<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาววัย 34 ปี ป่วยโรคซึมเศร้าคว้าปืนสามียิงตัวตายข้างที่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.64 - เวลา 12.20น. ร.ต.อ.ไกรสร ภาคอารีย์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจาก ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191ภ.จว.ภูเก็ตว่า มีเหตุคนยิงตัวตายหลังร้านเช่าพระเครื่อง เลขที่ 84/28 ถ.ตะกั่วป่า ใกล้สะพานตลิ่งชัน เขตเทศบาลนครภูเก็ต จึงนำกำลังพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ&amp;nbsp; ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.จักรกฤช แต้วัฒนา รอง ผกก.ป.สภ.เมืองภูเก็ต ร.ต.อ.ทรงชัย พ่วงรอด รอง สวป.สภ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวน เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์ นิติเวช รพ.วชิระภูเก็ต เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าสองชั้นด้านหลังของบ้าน เจ้าหน้าที่พบศพผู้ตาย ทราบชื่อน.ส.ญาณี หรือเก๋ แซ่ชั่น อายุ 34 ปีชาวจังหวัดภูเก็ต นอนเสียชีวิตอยู่ข้างที่นอนสภาพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.38 เข้าขมับขวา 1 นัดใกล้กันพบอาวุธปืนและซองปืนตกอยู่บนที่นอนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนสามีของผู้ตายคือ&amp;nbsp;นายยศวิมล ใจหาญ เป็นประธานชมรมอนุรักษ์พระเครื่องเมืองใต้ ทราบว่าผู้ตายพักอยู่ที่บ้านดังกล่าวกับสามีได้เปิดร้านเช่าพระเครื่อง ก่อนเกิดเหตุสามีได้เข้าห้องน้ำผู้ตายอยู่ตามลำพังคนเดียวได้เอาอาวุธปืนของสามีซึ่งซ่อนอยู่ภายในห้องนอนออกมาจ่อขมับตัวเองแล้วลั่นไกปืนยิงเข้าขมับขวาจำนวน 1 นัด กระสุนจนทะลุทำให้เสียชีวิตคาที่

โดย ผู้ตายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและเคยฆ่าตัวตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งสามีเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของสามี ตอนเกิดเหตุได้เข้าห้องน้ำ จนกระทั่งผู้ตายนำมาก่อเหตุยิงตัวจนเสียชีวิตในที่สุด หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำศพส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อชันสูตรศพ หาสาเหตุ การเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, จังหวัดภูเก็ต, ยิงตัวตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_61640a100332e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของบริษัทรถบรรทุกส่งสินค้าเครียดปัญหาธุรกิจบ่นอยากตาย เมียสังหรณ์ใจรีบตามหา-พบยิงตัวดับคารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.63 - ร.ต.อ.อัษฎายุทธ ทองสวรรค์ รองสว.(สอบสวน) สน.นพวงศ์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ยิงตัวตายภายในรถยนต์ บริเวณลานจอดรถหน้าทางเข้าคลังเก็บสินค้าลาดกระบัง แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)แพทย์นิติเวช รพ.ตร. และมูลนิธิร่วมกตัญญู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถอยู่บริเวณทางเข้าคอนเทนเนอร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ไอซีดี) พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 8 กญ 4538 กรุงเทพมหานคร ภายในรถพบศพนายฤทธิชัย เล็กกุล อายุ 37 ปี ชาว จ.สุโขทัย สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงสามส่วนสีน้ำตาล ที่หว่างขาพบปืนกล็อก ขนาด 11 มม.สีดำด้าน ตกอยู่ 1 กระบอก ภายในแม็กกาซีนบรรจุลูกปืน 11 นัดและพบปลอกตกอยู่&amp;nbsp;1 ปลอก ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขมับขวา ทะลุศีรษะด้นหลังฝั่งซ้าย จนทำให้กระจกรถด้านหลังแตก โดยมีภรรยาร้องไห้นอนกอดศพบนรถและไม่ให้ใครเข้าใกล้จนสลบไป ทางเจ้าหน้าที่ต้องนำตัวส่ง รพ.จุฬารัตน์ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนางแสวง เล็กกุล อายุ 61 ปี มารดาผู้ตาย กล่าวว่า ตนมีลูกชายทั้งหมด 4 คน คนตายเป็นลูกคนที่ 3 มีนิสัยเก็บกด ไม่ค่อยพูดและมีอะไรไม่ชอบบอก ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้ชวนพี่น้องทำบริษัททำเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้าชื่อบริษัทฤทธิชัย ทรานสปอร์ต จำกัด มีรถบรรทุกส่งสินค้า จำนวน 7 คัน โดยได้นำทรัพย์สินเป็นบ้านยื่นกู้กับธนาคาร 1.7 ล้านบาทเพื่อนำมาลงทุนทำบริษัทดังกล่าว ช่วงหลังประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจไม่ดีรวมกับเจอปัญหาโควิด-19 ทำให้การส่งสินค้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกับภรรยาผู้ตายนั้นยังรักกันดี เมื่อช่วงเช้าลูกชายตนก็ขับรถออกมาหางานตามโกดังส่งสินค้าก็ไม่ได้พูดอะไรกัน&amp;nbsp;ต่อมาภรรยาก็ขับรถตามออกมาตามหา เพราะเป็นห่วงเนื่องจากผู้ตายมีอาการเครียดและบ่นว่าจะฆ่าตัวตาย แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าผู้ตายใช้อาวุธปืนตัวเองยิงตัวตายแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะนำศพลูกชายกลับบ้านที่ จ.สุโขทัย เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดเรื่องธุรกิจมีปัญหา จนทำให้คิดสั้นฆ่าตัวตาย หลังจากนี้จะนำศพส่งนิติเวช รพ.ตำรวจ&amp;nbsp;เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71319</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิษโควิด, ยิงตัวตาย, สน.นพวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c2dbc39a9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ร.ต.อ.&#039;ปัดฆ่าเมียโอดแทบไม่มีที่ยืนแม่ยายข้องใจลูกสาวฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63- ความคืบหน้าการเสียชีวิตของน.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ อายุ 30 ปี ภรรยาสาวนายตำรวจยศ &amp;ldquo;ร.ต.อ.&amp;rdquo;ของ สน.วังทองหลาง บนโซฟาภายในบ้านทาว์เฮ้าส์ 2 ชั้น ย่านบางกะปิ ในสภาพศพใส่ชุดนอน มีรอยกระสุนปืนขนาด.45 ยิงเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้าย 1 นัด ซึ่งญาติไม่เชื่อเป็นการฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากพบพิรุธผู้ตายถนัดมือขวา แต่มีรอยกระสุนที่ศีรษะด้านซ้าย ซ้ำก่อนเกิดเหตุยังคุยกันด้วยน้ำเสียงปกติบอกจะพาลูกสาวไปเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สน.ลาดพร้าว ทางญาติของ น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ หรือ &amp;ldquo;น้องนุ่มนิ่ม&amp;rdquo; ได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว และขอใบรับรองนำไปรับศพ &amp;ldquo;น้องนุ่มนิ่ม&amp;rdquo; ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมที่บ้านเกิดในจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทองใส่ ภูคงน้ำ อายุ 56 ปี มารดา กล่าวว่า ไม่เชื่อลูกสาวจะฆ่าตัวตาย เพราะทุกครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ลูกสาวมักพูดเสมอว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำสิ้นคิด ตนเองมีสมองไม่มีทางทำแบบนั้น และการฆ่าจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด และยอมรับว่ายังติดใจเรื่องการใช้อาวุธในปืนในที่เกิดเหตุ เนื่องจากลูกสาวถนัดมือขวา แต่สภาพศพที่พบถือปืนในมือซ้าย ก่อนหน้านี้ลูกสาวเคยมาเล่าว่า มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้งกับสามีเรื่องภายในครอบครัว รุนแรงถึงขนาดใช้ปืนจ่อที่ศีรษะลูกตน พร้อมยืนยันลูกไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะก่อนเกิดเหตุยังไลฟ์ขายของปกติดีดูท่าทางร่าเริง และพอหลังเกิดเหตุสามีลูกสาวยังไม่เคยติดต่อมาอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.อ.ทรงกรด บุญส่ง รองสารวัตรสืบสวน สน.วังทองหลาง สามีผู้เสียชีวิต กล่าวถึงกรณีน.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ อายุ 30 ปี ภรรยาใช้อาวุธปืน .45 ยิงตัวเสียชีวิต ว่า ขณะนี้ตนแทบไม่มีที่ยืนและเครียดมาก เพราะทางครอบครัวของแฟนที่เสียชีวิต คิดว่าตนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้ทำและไม่มีเหตุผลที่จะทำ เพราะเขาคือคนที่ตนรักและมีลูกด้วยกัน ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าครอบครัวของแฟนไม่ชอบตนจริงและไม่เคยเจอกัน มีเพียงพูดคุยกับแม่แฟนผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ตนก็พยายามพิสูจน์ให้แม่ของแฟนเห็นว่าตนสามารถดูแลลูกของเขาได้ จึงได้ซื้อบ้านเมื่อ 3 เดือนก่อน เพื่อทำให้เห็นว่าลูกของเขาจะไม่ลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองสารวัตรสืบสวน กล่าวถึงเรื่องการใช้ผ้าขาวคลุมศพภรรยาและเกิดข้อสงสัย ว่า ขณะที่คลุมนั้นทางแพทย์ได้ทำการชันสูตรเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว และทุกคนที่มาในที่เกิดเหตุก็เห็น สงสัยอะไรสามารถไปถามทุกคนได้ ส่วนอาวุธปืนที่ก่อเหตุนั้น ตนได้ใส่ไว้ในกระเป๋าวางไว้บนหัวเตียงในห้องนอน และไม่รู้ว่าแฟนไปหยิบออกมาเมื่อไหร่ และอาวุธปืนไม่ได้มีการขึ้นนกไว้ จึงเชื่อว่าไม่สามารถลั่นได้อย่างแน่นอน เมื่อถามว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตสงสัยว่าทำไมถึงยิงมือซ้ายทั้งๆ ที่ผู้ตายถนัดขวา ที่จริงแล้วผู้ตายถนัดทั้ง 2 ข้าง ส่วนประเด็นทำร้ายร่างกายนั้น ยอมรับว่าทะเลาะกันและเคยใช้กำลังด้วยการตบไปที่ใบหน้า เนื่องจากภรรยาพยายามจะเอาลูกกลับไปที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตนไม่อยากให้เอากลับไป จนเกิดการยื้อแย่งกัน แต่ยืนยันว่าตนไม่เคยนำอาวุธปืนไปจ่อศีรษะภรรยาตามที่ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันที่เกิดเหตุตนได้กลับบ้านในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น.เมื่อมาถึงก็ได้มีการโทรศัพท์เรียกให้ภรรยาลงมาเปิดประตูบ้านให้ตามปกติ เพราะตนไม่มีกุญแจและหลังจากนั้นภรรยาก็ลงมาเปิดประตูให้ตามปกติ เมื่อเข้าไปในบ้านตนได้นั่งดูหนังที่ชั้นล่าง ส่วนภรรยาได้ขึ้นไปนอนที่ชั้นบน เมื่อดูหนังจบตนได้ขึ้นไปนอนในห้อง ภรรยาได้บอกมาว่าอยากอยู่คนเดียวก่อนที่จะเดินออกไป ตนก็พยายามบอกว่าให้มานอนด้วยกัน แต่ภรรยาไม่ฟังและออกไปนอนอีกห้องทันที ต่อมาตนได้เดินไปเคาะประตูเพื่อให้กลับมานอนด้วยกัน แต่ภารยาไม่เปิดจึงได้พยายามใช้เท้ากระแทกประตูเข้าไป เมื่อเข้าไปได้ภารยาก็ยังยืนยันว่าจะอยู่คนเดียว ตนจึงพยายามพูดคุยจนภรรยาใจอ่อนและได้จูงมือภรรยากลับมานอนด้วยกันที่ห้องก่อนที่จะหลับไป ต่อมาได้ยินเสียงปืนตนจึงรีบลงตามหาภรรยาและพบว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ตนจึงโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจรวจสอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา กับ ร.ต.อ.ทรงกลด โดยจากการสอบปากคำเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าเป็นเหตุฆ่าตัวตาย แต่บางเรื่องก็อยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งเรื่องว่าผู้ตายถนัดมือข้างใด ตอนนี้ตำรวจจะใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานสำคัญมัดคดีนี้ เพราะตอนเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยานใด ๆ นอกจากตัวผู้กองกับผู้ตาย ภาพรวมของคดีนั้นคืบหน้าไปเยอะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนไปที่เกิดเหตุนั้นศพไม่มีผ้าคลุมไว้แต่อยู่บนโซฟา เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง พฐ.ส่วนปืนนั้น เท่าที่ผมไปตรวจสอบก็เห็นวางอยู่บนโซฟาตามปกติ ไม่มีการเคลื่อนย้ายหลักฐานใด ๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้จะต้องรอผลตรวจทุกอย่าง ทั้งคราบเขม่าปืนในตัวผู้ตายและผู้กอง จะใช้เวลาประมาณ 30-45 วันเช่นเดียวกับผลตรวจทางแพทย์ทุกอย่าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69289</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ยิงตัวตาย, สน.ลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef0581eff02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขายปลาสดใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย เพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นรีบแจ้งจนท.เก็บศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ก.พ.63&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.00 น. ศูนย์วิทยุ สภ. เมืองตรังได้รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตภายในบ้านเป็นเวลาหลายวัน ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;107/2&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จากนั้นได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ร้อยเวรสภ. เมืองตรัง ชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปยังที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุพบบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว พบศพผู้ตายนอนอยู่บริเวณหน้าโทรทัศน์ส่วนหน้าของบ้าน จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายได้ใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตนเอง ซึ่งเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน จากการตรวจสอบพบอาวุธปืน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม.ซึ่งผู้ตายได้ถือไว้บริเวณมือซ้ายกระสุนเจาะเข้าศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังทราบชื่อผู้ตายคือนายดวงพร บรมเจตน์ อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นชาวอำเภอกันตัง จากการสอบถามเพื่อนบ้านของผู้ตายทราบว่าผู้ตายมีอาชีพขายปลาโดยขับขี่รถจยย.ไปขายปลาในบริเวณพื้นที่ต่างๆและมาเช่าบ้านดังกล่าวอยู่ประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน โดยส่วนตัวแล้วผู้ตายเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสดี พูดคุยและยิ้มทักทายบ้าง&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาตนได้ขับรถผ่านบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุและได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งแต่ไม่เอะใจและคาดว่าน่าจะเป็นกลิ่นวัวที่ตายบริเวณใกล้กัน และเมื่อกลับไปถึงบ้านตนเองก็นึกเอะใจเลยเข้าไปบริเวณหน้าบ้านของผู้ตายพบสิ่งผิดปกติโดยมีมดเป็นจำนวนมากอยู่บริเวณหน้าบ้านและมีกลิ่นเหม็นออกมาจากในบ้านจึงแจ้งไปทางผู้ใหญ่บ้านและสายตรวจประจำตำบลเข้ามาตรวจสอบ และพบผู้ตายกลายเป็นศพดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะต้องเรียกญาติมาสอบสวนสืบสวนว่าติดใจในสาเหตุการตายหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, จังหวัดตรัง, ยิงตัวตาย, สภ.เมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44e28e8cc5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นยะลายิงตัวคาบัลลังก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผงะ! ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลายิงตัวตายหลังพิจารณาคดี โชคดีช่วยชีวิตทัน แชร์ว่อนคำแถลงการณ์ ระบุถูกแทรกแซงคำพิพากษา พ่วงปัญหาการเงิน เรียกร้องคืนความยุติธรรม ส่วน &amp;ldquo;โฆษกศาล&amp;rdquo; บอกเครียดเรื่องส่วนตัว ศาลอาญาอนุมัติฝากขังอุสตาซ รร.รุ่งอรุณวิทยา 12 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา รับแจ้งว่ามีเหตุใช้อาวุธปืนภายในห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดยะลา จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนยังไม่ทราบขนาดเข้าที่ใต้ราวนม 1 นัด อาการสาหัส โดยจากการสอบสวนทราบว่า นายคณากรได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองหลังพิจารณาคดีเสร็จภายในห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดยะลา ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของการยิงว่าเกิดจากสาเหตุใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ รพ.ศูนย์ยะลา แพทย์ยังคงดูแลอาการนายคณากรอย่างใกล้ชิด โดยมีญาติและบุคลากรในศาลเดินทางมาดูอาการในห้องไอซียู ขณะที่ รพ.ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ห้องไอซียูโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งสอบถามเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากความเครียดส่วนตัว ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป โดยผู้บริหารศาลยุติธรรมมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ติดตามสอบถามอาการอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในโลกออนไลน์ต่างแชร์ข้อมูลคำแถลงของนายคณากรในคดีหมายเลขดำที่ 3428/2561 จำนวน 25 หน้า ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดยะลาเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายซูกรี มูเซะ ที่ 1, นายสาแปอิง สะเดาะ ที่ 2, นายแวอาแซ แวยูโซะ ที่ 3, นายมัสสัน เจะดือเระ ที่ 4 และนายอับดุลเล๊าะ มะสาเม๊าะ ที่ 5 เป็นจำเลยในความผิดต่อชีวิต อั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ลหุโทษ โดยในแถลงการณ์ดังกล่าวได้ให้รายละเอียดในคดีดังกล่าว และขั้นตอนการดำเนินการ รวมทั้งเผยถึงการถูกบีบถูกกดดันจากผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ให้แก้ไขคำพิพากษา และปัญหาด้านการเงินของผู้พิพากษาศาลชั้นต้น
ทั้งนี้ ในช่วงท้าย ในแถลงการณ์นายคณากรได้เรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ให้สภานิติบัญญัติออกกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรมเพื่อห้ามกระทำการตรวจร่างคำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟัง ทั้งห้ามกระทำใดๆ อันมีผลเป็นการแทรกแซงผลคำพิพากษา และ 2.ให้สภานิติบัญญัติ และนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีให้ความเป็นธรรมทางการเงินแก่ผู้พิพากษาทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้พิพากษาบางกลุ่มจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่มีข้อขัดข้องไม่สามารถส่งออกจากศาลยุติธรรมเพื่อนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติและคณะรัฐมนตรีได้
&amp;ldquo;ผมขอฝากถ้อยคำถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยและผู้รักความยุติธรรมทุกท่านไว้ 2 ประโยค คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน คำแถลงของผมอาจมีน้ำหนักเบาเหมือนขนนก แต่หัวใจผู้พิพากษาหนักแน่นปานขุนเขา จึงมอบหัวใจชั่งบนตราชู ยืนยันคำแถลงขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน&amp;rdquo;นายคณากรทิ้งท้าย
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้พิพากษาหลายท่านให้ช่วยติดตามเพื่อพิจารณาในกรณีนายคณากรว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะการโพสต์เฟซบุ๊กของท่านก่อนฆ่าตัวตาย ที่ระบุถึงการถูกแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรม และยังเผยแพร่เอกสารความเห็นของนายคณากรที่เน้นที่คำว่า &amp;ldquo;คืนคำพิพากษาให้กับผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้กับประชาชน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นข้อความที่สะเทือนใจในวงการตุลาการ
&amp;ldquo;ผมจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ กมธ.เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นข้อศึกษาในเชิงป้องกันและแก้ไข และจะนำร่างพระราชบัญญัติที่ท่านผู้พิพากษาได้ร่างนำเสนอมาพิจารณาศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกต่อไปในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์ต่อคู่ความทั้งโจทก์และจำเลย&amp;rdquo; นายจิรายุกล่าว และว่า ในฐานะประธาน กมธ.ศาลฯ ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของนายคณากร และขอให้ท่านปลอดภัย หากมีโอกาสเมื่อท่านปลอดภัยแล้วจะเชิญมาให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา นายพงศธร อินอำนวย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คุมตัวนายมาหะมะรอมือลี สาแม อายุ 56 ปี ครูสอนศาสนา (อุสตาซ) โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา ใน จ.สตูล ชาว จ.ยะลา ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 87/2548 ลงวันที่ 7 ม.ค.2548 ข้อหาร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร อันเป็นความผิดฐานกบฏ, สะสมกำลังพลหรืออาวุธตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อเป็นกบฏหรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏแล้วกระทำการใดเป็นการช่วยปกปิดไว้, ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐ หรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ การกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดหวั่นในหมู่ประชาชน อันเป็นลักษณะการกระทำผิดฐานก่อการร้าย, สะสมกำลังพลหรืออาวุธจัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน หรือรับการฝึกการก่อการร้าย สมคบกันเพื่อก่อการร้ายหรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อก่อการร้าย มาฝากขังครั้งแรกมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-15 ต.ค.2562&amp;nbsp;
คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาได้ร่วมกับผู้ต้องหาอื่นๆ ในคดีนี้กระทำความผิดโดยร่วมกันเป็นกลุ่มบุคคลดำเนินเป็นขบวนการ และมีวัตถุประสงค์แบ่งแยกดินแดนใน 5 จังหวัดชายแดนใต้คือ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล และสงขลา มีการวางแผนและดำเนินการในลักษณะใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักรอันเป็นความผิดฐานกบฏ และจากการสอบสวนข้อเท็จจริงคือ การสืบสวนสอบสวนติดตามอาวุธปืนและคนร้ายในคดีปล้นปืนของทางราชการจำนวน 4 คดี ซึ่งเป็นคดีพิเศษมีอาวุธปืนที่ถูกปล้นจำนวน 4 ครั้ง รวม 478 กระบอก ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ เหตุปล้นปืนทั้ง 4 คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนใต้ มีนายสะแปอิง บาซอ ครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ เป็นหัวหน้าขบวนการแบ่งแยกดินแดน เกี่ยวข้องกับการปล้นอาวุธปืนของทางราชการ รวมทั้งก่อคดีความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกหลายคดี โดยมีพยานซึ่งเป็นสมาชิกในขบวนการให้การสนับสนุนจำนวนหลายปาก&amp;nbsp;
และในทางสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืนชนิดเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก มาตรวจสอบพิสูจน์แล้วเป็นปืนที่ถูกปล้นไปจากกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และการยึดอาวุธปืนชนิดเอชเค 33 จำนวน 1 กระบอก เมื่อได้ตรวจพิสูจน์แล้วพบว่า เป็นปืนที่ปล้นมาจากอุทยานบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา จากการวิเคราะห์ผลการซักถามบุคคลจำนวนหลายร้อยคนยืนยันว่ามีขบวนการแบ่งแยกดินแดนจริงใช้ชื่อว่า บีอาร์เอ็น โค-ออร์ดิเนต และในการสอบสวนพบว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันคือ ปี 2545 เกิดเหตุ 51 ครั้ง, ปี 2546 เกิดเหตุ 54 ครั้ง, ปี 2547 เกิดเหตุ 496 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2547 พบว่ามีการลอบยิงประมาณ 600 ครั้ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บ 136 นาย, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 30 คน, เจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ 120 คน&amp;nbsp;
จากการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ พบว่ามีการนำอาวุธปืนกระบอกเดียวกันมาใช้ก่อเหตุตามสถานที่ต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีกลุ่มบุคคลที่ได้ร่วมกันวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เป็นขบวนการ ตั้งแต่จัดตั้งมวลชน ปลุกระดม ปลูกฝังแนวความคิดโดยนำประวัติศาสตร์บางตอนและคำสอนของศาสนามาบิดเบือนปลุกระดม นำความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐมาอ้างเป็นเงื่อนไข จากการสอบสวนพบว่ากระบวนการดังกล่าวได้วางแผนเป็นเวลานาน เป็นแผนบันได 7 ขั้น เพื่อไปสู่การแบ่งแยกดินแดน ได้ใช้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาโรงเรียนปอเนาะและตาดีกาในพื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสบังหน้า และแฝงตัวใช้เป็นฐานในการปฏิบัติการเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ซึ่งแกนนำของขบวนการ ได้แก่ นายสะแปอิง บาซอ, นายอดุลย์ มูณี, นายการียา ยะลาแป, นายแวยูโซะ แวดือราแม และนายหีพนี มะเร๊ะ โดยเป็นผู้ร่วมกันกำหนดนโยบาย เช่น การปล้นอาวุธปืนของทางราชการ ตามนโยบายของกลุ่มที่ว่าปืนของรัฐคือปืนของเรา&amp;nbsp;
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทุกชนิดได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเห็นว่า นายมะหะมะรอมือลีเป็นผู้จัดตั้งมวลชนแนวร่วมเป็นกองกำลังจัดการประชุม เพื่อหาผู้ที่จะเข้าเป็นแนวร่วมของขบวนการโดยการปลุกระดม เผยแพร่อุดมการณ์ชาตินิยม โดยบิดเบือนคำสอนในศาสนาเป็นผู้ที่มีความคิดรุนแรงในอุดมการณ์ชาติปัตตานี โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2562 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ติดตามจับกุมตัวนายมะหะมะรอมือลีได้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร &amp;nbsp;ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาไม่ขอให้การใดๆ ทั้งนี้ การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการรอผลตรวจประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงขอศาลฝากขังผู้ต้องหารายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับตั้งแต่ปี 2548 และมีการประกาศให้เงินรางวัลผู้นำจับตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งผู้ต้องหาในระหว่างหลบหนียังได้กระทำความผิดในคดีนี้อยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2562 มีกลุ่มบุคคลลอบวางระเบิดและซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครอง ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยครูโรงเรียนควนปะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ร่วมดำเนินการด้วยการเป็นคนจัดหาโทรศัพท์และซิมการ์ดให้ผู้ก่อเหตุไปใช้ในการวางระเบิด ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนคดีพิเศษขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ และปรากฏว่ามีญาติหรือทนายความของนายมาหะมะรอมือลี ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น, ยิงตัวตาย, ศาลจังหวัดยะลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d974f39a1dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผจก.บริษัททอผ้าเครียด!ใช้ปืนจ่อขมับยิงตัวเองดับคาบ้านพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.62 - เมื่อเวลา 13.30 น. ร.ต.อ.วนัสพงษ์ มัดหา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีชายใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 1614/866 หมู่ 6 ซอยเทศบาลบางปู 49 (การเคหะสมุทรปราการ) ถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ดรัณภพ สระทองอยู่ รอง ผกก.ป.และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดตำรวจสืบสวนมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางไปตรวจสอบ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นจุดที่เกิดเหตุเป็นห้องโถงชั้น 2 ใกล้ราวบันใดพบศพนายวิชัย ลีลาวรรณ์ อายุ 77 ปี &amp;nbsp;นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้แบบมีพนักพิง &amp;nbsp;ที่บริเวณขมับข้างขวามีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 1 นัดกระสุนฝังในเลือดสาดกระจายบนพื้นห้อง ที่พื้นห้องใกล้กับมือข้างขวาของผู้ตาย พบอาวุธปืนแบบลูกโม่ ขนาด .22 ตกอยู่ 1 กระบอก และบริเวณชั้นวางด้านหลังพบซองใส่อาวุธปืนเป็นหนังสีดำวางอยู่ 1 อัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเคยทำงานเป็นผู้จัดการอยู่ที่บริษัททอผ้าแห่งหนึ่งในย่านบางปู &amp;nbsp;ต่อมาได้เกษียณอายุ และออกมาค้าขายผลไม้อยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง และเมื่อหลายปีก่อน ผู้ตายได้ป่วยและมีโรคประจำตัวอยู่หลายโรค และมีปัญหาชีวิตเข้ามารุมเร้า จนเกิดอาการเครียดและเคยบ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่มาหลายครั้งทุกคนในบ้านก็ได้แต่ปลอบใจ ไม่คิดว่าผู้ตายจะคิดฆ่าตัวตาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อช่วงสายของวันนี้ ผู้ตายได้เดินขึ้นไปที่บริเวณชั้นสองและเตรียมตัวจะอาบน้ำ โดยไปหยิบผ้าขนหนูสีแดงในห้องนอนชั้นสองออกมาพาดไว้ที่บ่าของตัวเอง โดยที่มีหลานชายวัย 40 ปี นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงด้านหลัง เหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมีเสียงปืนดังบริเวณชั้นสองจำนวน 1 นัด ก่อนที่จะมีเสียงคล้ายมีของตกลงกระแทกพื้น หลานชายที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงด้านหลังจึงได้รีบหันกลับมาดูพบผู้ตายนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังพิงพนักเก้าอี้ และมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลที่บริเวณขมับขวา และในมือขวาของผู้ตายยังกำปืนลูกโม่ขนาด . 22 เอาไว้ก่อนที่จะตกลงกระแทกกับพื้นห้อง ทำเอาหลานชายของผู้ตายทำอะไรไม่ถูกรีบวิ่งลงไปตามภรรยาของผู้ตายและญาติที่นั่งคุยกันอยู่ที่ชั้นล่างให้รีบขึ้นมาดูก่อนที่ตนเองจะเข้าไปประคองศีรษะผู้ตายเอาไว้ไม่ให้ตกจากจากเก้าอี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังตั้งสติได้จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบขณะเดียวกันหลังจากที่ลูกชายของผู้ตายกลับมาถึงบ้านและทราบว่าพ่อยิงตัวตายถึงกลับส่งเสียงร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สันนิษฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้น่าจะเกิดจากที่ผู้ตายอาจจะเกิดอาการเครียดที่มีโรคประตัวอยู่หลายโรค และอาจมีปัญหากันภายในครอบครัว จึงคิดสั้นตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิงตัวตาย, สภ.เมืองสมุทรปราการ รั</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cbaef05e1da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อลัน การ์เซีย&#039; อดีตประธานาธิบดีเปรู ยิงตัวตายหนีการจับกุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อลัน การ์เซีย อดีตประธานาธิบดีเปรู 2 สมัย ยิงตัวตายขณะตำรวจพยายามจับกุมเขาที่บ้านเมื่อเช้าวันพุธ เพื่อคุมขังก่อนไต่สวนคดีรับสินบนโยง &amp;quot;โอเดเบรชต์&amp;quot; บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่จากบราซิล ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีอลัน การ์เซีย มารอรับศพของเขา ณ ที่ทำการพรรคในกรุงลิมา เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขเปรูแถลงว่า อดีตประธานาธิบดีวัย 69 ปีรายนี้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อเวลา 10.05 น. ของวันพุธที่ 17 เมษายน 2562 (22.05 น. วันเดียวกันของไทย) เพราะภาวะเลือดออกในสมองจากบาดแผลโดนยิงและหัวใจหยุดเต้น ขณะรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลกาซิมิโรอูยัวอีเมอร์เจนซีในกรุงลิมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า การ์เซียยิงตัวตายขณะตำรวจนำหมายจับคดีฟอกเงินมาแสดงเพื่อจับกุมเขาที่บ้านของเขาในย่านมิราฟลอเรสของกรุงลิมา เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น.ของวันพุธ สำนักงานอัยการกล่าวว่า หมายจับนี้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่คุมขังเขา 10 วัน ระหว่างรอการรวบรวมหลักฐาน และป้องกันการหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์ลอส โมรัน รัฐมนตรีมหาดไทย แถลงว่า เมื่อตำรวจไปถึงนั้น การ์เซียแจ้งว่าเขาต้องโทรศัพท์หาทนายก่อน จากนั้นก็เข้าไปในห้องแล้วล็อกประตู ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตำรวจพังประตูเข้าไปและพบว่าการ์เซียนั่งอยู่โดยมีบาดแผลที่ศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ์เซียเป็นประธานาธิบดีเปรู 2 สมัย ครั้งแรกระหว่างปี 2528-2533 ครั้งที่ 2 ระหว่างปี 2549-2554 ช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 นั้น เขาถูกกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันหลายกรณี โดยเฉพาะการรับสินบนจากบริษัทโอเดเบรชต์ บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่จากบราซิล เพื่อแลกกับสัญญาโครงการโยธาขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อลัน การ์เซีย (ที่ 2 จากขวา) มาถึงสำนักงานอัยการในกรุงลิมา เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว การ์เซียหลบเข้าสถานทูตอุรุกวัยประจำกรุงลิมาเพื่อขอลี้ภัย ภายหลังศาลเปรูมีคำสั่งห้ามเขาออกนอกประเทศนาน 18 เดือน แต่รัฐบาลอุรุกวัยปฏิเสธคำขอลี้ภัยของเขา การ์เซียต้องออกจากสถานทูตหลังจากหลบอยู่ในนั้นนาน 16 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำพรรคพันธมิตรเพื่อการปฏิวัติประชาชนแห่งอเมริกา (APRA) รายนี้อ้างว่า เขาตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งทางการเมืองของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อวันอังคารเขาเพิ่งประกาศว่าจะไม่พยายามหนีหรือหลบซ่อนตัวอีก ภายหลังการฆ่าตัวตาย ผู้สนับสนุนเขายกย่องเขาว่ากล้าหาญ ทำเพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีมาร์ติน วิซการ์รา ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยแทรกแซงการทำงานอย่างอิสระของอัยการ ได้แสดงความเห็นใจต่อครอบครัวของเขา และได้สั่งให้ลดธงครึ่งเสาและไว้อาลัยนาน 3 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ์เซียเป็นอดีตประธานาธิบดีเปรู 1 ใน 4 คนที่พัวพันข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน คนแรกคือเปโดร ปาโบล คูชินสตี ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2559-2561 ถูกกล่าวหาฟอกเงินและถูกคุมขังก่อนไต่สวน 10 วัน หรือถึงวันที่ 20 เมษายนนี้ คนที่สองคือโอยันตา อูมาลา ดำรงตำแหน่งปี 2554-2559 ถูกขังระหว่างรอการไต่สวนนาน 9 เดือน กระทั่งเขาอุทธรณ์และได้รับอิสรภาพเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่สามคืออาเลฮันโดร โตเลโด ประธานาธิบดีปี 2544-2549 กำลังต่อสู้คดีส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากสหรัฐ หลังจากผู้พิพากษาเปรูสั่งคุมขังเขาเมื่อปี 2560 เขาถูกตั้งข้อหาว่ารับสินบน 20 ล้านจากบริษัทโอเดเบชต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอเดเบรชต์ยอมรับว่า พวกเขาจ่ายเงินสินบน 29 ล้านดอลลาร์แก่เจ้าหน้าที่รัฐของเปรูในรัฐบาล 3 ชุด กรณีของการ์เซียนั้นถูกระบุว่าเป็นสินบนเพื่อให้ได้สัญญาก่อสร้างรถไฟใต้ดินลิมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33906</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิงตัวตาย, รับสินบน, อดีตประธานาธิบดีเปรู, อลัน การ์เซีย, เปรู, โอเดเบรชต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb821b07b3b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
