<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.คิดค้นยาเหน็บทวารหนักสกัดจากกัญชา ช่วยผู้ป่วยกินยาไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.ย.62- &amp;nbsp;ศ.ภญ.บังอร ศรีพานิชกุลชัย คณะเภสัชศาสตร์ คณะกรรมการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาภายใต้ความร่วมมือ ว่า สืบเนื่องจากการลงนามข้อตกลงความร่วมมือวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาทางการแพทย์ระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ องค์การเภสัชกรรม เมื่อวันที่ &amp;nbsp;12 กรกฎาคม 2562 &amp;nbsp;ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาทางการแพทย์ ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับโรคต่างๆ หลายประเภท ซึ่ง ยาเหน็บทวารหนัก นับเป็นอีกผลงานความสำเร็จครั้งสำคัญที่อยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นอีกวิธีในการนำส่งยาให้ผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ที่แพร่หลายในต่างประเทศ แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยอาจจะไม่คุ้นเคยกับยาประเภทนี้ เนื่องจากคนไทยคุ้นเคยกับการทานยามากกว่าการใช้ในลักษณะยาเหน็บทวารหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในยาแผนพื้นบ้านเราได้ข้อมูลว่ามีการใช้น้ำมันกัญชาสวนเข้าทวารหนัก แต่เมื่อสวนเข้าไปจะไหลเลอะเทอะ ตัวยาก็ไม่ได้เข้าไป ฉะนั้นกรณีของ ยาเหน็บทวารหนักจากสารสกัดกัญชาที่ไวต่ออุณหภูมิของร่างกาย จึงน่าสนใจ เพราะเป็นอีกวิธีหนึ่งในการนำส่งยา เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่รู้ตัวหรือว่ากินยาไม่ได้ เช่น ผู้ป่วยเด็กที่ไม่ยอมกลืนยา ผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่สามารถกลืนยาได้ ผู้ป่วยที่กลืนแล้วสำลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เทคโนโลยีทางเภสัชกรรมที่เรานำมาประยุกต์ใช้ ภาษาอังกฤษเราเรียกว่า &amp;nbsp;thermosensitive suppository เป็นยาเหน็บที่ไวต่ออุณหภูมิของร่างกาย สิ่งแวดล้อม ตัวยาจะใส่หลอดเหมือนหลอดฉีดยาเล็กๆ ในอุณหภูมิห้องเป็นของเหลว โดยเราจะใช้สารช่วยเมื่อสวนเข้าทวารหนัก อุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นเล็กน้อย ของเหลวในหลอดจะแข็งตัวขึ้นกลายเป็นเจล ตัวยาจะค่อยๆปลอดปล่อย &amp;nbsp;โอกาสที่จะถูกเปลี่ยนแปลงที่ตับก็จะน้อยลงกว่าการกิน &amp;nbsp;การจะเข้าสู่ระบบประสาทที่มีตัว รับ THC CBD อาจจะลดน้อยลง เพราะฉะนั้นโอกาสเมายาก็จะลดน้อยลงด้วยเช่นกัน ลดอาการข้างเคียงจากกัญชาได้&amp;rdquo; ศ.ภญ.บังอร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ภญ.บังอร กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยาเหน็บจากสารสกัดกัญชาที่ไวต่ออุณหภูมิของร่างกายยังมีจุดเด่นที่สามารถควบคุม ปริมาณของสารสำคัญได้ ซึ่งแตกต่างจากการใช้น้ำมันกัญชาที่ไม่แน่ใจเรื่องปริมาณสารและมาตรฐาน โดยขั้นตอนต่อไป คือ การรออนุญาตจากองค์การเภสัชกรรม &amp;nbsp;ทดสอบการใช้จริงในคนโดยใช้วัตถุดิบสารสกัดที่ไม่มีการปนเปื้อน รวมไปถึงรอการปลูกของคณะเกษตรศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เท่าที่ดูผลิตภัณฑ์ต่างประเทศที่เป็นกัญชา ขณะนี้ยังไม่เห็นในรูปยาเหน็บ &amp;nbsp;ความสำเร็จครั้งนี้น่าจะเป็นนวัตกรรมสำคัญ เป็นไปได้ว่าภายใน 2 ปีนี้ จะได้ใช้ยาดังกล่าว เป็นความภูมิใจที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาให้กัญชาโดยเฉพาะของประเทศไทยเราซึ่งมีอยู่เยอะเป็นโอกาสทั้งเชิงการแพทย์ การเกษตร ได้ประโยชน์เชิงเศรษฐศาสตร์ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; ศ.ภญ.บังอร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาประมาณ 9-10 ชนิด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากยาเหน็บจากสารสกัดกัญชาที่ไวต่ออุณหภูมิของร่างกาย ผลิตภัณฑ์ที่องค์การเภสัชกรรม มีความสนใจตรงกันยังประกอบด้วย 1. คือ แผ่นฟิล์ม &amp;nbsp;หรือ เม็ดอมใต้ลิ้น ลักษณะเหมือนกับน้ำมันกัญชาแต่จะสามารถควบคุมปริมาณการใช้ได้ค่อนข้างดี &amp;nbsp;2. แผ่นแปะ &amp;nbsp;เป็นเทคโนโลยีทางเภสัชกรรมที่ทันสมัย &amp;nbsp; สำหรับใช้ภายนอก เมื่อแปะแล้วสารสำคัญจะถูกดูดซึมเข้าร่างกายไปในระบบเลือดได้ผลเหมือนกับการกินแต่ไม่ต้องใช้วิธีกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตกัญชาถือเป็นยาเสพติด ประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 &amp;nbsp; กระทั่งล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศให้กัญชาพ้นยาเสพติด ให้โทษในประเภท 5 โดย สาร CBD ( pure 99% ) จากกัญชา ถูกยกเว้นไม่เป็นยาเสพติด สามารถนำไปผสมในอาหาร เครื่องสำอางได้ และ &amp;nbsp;สารสกัด (crude extract) ที่มี THC ปน ไม่เกิน 0.2 % สามารถเป็นยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ เมื่อเป็นการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 &amp;nbsp;ที่ผ่านมา &amp;nbsp;นับเป็นโอกาสดีของสถาบันต่าง ๆ &amp;nbsp;ที่จะร่วมมือกับ องค์การเภสัชกรรม ทำให้เกิดข้อตกลงความร่วมมือวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ เกิดนวัตกรรมทางเลือกใหม่ที่ดีต่อสุขภาพ สำหรับชาวไทยในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46689</URL_LINK>
                <HASHTAG>มข., ยาเหนํบทวารจากกัญชา, ศ.ภญ.บังอร ศรีพานิชกุลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c829ce0aed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
