<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขำๆ&#039;อดีตบิ๊กศรภ.&#039;เห็นด้วยรัฐบาล&#039;ประยุทธ์&#039;ดูกระจอกเมื่อเทียบผลงานรัฐบาล&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8ต.ค.64-พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ศรภ.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีเนื้อดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นการ์ตูนของคุณบัญชา คามิน แล้ว เห็นด้วยที่สุด รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ดูกระจอกมากเมื่อเทียบผลงานกับผลงานรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์แล้ว เราควรเชิญคุณยิ่งลักษณ์กลับมาบริหารประเทศอีก ขอเพิ่มอีกนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ลุงตู่บริหารงานยังไง ข้าราชการที่เป็นลูกน้องนายก ถึงไม่ติดคุกเลย ไม่มีฝีมือจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หา ส.ส.มาเข้าพรรคได้ทีละคน 2คนเท่านั้น เขาซื้อกันยกพรรคเลย สมัยพี่ทักษิณ จำเป็นตัวอย่างไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ม็อบเด็กๆไม่ถึง100คน ก็ปราบม็อบแบบหน่อมแน้ม สมัยคุณยิ่งลักษณ์ ขนาดพระยังติซะกระเจิงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.รัฐบาลลุงตู่ มีเรื่องโกงเกิดขึ้นก็ล้วนแต่เรื่องจิ๊บจ๊อย เด็กๆทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.เป็นนายกก็ไม่อินเตอร์ ไปนอกไม่ได้1ใน10ของฉันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.บริหารงานอย่างไร ทำให้ จ.หาดใหญ่ ลดลงมาเป็นแค่อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขียนต่อไปก็ไม่จบครับ เติ่มกันเอาเองแล้วกัน&amp;nbsp; / ขอบคุณ คุณบัญชา ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลงานรัฐบาลประยุทธ์, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6143cdfa5c196.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่างกล้า!บอกทำตามแผนยิ่งลักษณ์ป่านนี้น้ำไม่ท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)กิจการศาลองค์กรอิสระฯ รัฐวิสาหกิจฯ พร้อมด้วยคณะ กมธ.ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำและความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท โดยพบว่าน้ำที่ทยอยไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีระดับน้ำใกล้เคียงกันมากทั้งสองฝั่งอย่างน่ากังวลใจ โดยที่แนวกั้นน้ำพบว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนกับท้ายเขื่อนห่างกันเพียงแค่ระดับ 1 เมตรกว่าเท่านั้น ซึ่งจากการสอบถาม นายวรพจน์ วรพงษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพลที่รับผิดชอบพื้นที่เขื่อน จังหวัดชัยนาท ระบุว่าถ้าเปรียบเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 อาจจะไม่เท่ากัน แต่ปีนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ต้องระมัดระวังและสุ่มเสี่ยงโดยระบุว่าน้ำจำนวนมากจากหลังเขื่อนชัยนาทน่าจะวิ่งเข้าสู่จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการไม่เกิน 20 กว่าวันข้างหน้านี้ซึ่งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลควรเตรียมรับมือเสียแต่เนิ่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุกล่าวว่า ปี2554 มีน้องน้ำ 24,000 ลบ.ม ปีนี้ประมาณ 12,000 ลบ.ม ซึ่งปัญหาของกรุงเทพมหานครนั่นก็คือไม่ได้ลอกท่อระบายน้ำหรือแหล่งน้ำอย่างเป็นรูปธรรมมากนักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อล้น และท่วมได้ แม้ปัญหาจะไม่เท่าปี 54 แต่ฟังจากผู้มีประสบการณ์ปีนี้ถือว่าไม่ปกติในรอบ 10 ปีนี้แน่นอนจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลสั่งการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ควรรีบดำเนินการ ตั้งศูนย์รับมืออย่าปล่อยให้ประชาชนต้องรับมือกับมวลน้องน้ำกันตามยถากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่าได้ไว้วางใจหรือรอคอยศูนย์บริหารน้ำของกรุงเทพมหานครหรือรัฐบาล ควรติดตามมวลน้ำที่จะเริ่ม ทยอยไหลมาถึง และวางแผนเสียแต่เนินๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลและกรุงเทพมหานครต้องตั้งศูนย์ รับมือ เพื่อแจ้งข่าวสาร ให้พี่น้องประชาชนให้ทราบเป็นระยะระยะถึงสถานการณ์น้ำในอีก 20 วันข้างหน้านี้ได้แล้ว ว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน ควรหยุดพูดถึง นโยบาย เช่นควรปลูกบ้านสูง หรือควรสวดมนต์ไล่น้ำ ไว้ก่อน แต่ควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบโดยเฉพาะส่วนราชการที่มีกำลัง อุปกรณ์และยานพาหนะ ซึ่งผู้นำต้องวางแผนสั่งการ เมื่อจบสถานการณ์ค่อยมากำหนดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน หากทำระบบแก้ปัญหาน้ำท่วม ด้วยการเชื่อมลำน้ำสำคัญ หรือทำเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในทะเล ตั้งแต่ 10 ปีที่รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ วางแผน วันนี้น้ำท่วมซ้ำซากคงไม่เกิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153ccd07d734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; ซัด &#039;โอ๊ค&#039; ก่อนแซะบิ๊กตู่ให้ย้อนดูอดีตนายกฯหนีคดี จัดพิธีสวดมนต์ใหญ่โตไล่น้ำท่วมมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ถึงการทำงานนายกฯลงพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงการบริหารประเทศของนายกฯ โดยย้ำว่าตั้งแต่นายกฯเข้ามาบริหารประเทศหากนายพานทองแท้ ไม่หูหนวก หรือตาบอด ก็คงจะได้เห็นว่าได้แก้ไขปัญหาอะไรไปบ้างแล้วรวมถึงแก้ไขปัญหาโกงชาวนาที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำไว้เช่นเดียวกัน รวมถึงการพัฒนาประเทศหลายด้าน ซึ่งตนเองมั่นใจว่านายกฯประยุทธ์ ได้ทำไว้มากมายกว่ารัฐบาลของนายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงพื้นที่ช่วยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมตนเองมองยืนยันว่านายกฯไปรับฟังและเห็นปัญหาอย่างแท้จริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขความเดือดของประชาชนให้ตรงจุด ไม่เหมือนยุคของพ่อ และอา ของนายพานทองแท้ ที่คงคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวไม่นึกถึงความเดือดของประชาชนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่นายพานทองแท้ ระบุถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของนายกฯด้วยการสวดมนต์นั้น หากเป็นคนที่ไม่ชอบนายกฯ หรือไม่เห็นด้วยกับนายกฯก็คงนำมาเป็นประเด็นโจมตี ทั้งที่รู้ดีถึงเจตนานายกฯ และก่อนที่นายพานทองแท้จะออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่าคนอื่นนั้น ขอให้ทำการบ้านมาก่อน และย้อนดูว่าในสมัยของนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯเมื่อปลายปี 2554 ได้มีการจัดพิธีสวดไล่วิกฤติอุทกภัย ในวันเสาร์ที่ 19 พ.ย. 2554 ทำพิธีใหญ่โตมโหฬาร มีครม.มาเกือบทั้งคณะ ทำไมนายพานทองแท้จึงไม่ออกมาด่าว่า อาของตัวเองบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่นายพานทองแท้ ออกมาพูดถึงการทำงานนายกฯตนเองก็ขอให้ย้อนกลับไปดูการบริหารงานของพ่อ และ อา นายพานทองแท้อีกว่าได้ทำอะไรเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติบ้าง ซึ่งตนเองก็เห็นผลงานที่เด่นชัดคือโกงบ้าน โกงเมือง โกงชาวนา จนตรอมใจผูกคอตายไปหลายคน และและขนเงินจากการโกงหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากนายกฯประยุทธ์ ที่แม้จะมีการแต่งเพลง คุยเล่นกับวัว ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนล้มละลายเป็นหนี้เป็นสิน เพราะไม่ได้คิดโกง คิดแต่ทำงานเพื่อประเทศชาติ ประชาชนอย่างแท้จริง ที่สำคัญไม่คิดแสวงหาความร่ำรวยบนคราบน้ำตาของคนจน ไม่เคยคิดออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับครอบครัวตัวเอง ดังเช่นพ่อและอาของนายพานทองแท้ &amp;nbsp;ตกลงนายกฯแบบขี้โกงดีกว่าใช่ไหม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118119</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เสกสกล อัตถาวงศ์, แรมโบ้, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152ded019023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งลักษณ์ ปลื้มคนใกล้ชิด &#039;ทษช.&#039;ลุยธุรกิจออนไลน์ ขายสินค้าไทยไปจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า หลังวิกฤติโรคระบาด ดิฉันได้เห็นกำลังซื้อของประชาชนจีนฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายใช้สอยใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งถ้าใครสามารถเข้าตลาดจีนได้ ก็น่าจะได้ประโยชน์มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันก่อนได้เห็นข่าวว่าน้องๆ ทษช. ที่ผันตัวเองมาเปิดธุรกิจนำสินค้าไทยไปขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล Tmall Global ของจีน ชื่อร้าน VIN海外专营店 ดิฉันเลยลองเข้าไปดูพบว่าสินค้าหลายอย่างล้วนเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย และวัตถุดิบที่นำมาใช้หลายอย่างมาจากผลิตผลทางการเกษตรไทย ก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็นคนไทยปรับตัว ไม่ย่อท้อกับอุปสรรค และช่วยผู้ประกอบการไทยให้มีช่องทางในการขายสินค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีนเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อมาก และมีรูปแบบการซื้อสินค้าที่ทันสมัย ทันต่อเทคโนโลยี หากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวก็จะไม่สามารถแข่งขันในตลาดใหญ่ได้ ทั้งนี้การที่วินน์หันมาให้ความสำคัญกับการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในต่างประเทศ ถือเป็นโอกาสและเป็นช่องทางที่ทำให้สินค้าไทยขายได้มากขึ้นด้วยค่ะ หวังว่าในอนาคตเราจะเห็นร้านค้าของคนไทยนำสินค้าไทยไปตลาดโลกมากขึ้น เพราะดิฉันเชื่อมั่นในคุณภาพ ทักษะฝีมือของคนไทย และสินค้าไทยค่ะ ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117864</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายสินค้าไทยไปจีน, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ลุยธุรกิจออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_614fe9e034c2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039; เล่าความประทับใจ &#039;ซื้อข้าว&#039;ช่วยเหลือชาวนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค. 2564 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ ขอบคุณ ส.ส.สมหญิง บัวบุตร ที่ส่งข้าวสารหอมมะลิ &amp;ldquo;ศรีอำนาจ&amp;rdquo; ของจังหวัดอำนาจเจริญมาให้นะคะ ได้ฟังเรื่องข้าวแล้วมีความประทับใจ เพราะนึกถึงตอนที่ดิฉันไปรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงแล้วนำมาขายให้คนกทม.ช่วยซื้อ ซึ่งก็ได้รับการอุดหนุนเป็นอย่างดี หลังจากรัฐบาลดิฉันแล้วก็ไม่มีใครที่ช่วยทุ่มเททำเรื่องราคาข้าวให้เหมาะสมกับต้นทุนของชาวนาอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นวันนี้ได้เห็นลูกหลานชาวนา คนรุ่นใหม่ ส.ส.ในพื้นที่ รวมถึงทางจังหวัดร่วมแรงร่วมใจกัน ทำโครงการ From Farm to Shelf ในการช่วยเหลือพี่น้องชาวนา และต่อยอดขยายผลโดยคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจ เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้า รวมทั้งการทำตลาดออนไลน์ จนทำให้ข้าวหอมมะลิ 105 ของจังหวัด ได้รับรางวัลแชมป์โลกในปี 2020-2021 และยังตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนหันมานิยมซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงล็อกดาวน์ที่ชาวบ้านไม่สามารถค้าขายได้ตามปกติ ทำให้เกิดแรงผลักดันของลูกหลานชาวนากับ ส.ส.ที่ลุกขึ้นมาช่วยชาวบ้านแบบนี้ นับเป็นเรื่องน่าภูมิใจถือเป็นตัวอย่างโครงการที่ชุมชนช่วยเหลือตัวเอง น่าส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันจึงขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจในการสนับสนุนในครั้งนี้ค่ะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวสารถุงนี้ และข้าวจานนี้หุงจากข้าวที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องชาวนา ดิฉันจะทานด้วยความภาคภูมิใจ และความหวังที่ว่า พี่น้องประชาชนจะได้ช่วยอุดหนุนข้าวไทยที่เกิดจากความคิดในการต่อยอดของลูกหลานชาวนา และเพื่อให้วันหนึ่งกลไกตลาดของข้าวไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลในอนาคตต่อไปค่ะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือชาวนา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, รับซื้อข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612af20d5de2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;รำลึกความหลัง10ปีแถลงนโยบาย ฉะรัฐประหารอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ย้อนไปในวันที่ 23 สิงหาคม เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นวันที่ดิฉันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ด้วยคำมั่นสัญญาที่ว่าจะอยากให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน สร้างความมั่นคงทางรายได้ในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออก มีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในการลดต้นทุนค่าขนส่งให้กับภาคอุตสาหกรรมเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน รวมไปถึงการเชื่อมโยงเส้นทาง และสร้างรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองหลักไปสู่ภูมิภาคอาเซียน เพื่อขยายฐานเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสทำมาค้าขายให้แก่ประเทศไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผ่านไป 10 ปีแล้วหลายอย่างยังย่ำอยู่กับที่ การบริโภคในประเทศยังไม่สามารถเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เรายังคงพึ่งพาการส่งออก และการท่องเที่ยว เมื่อเกิดวิกฤติโรคระบาด รายได้แทบเป็นศูนย์ รัฐบาลขาดยุทธศาสตร์การเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ ประชาชนต้องกู้หนี้ยืมสิน ส่งผลให้อัตราหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงกว่า 90% ค่าแรงแทบไม่ขยับ เงินเดือนปริญญาตรียังอยู่กับที่ แต่ค่าครองชีพกลับถีบตัวสูงขึ้น ขณะที่สินค้าเกษตรตกต่ำยังเป็นปัญหาเดิมที่เผชิญทุกปี แต่รัฐบาลกลับไร้กลไก และมาตรการในการยกระดับราคาสินค้าเพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่เกษตรกร ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำของไทยยิ่งแย่ลง รวยกระจุก จนกระจาย ขณะที่การจัดเก็บรายได้ของภาครัฐก็ย่ำแย่ต้องทำงบประมาณขาดดุล ต้องกู้จนเต็มเพดานซึ่งจะกลายเป็นภาระของประชาชน และเป็นภาพที่ไม่ดีนักต่อสายตานักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่มีการรัฐประหารในวันนั้น แผนงานต่าง ๆ ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาคงสำเร็จเป็นรูปธรรมไปนานแล้ว ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่เลวร้ายอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สำหรับบางคนเวลา 7 ปีหลังรัฐประหารภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะผ่านไปเร็ว แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วสถานการณ์ความยากลำบากที่เกิดขึ้น มันเป็นความยาวนาน และทรมานของคนไทยทั้งประเทศค่ะ เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เราต้องมาหาหนทางเริ่มต้นกันใหม่กับโอกาสที่เสียไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114204</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปู, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, รัฐประหาร, รำลึกความหลัง, แถลงนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612306884edf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039; ห่วงชาวนาเดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำ ครวญเสียดายโอกาสปรับโครงสร้างเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 -&amp;nbsp;น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า แม้ประเทศไทยของเราได้ชื่อว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะกินดีอยู่ดีค่ะ ชาวนาเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแต่ราคารับซื้อกลับลดลงอย่างหนัก ขณะที่ปลายเดือนสิงหาคมนี้ ข้าวเจ้านาปรังฤดูใหม่กำลังจะทะลักออกสู่ตลาดจำนวนมากมายหลายสิบล้านตัน แต่ราคาข้าวแทบทุกชนิดได้ร่วงลงไปก่อนหน้าแล้ว เช่น ข้าวเปลือกเจ้าแห้ง (ความชื้น15%) ราคาเหลือเพียงตันละ 7-8 พันบาท ดิฉันเป็นห่วงมากค่ะ ว่าราคาข้าวปีนี้จะตกตํ่ามากกว่าปีก่อน ซ้ำเติมชีวิตพี่น้องชาวนาไทยจากเดิมที่เดือดร้อน ไม่มีกินมีใช้ มีหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่แล้วให้ยากจนลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหาให้กับชาวนา มองไม่รอบด้าน และไม่ทันต่อสถานการณ์ มีแต่มาตรการเดิม ๆ จนทำให้วิกฤติราคาข้าวบานปลาย ดิฉันมีความเห็นว่า รัฐบาลควรจะหาแนวทางแก้ไขเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีค่ะ เช่น การออกมาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิต อย่างเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าเช่านา เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการเข้าไปดูแลด้านราคาให้กับชาวนา ขณะเดียวกันต้องแก้ปัญหาการขนส่ง การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ เพราะเมื่อส่งออกได้มากขึ้น ราคาข้าวก็จะสูงขึ้นด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยชาวนาในทางอ้อม เพราะการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวคือการช่วยเศรษฐกิจไทยในภาพรวมทั้งประเทศค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเสียดายโอกาสในการปรับโครงสร้างเกษตรทั้งระบบที่ได้เริ่มวางรากฐานไว้เมื่อครั้งที่ดิฉันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เช่น การทำเกษตรโซนนิ่ง การลดการผลิตข้าวคุณภาพต่ำ และการปลูกพืชอื่น หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว การพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน เพิ่มผลิตภาพของแรงงาน ไปจนถึงมาตรการลดต้นทุนโดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร การขยายตลาดใหม่ ๆ เพื่อสร้างโอกาส และมอบอนาคตที่ดีให้กับอาชีพชาวนา&amp;nbsp;ให้สมกับคำว่าชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ จะได้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113819</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611dc10ee2485.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
