชื่อมโยงไปถึงอดีตนักร้องดังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ต.สุริยา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ป.ป.ส.อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินในเชิงลึกของเครือข่ายยาไอซ์ไทย-ไต้หวัน ส่วนการขยายผลไปถึงนักค้ารายย่อยและคนในวงการบันเทิงเป็นสำนวนการสอบสวนของตำรวจ ซึ่งจะต้องเรียกสอบผู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูล ในส่วนของป.ป.ส.จะขยายผลเฉพาะเครือข่ายรายใหญ่ที่ส่งออกยาเสพติดไปยังไต้หวัน โดยยังมีอีกหลายเครือข่ายที่ป.ป.ส.เฝ้าติดตามอยู่ &amp;nbsp;ทั้งนี้ขบวนการค้ายาเสพติดไปยังไต้หวัน ได้ใช้เส้นทางลำเลียงจากหลายประเทศทั้งส่งออกจาก ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม ซึ่งป.ป.ส.ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวกับป.ป.ส.ในประเทศต่างๆเหล่านี้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า มีศิลปินดาราที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ 4 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. เตรียมที่เรียกเข้าให้ปากคำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38952</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ, ค้ายาเสพติด, ปริศนา พรายแสง, ปุ๊กกี้, ยาเค, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a18dd19931.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปุ๊กกี้&#039;ข้อหาหนัก!เข้าข่ายค้ายาข้ามชาติ สารภาพติดมา10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 62 - ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน บช.ปส.ได้เบิกตัว น.ส.พริสซิลวา จิวเมลลี่ หรือปุ๊กกี้ อดีตนักร้องชื่อดัง ออกจากห้องควบคุม มาสอบปากคำอีกครั้ง หลังถูกจับกุมพร้อมสามีและขบวนกรค้ายาข้ามชาติชาวไต้หวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.)&amp;nbsp; ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อขยายผลโดยให้ พล.ต ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งเบื้องต้น ปุ๊กกี้รับสารภาพว่า ติดยาเสพติดมาประมาณ 10 ปี แต่พยายามจะเลิกแต่ไม่สามารถเลิกได้ จนทำให้ตัวเองเบลอมีผลกระทบต่อชีวิตหลายด้านจนครอบครัวแตกแยก ส่วนศิลปินดาราที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปุ๊กกี้ยังไม่ซัดทอดถึงใคร แต่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบปากคำด้วยดีตลอดมา และยอมรับว่าตนเองเป็นคนเจรจากับผู้ค้าชาวไต้หวันที่ถูกจับกุมมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจับกุมตัวปุ๊กกี้&amp;nbsp; ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบทางเทคนิคแล้วพบว่ามีความเชื่อมโยงไปที่ดาราหลายคน แต่ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ อาจจะเป็นการพูดคุยกันในฐานะเป็นเพื่อนดารานักแสดงด้วยกันก็ได้ แต่ถ้ามีพยานหลักฐานไปถึงดาราคนใด ก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ขอให้ศาลออกหมายเรียก&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปกับทางการไต้หวันแล้ว เพื่อตรวจสอบบุคคลคนหนึ่ง ที่ได้เดินทางมากับ นายหง เจิ้ง อี้ สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม&amp;nbsp; โดยมาขอดูยาเสพติดและออกจากห้องไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุม นายหง เจิ้ง อี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา&amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนตลอดทั้งคืน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีความเครียดลดลง เพราะสอบสวนเป็นกันเอง โดย &amp;ldquo;ปุ๊กกี้&amp;rdquo; ยอมรับว่าไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก โดยทำมากว่า1ปี โดยใช้วิธีการคล้ายคลึงกับครั้งนี้ ยืนยันจากการสอบสวนขณะนี้ยังไม่มีดาราเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามที่มีกระแสข่าว แต่หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานไปถึงก็จะไม่ละเว้น ส่วนที่ผู้ต้องหาให้การว่า รับยาเสพติดมาจากย่านโชคชัย 4 จากการตรวจสอบเป็นเครือข่ายของชาวไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเครือข่ายในพื้นที่ หรือเป็นเพียงจุดนัดรับเท่านั้น นอกจากนี้ยังสั่งการให้ตรวจสอบ Dark Web ที่อ้างว่ามีการเผยแพร่วิธีการนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับยาเสพติด เพื่อเพิ่มปริมาณของยาเสพติดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า พฤติการณ์ผู้ต้องหา &amp;ldquo;ปุ๊กกี้&amp;rdquo; เข้าข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ หรือไม่ พล.ต ท ชินภัทร ตอบว่า เข้าข่ายเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพราะมีชาวต่างชาติเข้าไปเกี่ยวข้องและมีการส่งออกของยาเสพติด ซึ่งเราได้ประสานไปยังทางการไต้หวัน ในเรื่องการติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 1 ราย ที่หลบหนีไปได้ก่อน โดยชาวไต้หวันรายนี้มีหน้าที่เป็นคนสั่งซื้อและเป็นนายทุนมาดูของก่อนจะบินกลับไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเส้นทางการเงินของ &amp;ldquo;ปุ๊กกี้&amp;rdquo; มีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลัก10 ล้านบาท ที่มีทั้งเงินที่ได้มาจากการทำงานในวงการบันเทิงและค้ายาเสพติดด้วย ซึ่งขณะนี้เรามีการตั้งขณะทำงานขึ้นมา โดยมีพล.ต ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. เป็นหัวหน้าชุด เพื่อขยายผล เพราะเป็นลักษณะของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามจะเร่งสอบสวนให้แล้วเสร็จ ซึ่งหากทันจะนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังวันนี้ แต่ถ้าไม่ทันก็ส่งพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายาเสพติดข้ามชาติ, ปุ๊กกี้, ผบช.ปส., พล.ต.ท.ชินภัทร, ยาเค, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d09da2bcdd10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
