<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยน‘บิ๊กตู่’รื้อโผครม. พปชร.ฮึดขอกระทรวงหลักปชป.-ภท.ยํ้าต้องยึดดีลเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยิ้มแก้มปริ ขอบคุณเสียงโหวตให้นั่งนายกฯ สมัย 2 ย้ำได้คะแนนเสียงจาก ส.ส.เกินครึ่งก่อนให้ ส.ว.หนุน วิษณุเปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาลใหม่ คาดไม่ลากยาวจบก่อนสิ้นเดือน มิ.ย. &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ยัวะพ่อฟ้าบอกปล้นอะไร ไผ่ วันพอยท์ ซ้ำแค่เป็น &amp;ldquo;หมาก&amp;rdquo; ทำนึกว่าเป็นขุน สะพัด! รื้อโควตาใหม่หลังเห็นบทเรียน &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ทำหน้าที่ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ส่อไม่ไปต่อหากกระทรวงหลักหลุดมือ &amp;ldquo;ปชป.-ภท.&amp;rdquo; ย้ำต้องยึดดีลแรก พปชร.ต้องแก้ปัญหาเอง &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; เตรียมดัน &amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; ขึ้นแท่นผู้นำฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ยังคงมีความต่อเนื่องหลังจากมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งผลการโหวตในช่วงค่ำได้มีมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้คะแนน 500 เสียง ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. 251 เสียง และ ส.ว. 249 เสียง เกินกึ่งหนึ่งจากสมาชิกทั้งรัฐสภา และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้ 244 เสียง และงดออกเสียง 3 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุม ส.ว.เมื่อช่วงเช้า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวก่อนเข้าสู่วาระประชุมว่า ขอบคุณสมาชิก ส.ว.ทั้ง 250 &amp;nbsp;คน ที่ทำหน้าที่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.อย่างพร้อมเพรียง แม้การประชุมจะใช้ระยะเวลายาวนาน&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางเข้ามายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมาดูความพร้อมสถานที่ในวันรับสนองพระบรมราชโองการ โดยคาดว่าจะใช้ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นสถานที่จัดพิธี และอาจใช้ห้องสีม่วงเป็นสถานที่กล่าวกับประชาชนหลังเสร็จสิ้นพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ตั้งแต่เวลา 08.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ยังเดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบฯ ตามปกติ โดยขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันทีด้วยสีหน้าเรียบเฉย และไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด และเมื่อเวลา 10.30 น. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รับทราบผลการเลือกนายกฯ ของสมาชิกรัฐสภา โดยได้ขอบคุณประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และสมาชิกทั้ง 2 สภาที่ให้การสนับสนุน และทำให้การประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวมทั้งขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่ทำให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจนถึงวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่าคะแนนเสียงที่มากกว่านั้นได้มาจาก ส.ส.ก่อน แล้วค่อยรวมกับเสียงของ ส.ว.เป็น 500 คะแนน ซึ่งก็เป็นไปตามกติกาเดิม พร้อมทั้งยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า นายกฯ ยังได้ขอบคุณ ส.ส.บางส่วน แม้ไม่สนับสนุน แต่ก็ได้ทำหน้าที่ของผู้แทนประชาชนเต็มที่ โดยจากนี้ไปอยากให้ทุกคนร่วมมือกันทำงานด้วยเจตนารมณ์ที่คำนึงถึงประเทศชาติและประชาชน ซึ่งยังมีปัญหาอีกมากมายที่รอการแก้ไข รวมทั้งนำบทเรียนในอดีตมาเป็นแนวทางในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าไปยังตึกภักดีบดินทร์ เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ปี 2562 ครั้งที่ 1/2562 ซึ่งระหว่างเดินนายกฯ ได้หยุดทักทายสื่อมวลชนและช่างภาพอย่างอารมณ์ดี มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมยกมือไหว้และกล่าวว่า &amp;quot;ขอบคุณทุกคนนะครับ&amp;quot; จากนั้นนายกฯ ได้เรียกขอเอกสารจากทีมงานนำมาโชว์ให้สื่อดู และกล่าวอีกว่า &amp;quot;ขอบคุณทุกคนนะครับ เดี๋ยวเอากระดาษนี้ไป นายกฯ พูดตามนี้ ขอไปประชุมก่อน ทุกอย่างก็เหมือนเดิมนั่นแหละ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ป้อม&amp;rdquo;ยัวะปล้นบ้าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเอกสารที่นายกฯ ได้ยื่นให้สื่อดูนั้น เป็นข้อความที่นายกฯ ขอบคุณทั้งสองสภา ซึ่ง พล.ท.วีรชนได้ชี้แจง และหลังเสร็จสิ้นการประชุมในเวลา 16.05 น.ได้ปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับการพิจารณาการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยได้แต่ยิ้มหวานให้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงบรรยากาศการโหวตเลือกนายกฯ ว่า เป็นเรื่องของรัฐสภา ซึ่งก็ต้องว่ากันไป ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ถูกพาดพิงนั้น เป็นเรื่องปกติของการเมือง อย่าไปสนใจเรื่องการเมืองกันให้มาก อยากให้สนใจเรื่องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการสกัดกั้นยาเสพติดมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภูมิใจแทน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ที่ได้เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่เจอ พล.อ.ประยุทธ์ และยังไม่ได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายธนาธรออกมาระบุว่าถูกปล้นชัยชนะ และเปรียบเป็นสภา &amp;nbsp;500 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าลองไปถามนายธนาธร เพราะไม่ได้เป็นคนพูด และไม่มองอย่างไร เมื่อถามย้ำว่า แต่นายธนาธรเปรียบสภา 500 เหมือนโจร 500 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คุณคิดไปเอง ก็ได้ 500 เสียงพอดี ปล้นบ้าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายในรัฐสภาว่าหากมีทหารมาเยี่ยมที่บ้านจะยิงใส่ เพราะมีปืนถูกกฎหมาย พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยิงไปเลย แล้วทำไมเขาถึงไม่ยิง ถามว่าตอนนี้มีใครไป ก็พูดไปเองทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังได้พาดพิงถึงเรื่องนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มันจบไปแล้ว จะเอาอะไรอีก เรื่องนาฬิกาจะทำอย่างไรได้ เพราะฉันยืมเขามา
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเสียง ส.ว.เทเสียงโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นหน้าที่ของเขา ไม่ว่าใครจะติฉินนินทาว่าร้ายอย่างไร ก็เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนด ตรงกันข้ามที่เขาไม่โหวต เขาอาจจะผิดก็ได้ และที่พูดกันว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
นายวิษณุยังกล่าวถึงไทม์ไลน์การทูลเกล้าฯ ถวายเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ว่า สภาจะเป็นผู้นำรายชื่อนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งเร็วที่สุดน่าจะเป็นวันที่ 6 มิ.ย. จากนั้นก็สุดแล้วแต่จะโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกลับลงมาเมื่อไหร่ และเมื่อมีโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่นายกฯ จะดำเนินการเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ สุดแล้วแต่เห็นสมควร ซึ่งคงต้องหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ หลังจากนั้นจะส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เลขาธิการ ครม.นำรายชื่อทั้งหมดไปตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าเป็นไปตามไทม์ไลน์นี้ เราน่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ประมาณปลายเดือนนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทั่วไปไม่ควรยาวนาน วันนี้เพิ่งวันที่ 6 มิ.ย. เหลืออีกตั้ง 24 วันก็น่าทำได้ แต่สิ่งที่ควรต้องทำไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลคงทราบแล้ว แต่หากต้องให้เกิดความรอบคอบ คือในระหว่างที่จะจัดตั้ง ครม. ซึ่งจะมาจากพรรคใด และใครไปอยู่ที่ไหนก็ตาม สิ่งที่ควรทำไปพร้อมๆ กันคือการยกร่างนโยบาย เพราะเมื่อไปถึงวันที่ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว หลังจากนั้นต้องแถลงนโยบายภายใน 15 วัน ดังนั้นควรใช้เวลาช่วงนี้ ซึ่งยังไม่ได้นับหนึ่งมายกร่างนโยบายไว้ก่อน เตรียมไว้ และพอจัดตั้ง ครม.เสร็จ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็เอานโยบายที่จัดทำเสร็จแล้วมาปรับปรุงอีกไม่มากนัก แล้วเสนอ จากนั้นก็สามารถเดินหน้าเรื่อง 15 วันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์สามารถเข้าไปร่วมร่างนโยบายต่างๆ ได้เลยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า หากเป็นการเตรียมการก็ทำได้อยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้งดงามก็ควรรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งลงมาก่อน แต่การเตรียมการในช่วงนี้ สามารถทำได้ ซึ่งตอนนี้นายกฯ มีอำนาจเต็มจะดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;
ถามถึงการทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีต่อ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังครับๆ และเมื่อถามว่ามองเสถียรภาพของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรจากนี้ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เราก็เห็นกันอยู่แล้ว คุณก็รู้เท่ากับตนเอง
พ่อฟ้าแค่หมากไม่ใช่ขุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊กของนายธนาธรได้โพสต์ในหัวข้อ &amp;ldquo;นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้น&amp;rdquo; โดยย้ำว่า วันนี้เราไม่ได้พ่ายแพ้ เพียงแต่ชัยชนะของเราถูกปล้นไป เพราะกติกาที่ไม่เป็นธรรม แต่พวกเราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าท้ายที่สุดชัยชนะจะเป็นของประชาชน เผด็จการไม่สามารถต้านทานสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดไป ซึ่งการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ทำให้ประชาชนเป็นสักขีพยานแล้วว่าพวกเขาจะต้องใช้ต้นทุนสูง และต้องทำตัวทุเรศทุรังขนาดไหนในการสืบทอดอำนาจ และในทางกลับกันครั้งนี้ พวกเราได้ต่อสู้อย่างจริงจังแค่ไหนเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไปเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ที่รักความเป็นธรรมและอยากเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้น โปรดอย่าสิ้นหวัง นี่ไม่ใช่เวลาของการสิ้นหวัง เพราะเราจะยังเดินหน้ามุ่งทำงานการเมืองสร้างสรรค์อย่างแข็งขันต่อไป ไม่เช่นนั้นลูกหลานของเราก็จะเติบโตมาในสังคมที่ไม่เป็นธรรม ไม่มีสิทธิเสรีภาพเช่นที่เป็นอยู่นี้ ดังนั้นจงอย่าส่งต่อสังคมเช่นนี้ให้ลูกหลานของเรา และสุดท้ายนี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้น เราจะสู้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; เฟซบุ๊กนายธนาธรโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไผ่ ลิกค์ หรือไผ่ วันพอยท์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงวาทกรรมการปล้นชัยชนะของคุณธนาธร ว่าไม่มีใครปล้นหรอก เพราะถ้าวันนี้ เสียงฝั่งฝ่ายค้านปัจจุบันชนะจะไม่มีการส่งชื่อคุณธนาธรแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยจะส่งคนของเขามา &amp;nbsp;คุณธนาธรจึงเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ไม่ใช่ขุน วันนี้ ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยไม่ได้ชอบสิ่งนี้เท่าไหร่ เพราะคุณธนาธรคือคู่แข่งโดยตรงของพวกเขา เพราะฐานเสียงเดียวกัน ไม่มีใครเอาลูกเค้ามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเค้ามาอม แล้วไม่หวังอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และอดีตเลขาธิการ กปปส. กล่าวถึงกรณีนายธนาธรระบุถูกปล้นประชาธิปไตยว่า ไม่ทราบหมายความว่าอย่างไร ปล้นตอนไหน ถ้าเกิดคนกล่าวหานายธนาธรว่าที่ได้มาเยอะแยะทำอะไรมา อย่างนี้ไม่ได้หรอก การเมืองต้องไม่มากล่าวหากันเลื่อนลอย ว่าไปตามกฎเกณฑ์กติกา เลือกนายกฯ เปิดเผยชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรค พท. กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯ ว่ารู้สึกแปลกใจมากที่สุด ตั้งแต่ทำงานร่วมกับ ส.ว.มาหลายสมัย เพิ่งเห็น ส.ว.ทั้ง 250 คนลงมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ครบทุกคนชนิดไม่มีแตกแถวแม้แต่เสียงเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสภาสูง ซึ่งสิ่งที่สังคมคลางแคลงใจ และอาจคิดว่า ส.ว.ต้องเป็นกลางนั้น เชื่อว่าประชาชนวันนี้เข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า เก้าอี้นายกฯ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ช่วงชิงเอามาจนได้สะท้อนความบิดเบี้ยวทางการเมือง ซึ่งเป็นผลพวงจากการรัฐประหาร จัดเป็นชัยชนะที่ไม่ขาวสะอาดและขาดความสง่างาม ต่อให้ได้คะแนน 500 เสียง ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นนายกฯ ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งคือ คะแนนเสียงจาก ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และคะแนนอีกครึ่งหนึ่งก็ได้มาจากบรรดา ส.ส.ปัดเศษ ซึ่งไม่ใช่ผู้แทนที่ประชาชนส่วนใหญ่ลงคะแนนให้
ด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การเลือกนายกฯ เป็นไปตามกติกาที่ออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญประชาชนต้องยอมรับในกติกาในรัฐธรรมนูญด้วย ทำให้กลไกนั้นเดินต่อไป ส่วนที่ว่าเดินต่อไปแล้วจะเกิดปัญหาอะไรก็ต้องไปแก้กันในสภา ซึ่งการเลือกนายกฯ ทุกฝ่ายได้แสดงบทบาทของทุกฝ่ายได้เต็มที่แล้ว ถือเป็นจุดเริ่มให้การเมืองไทยและระบบ สิ่งสำคัญคือการทำให้ประเทศกลับสู่ระบบปกติ
โยน&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ชี้ขาดโควตา
&amp;ldquo;วันนี้สังคมไทยต้องอดทนกับสิ่งเหล่านี้ แม้ไม่พอใจในกติกา แต่กติกานี้ก็ผ่านกระบวนการ ดังนั้นคิดว่าต้องเดินต่อ และการจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงข้างมาก เมื่อมีนายกฯ แล้วสัดส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะการเมืองก็ขึ้นอยู่กับการต่อรองอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญอยากเห็นว่าการต่อรองเพื่อการทำงานให้บ้านเมืองได้ดีขึ้น&amp;rdquo; นายวุฒิสารกล่าว
สำหรับความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลได้กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังจบการโหวตนายกฯ โดยเฉพาะการจัดสรร ครม. โควตารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งในดีลแรกที่ ปชป.ได้กระทรวงพาณิชย์, เกษตรฯ และการพัฒนาสังคมฯ ส่วน ภท.ได้คมนาคม, สาธารณสุข และท่องเที่ยวฯ นั้น แกนนำพรรคยังยืนยันเงื่อนไขเดิม ใช้ระบบพรรคการเมือง โดยผู้บริหารพรรคจะเป็นผู้เจรจาพูดคุย แล้วเอาเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และจะมีการแถลงความชัดเจนจากนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. ในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากคุยกันไม่ลงตัว และ 2 พรรคยังยืนยันคำเดิมที่จะยึดดีลแรก พรรคจะโยนสิทธิ์ขาดให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาความเหมาะสมด้วยตัวเอง เพราะได้เรียนรู้จากการสูญเสียเก้าอี้ประธานสภาฯ ให้กับ ปชป. ที่ทำให้การประชุมรัฐสภาโหวตนายกฯ ถูกถล่มอย่างหนัก หากยังเสียโควตากระทรวงสำคัญๆ อย่างพาณิชย์, คมนาคม และเกษตรฯ อีก จะทำให้การทำงานของรัฐบาลลำบาก&amp;rdquo;
มีรายงานข่าวอีกว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ยังมองว่าหากโควตายังเป็นแบบนี้ ไม่เหลือกระทรวงเกรดเอไว้เลย อาจทำงานไม่ได้ และปัญหาเรื่องสุขภาพอาจเป็นเหตุผลทำให้นายสมคิดตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในสมัยที่ 2 ต่อก็ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;แกนนำ พปชร.จะหารือกันในวันที่ 7 มิ.ย. ซึ่งมองว่ายังมีเวลาในการพูดคุยกับพรรคร่วมถึงโควตา ที่ขณะนี้ต้องยอมรับว่ายังไม่ลงตัว โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุต้องเป็นของพรรคหลัก ส่วนเก้าอี้ไหนที่ลงตัวแล้วอาจส่งให้นายกฯ พิจารณาไปก่อน โดยได้วางไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด ไม่ให้เกินวันที่ 13 มิ.ย.&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว พปชร.จะดึงกระทรวงเกษตรฯ กลับมา ว่าการกำหนดกระทรวงหรือจัดตั้งรัฐบาลอยู่ที่ กก.บห. โดยพรรคได้มอบให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคเป็นผู้ดำเนินการ โดยหากไม่ได้กระทรวงตามที่ได้ไปหาเสียงไว้ ก็ถือเป็นความเสียหายในภาพรวม แต่ส่วนตัวคงไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็ต้องยอมรับว่ามีทั้งคนผิดหวังและสมหวัง ก็ว่ากันไป ซึ่งเพิ่งเริ่มนับหนึ่ง และไม่มีการรับปากกัน เพิ่งจะเริ่มต้น และนายกฯ จะเป็นผู้พิจารณาท้ายสุด&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ตอบถึงกรณีอาจไม่ได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;
ปชป.-ภท.ยันยึดดีลเดิม
นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรค พปชร.ยอมรับว่า การจัดโควตารัฐมนตรีใหม่มีโอกาสเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นแนวทางหนึ่ง ขึ้นอยู่กับ กก.บห. ถ้าพรรคร่วมคุยกันไม่จบ คิดว่าสุดท้ายคงต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนเคาะรายชื่อ เพราะถือเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรค ปชป.คิดว่าเป็นประเด็นรองๆ เพราะการแก้ปัญหาประเทศให้ประชาชนอยู่ดีกินดีน่าจะต้องมาก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ต้องถาม พปชร. เพราะเขาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจเป็นเรื่องภายในของพรรคเขาก็ได้ แต่พรรคขอเรียนว่ามีข้อยุติแล้ว ดังนั้นคงเป็นไปตามนั้น ซึ่งยังเชื่อมั่นว่าจะเป็นไปตามที่ได้คุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. มองเรื่องนี้ว่า ต้องถามไปยังพรรค พปชร.ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าจริงจะไม่เป็นธรรมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นที่โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนถือคติว่า อ้อยเข้าปากช้าง ผีถึงป่าช้าแล้วยังไงไม่ฝังก็เผา อยากให้แกนนำ พปชร.ทบทวนเรื่องนี้ ให้ข้อตกลงเป็นข้อตกลง สัญญาเป็นสัญญา หากบิดพลิ้ว บิดเบือน เปลี่ยนแปลง และยึดคืนจะไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ รวมทั้งจะทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารราชการแผ่นดินด้วยความยากลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวพร้อมหัวเราะในเรื่องนี้ว่า ดีจะได้ขอเพิ่ม แต่วันนี้ยังไม่มีใครพูดเป็นอย่างอื่น เพราะเราได้พูดไปแล้ว ว่าต้องการเข้าไปทำงานเพื่อเดินหน้าในนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน เราจะพยายามเข้าไปทำงานในด้านที่เรามีฝีมือ ทั้งนี้ จากวันที่ตกลงกันกับพรรค พปชร.จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
&amp;ldquo;จะยอมถ้าทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ แต่การเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยนได้ทั้งสองฝั่ง เพราะทุกอย่างมีสองด้าน เชื่อว่าพรรค พปชร.จะไม่เอากรณีนายสิริพงศ์มาเป็นข้อต่อรอง และเชื่อว่าเรื่องนี้ก็ไม่ใช่การต่อรอง เราต้องการทำให้บ้านเมืองเดินหน้า โดยทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย ใครทำไม่ดีก็ไปว่ากันในสภา เช่นเดียวกับใครขี้โกงก็ลากไส้กันในสภา เพราะเวทีเปิดแล้ว&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 10 พรรคการเมืองนั้น ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 10 พรรคมามอบให้กับนายสรศักดิ์ โดยมีมติมอบให้นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ เป็นผู้ประสานงานของกลุ่ม 10 พรรคการเมือง เพื่อให้การทำงานร่วมกันในรัฐสภามีความเป็นเอกภาพ
พร้อมเป็นผู้นำฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า 7 พรรคจะหารือในอาทิตย์ถัดไป เพื่อสรุปสิ่งที่เกิดขึ้น และดูว่าจะร่วมมือทำงานต่อไปอย่างไร เพราะต้องเป็นฝ่ายค้านในสภา โดยเฉพาะในกรณีผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งหัวหน้าพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ ส่วนกระแสข่าวที่มีชื่อนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าพรรคนั้น นายสมพงษ์เป็นผู้มีอาวุโส มีความเหมาะสมหลายประการ มีศักยภาพสามารถประสานงานกับส่วนต่างๆ ได้ แต่สุดท้ายท้ายต้องหารือกันอีกครั้ง เมื่อถึงตอนนั้นก็ต้องมีการประชุมสามัญประจำปีภายในพรรคเพื่อตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ต่อไป อย่างช้าไม่เกินเดือน ก.ค.หรือ ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคได้วางตัวบุคคลในตำแหน่งต่างๆ ไว้พร้อมแล้ว ทั้งบุคคลที่จะร่วมยกร่างข้อบังคับการประชุมสภา รวมถึงผู้นำฝ่ายค้าน ทันทีที่สภามีกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน พรรคจะประชุมเพื่อเลือก กก.บห.และหัวหน้าพรรคทันที ส่วนที่มีข่าวจะนั่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ กก.บห. แต่ก็มีความพร้อม เพราะเดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้ว เป็นฝ่ายค้านก็ต้องทำได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ กล่าวถึงการทำงานต่อไปว่า จะมีความเป็นเอกภาพเหมือนกับโหวตเลือกนายกฯ โดยได้ย้ำตั้งแต่ต้น เป็นคนรักษาคำพูด คำไหนคำนั้น จุดยืนทางการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ การเป็นบุคคลสาธารณะและมาทำงานการเมือง ต้องตัดสินใจให้แน่วแน่ว่าคิดอะไรอยู่.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, นายกรัฐมนตรี, พปชร., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พ่อฟ้า, ยึดดีลแรก, รื้อโควตาใหม่, หนังสือพิมพ์, โหวตนายกฯ, ไผ่ วันพอยท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf920b4095b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
