<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ส.โชว์ยึดทรัพย์พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการ &amp;quot;ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด&amp;quot; ครั้งที่ 3 โชว์ผลงานยึดทรัพย์ได้นับพันล้านบาท เร่งคลอดประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อสาวให้ถึงต้นตอ หวังกฎหมายยาเสพติดใหม่เสร็จทำงานง่ายกว่านี้ &amp;nbsp;ด้านเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยยึดทรัพย์ได้แล้ว 5,658 ล้านบาท ขาด 341 ล้าน ครบตามเป้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ค.64 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีการแถลงผลปฏิบัติการ &amp;quot;ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด&amp;quot; ครั้งที่ 3/2564 (เครือข่ายการเงินนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ) โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. และนายคริสโตเฟอร์ นีลเซ่น ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า แนวทางของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด ให้หน่วยงานบูรณาการการทำงานโดยมี ป.ป.ส.เป็นหน่วยงานหลัก เป้าหมายคือยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดให้ได้ 6,000 ล้านบาท หรือ 10 เท่าจากเดิม โดยยุทธการพิทักษ์ไทยได้ดำเนินการมาเรื่อยๆ และยังมีปฏิบัติการพาลีปราบยาได้ตัวเลขการยึดทรัพย์ได้มากพอสมควร ตนอยากให้ทุกท่านสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเครื่องมือสำคัญคือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่จะทำให้ราชการทำงานได้ง่ายขึ้นในการยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา ขนาดเราทำตามกฎหมายเก่าเรายังทำได้ตามเป้าหมาย ซึ่งในร่างกฎหมายใหม่จะมีคำว่า แวลู เบท คือการยึดทรัพย์ย้อนหลังตามมูลค่าที่เคยค้ายาเสพติดมา โดยมีคณะกรรมการศึกษาภูมิหลังของผู้ต้องหา ซึ่งจะทำให้การปราบปรามยาเสพติดสัมฤทธิผลในการจัดการให้สิ้นซาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ยังกล่าวว่า รัฐบาลในอดีตมีการตัดตอนผู้ค้า ซึ่งตรงนี้เราไม่เห็นด้วย แต่เราเห็นด้วยกับการยึดทรัพย์ และเราไม่สนใจคนขายหรือคนขนยา แต่เราจะเน้นการยึดทรัพย์ทั้งขบวนการและสาวไปให้ถึงต้นตอ ซึ่งเราจะใช้แนวทางนี้เป็นหลัก เน้นการยึดทรัพย์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งตนหวังว่าร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดจะผ่านการพิจารณาของรัฐสภาภายในเดือน ก.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่ผ่านมาตนได้เชิญหน่วยงานจากศาล กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข มาหารือการทำงานหลังร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดบังคับใช้ ซึ่งทุกหน่วยงานพร้อมที่จะเดินหน้าไปกับเรา ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาผลการชี้วัดการปราบปรามยาเสพติดจะมาจากจำนวนผู้เสพและการจับเม็ดยา แต่ตนจะเปลี่ยนตัวชี้วัดตรงนี้ใหม่โดยจะใช้จำนวนการยึดทรัพย์แทน ซึ่งรางวัลนำจับเม็ดยาจะลดลงแต่จะไปเพิ่มรางวัลในเรื่องของการยึดทรัพย์แทน ซึ่งตนขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงประเทศพันธมิตรในกลุ่มลุ่มน้ำโขงและประเทศปลายทาง ที่ร่วมมือกันทำงานปราบปรามอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชัยกล่าวว่า การปฏิบัติการวันนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 3 ก.พ.2564 ตำรวจ บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมไอซ์ 100 กิโลกรัม และยาบ้า 381 เม็ด ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต่อมาวันที่ 18 ก.พ.2564 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางเฮโรอีน 100 แท่ง ที่ จ.น่าน และขยายผลจนสามารถจับกุม น.ส.เขมมิกา พร้อมยึดทรัพย์ 34.9 ล้านบาท ในยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 2/2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุม น.ส.เขมมิกา ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินของเครือข่าย 5 คน ได้แก่ 1.น.ส.ดุลยลักษณ์ ว่องไวยนต์ 2.น.ส.ตง เฉิน 3.น.ส.ณัฐพัชร์ เชษฐธนินภัชร์ 4.นายชยพล ไพรรุ่งเรือง 5.นายสุชัย เครือแก้ว และผู้ลักลอบขนเฮโรอีนไปยังประเทศมาเลเซีย 5 คน คือ ได้แก่ 1.น.ส.นีรา เจะเงาะ 2.นายมูฮามัดฟาอิส ยูโซะ 3.นายเจ๊อุเสน จาปีพันธุ์ นายสมชาติ จาปีพันธ์ และนายไฟโซ อาแว และอายัดทรัพย์สินในวันนี้ได้ 37 ล้านบาท รวมแล้วทั้งเครือข่ายขณะนี้ยึดได้กว่า 1,066 ล้านบาท โดยยังจะมีเพิ่มเติมอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวเพิ่มเติม​อีกว่า จากผู้ต้องหาที่อนุมัติหมายจับทั้งหมด 10 ราย ขณะนี้จับกุมได้แล้ว 5 ราย จากการลงพื้นที่ตรวจค้นทั้งหมด 17 จุด โดยขณะนี้กำลังเร่งสืบสาวไปให้ถึงผู้บงการและเป็นเจ้าของโรงงานผลิตยา ทราบว่าชื่อ นายหลง อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยมีธุรกิจร้านรับแลกเงินในไทยด้วย รวมถึงผู้รับยาปลายทางที่อยู่ในประเทศมาเลเซียซึ่งเรากำลังเร่งติดตาม ทั้งนี้ จากเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท การดำเนินการตั้งแต่เดือน ต.ค.2563 กับยอดรวมในวันนี้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5,658 ล้านบาทแล้ว โดยยังขาดอีก 341 ล้านบาท จะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเหลือระยะการทำงานอีก 3 เดือน ซึ่งจะได้จำนวนเกินเป้าที่เราวางไว้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108709</URL_LINK>
                <HASHTAG>658 ล้านบาท, กฎหมายยาเสพติด, ตัดวงจรยาเสพติด, ป.ป.ส.โชว์ยึดทรัพย์พันล้าน, ยึดทรัพย์, ยุทธการพิทักษ์ไทยครั้งที่3, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2bfab8dc4e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ตีปี๊บยึดทรัพย์แก๊งค้ายาเพิ่มพันล้าน! ขาดอีก341ล.ทะลุเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีการแถลงผลปฏิบัติการ &amp;quot;ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด&amp;quot; ครั้งที่ 3/2564 (เครือข่ายการเงินนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ) โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. และนายคริสโตเฟอร์ นีลเซ่น ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า แนวทางของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด ให้หน่วยงานบูรณาการการทำงานโดยมี ป.ป.ส.เป็นหน่วยงานหลัก เป้าหมายคือยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดให้ได้ 6,000 ล้านบาท หรือ 10 เท่าจากเดิม โดยยุทธการพิทักษ์ไทยได้ดำเนินการมาเรื่อยๆ และยังมีปฏิบัติการพาลีปราบยาได้ตัวเลขการยึดทรัพย์ได้มากพอสมควร ตนอยากให้ทุกท่านสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเครื่องมือสำคัญคือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่จะทำให้ราชการทำงานได้ง่ายขึ้นในการยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา ขนาดเราทำตามกฎหมายเก่าเรายังทำได้ตามเป้าหมาย ซึ่งในร่างกฎหมายใหม่จะมีคำว่า แวลู เบท&amp;nbsp; คือการยึดทรัพย์ย้อนหลังตามมูลค่าที่เคยค้ายาเสพติดมา โดยมีคณะกรรมการศึกษาภูมิหลังของผู้ต้องหา ซึ่งจะทำให้การปราบปรามยาเสพติดสัมฤทธิ์ผลในการจัดการให้สิ้นซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลในอดีตมีการตัดตอนผู้ค้า ซึ่งตรงนี้เราไม่เห็นด้วย แต่เห็นด้วยกับการยึดทรัพย์ และเราไม่สนใจคนขายหรือคนขนยา แต่จะเน้นการยึดทรัพย์ทั้งขบวนการและสาวไปให้ถึงต้นตอ ซึ่งเราจะใช้แนวทางนี้เป็นหลักเน้นการยึดทรัพย์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งหวังว่าร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดจะผ่านการพิจารณาของรัฐสภาภายในเดือน ก.ค.นี้ และที่ผ่านมาได้เชิญหน่วยงานจากศาล กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข มาหารือการทำงานหลังร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดบังคับใช้ ซึ่งทุกหน่วยงานพร้อมที่จะเดินหน้าไปกับเรา ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาผลการชี้วัดการปราบปรามยาเสพติดจะมาจากจำนวนผู้เสพและการจับเม็ดยา แต่จะเปลี่ยนตัวชี้วัดตรงนี้ใหม่โดยจะใช้จำนวนการยึดทรัพย์แทน ซึ่งรางวัลนำจับเม็ดยาจะลดลงแต่จะไปเพิ่มรางวัลในเรื่องของการยึดทรัพย์แทน ซึ่งตนขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงประเทศพันธมิตรในกลุ่มลุ่มน้ำโขงและประเทศปลายทาง ที่ร่วมมือกันทำงานปราบปรามอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวอีกว่า การปฏิบัติการวันนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 3 ก.พ. 2564 ตำรวจ บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมไอซ์ 100 กิโลกรัม และยาบ้า 381 เม็ด ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต่อมาวันที่ 18 ก.พ. 2564 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ตำรวจภูธรภาค 5 ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางเฮโรอีน 100 แท่ง ที่ จ.น่าน และขยายผลจนสามารถจับกุม น.ส.เขมมิกา พร้อมยึดทรัพย์ 34.9 ล้านบาท ในยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 2/2564 และในวันนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุม น.ส.เขมมิกา ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินของเครือข่าย 5 คน ได้แก่ 1. น.ส.ดุลยลักษณ์ ว่องไวยนต์ 2.น.ส.ตง เฉิน 3.น.ส.ณัฐพัชร์ เชษฐธนินภัชร์ 4.นายชยพล ไพรรุ่งเรือง 5.นายสุชัย เครือแก้ว และผู้ลักลอบขนเฮโรอีนไปยังประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp; 5 คน คือ ได้แก่ 1.น.ส.นีรา เจะเงาะ 2.นายมูฮามัดฟาอิส ยูโซะ 3.นายเจ๊อุเสน จาปีพันธุ์ นายสมชาติ จาปีพันธ์ และนายไฟโซ อาแว และอายัดทรัพย์สินในวันนี้ได้ 37 ล้านบาท รวมแล้วทั้งเครือข่ายขณะนี้ยึดได้กว่า 1,066 ล้านบาท โดยยังจะมีเพิ่มเติมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผู้ต้องหาที่อนุมัติหมายจับทั้งหมด 10 ราย ขณะนี้จับกุมได้แล้ว 5 ราย จากการลงพื้นที่ตรวจค้นทั้งหมด 17 จุด โดยขณะนี้กำลังเร่งสืบสาวไปให้ถึงผู้บงการและเป็นเจ้าของโรรงงานผลิตยา ทราบว่าชื่อนายหลง อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยมีธุรกิจร้านรับแลกเงินในไทยด้วย รวมถึงผู้รับยาปลายทางที่อยู่ในประเทศมาเลเซียซึ่งเรากำลังเร่งติดตาม ทั้งนี้จากเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท การดำเนินการตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563 กับยอดรวมในวันนี้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5,658 ล้านบาทแล้ว โดยยังขาดอีก 341 ล้านบาท จะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเหลือระยะการทำงานอีก 3 เดือน ซึ่งจะได้จำนวนเกินเป้าที่เราวางไว้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108648</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยธ., ยาเสพติด, ยึดทรัพย์, ยุทธการพิทักษ์ไทยครั้งที่3, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e28bd37a2a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลาย97เครือข่าย ยึดทรัพย์2.4พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผบ.ตร.นำทีมแถลงผลทลาย 97 เครือข่ายยานรก จับผู้ต้องหา 1.9 แสนคน ยึดทรัพย์คดียาเสพติดกว่า 2,400 ล้านบาท ล่าสุดกวาดล้าง 2 รายใหญ่ &amp;ldquo;จะฟู ทาปะ-นักบิน BMW&amp;rsquo; ยึดของกลางยาบ้า-ไอซ์ โทษถึงประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามขุดรากถอนโคน กดดัน ปูพรมไล่ล่า จับกุม ยึดทรัพย์สินขบวนการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการปราบปรามยาเสพติดปีงบประมาณ 2564 รอบ 6 เดือนที่ผ่านมา พบมีจํานวนคดียาเสพติดทั้งสิ้น 192,749 คดี ส่วนใหญ่จะเป็นคดีเสพ รองลงมาเป็นครอบครอง และครอบครองเพื่อจําหน่าย สามารถดําเนินคดีผู้ต้องหาได้ 193,604 คน เป็นเพศชายร้อยละ 89.6 เพศหญิงร้อยละ 10.4 ตรวจยึดยาเสพ ยาบ้า 301,056,263 เม็ด กัญชา 24,425.23 กิโลกรัม เฮโรอีน 2,747.30 กิโลกรัม ไอซ์ 19,875.02 กิโลกรัม เคตามีน 948.45 กิโลกรัม ยาอี 248,991 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.เผยว่า ล่าสุด บช.ปส.มีผลการจับกุมเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ คดีแรก เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. สนธิกำลังตำรวจภูธรภาค 5 ทหาร และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดของเครือข่าย &amp;ldquo;นายจะฟู ทาปะ&amp;rdquo; ได้บนถนนเลี่ยงเมืองสาธารณะบ้านแม่ฮ่าง-บ้านสันต้นหมื้อ ม.6 หน้าโรงอบข้าวไวเจริญค้าข้าว ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 5,000,000 เม็ด ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ยวางอยู่ที่ท้ายกระบะของกลาง เบื้องต้นแจ้งข้อหา &amp;quot;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1-5 ล้านบาท หรือประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 บช.ปส., เจ้าหน้าที่กลุ่มงานการข่าว บก.ชส.บช.ปส., ตำรวจ สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู, สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ฉายา &amp;ldquo;นักบิน BMW&amp;rdquo; คือ นายเกียรติศักดิ์ หรือเป้ ศรีรัตนาวดี อายุ 30 ปี, นายอภิวัฒน์ หรือเอก แซ่ภู่ อายุ 35 ปี และนายอรุณศักดิ์ หรือเก่ง ศรีสุวรรณ์ อายุ 25 ปี ได้บนถนนสายศรีชมพู ชุมแพ ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ต่อเนื่อง ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ขณะลำเลียงยาเสพติดเพื่อส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑล ตรวจค้นรถยนต์พบของกลางไอซ์ น้ำหนักประมาณ 99 กิโลกรัม เบื้องต้นแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1-5 ล้านบาท หรือประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เป้าหมายการทําลายเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาล สํานักงานตํารวจแห่งชาติสามารถทําลายเครือข่ายรายใหญ่ 97 เครือข่าย โดยยึดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดไว้เพื่อตรวจสอบเบื้องต้น เช่น สิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน 153 รายการ มูลค่ากว่า 955 ล้านบาท รถยนต์ 880 คัน มูลค่ากว่า 478 ล้านบาท รถจักรยานยนต์ 1,365 รายการ มูลค่ากว่า 85 ล้านบาท และอีกหลายรายการ รวมยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่ากว่า 2,404 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40 ของเป้าหมายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวต่อว่า ถึงแม้การเดินหน้าปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตํารวจ, ทหาร, ป.ป.ส., ปปง., DSI, สรรพากร และฝ่ายปกครอง จะเปิดปฏิบัติเชิงรุกอย่างหนัก แต่ปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในชุมชนและครอบครัวยังคงเห็นและเกิดเหตุคนที่เสพยาทําร้ายคนในครอบครัวอยู่เนืองๆ จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดทําโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน การบําบัดรักษา รวมไปถึงช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดแบบองค์รวมโดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งสามารถดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน รวม 1,483 ชุมชน เพื่อให้ชุมชนทั่วประเทศนํารูปแบบไปเป็นแนวทางการปฏิบัติดูแลผู้เสพยาเสพติดได้อย่างเป็นระบบ ขอยืนยันการทําลายเครือข่ายยาเสพติดจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น หากพบเห็นการลักลอบหรือลําเลียงยาเสพติดแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1599 และ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103630</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, ผบ.ตร., ยึดของกลาง, ยึดทรัพย์, ยึดทรัพย์คดียาเสพติด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a6772268797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายแก๊งค้ายา ยึดทรัพย์15ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สั่งหน่วยมั่นคงจับตาแหล่งผลิตยาเสพติดพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ หลังพบเปลี่ยนสารตั้งต้น หวั่นทะลักเข้าไทยมากขึ้น ป.ป.ส.ร่วมตำรวจ-ฝ่ายปกครองเปิดปฏิบัติการ &amp;quot;ยุทธการพิทักษ์ไทย&amp;quot; ทลายเครือข่ายยานรกเมืองกาญจน์ ยึดทรัพย์อดีตผู้ช่วย ผญบ. 15 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคงจับตาความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเครือข่ายและแหล่งผลิตยาเสพติดในกลุ่มประเทศสามเหลี่ยมทองคำ หลังพบการเปลี่ยนแปลงสารเคมีตั้งต้นการผลิตยาเสพติด กลุ่มเมตแอมเฟตามีน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ราคายาเสพติดถูกลง และมีการลักลอบเข้าไทยมากขึ้นจากสถิติช่วงปลายปีและต้นปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประวิตรกำชับฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ ทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ติดตามสถานการณ์จากแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน และให้ความสำคัญมากขึ้นกับการสกัดกั้นลำเลียงสารตั้งต้นและยาเสพติด ที่ผ่านเข้า-ออกไทยในรูปแบบต่างๆ ตามพื้นที่ชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ พร้อมย้ำการปราบปรามผู้มีอิทธิพลผิดกฎหมายยังเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางสังคม จึงขอให้ดำรงความเข้มข้นสืบขยายผลเชื่อมโยง และทำลายเครือข่ายผู้มีอิทธิพลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดที่ยังมีธุรกรรมฟอกเงินแอบแฝงในธุรกิจรูปแบบต่างๆ โดยให้บูรณาการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้ยาเสพติดเป็นเหตุของการทำลายทรัพยากรบุคคลและสร้างปัญหาเกิดความเสื่อมถอยของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า การสกัดกั้นและกวาดล้างจับกุมยาเสพติดของฝ่ายความมั่นคงที่ผ่านมา ยังคงดำรงความเข้มข้นต่อเนื่องกันไป โดยเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายได้ร่วมกันสกัดกั้นในพื้นที่ชายแดนและกวาดล้างจับกุมในพื้นที่ชั้นใน พร้อมทั้งขยายผลนำสืบสู่การยึดทรัพย์ได้จำนวนมากตามที่ปรากฏ โดย ธ.ค.63-ม.ค.64 (2 เดือนที่ผ่านมา) สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้กว่า 76,000 ราย ยึดยาบ้าได้ถึง 47.5 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 1,900 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 260 กิโลกรัม รวมทั้งอยู่ระหว่างขยายผลกวาดล้างทำลายเครือข่ายข้ามชาติ &amp;ldquo;ยาเคนมผง&amp;rdquo; ซึ่งระบาดในหลายพื้นที่ และมีอันตรายถึงชีวิตแก่ผู้เสพที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กาญจนบุรี ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., ร.ต.พงศธร ศิริสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี, นายอำนาจ เหล่ากอที ผู้อำนวยการ ป.ป.ส. ภาค 7, นายอุดมชัย โลหณุต ผอ.สปป., พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี (ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี), พ.ต.อ.กฤติชัย ทองอยู่ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วยผู้แทนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ฝ่ายปกครองในพื้นที่ และ ป.ป.ส. ภ.7 แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายนายไพโรจน์ ภู่ฉุน ภายใต้แผนปฏิบัติการ &amp;ldquo;ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด 1/64&amp;rdquo; ในพื้นที่ อ.ท่าม่วง ตามนโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะนายทุนระดับผู้สั่งการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเน้นการยึด อายัดทรัพย์สิน ทำลายโครงสร้างและตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสำนักงาน ป.ป.ส.ได้สืบสวนขยายผลจากผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่ อ.ท่าม่วง และนำไปสู่การขออนุมัติจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหาสมคบ สนับสนุน และช่วยเหลือ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 จำนวน 1 ราย คือ นายไพโรจน์ ภู่ฉุน อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง และจากการตรวจสอบเพื่อยึด/อายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในความครอบครองของผู้ต้องหา ได้แก่ โคขุน จำนวน&amp;nbsp; 257 ตัว บ้านพร้อมที่ดิน 1 แปลง รถยนต์ จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน รถไถ จำนวน 2 คัน และเครื่องอัดฟาง จำนวน 1 คัน รวมมูลค่ากว่า 15,000,000 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะลักเข้าไทย, พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ, ยึดทรัพย์, สามเหลี่ยมทองคำ, หน่วยความมั่นคง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แหล่งผลิตยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601fdbf27bce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดทรัพย์15ล้านอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเมืองกาญจน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.64 - &amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ร้อยตรี พงศธร ศิริสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอำนาจ เหล่ากอที ผอ.ปปส.ภ.7 นายอุดมชัย โลหณุต ผอ.สปป. พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.กฤติชัย ทองอยู่ รองผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีพร้อมด้วยผู้แทนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ฝ่ายปกครองในพื้นที่ และปปส.ภ.7 แถลงข่าวคดีเครือข่ายนายไพโรจน์ ภู่ฉุน ภายใต้แผนปฏิบัติการ ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด 1/64 ในพื้นที่อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีตามนโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะนายทุนระดับผู้สั่งการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเน้นการยึด อายัดทรัพย์สินทำลายโครงสร้างและตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง ภายใต้ปฏิบัติการดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. ได้สืบสวนขยายผลจากผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และนำไปสู่การขออนุมัติจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหา สมคบ สนับสนุน และช่วยเหลือ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการฯ พ.ศ. 2534 จำนวน 1 ราย คือ นายไพโรจน์ ภู่ฉุน อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีผลการปฏิบัติ ได้จับกุมนายไพโรจน์ ภู่ฉุน จากการตรวจสอบเพื่อยึด อายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดในความครอบครองของผู้ต้องหาได้แก่ โคขุน จำนวน &amp;nbsp;257 ตัว บ้านพร้อมที่ดิน 1 แปลง รถยนต์ จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน รถไถ จำนวน 2 คัน และเครื่องอัดฟาง จำนวน 1 คันรวมมูลค่ากว่า 15,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญของหลายหน่วยงาน และเป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (มาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ) โดยขยายผลจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องและยึดทรัพย์สิน เพื่อทำลายเครือข่ายและโครงสร้างการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดของประเทศ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92257</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ป.ป.ส., ยึดทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601f81d351dad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯขึงขังล้างบางบ่อนเหี้ยน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ขู่ล้างบางบ่อนพนันให้เหี้ยน สอบเส้นทางเงิน ยึดทรัพย์ ล่านายทุน ใช้ทุกสรรพกำลังทำงาน ทั้งตำรวจ ป.ป.ท. ดีเอสไอ แต่ยอมใจยังมีคนเล่นกันอีก บ่นพึมไม่เข้าใจพวกนี้อาชีพอะไร ขอร้องเถอะช่วยกันแบ่งเบาปัญหาลงบ้าง ผงะ! สน.หนองค้างพลูจับได้อีก 27 คน เป็นหญิงถึง 17 ราย ขณะเล่นกำถั่วกันเพลิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามปัญหาบ่อนการพนัน แรงงานเถื่อน ที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ว่า คณะกรรมการดังกล่าวจะทำหน้าที่ติดตามผลการปฏิบัติงานและให้รายงานผลขึ้นมา ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพราะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องจับยึดทรัพย์ด้วย เช่นเดียวกับกรณีของยาเสพติด ซึ่งแต่ก่อนนี้มีการจับกุมอย่างเดียว แต่ไม่สามารถหาตัวนายทุนได้เจอ แต่ปัจจุบันมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย ก็จะทำการยึดทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผลงานตามระยะเวลา ซึ่งอาจจะมากขึ้นเรื่อยๆ จะแก้ปัญหากันได้เสียที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เช่นเดียวกับเรื่องของการพนันวันนี้ ก็ยังมีคนที่แอบไปเล่นอยู่ ในลักษณะที่ไปหาที่เล่น ผมก็ไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้อาชีพเขาคืออะไร หรืออาชีพเขาคือการเล่นการพนัน ยังสามารถจับกุมได้อยู่ทุกวัน ทั้งรายย่อยเล่นกันไม่กี่คน เล่นตามโรงแรม ตามรีสอร์ต เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ ว่าทำอย่างไรคนไทยถึงจะลดสิ่งเหล่านี้ลงได้ เพราะการเล่นการพนันเวลาที่เสียหายแล้วยิ่งกว่าไฟไหม้บ้านหรือโจรปล้นบ้านเสียอีก เป็นภาระเรื้อรัง ครอบครัวก็ไม่มีความสุข ก็ขอร้องให้ช่วยกันบรรเทาตรงนี้ลง ขอร้องเถอะ จะได้ช่วยกันแบ่งเบาปัญหาลงไปบ้าง ไม่มีใครทำได้สำเร็จเพียงคนเดียว ต่อให้ร้อยนายกฯ ก็ทำไม่ได้ ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกัน ไม่ว่าใครจะเก่งกาจสามารถแค่ไหนก็ทำไม่ได้ทั้งนั้น ผมก็ไม่ได้รับว่าผมเก่งที่สุด แต่ผมมีความตั้งใจ มีเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ที่จะทำทุกอย่างให้ได้ แต่ทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผมโทษใครไม่ได้ เพราะถ้ามัวแต่โทษกันไปมามันก็จะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ความร่วมมือก็ไม่เกิด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่เรื่องบ่อนพนันและแรงงานเถื่อนว่า ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย เนื่องจากบางท่านไม่สะดวกที่จะมารับตำแหน่ง ?เพราะต้องมีการลงพื้นที่ด้วย และช่วงนี้อยู่ในสถานการณ์โควิด-19 จึงลำบาก ซึ่งตัวประธานคณะกรรมการไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นทหารหรือตำรวจ แต่อาจจะเป็นอดีตทหารหรือตำรวจก็ได้ แต่หากจะเป็นตำรวจอาจมีการโยงใยอะไรไปก็จะทำให้ลำบาก ทั้งนี้ คาดว่า 1-2 วันนี้จะได้ตัวคณะกรรมการ ถ้าคนที่เราทาบทามไว้เขาตอบรับ ซึ่งคนที่มาเป็นคณะกรรมการอาจไม่ใช่คนมีชื่อเสียง แต่มีประวัติดี มีประสบการณ์ในเรื่องเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้จึงไม่ใช่ไปจับบ่อน แต่เป็นการจับตำรวจว่าทำไมถึงละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้จะเข้าไปดูเบาะแสเรื่องราวต่างๆ โดยประสานกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงต้องทำงานประสานขอข้อมูลกับสายด่วนรัฐบาล 1111 ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การทำงานจะเป็นการป้องปรามในอนาคตหรือสามารถเอาผิดในอดีตที่ผ่านมา นายวิษณุกล่าวว่า เราเน้นปัจจุบันกับอนาคต ไม่อยากไปย้อนอะไร เพราะอย่างไรบ่อนก็เป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องแรงงานเถื่อนด้วย เราจะไม่ย้อนดู เพราะมีเจ้าหน้าที่ทำอยู่แล้ว แต่จะดูในปัจจุบันและการวางมาตรการในอนาคต ที่สำคัญเราจะดูเฉพาะบ่อนและแรงงานเถื่อนที่โยงกับการแพร่ระบาดโควิด-19 เท่านั้น ส่วนที่ไม่มีการโยงก็ปล่อยเจ้าหน้าที่ปกติทำงานของเขาไป ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เข้ามาทำงานเฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น เสร็จภารกิจแล้วก็ไป ไม่ได้อยู่นาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ย่านฝั่งธนบุรี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หนองค้างพลู สืบทราบเบาะแสการลักลอบเล่นการพนันกำถั่ว ก่อนเข้าทลายบ่อนดังกล่าวได้พร้อมของกลางและผู้ต้องหาจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมนี้สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เอนก เข่งคุ้ม รอง ผกก.ป.สน.หนองค้างพลู นำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังร้างชั้นเดียวดัดแปลงเป็นห้องติดเครื่องปรับอากาศ ไม่มีเลขที่ สุดซอยเพชรเกษม 104 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. จับกุมตัวผู้ต้องหารวม 27 คน เป็นชาย 12 คน และหญิง 17 คน อายุระหว่าง 40-60 ปี ขณะร่วมกันเล่นพนันกำถั่วพร้อมของกลางโต๊ะ 1 ตัว ไพ่ ไม้เขี่ย ตู้ใส่เงิน โทรศัพท์มือถือ หน้ากากอนามัยที่เตรียมไว้ให้บริการนักเล่น และอุปกรณ์อีกจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางไปสอบสวนที่โรงพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามไม่มีใครยอมรับเป็นเจ้ามือ จึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย และ ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อที่ 3 (ฉบับที่ 15) นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการส่งตัวไปดำเนินคดีที่ศาลแขวงบางบอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่สอด ได้รับตัวคนไทยกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานชายและหญิงที่ทำงานในบ่อนกาสิโนฝั่งเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่ได้เดินทางข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา ขึ้นฝั่งแม่สอด จ.ตาก เป็นกลุ่มที่ 4 จำนวน 50 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนำทั้งหมดขึ้นรถลำเลียงพลของทางราชการจำนวน 2 คัน ออกเดินทางจากแนวชายแดนแม่สอดส่งเข้าจุดรับตัวภายในสถานที่กักกันแห่งรัฐระดับจังหวัดตาก หรือ local Quarantine ท่ามกลางมาตรการการคุมเข้มในการเคลื่อนย้ายคนไทยกลุ่มเสี่ยงกลุ่มนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อขบวนรถลำเลียงคนไทยทั้ง 50 คนเดินทางมาถึง local Quarantine ทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ได้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในรถลำเลียงพลและรถในขบวนทุกคัน รวมทั้งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณกระเป๋าสัมภาระของคนไทยทั้ง 50 คน พร้อมนำตัวคนไทยทั้งหมดเข้าเซฟตี้โซนแยกกลุ่มชายและหญิง ก่อนอธิบายกฎระเบียบข้อปฏิบัติตนเองของผู้กักตัวทั้งหมดที่จะต้องปฏิบัติตนอย่างเข้มงวดตลอดการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการรับตัวคนไทยกลุ่มเสี่ยงจากบ่อนกาสิโนฝั่งจังหวัดเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ข้ามแดนเข้า อ.แม่สอด จ.ตาก ดำเนินการมาแล้ว 4 ครั้ง รับตัวคนไทยกลุ่มเสี่ยงจากบ่อนกาสิโนเมียนมาแล้วทั้งหมด 125 คน โดยคนไทย 3 กลุ่มแรกที่ข้ามชายแดนมาก่อนหน้านี้ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 52 ราย และต้องมาลุ้นผลตรวจสารคัดหลั่งคนไทยกลุ่มล่าสุดทั้ง 50 รายที่ข้ามแดนเข้ามาในวันนี้ว่าผลตรวจจะออกมาเช่นไร เบื้องต้นคาดว่าจะทราบผลตรวจในช่วงคืนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง จะเดินทางมาตรวจสถานการณ์วันที่ 14 ม.ค. และรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์โควิดชายแดนแม่สอด ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับแผนการปฏิบัติและมาตรการการรองรับคนไทยจากบ่อนการพนันฝั่งเมียนมาอีกครั้ง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89769</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ่อนพนัน, ป.ป.ท., ยึดทรัพย์, ล้างบางบ่อนพนัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5fff0631ba0e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.ขายทอดต้อนรับปีใหม่ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ  พระเครื่อง กระเป๋าแบรนด์เนม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค.64 -&amp;nbsp;สำนักงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.) เผยว่า ปปง. มีความประสงค์จะทำการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ครั้งที่ 1/2564 ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2564 &amp;nbsp;เวลา 10.30 น. ณ บริเวณชั้น 1 อาคารสำนักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งในการขายทอดตลาดทรัพย์สินครั้งนี้จะทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภททองรูปพรรณ เครื่องประดับ พระเครื่อง กระเป๋าแบรนด์เนม กล้องถ่ายภาพ นาฬิกาข้อมือ จำนวน 74 รายการ โดยรายการทรัพย์สินที่จะทำการขายทอดตลาดที่น่าสนใจ อาทิเช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1. สร้อยข้อมือทอง อักษร wantimoh ลาย น้ำหนักประมาณ 120.1 กรัม จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 202,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
2. สร้อยข้อมือทองคำ พร้อมตุ้มรูปหัวใจ น้ำหนักรวมประมาณ 30.4 กรัม จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 52,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สร้อยคอทอง ลายบิดแบน มีอักษร suhaila น้ำหนักประมาณ 77.5 กรัม จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 133,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สร้อยคอทองคำ ลายถัก น้ำหนักประมาณ 129.5 กรัม จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 225,200 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. สร้อยคอทอง ประดับอัญมณีขาว 40 เม็ด น้ำหนักประมาณ 56.5 กรัม จำนวน 1 เส้น ราคาเริ่มต้น 109,500 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. แหวนทองคำ ลายโปร่ง น้ำหนัก 7.6 กรัม จำนวน 1 วง ราคาเริ่มต้น 12,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. พระเนื้อผงพร้อมกรอบทองลงยา น้ำหนักประมาณ 29.6 กรัม จำนวน 1 องค์ ราคาเริ่มต้น 34,600 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
8. พระสมเด็จนางพญาเนื้อผงพร้อมกรอบทองลงยา น้ำหนักประมาณ 21.2 กรัม จำนวน 1 องค์ ราคาเริ่มต้น 25,200 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
9. นาฬิกาข้อมือทองคำ ตัวเรือนสีดำ จำนวน 1 เรือน ราคาเริ่มต้น 33,500 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
10. กระเป๋าสตรี สีเขียว ยี่ห้อชาแนล จำนวน 1 ใบ ราคาเริ่มต้น 6,800 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
11. กล้องถ่ายภาพ สีขาว ยี่ห้อ samsung จำนวน 1 ตัว ราคาเริ่มต้น 900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปปง.ระบุว่า &amp;nbsp;ราคาเริ่มต้นทรัพย์สินที่เป็นทองรูปพรรณและทองคำแท่งตามราคาข้างต้นเป็นการกำหนดราคาเริ่มต้น ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2563 โดยอาศัยหลักเกณฑ์ราคารับซื้อทองคำแท่งของสมาคมค้าทองคำในวันพิจารณากำหนดราคาเริ่มต้นเป็นเกณฑ์ หากราคารับซื้อทองคำแท่งของสมาคมทองคำเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงในวันขายทอดตลาดทรัพย์สิน คณะกรรมการขายทอดตลาดอาจกำหนดราคาเริ่มต้นของทรัพย์สินที่เป็นทองรูปพรรณใหม่ ตามราคารับซื้อทองคำแท่งที่สมาคมค้าทองประกาศในวันดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินรายการนั้น ในกรณีทรัพย์สินเป็นทองคำแท่งให้คณะกรรมการขายทอดตลาดปรับราคาตามราคารับซื้อทองคำแท่งของสมาคมค้าทองคำ ในวันขายทอดตลาดทรัพย์สินประกอบคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ที่ประสงค์เข้าสู้ราคาการขายทอดตลาดทรัพย์สินครั้งที่ 1/2564 สามารถติดต่อขอดูสภาพทรัพย์สินได้ในวันพุธที่ 6 มกราคม 2564 เวลา 09.30 &amp;ndash; 16.00 น. ณ สำนักงาน ปปง. หรือทางเว็บไซต์ www.amlo.go.th และสามารถตรวจสอบข้อมูลหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ปปง. หรือสายด่วน ปปง. 1710&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ขอความร่วมมือผู้ที่ประสงค์จะขอดูสภาพทรัพย์สินและเข้าร่วมการขายทอดตลาดฯ โปรดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ของสำนักงาน ปปง. อย่างเคร่งครัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88852</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายทอดตลาด, ปปง., ยึดทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210105/image_big_5ff3d848df7fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
