<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นิ้วม็อบใหญ่8พย. เรียกร้องถึงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจ&amp;rdquo; เตรียมกำลังรับมือม็อบจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;nbsp; ขออย่าฝ่าฝืน กม. แย้มดำเนินคดีชุมนุมแล้วกว่า 140 คดีทั่วประเทศ &amp;quot;ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ&amp;quot; พบ พงส.รับแจ้งข้อหาผิด ม.116 ยุยงปลุกปั่น&amp;nbsp; โวยโดนกลั่นแกล้ง &amp;quot;มายด์&amp;quot; ปฏิเสธข้อหาบุกไปหน้าสถานทูตเยอรมนี &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; นัดชุมนุมใหญ่ 8 พ.ย. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เคลื่อนขบวนยื่น 3 ข้อเรียกร้องต่อสถาบันฯ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; ออกจาก รพ.ประกาศร่วมบู๊
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 พ.ย.63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงภาพรวมการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันที่มีการรวมตัวชุมนุมของกลุ่มต่างๆ มีการกระทำความผิดหลายบริบท ภาพรวมทั่วประเทศ 26 จังหวัด ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 140 คดี จึงอยากฝากถึงการชุมนุม ต้องยึดถือตามตัวบทกฎหมายเป็นหลัก โดยเฉพาะการแจ้งเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เป็นการแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ แล้วจัดกำลังไปอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรและรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งแจ้งและไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่แล้วก็ยังมีการฝ่าฝืนกฎหมายหลายๆส่วน สุดท้ายพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จะมีหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ให้ชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจจับกุมกับปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมว่า ยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ&amp;nbsp; ซึ่งในการชี้แจงคงเป็นหน้าที่ของส่วนที่เกี่ยวข้องหรือฝ่ายกฎหมาย เป็นการชี้แจงตามปกติ ส่วนประเด็นอื่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้กังวลอะไร ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) แถลงว่า ในส่วนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับความมั่นคงและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งหมด 85 ราย ผู้ต้องหา 79 คน ข้อหาที่สำคัญคือมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 68 ราย ความผิดประทุษร้ายตามมาตรา 110 จำนวน 3 ราย ความผิด 116 จำนวน 13 ราย และความผิดโทษเปรียบเทียบปรับอีก 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีกลุ่มราษฎรออกแถลงการณ์ที่สนามหลวง ยืนยันจะชุมนุมอย่างต่อเนื่อง รอง ผบช.น.กล่าวว่า ทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ได้ประชุมหารือเตรียมกำลังรองรับสถานการณ์ให้มีความพร้อมอยู่ตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พญาไท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกตามความผิดมาตรา 116 ภายหลังจากนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธะอิสระ) มอบอำนาจให้นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เป็นผู้กล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิของกลุ่มเยาวชนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงดำเนินคดีพวกตนตามความผิดมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น เพราะที่ผ่านมา ตนเองไม่เคยแสดงออกความเห็นใดๆ ที่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดดังกล่าว จึงสงสัยว่านายสุวิทย์นำข้อความใดมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพราะขณะนี้มีการใช้มาตรา 116 มาเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายธนาธรและคณะเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ซึ่งมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และ ผกก.สน.พญาไท มาร่วมสอบสวนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวน นายปิยบุตรกล่าวว่า สาเหตุที่ตนเองถูกดำเนินคดีเนื่องจากนายสุวิทย์อ้างถึงการกระทำหลายอย่างที่มองว่าเข้าข่าย ม.116 ตั้งแต่บทความเก่า หนังสือและการบรรยายในห้องเรียน สมัยที่ตนเองยังเป็นอาจารย์ใน ม.ธรรมศาสตร์ และการไลฟ์เฟซบุ๊กว่าด้วยเรื่องการนำข้อเรียกร้อง 3 ข้อของผู้ชุมนุมมาพูดคุยในคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ส่วนของนายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์ ก็อ้างอิงถึงการบรรยายเรื่องงบประมาณของพระมหากษัตริย์มาใช้ในการดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมองว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นเรื่องเก่านานกว่า 10 ปี แต่ถูกนำมาโยงเข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการอภิปรายด้วยความปรารถนาดี เพื่อหาทางออก แต่กลับถูกมองว่าเป็นความผิดในสายของนายสุวิทย์ทั้งหมด และยังไม่เป็นคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย เพราะต้องนำเรื่องนี้ไปต่อสู้ในชั้นศาล&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
ม็อบนัดชุมนุมใหญ่8พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นายปิยบุตรยังคงแผ่นเสียงตกร่อง ท่องแต่คำว่าถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ จนประชาชนเขารู้ทันกันทั้งประเทศแล้ว ฉะนั้นขอให้เลิกตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เพื่อเรียกคะแนนสงสารเสียที โดยขอให้นายปิยบุตรมีความกล้าหาญ แอ่นอกรับความผิด โดยขอให้ไปเปิดดูกฎหมายมาตรา 116 ดูก็จะรู้อยู่แก่ใจ เพียงแต่จะสำนึกหรือไม่ หรือว่าจะตะแบงไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่มมหานครประชาธิปไตย พร้อมนายศุภณัฐ บุญสด ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบ พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.อคฝ. และ รรท.ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ&amp;nbsp; ตามหมายเรียกกรณีการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันกระทําให้ปรากฏแก่ประชาชนโดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมืองฯ&amp;rdquo; ตามกฎหมายอาญา มาตรา 116 โดยมี ผบช.น.ร่วมสอบปากคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภัสราวลีกล่าวหลังพบพนักงานสอบสวนว่า ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือและให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ในการประกันตัว โดยตนจะขอให้การเป็นหนังสืออีกครั้ง ยืนยันว่าพร้อมที่จะเดินทางต่อไปอย่างรอบคอบให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์ข้อความเรื่อง เราจะชนะได้รึเปล่า? เราจะเดินไปสู่จุดไหน เราจะทำให้จบในรุ่นเราได้จริงหรือไม่ เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า 8 พฤศจิกายนนี้! เวลา 16.00 น. ออกมาร่วมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก่อนเตรียมเดินขบวน เขียนจดหมายของทุกคน เพื่อเตรียมยื่นถึงกษัตริย์ของเรา ขอทุกคนจงออกมาร่วมกันยืนยันว่าประเทศนี้ดีกว่านี้ได้ ร่วมกันยืนยันใน 3 ข้อเรียกร้อง 1.ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป! เนื่องจากมีที่มาอย่างไม่ถูกต้อง และเพื่อเปิดทางให้ประเทศไทยกลับไปสู่ครรลองของระบอบประชาธิปไตยที่กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน เพื่อนำพากติกาที่เป็นธรรม และไม่บิดเบี้ยว เป็นกติกาที่เขียนเพื่อประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่มีความหมายว่าทำให้ดีขึ้น และให้กลับมาอยู่ใต้รัฐธรรมนูญเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ในประเทศไทยได้อย่างสง่างาม นี่ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือหนทางเดียวที่จะนำพาประเทศหลุดพ้นวิกฤตินี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอนหนึ่งระบุว่า ขณะนี้ได้ออกจากการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 แล้ว โดยทางคณะแพทย์ได้ให้ความเห็นให้ผมพักฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บอยู่อีกระยะหนึ่ง ถึงแม้แรงกายผมจะยังไม่พร้อมในวันนี้ แต่แรงใจผมยังคงเต็มเปี่ยม ผมรอคอยที่จะได้ออกมาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องทุกท่านมานานกว่าครึ่งเดือน และเมื่อร่างกายผมคืนกำลังวังชาอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าที่แรกที่ผมจะออกไปคือที่ชุมนุมขับไล่เผด็จการศักดินา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายณวิบูล ชมภู่ อดีตประธานร่วมภาคีนักศึกษาศาลายา และนายกวินทร์ วิชาดี พิชญภิรมย์ อดีตรักษาการโฆษกภาคีนักศึกษาศาลายา เผยแพร่จดหมายประกาศยุติบทบาทในฐานะสมาชิกภาคีนักศึกษาศาลายา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณวิบูลกล่าวถึงสาเหตุการยุติบทบาทในฐานะสมาชิกภาคีนักศึกษาศาลายาว่า ตนมีอีกโปรเจ็กต์ที่อยากจะทำ ยังไม่ขอบอกรายละเอียด ซึ่งถ้าเคลื่อนไหวในนามองค์กรจะมีผลกระทบ จุดยืนของคนในองค์กรกับตนมีบางอย่างต่างกัน จึงตัดสินใจลาออกเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย แต่ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อในนามส่วนตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ลาดพร้าว นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง เข้าแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ความผิดตามมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีจงใจเจตนาให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านผู้ชุมนุม เพื่อนำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ที่อ้างว่ากระทบต่อขบวนเสด็จฯ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82946</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัดชุมนุมใหญ่, ม.116, ยึดถือตามตัวบทกฎหมาย, ยุยงปลุกปั่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa40bae9e292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
