<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบฮ่องกงสู้ยิบตา ยึด ม.โพลีเทคนิค ยิงธนูปักน่องตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงฮ่องกงยึดมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคเป็นฐานที่มั่นต่อสู้กับตำรวจปราบจลาจล มือธนูยิงลูกศรปักน่องตำรวจนายหนึ่งบาดเจ็บเมื่อวันอาทิตย์ ตำรวจประณามใช้ &amp;quot;อาวุธสังหาร&amp;quot; และประกาศให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็น &amp;quot;พื้นที่เกิดเหตุจลาจล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปาระเบิดขวดใส่ตำรวจด้านนอกมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิคเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ยิงตำรวจบาดเจ็บเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการปะทะดุเดือดเมื่อคืนวันเสาร์ และคาดว่าสถานการณ์รุนแรงจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปเช่นนี้ โดยนักเคลื่อนไหวได้นัดก่อความวุ่นวายกันอีกในวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปะทะที่มหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิคเมื่อคืนวันเสาร์เป็นสถานการณ์รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของการประท้วงที่ยืดเยื้อมากว่า 5 เดือนในฮ่องกง กองเพลิงหลายจุดทำให้ท้องฟ้าเหนือสถาบันการศึกษาในเขตเกาลูนแห่งนี้โชติช่วง ผู้ประท้วงขว้างระเบิดขวด โดยบางครั้งใช้เครื่องยิงกระสุนประดิษฐ์เอง ยิงตอบโต้ตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ ล่วงเข้าสู่วันใหม่สถานการณ์สงบอยู่หลายชั่วโมง ก่อนที่การปะทะจะเริ่มขึ้นอีกหลัง 10.00 น. ของวันอาทิตย์ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำ ส่วนผู้ประท้วงขว้างระเบิดขวดตอบโต้ บางลูกตกใส่ต้นไม้นอกมหาวิทยาลัยทำให้ไฟลุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงเหล่านี้ประกาศจะปกป้องฐานที่มั่นแห่งนี้ของพวกเขา และพยายามปิดกั้นอุโมงค์ข้ามอ่าวที่อยู่ติดกันต่อไปหลังจากเริ่มปิดอุโมงค์นี้มาตั้งแต่วันอังคารที่แล้ว ผู้ประท้วงหลายรายซึ่งสวมชุดดำคลุมหน้า ยิงธนูจากดาดฟ้าอาคาร ขณะที่ตำรวจฉีดน้ำสีแรงดันสูงเข้าใส่ผู้ประท้วง ทำให้ต้องพากันถอดเสื้อผ้าเหลือแต่ชุดชั้นในแล้วใช้น้ำสะอาดล้างน้ำผสมสีย้อม ซึ่งไม่ชัดเจนว่าเป็นสารใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจแถลงว่า มีตำรวจหน่วยสื่อมวลชนสัมพันธ์นายหนึ่งโดนธนูยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ภาพที่ตำรวจเผยแพร่แสดงให้เห็นว่าเขาโดนธนูปักที่น่อง และมีตำรวจอีกนายโดนลูกบอลเหล็กยิงใส่กระบังหน้าของหมวก แต่ไม่ถึงขั้นบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของตำรวจประณามการใช้ &amp;quot;อาวุธสังหาร&amp;quot; โดยผู้ประท้วง และประกาศว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็น &amp;quot;สถานที่เกิดเหตุจลาจล&amp;quot; ซึ่งตามกฎหมายฮ่องกงการก่อจลาจลมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวรอยเตอร์เผยด้วยว่า ได้ยินเสียงหวีดแหลมสูงมาจากรถของตำรวจอย่างน้อย 1 คัน ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่ตำรวจใช้สลายม็อบ และตำรวจยืนยันว่ามีการใช้อุปกรณ์ส่งเสียงระยะไกลด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50480</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจฮ่องกง, ประท้วง, มหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค, ยิงธนู, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd14cfa63a7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มอเมริกันบุกรุกเกาะชนเผ่าอันดามัน โดนธนูยิงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวหนุ่มอเมริกันฝืนกฎหมายของอินเดีย จ้างเรือประมงพาไปส่งเกาะสวรรค์ นอร์ทเซนติเนล ในหมู่เกาะอันดามัน แต่โดนชนเผ่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอกรุมยิงธนูแล้วฆ่าทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากหน่วยป้องกันชายฝั่งอินเดีย ที่ชนเผ่าบนเกาะเซนติเนลยิงธนูใส่เฮลิคอปเตอร์ของหน่วยยามฝั่งที่บินสำรวจความเสียหายภายหลังสึนามิถล่มมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547 / Indian coastguard / Survival International&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายอินเดียกำหนดให้เกาะนอร์ทเซนติเนลเป็นพื้นที่หวงห้าม ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอก หรือแม้แต่กองทัพเรือของอินเดียเอง เข้าใกล้เกาะในรัศมี 5 กิโลเมตร เพื่อปกป้องที่อยู่อาศัยของชนเผ่าเซนติเนลที่ตัดขาดจากโลกภายนอก โดยเชื่อว่าชนเผ่านี้เหลือจำนวนแค่ราว 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่เป็นเจ้าหน้าที่ของอินเดียว่า จอห์น เชา หนุ่มอเมริกันอายุ 27 ซึ่งเคยไปท่องเที่ยวเกาะอื่นๆ ในหมู่เกาะอันดามันแล้วหลายครั้ง ได้จ่ายเงินจ้างเรือประมงให้พาเขาไปยังเกาะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคำบอกเล่าของพวกชาวประมง เชาโดนพวกนักรบชนเผ่านี้ระดมยิงธนูใส่ทันทีที่เขาเหยียบเกาะ แต่เขายังเดินหน้าต่อ กระทั่งโดนล้อมแล้วพวกชนเผ่าก็ใช้เชือกรัดรอบคอแล้วลากศพไป ชาวประมงหนีจากมาด้วยความหวาดกลัว แต่พวกเขากลับไปที่นั่นเช้าวันต่อมา และพบศพของเชาบนชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอินเดียเผยระหว่างการแถลงข่าวว่า ตำรวจได้ลงบันทึกแจ้งความคดีฆาตกรรมกับพวกชนเผ่าที่ไม่ทราบชื่อ และได้จับกุมผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว 7 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวคนหนึ่งเผยด้วยว่า เชาเคยพยายามไปที่เกาะนี้เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน แต่ไปไม่ถึง สองวันต่อมาเขาเตรียมตัวพร้อมขึ้น เขาทิ้งเรือบดตรงครึ่งทาง แล้วพายเรือแคนูไปเกาะนี้คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้ทำให้โลกภายนอกได้รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของพวกชนเผ่าในหมู่เกาะกลางมหาสมุทรอินเดียอีกครั้ง ในภัยพิบัตสึนามิทั่วมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547 ไม่มีความชัดเจนว่าชนเผ่าเหล่านี้ได้รับผลกระทบมากน้อยเท่าใด แต่เคยมีภาพชาวเผ่าบนเกาะเซนติเนลคนหนึ่งพยายามยิงลูกธนูใส่เฮลิคอปเตอร์ของหน่วยยามฝั่งอินเดียที่บินสำรวจความเสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนเผ่าอันดามัน, นักท่องเที่ยวอเมริกัน, บุกรุก, ยิงธนู, หมู่เกาะอันดามัน, อินเดีย, เกาะนอร์ทเซนติเนล, เซนติเนล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf5579c257b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
