<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุหรี่นอกดิ้นหนีตาย! หันผลิต “ยาเส้น” ขายชิงตลาดล่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุหรี่นอกดิ้นหนีตาย! หันผลิต &amp;ldquo;ยาเส้น&amp;rdquo; ขาย ชิงตลาดล่าง แจงพบยังมีโอกาสทางธุรกิจสูง โอดภาษีสรรพสามิตใหม่ฉุดยอดขายบุหรี่มวนวูบ ด้าน ยสท. ลุกตลาดรากหญ้าไปก่อนหน้าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ก่อนหน้านี้บริษัทบุหรี่ต่างประเทศได้ทำหนึ่งสือถึงกรมสรรพสามิต กรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกฎระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาเส้น ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เนื่องจากตั้งแต่การใช้กฎหมายสรรพสามิตใหม่ เมื่อ 16 ก.ย. 2560 ทำให้ยอดจำหน่ายบุหรี่ทั้งในและต่างประเทศลดลงไปอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้อัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่จะมีการปรับเพิ่มเป็น 40% ในเดือน ต.ค. 2562 และจะมีการเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนบัตรทองอีกซองละ 2 บาท โดยจะเก็บเฉพาะจากบุหรี่ซองเท่านั้น คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ราคาบุหรี่ภายในประเทศพุ่งขึ้นไปเป็นอย่างน้อย 90 บาทต่อซอง และส่งผลให้ยอดตลาดบุหรี่หดตัวอีกเกือบ 50% ในปี 2562 และ 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากบริษัทบุหรี่ต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการต้องเตรียมปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว โดยขณะนี้ได้มีแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มที่มีกำลังซื้อน้อย ไม่สามารถซื้อบุหรี่ซองละ 90 บาทได้ ซึ่งเบื้องต้นมองว่ายาเส้นเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสในการเติบโตค่อนข้างสูง โดยจากข้อมูลพบว่าปัจจุบันตลาดยาเส้นมีการบริโภคประมาณ 3 หมื่นล้านกรัมต่อปี โดยมีจำนวนผู้บริโภคคนไทยประมาณ 5 ล้านคน หรือคิดเป็น 50% ของผู้บริโภคยาสูบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อัตราภาษีสรรพสามิตยาเส้นปัจจุบันอยู่ที่ 0.005 บาทต่อกรัม ทำให้สามารถขายปลีกได้ราคาถุงละ 5-15 บาท ถูกกว่าบุหรี่ถึง 5 เท่าในขณะนี้ และจะกลายเป็นถูกกว่า 7-8 เท่า ถ้ามีการขึ้นภาษียาสูบเป็น 40% ในปีหน้า หรือเก็บเงินสมทบกองทุนบัตรทอง นี่คือปัจจัยดึงดูดให้ผู้ประกอบการบุหรี่ต้องหันมาออกผลิตภัณฑ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทบุหรี่ต่างประเทศจึงเตรียมออกผลิตภัณฑ์ยาเส้น เพราะตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้ โดยตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ เราพยายามเข้าใจรสนิยมและพฤติกรรมของผู้บริโภคยาเส้นที่บางอย่างก็ต่างจากกลุ่มผู้สูบบุหรี่มวน และคาดว่าน่าจะเปิดตัวสินค้าได้ในปี 2562&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันในท้องตลาดมียาเส้นจำหน่ายอยู่กว่า 100 ยี่ห้อ โดยมีแหล่งบริโภคหลักอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนอกจากจะมียาเส้นแบบห่อเล็กราคา 5-15 บาทแล้วยังมียาเส้นถุงละ 10 กิโลกรัมเอาไว้แบ่งขายด้วย จึงถือเป็นสินค้าในกลุ่มยาสูบที่ราคาถูกและได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภครายได้น้อย และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภครายได้ปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มนันซิกาแรต คือ ใบยาเส้น โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาดล่าง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นการปรับตัวในการทำภารกิจอื่นเพื่อหารายได้เพิ่ม เนื่องจากยอดขายบุหรี่ลดลงอย่างมาก พร้อมทั้งมีแผนแตกไลน์ธุรกิจเพิ่มจากการขายบุหรี่ในประเทศเป็นการรับจ้างผลิตใบยา ไปจนถึงขายบุหรี่ส่งออกต่างชาติด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16227</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีตลาดยาเส้น, บุหรี่ต่างประเทศ, ภาษีสรรพสามิตยาสูบ, ยาเส้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b835f16441ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
