<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ.เตรียมนำวัคซีนไช้หวัดใหญ่ทดลองในคนปีนี้ พร้อมโชว์ผลกำไรปี61จำนวน1.5พันล.ประหยัดงบชาติกว่า 7.5พันล. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62- &amp;nbsp;ที่องค์การเภสัชกรรม นพ.วิฑูรย์ &amp;nbsp;ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ)เป็นประธานการแถลงข่าว &amp;ldquo;ผลการดำเนินงาน ปี 2561 ความคืบหน้าโครงการสำคัญ ทิศทางในอนาคตองค์การเภสัชกรรม&amp;rdquo; โดยมีคณะผู้บริหารองค์การเภสัชกรรมร่วมแถลงข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานขององค์การฯ ในปี 2561 องค์การฯ มีผลประกอบการ 16,651 ล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทำให้ช่วยรัฐประหยัดได้มากกว่า 7,500 ล้านบาท หรือมีกำไร 1,500 ล้านบาท &amp;nbsp;ขณะเดียวกันโครงการต่างๆได้ดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมาย &amp;nbsp; ที่ประสบผลสำเร็จล่าสุดคือการได้รับการรับรองมาตรฐาน WHO PQ จากการผลิตของยาต้านไวรัสเอดส์เอฟฟาไว-เรนท์ที่โรงงานผลิตยารังสิต 1 &amp;nbsp;การได้รับรางวัล FOYA Award จากสมาคม ISPE ( International Society for Pharmaceutical Engineering) ที่มีสมาชิกกว่า 18,000 ราย &amp;nbsp;ใน 90 ประเทศ ในฐานะโรงงานผลิตยารังสิต 1 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการออกแบบด้านคุณภาพ และมีมาตรฐานระดับสากล มุ่งหวังผลิตยาที่มีคุณภาพให้ผู้ป่วยเอดส์ได้เข้าถึงยาดีมีคุณภาพ ส่งผลให้มีชีวิตที่ยืนยาว&amp;nbsp;
นอกจากนั้นได้กระจายผลิตภัณฑ์ยาต้านไวรัสเอดส์ใหม่ 2 รายการ ที่มุ่งเน้นลดปัญหาการดื้อยาและรัฐประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยา ประกอบด้วย ยาเม็ด Abacavir 300 mg. เป็นยาต้านไวรัสเอดส์ สูตรทางเลือกร่วมกับยาต้านไวรัสฯกลุ่มอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการดื้อยา ลดผลข้างเคียงที่เกิดจากยาจำเป็นพื้นฐาน (first line regimen) ตามแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของประเทศไทย และยาเม็ด Ritonavir 100 mg. เป็นยาต้านไวรัสฯในกลุ่ม Protease Inhibitors (PIs) ถูกนำมาใช้คู่กับยาในกลุ่ม PIs อื่นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มระดับยา PIs ตัวอื่นในกระแสเลือด &amp;nbsp;พร้อมกันนั้นได้ขยายกำลังการผลิตเพิ่มในส่วนของการผลิตระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Pilot Plant) ในอาคารโรงงานผลิตยารังสิต 1 ที่ได้เปิดทำการผลิตไปแล้วจำนวน 4 สายการผลิต &amp;nbsp;เมื่อปี 2559 เพื่อใช้สำหรับผลิตยาที่ยกระดับจากงานวิจัยที่ผลิตในระดับห้องปฏิบัติการ เป็นผลิตในระดับกึ่งอุตสาหกรรมและยังสามารถนำมาใช้สำหรับการผลิตยาจำเป็นอื่นๆได้อีก ซึ่งทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกปีละ 38 ล้านเม็ด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับในปี 2562 ตั้งเป้าผลประกอบการไว้ที่ 16,720 ล้านบาท &amp;nbsp;เร่งดำเนินการในปีนี้ คือ 1.กัญชาทางการแพทย์ ซึ่งการปลูกในระยะเร่งด่วนจำนวน 100 ตารางเมตร ภายใต้งบประมาณ 10 ล้านบาท อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่และให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบ คาดว่า จะสามารถปลูกได้ในช่วงกลางเดือน ก.พ. 2562 และสามารถทำสารสกัดออกมาได้ภายใน พ.ค. 2562 ในการทดลองวิจัยในผู้ป่วย &amp;nbsp;ส่วนระยะกึ่งอุตสาหกรรม ที่จะใช้พื้นที่ปลูก 1,000 ตารางเมตร งบประมาณ 120 ล้านบาท อยู่ระหว่างเตรียมการด้านทีโออาร์ คาดว่าจะสามารถปลูกได้ในต้นปี 2563 &amp;nbsp;2.การพัฒนาสมุนไพร จะดำเนินการให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ยกระดับเทคโนโลยี การวิจัยพัฒนา การผลิตสารสกัด และรูปแบบผลิตภัณฑ์ไปสู่สากลมากขึ้น โดยเฉพาะ &amp;quot;ขมิ้นชัน&amp;quot; ที่ตั้งเป้าจะนำร่องตลาดสากลก่อน ตามด้วยสมุนไพรอื่น คือ เถาวัลย์เปรียง ไพล และขิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า 3.โรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จะได้วัคซีนใช้ทำการทดสอบอาสาสมัครใน พ.ค.2562 และใช้เวลาติดตามผล 1 ปี เพื่อนำข้อมูลไปยื่นขอทะเบียนวัคซีนต่อไป &amp;nbsp;4.โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิตระยะที่ 2 จะผลิตยาน้ำ ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาปราศจากเชื้อ ยาน้ำใช้ทาภายนอก ยาฉีด และยาเม็ด งบประมาณ 5,607 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเลือกบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้าง คาดว่าสามารถลดการผลิตในส่วนของโรงงานพระราม 6 ได้กว่า 80% &amp;nbsp;และ 5.เพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็น ได้แก่ ยาละลายลิ่มเลือดโคลพิโดเกล ซึ่ง อภ.สามารถผลิตได้โดยไม่ต้องนำเข้าแล้ว &amp;nbsp;ยาต้านไวรัสเอดส์ชนิดเม็ดสูตรผสม 3 ชนิด เอฟฟาไวเรนซ์/เอมทริซิตาบีน/ทีโนโฟเวียร์ ขนาด 600/200/300 มิลลิกรัม &amp;nbsp;ยาเม็ดดารุนาเวียร์ 3 ขนาด คือ 150 400 และ 600 มิลลิกรัม สำหรับผู้ป่วยดื้อยา รวมถึงการแสวงหาพันธมิตร โดยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงยาผ่านร้ายเพรียวในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีกว่า 140 สาขาทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;quot;ในส่วนโรงงานวัคซีนที่จะปรับเปลี่ยนเป็นโรงงานชีววัตถุ &amp;nbsp;จะเริ่มต้นจากการทำโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แต่จาก พ.ร.บ. ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ที่ต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้านวัคซีนจำเป็นที่จะต้องรองรับการผลิตวัคซีนและชีววัตถุอื่นๆ ได้ด้วย การจะสร้างไลน์ผลิตเพิ่มเติมก็อาจต้องรายงานไปยังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ซึ่งจะทำให้ อภ.สามารถรับผลิตวัคซีนได้ โดยเฉพาะส่วนของการผสมและการบรรจุ &amp;quot;ผอ.อภ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปลูกและการผลิตกัญชาทางการแพทย์ &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า ระยะเร่งด่วน จะนำเข้าสายพันธุ์กัญชาจากแคนาดา โดยตลอดปีจะปลูกได้ 4 รอบ คาดว่าจะได้กัญชาแห้งปริมาณ 100 กิโลกรัมต่อปี นำมาผลิตเป็นน้ำมันกัญชา ขนาด 5 มิลลิลิตร ได้จำนวน 1-2 หมื่นขวด &amp;nbsp;ผลิตล็อตแรกปี 62 &amp;nbsp;ขณะที่ระยะกึ่งอุตสาหกรรม คาดว่าจะได้กัญชาแห้งประมาณ 800 กิโลกรัมต่อปี โดยจะพัฒนาสายพันธุ์เองด้วย สำหรับประเด็นเรื่องคำขอสิทธิบัตรกัญชา ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่ อภ.จะดำเนินการอย่างรอบคอบ และพยายามทำอยู่ภายใต้กรอบกติกามากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการทำโรงงานผลิตยามะเร็งร่วมกับ ปตท. &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า โครงการนี้ยังคงเดินหน้าต่อ อยู่ระหว่างการว่าจ้างบริษัทเข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าผลน่าจะออกมาในช่วง พ.ค. 2562 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการออกแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27218</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กัญชาเพื่อการแพทย์, ความคืบหน้าวัคซีนไข้หวัดใหญ่, นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.อภ., ผลกำไรอภ.ปี61, ยาเดอส์, อภ., แผนการดำเนินงานปี62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c46ca8702555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
