<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจภาค 6 ขยายผลจับเครือข่ายยาเสพติดคาร์แคร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp; ภายใต้การอำนวยโดย &amp;nbsp;พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ , พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.สารนัย คงเมือง รอง ผบก.สส.ภ.6 &amp;nbsp;, พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รอง ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.แดนชัย งามทรง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.พงษ์อาจ &amp;nbsp;ล้ำตระกูล ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.6 , พ.ต.ท.โยธิน ยากองโค ผกก.สภ.ตรอน &amp;nbsp;และ &amp;nbsp;ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 โดยชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 &amp;nbsp;กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด สภ ตรอน &amp;nbsp;นำโดย พ.ต.ท เจนรบ เนติรัตนไพบูลย์ &amp;nbsp;สารวัตรกองกำกับการสืบสวน 2 กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 6 &amp;nbsp;กับพวก &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้วางแผนจับกุมตัวโดยล่อซื้อยาบ้าจาก นายอนุสรณ์ แสงซื่อ หรือ &amp;nbsp; เบียร์ &amp;nbsp;อายุ 31 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 9/36 ถนน ฤดีเปรม ตำบล ท่าอิฐ อำเภอ เมืองอุตรดิตถ์ จังหวัด อุตรดิตถ์ &amp;nbsp; ซึ่งมีอาชีพเป็นพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลแห่งหนึ่ง และ &amp;nbsp; ประกอบธุรกิจส่วนตัวเปิดร้านคาร์แคร์ บังหน้ามีพฤติการณ์เป็นเอเยนต์จำหน่ายยาบ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายเบียร์ได้ขับรถหลบหนี &amp;nbsp;โดยใช้เส้นทาง ถนนหมายเลข 11 &amp;nbsp;ในการหลบหนี มุ่งหน้าไปทาง จ.พิษณุโลก &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานด่านตรวจยาเสพติดวัดโบสถ์ (ท่างาม) ให้สกัดและตามไปตรวจค้นและจับกุมจึงได้พบของกลาง (ยาบ้า) ทั้งหมด 4,000 เม็ด &amp;nbsp; จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบร้านบัตเตอร์ คาร์แคร์ ของนายอนุสรณ์ &amp;nbsp; ฯ พบลูกน้องในคาร์แคร์อีก 2 คน ชื่อ นายศุภชัย แสงซื่อ หรือ อ๊อฟ อายุ 32 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 121/2 หมู่ที่ 3 ตำบล บ้านเกาะ อำเภอ เมืองอุตรดิตถ์ จังหวัด อุตรดิตถ์ และ &amp;nbsp;นายธันวา &amp;nbsp;แสงซื่อ หรือ &amp;nbsp; เกมส์ อายุ 21 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 9/36 ถนนฤดีเปรม &amp;nbsp;ตำบล ท่าอิฐ อำเภอ เมืองอุตรดิตถ์ จังหวัด อุตรดิตถ์ &amp;nbsp;ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเป็นลูกน้องคอยรับส่งยาเสพติดให้กับนายอนุสรณ์ฯ และ &amp;nbsp;ยังพบยาบ้า อีกจำนวนหนึ่งที่ซุกซ่อนไว้บริเวณหลังห้องน้ำของคาร์แคร์ซึ่งเอาซุกซ่อนไว้หลังห้องน้ำ โดยเอาสังกะสีและท่อนไม้ปกปิดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ &amp;nbsp; ยอมรับสารภาพว่า &amp;nbsp; ยาบ้าดังกล่าวเป็นของตนและได้พบรถจักรยานยนต์ภายในร้านเป็นจำนวนมากซึ่งเจ้าตัวได้เผยว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวตนได้สะสมไว้และมี กลุ่มเพื่อนเอามาจำนำไว้บางส่วน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมากและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ทั้งหมด 12 คัน และรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อมิตซูบิชิปาเจโร่สปอร์ตอีก 1 คัน &amp;nbsp;จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน &amp;nbsp;พ.ต.ท.เจนรบ เนติรัตนไพบูลย์ สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp; จากการขยายผลการจับกุมกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดจากแหล่งจำหน่ายของ &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ &amp;nbsp;ฯ ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่า บ้านเลขที่ 43/2 ม.2 ต.ข่อยสูง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ &amp;nbsp; เป็นสถานที่ใช้เก็บซุกซ่อนยาเสพติด &amp;nbsp; เพื่อรอออกจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ &amp;nbsp;จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 &amp;nbsp;กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 &amp;nbsp; ได้วางแผนโดยประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตรอน &amp;nbsp;เข้าทำการตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ดังกล่าวตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 12 มัด หรือ ยาบ้า 24,000 เม็ด &amp;nbsp;เก็บซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าภายในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังพบซองบรรจุกระสุนปืน อาวุธสงคราม M &amp;nbsp; 16 จำนวน 5 ซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 99 นัด &amp;nbsp; จากการสอบสวนนาย ธวัชชัย ใจต่อตั้ง หรือ วัช เจ้าของบ้าน &amp;nbsp;ให้การว่า &amp;nbsp; มีนายทัก &amp;nbsp;ฯ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเอเยนต์ยาบ้ารายใหญ่ได้นำมาให้ทำหน้าที่เก็บซ่อนไว้ โดยให้เงินค่าจ้างในการเก็บยาบ้าไว้ และ กระสุนปืนที่นำมาเก็บซ่อนไว้นั้นนายธวัชชัย ฯ &amp;nbsp; แจ้งว่าได้รับมาจากลูกพี่ลูกน้องตนที่เป็นอดีตทหารมาเก็บซ่อนไว้ภายในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม &amp;nbsp;จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความผิดฐานมียาเสพติดไว้ในความครอบครอง &amp;nbsp; เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย &amp;nbsp;แล้วควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตรอน &amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาเสพติด, อุตรดิตถ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a4d3cdf92b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;​ ร่วมเวทีรมต.อาเซียนด้านยาเสพติด โชว์ผลงานยึดทรัพย์ 7 พันล้าน-ประมวลกฎหมายใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการ​ป้องกัน​และ​ปราบปราม​ยาเสพติด​ (ป.ป.ส.)​ ดินแดง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม และนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านยาเสพติด ครั้งที่ 7 (AMMD)ในรูปแบบการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งเจ้าภาพจัดการประชุม คือ ประเทศกัมพูชา โดยสํานักงานคณะกรรมการต่อสู้ยาเสพติดแห่งชาติกัมพูชา (NACD)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีตัวแทนจากประเทศที่เข้าร่วมการประชุม คือ พล.อ. แก กึม ยาน รองนายกรัฐมนตรีและประธาน NACD กัมพูชา ,พล.อ. จวน สุวรรณ รองประธาน NACD กัมพูชา ,ดาโต๊ะพาดูก้า เซรี ฮาจี อวัง ฮัลบี บิน ฮาจี มูฮาหมัด ยูซบ รมว.กลาโหม และประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม บรูไน ,พล.ต.อ.อาร์ เพตรัส อาร์ โกลูส หัวหน้าคณะกรรมการยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ,พล.ต.ต.คำกิ่ง ผุยหล้ามะนีวง หัวหน้ากรมใหญ่ตำรวจ กระทรวงป้องกันความสงบ สปป.ลาว ,ดาโต๊ะโจนาธาน บิน ยาซิน รองรมว.มหาดไทย มาเลเซีย ,พล.ท. ตาน ไหลค์ รมช.มหาดไทย และผบ.ตร.เมียนมา ,นายเดสมอนด์ ทาน ก็ก หมิง รัฐมนตรีแห่งรัฐ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม สิงคโปร์ ,นายกิลแบร์โต้ เดอลา ครูซ ครูซ หน่วยงานกลางด้านยาเสพติดของฟิลิปปินส์ ,พล.อ.โต เลิม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เวียดนาม และนายโรเบิร์ต มาเทียส ไมเคิล เทเน่ รองเลขาธิการอาเซียนด้านการเมืองและความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัตถุของการประชุมในครั้งนี้ เพื่อกํากับติดตามผลการดําเนินงานด้านยาเสพติดของประเทศอาเซียนตามมติการประชุม ระดับรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา และประเด็นที่ยังคงค้าง หรือประเด็น แผนงาน โครงการที่ต้องได้รับการรับรองจากการประชุมระดับรัฐมนตรีฯ รวมทั้งการรายงานผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านยาเสพติด และเพื่อให้รัฐมนตรีของประเทศสมาชิกอาเซียนได้แสดงวิสัยทัศน์ บทบาทและเจตจํานงที่จะดําเนินงาน โครงการกิจกรรม ของอาเซียนให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และเกิดผลเป็นที่ประจักษ์ในการแก้ปัญหายาเสพติด โดยยึดหลักการการเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อกําหนดนโยบายและแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในอนาคตของภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหายาเสพติดที่เพิ่มสูงขึ้น จากการลักลอบผลิตยาเสพติดและการรั่วไหลของการลักลอบนำเข้าเคมีภัณฑ์สารตั้งต้นเข้าไปในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นทางผ่านในการลักลอบขนยาเสพติดไปยังประเทศอื่น ปัญหานี้จึงมิใช่แค่ปัญหาของประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แต่ถือว่าเป็นปัญหาของโลกที่พวกเราจะต้องร่วมมือกันแก้ไข ขณะนี้ประเทศไทยได้จัดทำประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่และได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว มีประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การปรับอัตราโทษให้เหมาะสมกับฐานความผิด การยึดทรัพย์สินจากนักค้ายาเสพติด กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงแนวทางการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติตและการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์อีกด้วย สอดคล้องกับพันธกรณีตามมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก(UNGASS 2016) ประเทศไทยได้เริ่มดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการตัดวงจรทางการเงิน โดยกำหนดเป้าหมายยึดทรัพย์สิน 6,000 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรตัวการหรือนายทุนใหญ่การค้ายาเสพติดได้อย่างเด็ดขาดและถาวร ในหนึ่งปีที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถยึดทรัพย์ได้กว่า 7,000 ล้านบาทและนำหลัก Value based มาใช้เพื่อให้สามารถติดตามยึดทรัพย์ได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มุ่งเน้นระบบการบำบัดแบบสมัครใจและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยไม่มีการบันทึกประวัติความผิด อีกทั้งมีกระบวนการให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการเตรียมความพร้อมของผู้ติดยาเสพติดก่อนกลับเข้าสู่สังคม ส่วนการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยดำเนินการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านกลไกและความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งการพัฒนากลไก ระบบและการเสริมสร้างความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน เป็นประเด็นที่จะต้องให้ความสำคัญ มิใช่เพียงแค่ประเทศไทย แต่ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีแผนปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ 1511 เป็นกลไกหลักในการยกระดับมาตรการในการสกัดกั้น ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาของการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว ถือว่าพวกเราประสบความสำเร็จอย่างมาก ตนจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกประเทศที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และขอให้ประเทศสมาชิกอาเชียนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ต่อไป เพื่อให้เราบรรลุเป้าหมาย Drug Free ASEAN ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมในการประชุม ทางชาติสมาชิกอาเซียน ได้ชื่นชมแนวทางการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของไทย อาทิ เมียนมาและเวียดนาม ที่ชื่นชมแนวทางการดำเนินการทั้งในระดับอนุภูมิภาคและระดับภูมิภาคอาเซียน ที่ไทยให้ความร่วมมือและการสนับสนุนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp; มีการประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการยาเสพติด (CND) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกมีสมาชิกทั้งหมด 53 ประเทศ ทวีปเอเชียได้โควต้า 7 ประเทศ มีวาระครั้งละ 3 ปี จะหมดวาระในปี 2567 โดยจะมีการเลือกใหม่ในปี 2566 ขณะนี้มีประเทศที่ประกาศสมัครแล้ว คือ จีน อินเดีย กาตาร์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ โดยทางอินโดนีเซีย ต้องการที่จะมีพื้นที่ในเวทีระดับโลก ส่วนสิงคโปร์ ต้องการเข้าไปดำเนินการเรื่องกัญชา ซึ่งนายสมศักดิ์ ระบุว่าประเทศไทยพร้อมที่จะลงสมัคร และผลักดันให้กัญชาเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ในเรื่องของการเสพเรายังไม่พร้อมที่จะเปิดเสรีเพราะติดเรื่องกฎหมายหลายฉบับ โดยหวังว่าไทยจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกให้กลับมาทำงานอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปส., ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านยาเสพติด, ยาเสพติด, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167befe92e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์​&#039; แจงขายน้ำพืชกระท่อมยังผิดกฎหมาย อนุญาตต้มกินเอง-แจกจ่าย ขายใบสดได้เสรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;9 ก.ย.64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ภายหลังจากที่รัฐสภาได้เห็นชอบ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) ซึ่งเป็นการถอดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไปแล้วนั้น แต่ยังมีหลายคนสงสัย เกี่ยวกับการใช้พืชกระท่อมว่าสามารถทำในส่วนใดได้บ้าง ดังนั้นตนจึงขอชี้แจงว่า ในส่วนของการเคี้ยวใบ การปลูก การครอบครองและการขายใบสดที่ไม่ได้ปรุงหรือทำเป็นอาหารทำได้อย่างเสรีไม่ผิดกฎหมาย แต่ส่วนการนำไปทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่แจ้งว่ามีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ต้องไปขออนุญาตตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข เพราะมี พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562 ควบคุมอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้การนำไปทำเป็นอาหารหรือเป็นส่วนผสมในอาหารเพื่อขายนั้น&amp;nbsp; พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ยังไม่ปลดล็อคให้สามารถนำพืชกระท่อมไปทำอาหารหรือผสมในอาหารเพื่อจำหน่ายได้ โดยประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424 ) พ.ศ. 2564 ออกตามความใน พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ซึ่งกำหนดให้อาหารที่ปรุงจากพืชกระท่อมเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย หรือแม้กระทั่งน้ำต้มกระท่อมที่ไม่ได้ผสมกับสิ่งใดเลยก็เป็นสิ่งที่ห้ามผลิตเพื่อจำหน่ายตามประกาศฉบับนี้ การฝ่าฝืน ผลิต และขาย อาหาร ที่ พ.ร.บ. อาหาร ห้าม มีโทษตามมาตรา 50 จำคุก 6 เดือน - 2 ปี ปรับ 5,000 - 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอาง ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ จากพืชกระท่อมได้อย่างเต็มที่ กระทรวงสาธารณสุขจึงสมควรที่จะแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์ จากพืชกระท่อมเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอางได้เรื่องนี้เป็นอุปสรรคในการค้าขายแบบชาวบ้าน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ..... คณะกรรมาธิการฯ ซึ่งตนเป็นประธานฯ ได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะส่งให้กระทรวงสาธารณสุขรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไปแล้ว แต่สำหรับในช่วงนี้ที่ประกาศยังไม่ถูกแก้ไข หากผู้ประกอบการที่อยากจะพัฒนาต่อยอดเพื่อสกัดหรือแปรรูปพืชกระท่อม โดยใช้ประโยชน์จากสารสำคัญในใบกระท่อมเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือยาแผนโบราณ ที่มีสรรพคุณในการบำบัดหรือบรรเทาออาการต่างๆนั้น สามารถขอคำแนะนำหรือติดต่อได้ที่ กองควบคุมผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116161</URL_LINK>
                <HASHTAG>พืชกระท่อม, ยาเสพติด, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139baad0e39e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯผ่านร่างกฎหมายพืชกระท่อม ปลูก-ใช้เสรี กำหนดมาตรการควบคุมเด็กต่ำกว่า 18 ปี คนท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.64 - เมื่อเวลา11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ...ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานกมธ.ฯ กล่าวว่า หลังการยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดประเภท 5 ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภคและใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ จึงควรส่งเสริมและให้มีการพัฒนาเป็นพืชทางเศรษฐกิจ โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดมาตรการดูแลโดยเฉพาะการนำเข้าและการส่งออกเท่านั้นที่ต้องขอรับใบอนุญาตก่อน ส่วนการเพาะ การปลูกและการขายใบพืชกระท่อม นอกเหนือจากที่ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดไว้ ให้ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กมธ.เห็นว่าการบริโภคใบกระท่อมมากเกินควรอาจจะเกิดอันตราย โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร จึงกำหนดมาตรการกำกับดูแลการขาย การโฆษณาและการบริโภคใบกระท่อมในบางประการ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคและกลุ่มบุคคลดังกล่าว แต่ไม่ควรกำหนดข้อบังคับที่กระทบกับวิถีชีวิตและชุมชน การโฆษณาทำได้แต่ห้ามโฆษณา หรือนำมาทำน้ำต้มที่ผสมกับยาเสพติดหรือ 4x100 และกมธ.มีข้อสังเกตุเพิ่มเติมเพราะใบกระท่อมมีประโยชน์หลายอย่างที่สามารถนำเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอางได้ แต่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหารและเครื่องสำอาง ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้อย่างเต็มที่ จึงเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขสมควรที่จะแก้กฏหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง กับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวางทั้ง 49 มาตรา และลงมติผ่านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 281 ต่อ 0 งดออกเสียง 1 จากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116063</URL_LINK>
                <HASHTAG>พืชกระท่อม, ยาเสพติด, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61388f2c7b965.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดใจ&#039;เควิน&#039;อดีตดาราดาวรุ่งสู่นักโทษคดียาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ คำนี้ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เปรียบเหมือนชีวิตของ ดาราดาวรุ่ง เควิน ฌ็อง โดนาท์ อดีตเจ้าพ่อโฆษณาดัง ที่หายหน้าหายตาจากวงการไปนาน กลับมาฮือฮาอีกครั้งเมื่อเจ้าตัวเปิดใจกับยูทูปเบอร์ดัง เล่าชีวิตที่อยู่ในเรือนจำ จนแฟนๆ พร้อมส่งกำลังใจให้เพียบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดหนุ่มเควินกลับมาใช้ชีวิตใหม่เรียบร้อยแล้วหลังสิ้นสุดคดีความเรื่องยาเสพติด ด้วยการเริ่มต้นชีวิตใหม่เปิดร้านกาแฟที่พัทยา จนเป็นไวรัลฮือฮาพ่อค้าหล่อบอกต่อ มีคนแชร์กันในโลกออนไลน์ งานนี้ หนุ่มเควิน ยังขอเดินทางมาเปิดใจผ่านรายการดัง Z story ช่องอมรินทร์ทีวี ย้อนเล่าชีวิตในเรือนจำและฟ้าหลังฝนครั้งใหม่
​ตัดสินใจนานไหม ที่จะออกมาพูดเรื่องราวของตัวเองในเรือนจำ?
​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนแรกผมไม่กล้าเปิดตัวนะ แต่ว่าเรื่องราวของผมชีวิตนี้อาจจะเป็นประสบการณ์เป็นบทเรียนให้คน เพราะว่ายาเสพติดก็ไม่ดีอยู่แล้ว พอเราก้าวออกมาบอกเลยว่าเรื่องยามันไม่ดี ยาไปเสพยาคุณติดคุกแน่นอน ผมไม่อยากให้น้องๆ หรือว่าเพื่อนๆ ไปติดคุกเหมือนผม&amp;rdquo;
​ทำไมก่อนหน้านี้ 6 ปี ไม่มีใครเคยรู้เรื่องข่าวมาก่อน?
​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เพราะว่าอยู่ข้างในไม่มีโทรศัพท์ครับ ไม่ได้โพสต์ไม่ได้อะไร มีข่าวเลยครับ&amp;rdquo;
​แล้วทำไมถึงตัดสินใจเปิดเผยเรื่องการติดคุกกับยูทูปเบอร์ดัง?
​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ก็ปรึกษากับแม่ก่อนเลยครับ ว่าผมอยากเปิดตัวนะ ได้ไหม แม่ก็รีบปฏิเสธเลยว่าอย่าลูก แม่ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าเอาตาไปไว้ไหน แต่ผมตัดสินใจเอง ผมทำเอง ผมปรึกษาแม่แล้วยังไงผมก็จะทำ&amp;rdquo;
​ตอนใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำมีแอบท้อบ้างไหม?
​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ท้อครับ คิดว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้าน เราก็คิดว่าเราต้องสู้ต่อไป แม่มาเยี่ยมทุกอาทิตย์ เห็นแม่ร้องไห้ เรารู้สึกไม่ดี ทำให้แม่ตัวเองต้องร้องไห้ ทำบาปนะ เจอหน้าแม่จับตัวไม่ได้ ได้แค่คุยโทรศัพท์ผ่านจากอีกมุมหนึ่ง&amp;rdquo;
​จากประสบการณ์ที่เดินทางผิด อยากจะบอกอะไรกับคนที่กำลังทำผิดพลาดยังไงบ้าง?
​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมอยากจะบอกเลยว่าเราไม่สามารถไปสอนใครได้หรอก แต่สิ่งที่ผมทำได้คือไม่อยากให้ใครเข้าไปอยู่ข้างในจริงๆ มันไม่ดี เสียเวลา ใครที่ทำความผิดอยู่กลับตัวตอนนี้ยังไม่สาย&amp;rdquo;
​เห็นว่าตอนนี้ชีวิตใหม่กำลังเริ่มลุยธุรกิจเปิดร้านกาแฟ?
​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นร้านกาแฟชื่อว่า Espoir caf&amp;eacute; (เอสปัวร์คาเฟ่) ซึ่งมันเป็นภาษาฝรั่งเศสนะครับ แปลว่าความหวัง เป็นร้านกาแฟที่ให้ความหวัง ร้านอยู่ที่พัทยาใต้ ตรงตลาดกลาง เขาตาโล ผมลงมือทำเองเลย ผมเรียนรู้อาชีพบาริสต้า ชงกาแฟมาจากเรือนจำ บางขว้าง ฝึกวิชาชีพมากว่าครึ่งปีแล้ว ตอนนี้คล่องแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115672</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควิน ฌ็อง โดนาท์, ดาราดาวรุ่ง, ติดคุก, ยาเสพติด, อดีตเจ้าพ่อโฆษณา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_61346d3c39a4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.เผายาเสพติด 27ตัน3หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อย.พร้อมด้วยสำนักงาน ป.ป.ส. สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพบก ตรวจสอบยาเสพติดก่อนนำไปเผากว่า 27 ตัน มูลค่ากว่า 29,916 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ส.ค.64 นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ​เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลางได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข โดย อย.เป็นผู้เก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลางในระหว่างการพิจารณาคดีไว้ ณ คลังยาเสพติดให้โทษของกลาง จนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งหรือพิพากษาให้ริบของกลางจึงจะสามารถทำลายได้ ในปี 2564 นี้มียาเสพติดที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือพิพากษาให้ริบของกลาง จำนวนรวมกว่า 27,806 กิโลกรัม จาก 138 คดี มูลค่ารวมกว่า&amp;nbsp; 29,916 ล้านบาท โดยมี เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ที่มีน้ำหนักมากสุดกว่า 15,890 กิโลกรัม รองลงมา คือเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนักกว่า 10,817 กิโลกรัม, เฮโรอีนน้ำหนักกว่า 697 กิโลกรัม และยาอีกว่า 16 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีวัตถุออกฤทธิ์น้ำหนักรวมกว่า 383 กิโลกรัม ซึ่งจะนำไปเผาทำลายในวันที่ 31 ส.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการฯ กล่าวว่า ก่อนที่จะนำยาเสพติดให้โทษของกลางไปเผาทำลายในวันที่ 30 ส.ค.2564 คณะทำงานตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลาง ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพบก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องตรวจสอบยาเสพติดให้โทษของกลาง เพื่อให้ทราบน้ำหนัก ลักษณะ และประเภทของยาเสพติด พร้อมทั้งสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจเบื้องต้นว่าเป็นยาเสพติดจริง หลังจากนั้นจะห่อหุ้มยาเสพติดให้โทษของกลางที่ผ่านการตรวจสอบแล้วบรรจุลงหีบห่อ ติดหมายเลข จากนั้นคณะทำงานตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลางลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหีบห่อ และเก็บไว้ในคลังยาเสพติด โดยติดเทปกระดาษที่ลงลายมือชื่อของคณะทำงานตรวจรับฯ กำกับไว้ที่ประตู เมื่อเสร็จแล้วคณะกรรมการเก็บรักษารหัสและกุญแจคลังยาเสพติดให้โทษของกลางจะมอบให้ประธานคณะทำงานตรวจรับฯ พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้ถือกุญแจเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในวันที่ 31 ส.ค.2564 เวลา 05.00 น. ประธานคณะกรรมการตรวจรับฯ จะเป็นผู้เปิดประตูคลังด้วยการตัดเทปกระดาษที่ปิดไว้ออก เพื่อนำยาเสพติดให้โทษของกลางที่ตรวจรับไว้แล้วส่งมอบให้คณะทำงานขนย้ายยาเสพติดให้โทษของกลาง ที่มี พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รองผู้บังคับการปราบปราม กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมทั้งร่วมกันลงลายมือชื่อในหนังสือตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลาง และนำยาเสพติดไปเผาทำลายที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115073</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังยาเสพติด, ตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี, ป.ป.ส., ยาเสพติด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย., เผายาเสพติด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612cc9dd20e15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับซ่าวัยโจ๋เมืองตรัง นัดดวลปืนกลางถนน โดนรวบยกแก๊ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64 - เมื่อเวลา ประมาณ 02.00 น.วันที่ 28 ส.ค.64 พ.ต.ท.อพิเชฐ จิตอักษร หน.ชปส.ภ.จว.ตรัง และ ร.ต.อ.ศิวกรณ์ แป้นไทย ร.ต.อ.ณฐกร สุขบังเกิด รอง หน.ชปส.ภ.จว.ตรัง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ชปส.ว่าระหว่างกำลังเดินทางกลับบ้านพบเหตุต้องสงสัยกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 15 ราย รถยนต์เก๋ง และรถยนต์กระบะ 4 คัน ได้รวมตัวกันบริเวณสี่แยกต้นรัก ถ.สายตรัง-น้ำผุด ม.5 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง และได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 ราย มากับรถยนต์เก๋งพร้อมยึดอาวุธปืนจึงแจ้งประสาน &amp;nbsp;ร.ต.อ.กุญชร ช่องพิทักษ์ รอง สวป.สภ.เมืองตรัง หน.สายตรวจรถยนต์ ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย หวังโสะ รอง สวป.ชุดขยายผลยาเสพติด นำกำลังมาร่วมสมทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย ทราบชื่อคือ นายณัฐพล หรือ&amp;ldquo;หยาง&amp;rdquo; ร่มทองคำ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ 6 ต.บางรัก อ.เมืองตรัง นายสุขสวัสดิ์ หรือ&amp;ldquo;ขวด&amp;rdquo; หรือ&amp;ldquo;อ๊อด&amp;rdquo; จีนตีด อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/22 ถ.โรงเรียน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง เช็คประวัติมีหมายจับค้างเก่าคดีจำหน่ายยาเสพติด (ยาบ้า) 3 ถุง เมื่อปี 63 ในพื้นที่เมืองตรัง นายสุธารักษ์ หรือ&amp;ldquo;แบ็ค&amp;rdquo; พรหมดวง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/11 หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง นายณัฐพงษ์ หรือ&amp;ldquo;เบิร์ด&amp;rdquo; ขวัญเสน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175/182 ถ.บ้านหนองยวน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายกิตติศักดิ์ หรือ&amp;ldquo;เจมส์&amp;rdquo; ทองฤทธิ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135/2 หมู่1 ต.หนองตรุด อ.เมืองตรัง นายธัญพิสิทธ์ หรือ&amp;ldquo;อ๊อด&amp;rdquo; เอ่งฉ้วน อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 4 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมตรวจยึดของกลางอีกหลายรายการ มีอาวุธปืนพกสั้นชนิดไทยประดิษฐ์ จำนวน 4 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดเบอร์ 12 (สีแดง) จำนวน 9 นัด และพบว่า 1 กระบอกใช้ยิงกับเครื่องกระสุนปืนขนาด .410 ขนาดลำกล้องยาวประมาณ 4.5 นิ้ว 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .410 (สีแดง) จำนวน 4 นัด และอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ยี่ห้อ SMITH&amp;amp;WESSON สีดำ ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียนปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 8 นัด จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ตร.ชปส.ภ.จว.ตรัง กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากไปสืบสวนขยายผลคดียาเสพติด ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางมาถึงเกิดเหตุตรงบริเวณใกล้สี่แยกต้นรัก &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ ตร.มาด้วยกัน 2 นาย พบพิรุธเห็นกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 15 คน กำลังรวมตัวกันอยู่มีรถยนต์จอดอยู่ 3 คัน และรถยนต์เก๋ง 1 คัน ได้สังเกตเห็นเดินพกพาอาวุธปืน จึงจอดรถลงไปแสดงตัว ขณะที่รถยนต์ได้ไหวตัวขับรถหลบหนีก่อนทำการตรวจค้นรถยนต์เก๋ง มาด้วยกัน 6 ราย ยึดอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 5 กระบอก เครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง เค้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่านัดมาดวลปืนหลังเจรจาเคลียร์ปัญหาเรื่องจีบสาวไม่ลงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนควบคุมตัวแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งพระราชกำหนด (พรก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และร่วมกันพาอาวุธ(ปืน)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธรณะโดยไม่มีเหตุสมควร และซ่องโจร จึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางนำส่ง พงส.สภ.เมืองตรัง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, ยาเสพติด, อาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b2bd6abe38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
