<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุดพลุนิรโทษคดีการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ได้เวลาเดินหน้าปรองดอง &amp;quot;สนธิ&amp;quot; จุดพลุนิรโทษกรรมคดีการเมืองยกเว้น 3 ความผิด &amp;quot;ยิงคนตาย-ม.112-ทุจริต&amp;quot; ระบุการประท้วงเสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส.เป็นการแสดงออกทางการเมือง ถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบต้องกำจัดข้อสงสัยออกไป ซัดปรองดองในยุค คสช.ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ นิวส์ทอล์ก-ตัวจริงเสียงจริง ของสถานี NEWS1 ช่วงหนึ่งถึงข้อเสนอให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความปรองดองว่า &amp;quot;ผมเห็นด้วย ที่ผมเห็นด้วยไม่ใช่จะเกิดประโยชน์กับผม การปรองดองที่แท้จริง การประชุมประท้วง เสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส. เป็นการแสดงออกทางการเมือง เมื่อเป็นการแสดงออกทางการเมือง ถ้าเราอยากให้ชาติบ้านเมืองสงบ เราต้องกำจัดข้อสงสัยตรงนี้ออกไป เข้าไปยึดสถานที่ เข้าไปยึดตรงโน้น เดินขบวนผิดกฎหมายโน่นนี่นั่น แต่อาญารุนแรงคือยิงคนตาย ไปเผาบ้านเผาเมือง แต่เมื่อมีการเสียชีวิตมันก็ผิด ป.วิ.อาญา เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยอะไรก็ตามถ้าตัดเรื่อง 112 เรื่องอาญาความรุนแรงและการทุจริตออกไป ผมคิดว่าการชุมนุมทางการเมืองต้องนิรโทษกรรมทั้งหมดมันถึงจะเริ่มคุยกันได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตแกนนำ พธม.กล่าวว่า &amp;quot;เพราะผมเห็นแล้ว สมัย คสช.ที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานในการปรองดองนั้น ผมพูดเลยว่าปรองดองแบบนี้ไม่สำเร็จ เพราะว่าเอาคนมานั่งคุยกันโดยมีปืนจ่อหัว มันก็ฉีกยิ้ม ผมรับไม่ได้เลยที่ผมเห็นจตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มานั่งฉีกยิ้มกับฝ่ายตรงข้าม เพราะผมรู้ว่าเขาก็ฉีกยิ้มไปอย่างนั้น แต่ในใจเขาไม่ยอมรับ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะฉะนั้นแล้ว การปรองดองในยุค คสช.ต้องถือว่าล้มเหลวทุกประการโดยสิ้นเชิง ถึงแม้จะสร้างภาพขนาดไหน แต่ผลที่ออกมาเป็นข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามเราต้องรักษาระบบนิติรัฐไว้ กรณีนายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่หลบหนีคดีว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก ส่วนกับนายจตุพร แกนนำ นปช.นั้น ตนไม่ได้คุยกันในคุกแต่ประการใด แต่คุยกันที่ศาลอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้บอกกับนายจตุพรกรณีคนเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองว่า หากเสื้อแดงข้ามพ้นทักษิณ ไม่สู้เพื่อทักษิณ และเสื้อแดงที่ส่วนหนึ่งหนีไปต่างประเทศไม่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ เป้าหมายอื่นๆ ส่วนใหญ่เหมือนกัน เช่น การต่อสู้เรื่องการกระจายอำนาจ เป็นต้น&amp;quot; นายสนธิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดง &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีถูกให้นับโทษจำคุกต่ออีก 12 เดือนในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ 2 สำนวนคดี ว่าตนอับจนปัญญา ไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่นต้องถวายฎีกาต่อพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น หมดที่พึ่งในแผ่นดินแล้ว รัชกาลที่ 10 ได้ตรัสเอาไว้เรื่องความยุติธรรมอย่างชัดเจน ถ้ามีคนอื่นโดนแบบตนมาบ้างก็พร้อมจะยอมรับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเพียงคนแรก อย่างไรก็ไม่มีสิทธิ์คิดที่จะหนี แม้แต่เพียงวันเดียว แต่รู้ว่ามันยากเหลือเกิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวด้วยว่า วันที่ 23 ก.ย.นี้จะมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีบุกบ้านพลเอกเปรม &amp;nbsp;ติณสูลานนท์ ที่มีนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายแพทย์เหวง โตจิราการ และคนอื่น ๆ เป็นจำเลย อย่างไรก็ตามพี่น้องในคดีพัทยา คดีบ้านสี่เสาฯ ยากลำบาก มีภาระที่ต้องคิดอ่านว่าถ้าเขากลับมาสู่เรือนจำ จะเอาพวกเขาออกจากคุกได้เร็วที่สุดอย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช.ได้เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;การอำนวยความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์&amp;quot; ระบุว่า ถึงเวลาที่สังคมไทยควรหันหน้าเข้าหากัน สร้างสานหนทางแห่งสามัคคีธรรม นำประเทศชาติออกจากหลุมดำแห่งความขัดแย้งเหมือนดังที่ครั้งหนึ่งทางการได้ออกคำสั่งที่ 66/2523 &amp;nbsp;ประกาศหลัก &amp;quot;การเมืองนำการทหาร&amp;quot; โดยเสนอให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรืออภัยโทษให้แก่ผู้ต้องคดีทั้งมวลโดยไม่ครอบคลุม 3 กรณี คือ 1.ผู้ต้องคดีทุจริต 2.ผู้ต้องคดีอาญาร้ายแรง 3.ผู้ต้องคดีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์) จะเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญยิ่งต่อการสร้างสานสามัคคีธรรมขึ้นมาในสังคมไทย จะเป็นทานบารมีครั้งยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นของขวัญอันล้ำค่าที่นำความปลาบปลื้มปีติมาสู่ประชาชนชาวไทยทั้งมวลในรัชกาลปัจจุบัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45907</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรโทษกรรมคดีการเมือง, ยิงคนตาย-ม.112-ทุจริต, สนธิ ลิ้มทองกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f9cb7be7b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
