<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียนรู้เก็บยา...ถูกวิธี ตัวช่วยชีวิตมีคุณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิด แก่ ..แล้วเจ็บ เป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกคน และเมื่อเจ็บหรือต้องการป้องกันไม่ให้เจ็บ บรรดา &amp;quot;ยา&amp;quot; ทั้งหลายจึงกลายเป็น &amp;quot;อาหาร&amp;quot; ประจำชีวิตของผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรค ยาประจำตัว ยาที่เป็นวิตามินหรืออาหารเสริม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอประจำโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์กล่าวว่า &amp;quot;ยารักษาโรค&amp;rdquo; เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยหรือรักษาให้หายขาดจากโรค ไม่ว่าจะเป็นยาสามัญประจำบ้านหรือยารักษาโรคประจำตัวก็ตาม ล้วนต้องมีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เนื่องจากการเก็บยาที่ไม่เหมาะสม สามารถเป็นสาเหตุของปัญหาและผลเสียต่างๆ ได้ เช่น ยาเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุ ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่หายจากโรค หรือผู้ป่วยได้รับอันตรายจากยาที่เสื่อมสภาพหรือแปรสภาพ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษายา ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อุณหภูมิ&amp;quot; ควรเก็บยาไว้ในอุณหภูมิที่ระบุตามฉลากหรือเอกสารกำกับยา อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไปสามารถส่งผลต่อคุณภาพของยา โดยทั่วไปแนะนำให้เก็บยาที่อุณหภูมิห้อง ประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส แต่ยาบางชนิดอาจต้องเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แสงเเดด&amp;quot; ควรเก็บยาไม่ให้โดนแสงเเดด เนื่องจากตัวยาหลายชนิดจะเกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพเมื่อโดนแสงแดดโดยตรง สามารถป้องกันยาจากแสงแดดได้โดยการเก็บยาในภาชนะบรรจุตั้งต้นจากบริษัทยา หรือเก็บในซองหรือกระปุกที่ป้องกันแสงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความชื้น&amp;quot; ตัวยาหลายชนิดเมื่อโดนความชื้นจะเกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพ อาจทำให้มีลักษณะเปลี่ยนไป เช่น เม็ดยาบวม หรือเม็ดยาเกาะกันเป็นก้อน เป็นต้น ดังนั้น ควรเก็บยาในภาชนะบรรจุตั้งต้นจากบริษัทยา ควรหลีกเลี่ยงการเก็บยาในบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว และปิดฝาขวดยาให้สนิททุกครั้งหลังเปิดใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อากาศ&amp;quot; ในอากาศปกติจะมีก๊าซต่างๆ ซึ่งก๊าซบางชนิดสามารถเร่งให้เกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพของตัวยาให้เกิดเร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรเก็บเม็ดยาไว้ในภาชนะบรรจุตั้งต้น หากไม่จำเป็นไม่ควรนำเม็ดยาออกจากภาชนะบรรจุตั้งต้นก่อนใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอยังระบุว่า ปัญหาการเก็บยาที่พบมากที่สุดในปัจจุบัน คือ การเเบ่งยาที่ต้องรับประทานแต่ละมื้อใส่กล่องเตรียมไว้สำหรับแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ เพื่อความสะดวกในการใช้ยา โดยการนำเม็ดยาออกจากแผงยาหรือภาชนะบรรจุตั้งต้น แล้วนำเม็ดยามาใส่รวมกันในกล่อง ทำให้ยามีโอกาสสัมผัสกับแสงแดด ความชื้น อากาศ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งอาจส่งผลเร่งการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพของยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้แล้ว หากท่านมีความจำเป็นต้องแบ่งยาออกมาจากแผงยาหรือภาชนะบรรจุตั้งต้นก็สามารถทำได้ ดังนี้ 1.ยาที่บรรจุในแผงยา วิธีการที่ดีที่สุดควรตัดแผงยาออกเป็นขนาดเล็ก ตามจำนวนเม็ดที่ต้องรับประทาน แล้วใส่ในกล่องแบ่งยา 2.ยาเม็ดเปลือยที่บรรจุในกระปุกยาขนาดใหญ่ ควรแบ่งเม็ดยาใส่กล่องแบ่งยาออกมาทีละน้อย ไม่ควรเกินจำนวนที่รับประทานใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ กล่องแบ่งยาที่ใช้ควรเป็นภาชนะที่ปิดมิดชิด สามารถป้องกันแสงได้ และแยกยาในแต่ละมื้อหรือแต่ละวันออกจากกันอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเก็บยาเพื่อให้ยาคงคุณภาพและปลอดภัยต่อสมาชิกทุกคนในบ้าน นอกจากหลีกเลี่ยงความร้อน ความชื้น และเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีคำแนะนำดีๆ ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ควรแยกยารับประทานและยาใช้ภายนอกออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนหรือการหยิบใช้ยาผิดประเภท 2.เก็บยาในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น ไม่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง เช่น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เป็นต้น 3.ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 4.สำหรับยาบางชนิดอาจต้องเก็บในตู้เย็น การเก็บยาในตู้เย็นควรเก็บในช่องธรรมดาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส และควรแยกยาออกจากอาหาร หลีกเลี่ยงการเก็บยาบริเวณฝาตู้เย็นซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบ่อย และห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง 5.จัดเก็บยาพร้อมฉลากยาที่ได้รับมา 6.ไม่ควรเก็บยาต่างชนิดกันในบรรจุภัณฑ์เดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาบางชนิดอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการคงสภาพตลอดอายุของยา เช่น ยาหยอดตามีอายุ 1 เดือนหลังจากเปิดใช้ ยาปฏิชีวนะชนิดแขวนตะกอนบางชนิดที่ผสมน้ำแล้วมีอายุ 1 สัปดาห์ เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส และมีอายุ 2 สัปดาห์ เมื่อเก็บในตู้เย็น เป็นต้น ท่านควรอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาอย่างละเอียด หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเภสัชกรโดยตรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58264</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ยาเสื่อมสภาพ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e5666de8055b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
