<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจบุกค้นบ้าน&#039;เสี่ยโป้&#039; ด้าน &#039;สันธนะ&#039;ยื่น 4 แสนประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 07.00 น.วันที่ 29 ต.ค.ภายหลังจากที่ นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ อายุ 28 ปี ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ระหว่างที่เดินทางมาลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจที่ สน.ภาษีเจริญ แล้ว ทาง พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.9 นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 538/2563 เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 60/23-27 ถนนเพชรเกษม ซอย 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม.ซึ่งเป็นที่อยู่ตามภูมิลำเนาของเสี่ยโป้ โดยอาคารดังกล่าวเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ปลูกติดกัน 7 คูหา แต่ละคูหาสามารถทะลุเชื่อมต่อกันได้ เนื่องจากปัจจุบันยังเปิดเป็นกิจการโรงงานเย็บผ้า และสกรีนเสื้อผ้า ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครับเสี่ยโป้ เบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย พบเพียงคนงานที่อาศัยอยู่ภายในประมาณ 10 คน ขณะที่ผลการปฏิบัติคาดว่าผู้บังคับบัญชาจะแถลงข่าวให้ทราบอย่างเป็นทางการในช่วงสายวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ กล่าวว่า หลังเสี่ยโป้ ถูกควบคุมตัว ตนในฐานะนายประกันได้วางหลักทรัพย์เงินสด 400,000 บาทเอาไว้ก่อน ส่วนทางพนักงานสอบสวนจะอนุญาตให้ประกันหรือไม่ต้องรอ เสี่ยเคน เพื่อนสนิทของเสี่ยโป้ ซึ่งถูกออกหมายจับร่วมกันมามอบตัว โดยตนจะเป็นผู้พาเข้ามามอบตัวด้วยตนเองภายในวันนี้ เชื่อว่าท้ายที่สุดทางพนักงานสอบสวนน่าจะให้ประกันตัวทั้ง 2 คน เนื่องจากทั้งคู่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไปข้องเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ที่สำคัญทั้ง 2 คนมีเจตนาเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา. 07.45 น. นางสาวบานเย็น ชาญนรา แม่ของเสี่ยโป้ เปิดเผยภายหลังตำรวจเข้าตรวจค้นว่า ต้องขอบคุณตำรวจสน.ภาษีเจริญ ที่เข้ามาตรวจสอบในวันนี้ และให้ตนได้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานว่าไม่มีอะไรมาแทรกแซง และยินดีให้ตรวจสอบทุกพื้นที่ของบ้าน ทั้งนี้ตำรวจไม่ได้ขออายัดอะไรไป เพราะไม่มีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ อย่างไรก็ตามไม่ได้ตกใจเพราะเหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวานและเรารู้ว่าสาเหตุที่เจ้าหน้าที่มาตรวจค้นเพราะเหตุใด ตนก็อยากให้ไปตรวจค้นอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกัน เพราะมีอาวุธปืนเอามายิงถล่มกัน พร้อมยืนยันว่าเสี่ยโป้ไม่ได้หนีไปสระแก้ว เมื่อคืนก็เข้ามอบตัว ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกโพสต์กล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวบานเย็น กล่าวว่า แม่ได้ถามลูกทุกอย่างก่อนที่จะเดินทางไปห้ามลูกชายไม่ให้ต่อยกัน สำหรับในวันเกิดเหตุได้อยู่ในเหตุการณ์และไปห้ามลูกชายไม่ให้ชกต่อยกันให้แยกย้ายกัน ไปทำมาหากินดีกว่า หลังจากออกมาไม่นานก็ได้ยินเสียงปืน ฝั่งนั้นมีปืนหลายชนิด ที่สำคัญมีอาวุธปืนลูกซอง ทั้งนี้ทราบจากลูกชายว่ามีเรื่องกันมา 2 วัน ก่อนจะนัดต่อยตัวต่อตัว ใครแพ้หรือชนะก็ให้จบแล้วแยกย้ายกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*&amp;nbsp;ตร.ซ้อนแผนรวบ&amp;#39;เสี่ยโป้&amp;#39;ตั้งข้อหาพยายามฆ่า&amp;#39;สันธนะ&amp;#39;รับหน้าเป็นนายประกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82146</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิงคู่อริ, อภิรักษ์ ชัชอานนท์, เสี่ยโป้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a298c97e3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ซ้อนแผนรวบ&#039;เสี่ยโป้&#039;ตั้งข้อหาพยายามฆ่า&#039;สันธนะ&#039;รับหน้าเป็นนายประกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ สน.ภาษีเจริญ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ พา นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ อายุ 28 ปี และ นายเขมทัต ชัชอานนท์ หรือเสี่ยบุ๊ค อายุ 25 ปี น้องชาย เข้าพบ ร.ต.อ.สมเกียรติ กิจประภานันท์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ เพื่อลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีถูกสังคมกล่าวหาเป็นมือปืนยิงคู่กรณีหน้าร้านนวดแผนโบราณสรี เซาว์น่าแอนด์สปา ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางหว้า &amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ จากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกัน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรักษ์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนใช้บริการเซาว์น่าในร้านดังกล่าวตามปกติ โดยอยู่กับพรรคพวกอีกแค่ 3 คน ขณะที่ นายเขมทัต น้องชายตน ซึ่งมีเรื่องกับ นายตั้ง และ นายตั๊ว อยู่แล้ว ได้นัดหมายไปเจรจากับคู่กรณีที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งริมถนนราชพฤกษ์ เลยจากร้านซาวน์น่าไปไม่กี่กิโลเมตร ต่อมา นายเขมทัต ซึ่งเข้าใจว่าเจรจากับคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ ก็พาเพื่อนๆ อีกราว 10 คน ล่าถอยมาหาตนที่ร้านเซาว์น่า จังหวะนั้นตนก็ยืนอยู่ด้านบนร้านดังภาพที่ปรากฏ ขณะที่ทางกลุ่มคู่กรณียกพวกเข้ามาราวๆ 200 คน จนตนเห็นว่าทางคู่กรณีมีการชักอาวุธปืนเล็งมาที่ตน ตนก็รีบหลบและมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่องกันกว่า 60 &amp;nbsp;นัด ซึ่งตนยืนยันว่าตนหลบและวิ่งหนีตายออกจากจุดที่ยืนอยู่ตั้งแต่นัดแรกแล้ว และตนก็ไม่ได้มีอาวุธปืนติดตัวด้วยแต่อย่างใด โดยหลังเกิดเหตุตนกับน้องชายเป็นฝ่ายเดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนก่อนตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 27 ต.ค.ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า หลังแจ้งความทางตำรวจก็เดินทางไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดก็เก็บไปด้วยจึงอยากฝาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ช่วยดูภาพจากกล้องให้ตนด้วยว่าพวกตนมีน้อยกว่า ขณะที่ฝั่งคู่กรณีอ้างว่ามากันแค่ 20 คน หนำซ้ำยังให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าตนยิงเปิดทางให้ลูกน้องแหวกออกเพื่อยิงใส่คนเจ็บ ตนอยากถามจริงๆ ว่าเหตุการณ์มันจะเป็นแบบนั้นไปได้จริงหรือ เมื่อตนยืนอยู่ด้านบน ส่วนตนก็หลบกระสุนตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรกแล้ว ตอนนั้นหากถามว่าใครยิงใครตนบอกได้เลยว่าไม่รู้เพราะคนเยอะไปหมด แต่ถ้าจะถามว่าใครอยู่ตรงนั้นบ้างจำได้ตัวหลักๆ ก็มี แอล โอรส, เอ็มโก๋ ตากสิน, ตั๊ว พรานนก และ ตั้ง พรานนก ซึ่งเป็นลูกสมุนของนายตั๊ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนไม่ได้ยิงใคร ไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศอย่างที่ฝ่ายคู่กรณีให้ข่าว เซาว์น่าแห่งนี้ตนใช้บริการทุกวันมีแต่นักธุรกิจและผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทใดๆ เกิดขึ้น แต่หลังเกิดเหตุการณ์ทราบว่า บิดาของคู่กรณีซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตประกอบกิจการขึ้นชื่อว่าลอยฟ้า กับบิดาของสมุนคู่กรณีที่เป็นอดีตตำรวจได้มีคำสั่งให้ทางตำรวจท้องที่ดำเนินการออกหมายจับพวกตน ทั้งที่ตนไม่ได้มีความผิดอะไร ทำให้ตอนนี้กล้าพูดได้เลยว่าฝ่ายตนต้องกลัวฝ่ายคู่กรณี ไม่ใช่ฝ่ายคู่กรณีจะต้องมากลัวตน พอเรื่องผ่านมา 1-2 วันตนเห็นว่าข้อเท็จจริงมันไม่ใช่จึงปรึกษา พ.ต.ท.สันธนะ ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้พามาลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ&amp;quot; เสี่ยโป้ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายเขมทัต น้องชาย กล่าวว่า เหตุต้นเรื่องนั้นเกิดจากตนที่มีกรณีพิพาทกับกลุ่มของ นายตั๊ว พรานนก และ นายตั้ง พรานนก โดยก่อนหน้านี้ตนเดินทางไปวัดศาลเจ้า ร่วมงานปลุกเสกวัตถุมงคลอาแป๊ะ โรงสี ปรากฏมีพรรคพวกของคู่กรณีเข้ามาเสนอขายพระให้ตน แต่ตนไม่สนใจ กระทั่งเขาคงมองว่าตนหยิ่ง พยายามทักเฟซบุ๊กมาหา โทรมาหา แต่ตนก็ไม่รับสาย เมื่อตนตัดสินใจติดต่อกลับไป ปรากฏว่า ฝ่ายคู่กรณีเปิดประเด็นทะเลาะวิวาทนัดหมายให้ตนไปเจอเพื่อเจรจาที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งนิมถนนราชพฤกษ์ แต่พอตนเดินทางไปถึงพบว่ามีชายฉกรรจ์ขับรถ จยย. จำนวน 4-5 คันมาวน ตนเห็นท่าไม่ดีจึงพาเพื่อนๆ ล่าถอยกลับไปหาพี่ชายที่เซาว์น่า กระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เด็กๆ ทั้ง 2 กลุ่มจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ตนได้พยายามประสานให้เคลียร์ปัญหาแบบลูกผู้ชาย เนื่องจากฝ่ายเสี่ยโป้กับน้องชายนั้น ตนก็รู้จักกับครอบครัวมานาน ส่วนฝ่ายบิดาของคู่กรณีนั้นก็เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของตน โดยคนหนึ่งทำงานด้วยกันสมัยอยู่กองปราบปราม อีกคนทำงานด้วยกันสมัยอยู่ บช.น. ในเมื่อแจ้งให้บิดามารดาของเด็กๆ ทั้ง 2 กลุ่มทราบแล้ว ตนก็เสนอให้เรื่องมันจบแบบนักเลงด้วยการให้ 2 ฝ่ายมาชกกันแบบตัวต่อตัวไม่อยากให้ไปก่อเหตุเป็นภาระสังคมกับเป็นภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ด้วยความใจร้อนของวัยรุ่นจึงทำให้เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ ซึ่งตนก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าใครผิดใครถูก เพราะแต่ละฝ่ายก็ว่ากันไปมา แต่หลังเกิดเหตุมีคนเจ็บขึ้นกลับได้ยินฝ่ายคู่กรณีพูดถึงเงินค่าทำขวัญสูงถึง 10 ล้านตนก็ไม่เข้าใจว่าจะเอาลูกหลานมาขายในเหตุทะเลาะวิวาทแบบนี้หรือ จึงตัดสินใจพาเสี่ยโป้กับน้องชายเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 04.30 น.ระหว่างที่ พ.ต.ท.สันธนะ กำลังจะพานายอภิรักษ์ และ นายเขมทัต กลับที่พักหลังลงบันทึกประจำวัน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา รอง ผกก.ป.สน.ภาษีเจริญ และ พ.ต.ท.บริบูรณ์ จำปาดี สว.สส.สน.ภาษีเจริญ ได้นำหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 544/2563 ลงวันที่ 28 ต.ค.63 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน มาแสดงให้ นายอภิรักษ์ ดู ทำให้ นายอภิรักษ์ ยอมให้ตำรวจควบคุมตัวขึ้นไปสอบสวนที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน โดยชุดจับกุมได้ประสานทางกองพิสูจน์หลักฐานให้เดินทางมาเพื่อตรวจเขม่าดินปืนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังเสี่ยโป้ ถูกควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ยังแสดงความจำนงค์จะเป็นนายประกันให้ ซึ่งทางญาติๆ ของเสี่ยโป้ กำลังเตรียมหลักทรัพย์ไว้รอท่าจำนวน 1 ล้านบาท แต่ยังไม่มีท่าทีว่าทางพนักงานสอบสวนจะอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือไม่ อีกทั้งมีรายงานว่า มีเพื่อนสนิทของเสี่ยโป้ ชื่อ &amp;quot;เสี่ยเคน&amp;quot; น่าจะถูกออกหมายจับด้วยในข้อหาเดียวกัน แต่ขณะนี้เสี่ยเคน ก็ยังไม่ได้เดินทางมาที่ สน.ภาษีเจริญแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82135</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, ยิงคู่อริ, อภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a0d6898527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก๊งวัดเดิม&#039;ยิงโจ๋วัย 17 ปีคู่อริหลังเขม่นจากเที่ยวสถานบันเทิงชุมพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- เมื่อเวลา 02.15 น. พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต ที่ถนนไตรรัตน์ ตำบลท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร พบที่เกิดเหตุเป็นย่านชุมชนใกล้กับร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ตรงข้ามกับโรงเรียนเทศบาลเมืองชุมพร และห่างจาก สภ.เมืองชุมพร ประมาณ 300 เมตร บริเวณฟุตปาทหน้าอาคารพาณิชย์พบศพทราบชื่อคือ นายราเมศวร์ นาคสังข์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/2 หมู่ 2 ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร สภาพศพนอนหงายหน้านุ่งกางเกงยีนส์ใส่เสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีเขียว มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซอง 1 นัด กระสุนเข้าที่ต้นขวา 5 รู กลางหน้าอก 8 รู &amp;nbsp;ห่างออกไปทางทิศเหนือประมาณ 100 เมตร มีรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน ทะเบียน กนน 286 สมุทรสาคร ของผู้ตายลักษณะล้มอยู่ชิดกับขอบฟุตปาทและมีรองเท้าแตะ 1 คู่ของผู้ตายตกอยู่ใกล้ๆกัน นอกจากนั้นที่เกิดเหตุยังมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีเทา ทะเบียน 1กฌ 4498 ชุมพร ซึ่งทราบว่าเป็นของเพื่อนผู้ตายที่มาเที่ยวด้วยกันเสียหลักล้มอยู่กลางถนนอีก 1 คัน ซึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้นำตัวไปสอบในฐานะพยาน
&amp;nbsp;
สอบสวนเพื่อนๆผู้ตายทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายราเมศวร์ผู้ตาย พร้อมเพื่อนๆชายหญิงเกือบ 10 คน เดินทางมาจากบ้านเสียบญวน ซึ่งอยู่นอกตัวเมืองชุมพร ได้มาเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งแถวถนนประชาอุทิศ เขตเทศบาลเมืองชุมพร แล้วเกิดเขม่นมีเรื่องกระทบกระทั่งกันกับกลุ่มวัยรุ่นขาใหญ่ แก๊งวัดเดิม ซึ่งอยู่ในเขตตัวเมืองชุมพร และเป็นคู่อริไม่ชอบหน้ากันมาก่อน จนกระทั่งสถานบันเทิงปิดทั้ง 2 ฝ่ายได้ออกมาเจอกันที่ด้านหน้าแล้วเกิดมีปากเสียงกันอีกแต่ก็ไม่ถึงขั้นชกต่อยทะเลาะวิวาทกัน แล้วต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
&amp;nbsp;
ขณะที่นายราเมศวร์ขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้านรู้ตัวว่ามีแก๊งวัยรุ่นคู่อริได้ขับรถโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ไม่ทราบทะเบียนขับไล่ตามหลังมาจึงเร่งเครื่องหลบหนีไปทางหน้า สภ.เมืองชุมพร &amp;nbsp;แต่ไม่ทันถูกรถคันดังกล่าวขับแซงปาดหน้าจนนายราเมศวร์ต้องเบรคจอดรถจักรยานยนต์ที่ขอบฟุตปาท แล้วถูกวัยรุ่นคู่อริคนที่นั่งอยู่ข้างคนขับได้ลดกระจกเตรียมไว้แล้วใช้ปืนลูกซองสั้นจ่อยิงไปที่ร่าง 1 นัด &amp;nbsp;แต่นายราเมศวร์ไม่ตายทันทีได้ทิ้งรถจักรยายนต์วิ่งหลบหนีไปจนเกือบถึงหน้าร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.เมืองชุมพร เพียง 300 เมตร แล้วล้มลงขาดใจตายดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ชื่อมือปืนและรถเก๋งคันก่อเหตุแล้วอยู่ระหว่างสอบปากคำเพื่อนๆผ้เห็นเหตุการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อไปแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25904</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชุมพร, ตำรวจ, ยิงคู่อริ, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32a41f7397e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
