<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มแม่เมาะจ.ลำปางยิงพระดับมอบตัวอ้างแค้นโดนว่าดื่มเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63-พ.ต.อ.โสภณ ผลกันทา ผกก.สภ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พร้อมกำลัง คุมตัวนายสากล พุ่มทอง อายุ 44 ปี ชาว ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่กระท่อมกลางป่าท้ายหมู่บ้านสบเมาะ ม.4 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่นายสากล ใช้อาวุธปืนลูกซองยาว ยิง เข้าที่ศรีษะของพระบัณฑิตย์ พร้อมเอี่ยม อายุ 69 ปี &amp;nbsp;ชาว จ.สมุทรปราการ 1 นัด จนกระโหลกหายไปเกือบครึ่ง ขณะที่พระบัณฑิตย์นั่งอยู่ภายในรถกระบะ ทะเบียน บจ 9463 สมุทรปราการ เสียชีวิต ก่อนที่จะมีผู้มาพบศพเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปค้นอาวุธปืนลูกซองยาวที่นำไปซุกซ่อน และทิ้งไว้ในป่า ก็พบถุงดำ ที่ใส่กระสุนปืนลูกซองยาวอีก 23 นัด อยู่ในถุงด้วย โดยเป็นกระสุนของพระรูปที่ถูกยิง ที่ผู้ก่อเหตุเอาติดตัวมาซุกซ่อนไว้ &amp;nbsp;สำหรับอาวุธปืนดังกล่าวนั้น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า เป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียนครอบครองถูกต้องตามกฏหมาย ทั้งนี้ นายสากล ผู้ก่อเหตุที่ทราบว่า อาวุธปืนซ่อนอยู่ที่ไหนในกระท่อม เนื่องจากที่ผ่านมา พระสงฆ์รูปนี้ เคยให้ที่พักอาศัย ให้ข้าว ให้น้ำกิน เนื่องจากถูกภรรยาไล่ออกบ้านมาได้ 10 วัน เพราะเลิกกัน จึงทำให้ผู้ก่อเหตุ ทราบที่เก็บของ และอาวุธปืน ที่ซุกไว้ภายในกระท่อมเป็นอย่างดี &amp;nbsp;จึงสามารถเอาอาวุธปืนออกมาก่อเหตุ เพียงเพราะถูกพระต่อว่า เรื่องการดื่มเหล้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสากล รับสารภาพว่า โมโหมากที่พระได้มาต่อว่าตนเองที่ดื่มสุราอยู่บริเวณกระท่อม และในพื้นที่ ที่ใช้เป็นสำนักสงฆ์กลางป่า จึงเอาอาวุธปืนลูกซองยาวของพระที่ซ่อนไว้ในกระท่อม ออกมายิงพระขณะอยู่ในรถยนต์กระบะ เมื่อช่วงสายของวันที่ 6 พฤษภาคม 2563 หลังจากพระขับรถยนต์กระบะกลับมาจากไปเดินบิณฑบาตในหมู่บ้าน วิถีกระสุนเจาะทะลุผ่านกระจกรถ จนถูกศีระ ก่อนที่จะปล่อยให้ศพอยู่ในรถ จนเน่า กลิ่นศพเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กระทั่งมีชาวบ้านมาพบศพดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังก่อเหตุก็ได้เอาอาวุธปืนลูกซองยาวไปซ่อน และทิ้งไว้ที่ใต้ต้นไม้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นก็ได้เดินย้อนกลับไปหลบซ่อนตัวอยู่บนเนินเขา ใกล้กับศาลเจ้าพ่อขุนโต ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และนอนค้างคืนอยู่บนเขา โดยคืนก่อนที่จะเข้ามอบตัว ก็ถูกวิญญาณพระรูปที่ตนเองยิงหลอกหลอน โดยเดินผ่านไปมาอยู่ใกล้กับผม แต่ผมไม่สนใจ กระทั่งเช้ามาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนัก จึงยอมออกมามอบตัว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65556</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ลำปาง, ดืมเหล้า, ยิงพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7d4cac0a98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืบหน้าจ่อยิงหัวพระลำปางดับ ตร.ล่าตัวชายที่มาขออาศัยอยู่ด้วยในกระท่อมกลางป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63 - สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ไพโรจน์ ธิแจ้ รอง สว.(สอบสวน) สภ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุมีพระสงฆ์ถูกยิงเสียชีวิตมาแล้วหลายวันที่บริเวณ กระท่อมกลางป่าท้ายหมู่บ้านสบเมาะ หมู่ที่ 4 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลแม่เมาะ
&amp;nbsp;
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุที่บริเวณหน้ากระท่อมกลางป่าซึ่งเป็นที่พักของพระสงฆ์รูปดังกล่าว พบว่าภายในรถกระบะ นิสสัน ตอนเดียว สภาพเก่า ภายในจุดบริเวณที่นั่งคนขับพบศพพระบัณฑิตย์ พร้อมเอี่ยม อายุ 69 ปี &amp;nbsp;ชาวจังหวัดสมุทรปราการ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง เข้าที่ศีรษะ 1 นัด กระโหลกศีรษะหายไปเกือบครึ่ง ร่างเน่าเหม็นไปทั่วบริเวณ ชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน จนท.จึงนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ลำปางอีกครั้ง นอกจากนี้ที่บริเวณกระจกข้างคนขับยังพบร่องรอยการเจาะทะลุด้วยคมกระสุนปืนเป็นรูขนาดใหญ่ในลักษณะคล้ายกับจ่อยิงจนทะลุกระจกจึงเก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;
จากการสอบถามชาวบ้านที่มาพบศพคนแรกทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้นำข้าวสาร ไข่ไก่ และมะม่วงแผ่นตากแห้งมาถวายพระเพราะท่านเคยสั่งไว้ว่าหากไม่ได้ไปบิณฑบาต 3 วันก็ให้นำอาหารมาถวายที่กระท่อม กระทั่งสายวานนี้เมื่อมาถึงได้กลิ่นเหม็นเน่าจึงไปดูที่รถก็พบว่าพระถูกยิงมรณภาพไปแล้วจึงรีบแจ้งตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบนายศรีทวน พาทุม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านสบเมาะ พร้อมนำลงพื้นที่จุดที่เกิดเหตุ ระบุว่าวานนี้ขณะที่ตนเองมาถึงจุดเกิดเหตุก็เห็นสุนัขพันธุ์พื้นเมืองที่พระท่านเลี้ยงไว้เฝ้าวนเวียนอยู่ที่รถไม่ห่างและคอยเห่าไม่ให้ใครเข้าใกล้ศพและมีอาการเศร้าเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีทวน ระบุว่า สำหรับที่ดินดังกล่าวพระท่านมาซื้อไว้หลายปีที่ผ่านมา เคยมีชาวบ้านมาร้องเรียนว่าหากมีใครเข้าในพื้นที่ของท่านหากดื้อดึงพระก็จะนำปืนลูกซองยาวออกมาขู่ ก่อนหน้านี้เมื่อสิบวันก่อนมีชายอายุประมาณ45-50 ปี มาขออยู่ด้วยกับพระโดยบอกว่าถูกเมียไล่ออกจากบ้านพระสงสารจึงให้อยู่ด้วยแต่หลังที่เกิดเหตุชายคนดังกล่าวก็หายตัวไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พบว่าบริเวณหน้าต่างกระท่อมยังมีร่องรอยการงัดห้อง ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทราบว่าปืนลูกซองยาว 5 นัด และปืนขนาด.22 ของพระได้หายไปด้วย ซึ่งขณะนี้ จนท.กำลังติดตามหาตัวชายคนดังกล่าวเพื่อนำตัวมาสอบสวนต่อไปแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65526</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิงพระ, ลำปาง, สภ.แม่เมาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7a0aa8121c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;มอบ&#039;ผอ.พศ.&#039;เยียวยาพระสงฆ์มรณภาพ - บาดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงการดูแลพระสงฆ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการ พศ. รายงานผลการประชุมเหตุการณ์ให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) รับทราบ โดยเบื้องต้นได้มอบให้ ผอ.พศจ.ในพื้นที่เข้าไปดูแล โดยสิ่งที่ให้ดูแลเฉพาะหน้ามี 2-3 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดงานศพของพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ จ.นราธิวาส ให้เรียบร้อยและสมเกียรติ ในฐานะที่เป็นพระนักพัฒนาและเสียสละในการดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า 2.ให้ดูแลพระที่บาดเจ็บจำนวน 2 รูป และ 3.ให้ดูแลเรื่องการเยียวยาทั้งหมด กองทุนใดที่สามารถช่วยเหลือได้และเป็นสิทธิของพระที่มรณภาพหรือบาดเจ็บ เพื่อเสริมกำลังใจให้กับพระสงฆ์ให้ยังคงทำหน้าที่ในพื้นที่ โดยเฉพาะพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และให้ประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย อาทิ ชุดลาดตระเวน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) เป็นต้น ส่วนในระยะกลางและระยะยาว มีพระราชดำริจากสมเด็จพระสังฆราชว่าให้คณะสงฆ์ได้ดูสิ่งที่ขาด และเป็นปัญหาอุปสรรค สิ่งที่วัดวิตกกังวล จะต้องเข้าไปดูแล เช่น เรื่องเสนาสนะ วัดที่อาจมีปัจจัยไม่ครบถ้วน โดยต้องมีการปรับแผนการใช้งบประมาณของ พศ. ให้พิจารณาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่เร่งด่วนลำดับแรกในการจัดงบประมาณเพื่อซ่อมแซมสิ่งที่เป็นกายภาพ โดยขณะนี้ พศ. อยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเบื้องต้นพระสงฆ์สามารถออกบิณฑบาตได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพื้นที่ คณะสงฆ์ประสงค์ที่จะทำกิจของสงฆ์ให้ครบถ้วนตามพระธรรมวินัย เราก็ต้องการให้พระสงฆ์ทำตามกิจของสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่กำกับดูแล พศ. ประเมินว่าจุดประสงค์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบคืออะไร นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสาเหตุและเบื้องหลังเป็นอย่างไร ขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ตนเองทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ สิ่งที่ต้องการคือการมีมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลคณะสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;รวมถึงอยากให้มีการบูรณาการระหว่าง พศ.ในพื้นที่ กับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเรื่องนี้ตนเองได้พูดคุยและขอหน่วยงานความมั่นคงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะถูกเชื่อมโยงไปกับเรื่องศาสนา นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า โดยพื้นฐาน ทุกศาสนาสอนให้คนทำความดี เรื่องความรุนแรงอาจเกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มบุคคล แต่การใช้ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่ดี และไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ฉะนั้นทุกฝ่ายต้องยืนอยู่บนหลักของการทำความดี อย่างไรก็ตาม ตนเองทราบว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานความมั่นคง ได้ตระหนักถึงเรื่องการดูแลคุ้มครองวัด และรับทราบว่าได้ดำเนินการดูแลเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;มีการเพิ่มมาตรการ แต่ส่วนรายละเอียดต้องไปถามฝ่ายความมั่นคง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ได้ทำมาโดยตลอด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในเรื่องนี้ว่าให้ทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อความไม่สงบชายแดนใต้, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, ผอ.พศ., พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์, ยิงพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b544d13af396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2019 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เจี๊ยบ&quot;โยง ยิงพระภาคใต้ เพราะกองทัพมัวแต่เล่นการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชี้ให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่กองทัพต้องเลิกแทรกแซงการเมืองซึ่งไม่ใช่งานในหน้าที่ แต่ควรกลับไปทุ่มเททำงานของตัวเอง คือ งานด้านความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนซึ่งเป็นภารกิจหลักของกองทัพตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เอาเวลามาเล่นการเมืองเพื่อช่วยใครสืบทอดอำนาจ ที่ผ่านมา งานด้านการข่าวในภาคใต้ถือว่าไม่ได้ผล และจะเดินช้ากว่าคนร้ายหนึ่งก้าว อยู่เสมอ จึงไม่สามารถป้องกันหรือยับยั้งความสูญเสียได้ล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ซึ่งแตกต่างจากเรื่องการเมือง ซึ่งกองทัพจะทำงานเชิงรุกและรู้ดีไปซะทุกเรื่อง ไม่ว่านักการเมืองหรือประชาชนที่คิดต่าง จะไปทำอะไรที่ไหน กองทัพจะรู้ล่วงหน้าทุกครั้งและสามารถส่งกำลังทหารจำนวนมากไปคอยประกบเพื่อคุกคามหรือสกัดกั้นไม่ให้เคลื่อนไหวได้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันผิดกับความไม่สงบในภาคใต้ เชื่อว่ากองทัพคงตอบไม่ได้ด้วยว่าใครคือโจรใต้กันแน่ แม้จะส่งกำลังทหารนับแสนนายลงไปแก้ปัญหาไฟใต้มาแล้ว 15 ปี ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนในค่ายทหารเมื่อปี 2547 ก็ตาม ซึ่งสะท้อนว่าการข่าวในภาคใต้ล้มเหลวเพราะไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใครย่อมทำงานไม่ได้ผล การที่ตนพูดเช่นนี้ ก็ไม่ได้ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจหรือบุคลากรด้านอื่น ๆ ในพื้นที่เสียกำลังใจเพราะทราบดีว่าทุกท่านเสียสละทำงานในพื้นที่เสี่ยงอันตราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อยากบอกผู้ใหญ่ในกองทัพว่าอย่าเดินหลงทาง ควรให้ความสำคัญกับการดับไฟใต้ซึ่งเป็นงานในหน้าที่&amp;nbsp; จะได้ลดความสูญเสียของกำลังพลและประชาชน ไม่ใช่มัวแต่ตั้งวอร์รูมสุมหัวคิดเรื่องปฏิวัติรัฐประหารหรือคิดว่าจะหนุนใครเป็นนายกฯ และหวังว่าที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพระบุว่าไม่คิดจะปฏิวัติรัฐประหารนั้นก็ขอให้เป็นเรื่องจริงและอย่ากลืนน้ำลายตัวเอง เพราะปฏิวัติแต่ละครั้ง บ้านเมืองก็มีแต่เสียหายย่อยยับ และจะเป็นกาสร้างภาระให้คนรุ่นหลังต้องคอยตามแก้ปัญหาในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27047</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบภาคใต้, บุกวัดกราดยิงพระ, ยิงพระ, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181209/image_big_5c0cb88f4ad78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2019 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2019 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.อาทิตย์เตือนตกเป็นเหยื่อต่างชาติยุให้แตกแยกจากกรณียิงพระ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2562 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Arthit Ourairat สั้นๆ ระบุว่า ขอให้พี่น้องทั้งพุทธและมุสลิมจงจับมือกัน เข้าใจกัน เรากำลังตกเป็นเหยื่อของต่างชาติยุให้แตกกันเพื่อผลประโยชน์ ขอให้รัฐบาล มทบ.4 คุ้มครองเข้มทั้งพุทธและมุสลิม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, พุทธ, มุสลิม, ยิงพระ, อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac061c4ebdd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
