<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการเผยช่วยชาวบ้านถวายฎีการ้องทุกข์ถูกยึดที่ดิน ไกล่เกลี่ยเพิกถอนได้ที่ดินคืนสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.62 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตนมีรายงานความคืบหน้า กรณีมีชาวบ้านถูกธนาคารยึดที่ดินทำกินไปขายทอดตลาด จนเกิดความเครียดล้มป่วย ต่อมาได้ถวายฎีกาถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ผ่านโครงการในพระดำริสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอประทานความช่วยเหลือ ขณะนี้ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือถึงที่สุดแล้ว คดีดังกล่าวมีนายปัญญา ชูมณี อายุ 73 ปี &amp;nbsp;อดีตเจ้าหน้าที่การข่าว กอ.รมน.แพร่ ปัจจุบันมีอาชีพทำนา เขียนจดหมายฎีกาใจความว่า ขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย เนื่องจากถูกธนาคารออมสิน ฟ้องบังคับจำนองบ้านและที่ดินที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ &amp;nbsp;ผู้ร้องเป็นคนยากจนไม่อาจต่อสู้คดีได้ ขณะนี้ล้มป่วยเส้นเลือดในสมองปริ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนในฐานะ ผอ.สำนักกิจการ และโครงการในพระดำริ สำนักงานอัยการ จึงรีบดำเนินการแจ้งอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย (สคช.) จ.แพร่ ดำเนินการ เชิญมาไกล่เกลี่ยตกลง หาทางยุติคดีแล้วให้รีบรายงานกลับมา เพื่อนำความกราบทูลต่อไป ทางอัยการ สคช.แพร่ ได้จ่ายสำนวนให้นายกฤษฎา กนกวัฒนยศ รองอัยการจังหวัด สคช.แพร่ ต่อมานายกฤษฎาได้ตรวจดูสัญญากู้ อันเป็นหนี้ประธาน กับสัญญาจำนอง อันเป็นหนี้อุปกรณ์ เห็นว่าหนี้มีจำนวนสูงก็จริง แต่สามารถผ่อนชำระเป็นช่วงเวลายาวขึ้นโดยลดดอกเบี้ย ซึ่งได้เชิญธนาคารออมสินมาเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง ในที่สุดทางธนาคารตกลง ขอขอบคุณธนาคารออมสินไว้ ณ ที่นี้ด้วย และฝ่ายลูกหนี้ได้ปฏิบัติตามสัญญาประนอมความ ตามที่ไกล่เกลี่ย จนธนาคารขอเพิกถอนคำร้องการขายทอดตลาดแล้วคืนที่ดินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยังกล่าวด้วยว่า ต่อมานายปรีชา ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอขอบพระทัย ที่ทรงจัดอัยการ สคช. มาช่วยเหลือ จนปัจจุบันครอบครัวมีความสุข ปราศจากหนี้สิน และขอบคุณอัยการกฤษฎา ที่ขณะนี้ย้ายไปปฏิบัติราชการที่ จ.ยะลา ตนจะมีหนังสือแจ้งไปยังอธิบดีอัยการภาค 5 และภาค 9 ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่จะเป็นกำลังใจให้อัยการผู้ทำหน้าที่เข็มแข็ง ตั้งใจทำงาน เพื่อประชาชน ตามนโยบายของท่านอัยการสูงสุด และเป็นแบบอย่างที่ดีที่จะช่วยกันปฏิบัติงานเพื่อนำความรู้ทางกฎหมายมาดูแลประชาชน ปัญหาทางกฎหมายอัยการช่วยได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายฎีกา, ยึดที่ดิน, อัยการ, โกศลวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb0b572a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ลุยทวงคืนพื้นทึ่รถไฟเฉียด 7 พันไร่มูลค่าหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.ลุยทวงคืนที่รถไฟหมื่นล้านปักหมุด 3 จังหวัดเฉียด 7 พันไร่ หลังพบลักลอบใช้ประโยชน์สารพัดแต่ไม่จ่ายค่าเช่า ด้านรมช.คมนาคมสั่งเคลียร์ปัญหา บอร์ดรฟท.เตรียมคลอดทีมพิเศษปฏิบัติภารกิจทวงคืน


นายสมยุทธิ์ เรือนงาม รองผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าภายหลังจากกรณีการบุกรุกพื้นที่สถานีแม่น้ำเพื่อลักลอบนำเอาไปหาผลประโยชน์นั้นคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)รฟท.ได้แสดงความเป็นห่วงถึงเรื่องดังกล่าว และมีแผนที่จะตั้งชุดทำงานพิเศษขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั่วประเทศควบคู่ไปกับการขึ้นทะเบียนผู้อยู่อาศัยและใช้พื้นที่ของรฟท.ทั่วประเทศ


อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนั้นการบุกรุกพื้นที่รฟท.มีแทบเกือบจะทุกจังหวัดตั้งแต่พื้นที่ริมทางรถไฟไปจนถึงที่ดินแปลงงามติดภูเขาหรือทะเล จากข้อมูลขณะนี้มีจังหวัดเป้าหมายอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ จ.บุรีรัมย์ จ.กาญจนบุรีและจ.พังงา รวม 6,928 ไร่ มูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เริ่มจากพื้นที่ในจ.บุรีรัมย์นั้นรฟท.มีที่อยู่ราว 5,000 ไร่ ในวันนี้ถูกนำไปใช้งานหลายรูปแบบโดยไม่มีการจ่ายค่าเช่าให้กับรฟท. อาทิ สถานที่ราชการ เรือนจำและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ตลอดจนอาณาจักรของอดีตนักการเมืองชื่อดังอย่างพื้นที่ของสโมสรฟุตบอล ทั้งศูนย์ฝึก สนามแข่งขัน ร้านค้าปลีกตลอดจนสนามแข่งรถชื่อดัง นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมได้แสดงความเป็นห่วงถึงการใช้ประโยชน์บนพื้นที่ดังกล่าวพร้อมเสนอให้รฟท.หาแนวทางเจรจากับเจ้าของพื้นที่หลังจากจบมหกรรมแข่งขันโตจีพี อย่างไรก็ตามการเจรจาที่ผ่านมานั้นเจ้าของพื้นที่ยินดีที่จะจ่ายค่าเช่าให้กับรฟท.โดยขอดำเนินการเป็นสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย


นายสมยุทธิ์ กล่าวต่อว่าสำหรับพื้นที่จ.กาญจนบุรีนั้นมีจำนวน 1,070 ไร่ บริเวณสถานีรถไฟน้ำตก อ.ไทรโยค เป็นพื้นที่แปลงงามข้างหน้าติดน้ำตกข้างหลังติดแม่น้ำดังนั้นจึงถูกบุกรุกไปทำกิจกรรมเชิงพาณิชย์ตอบสนองการท่องเที่ยวทั้งที่พัก ร้านอาหารและธุรกิจบริการรูปแบบต่างๆ โดยมีทั้งทำสัญญาเช่าและผู้ที่ลักลอบใช้พื้นที่โดยไม่มีสัญญา เช่นเดียวกับจ.พังงา มีจำนวน 858 ไร่ติดทะเล บริเวณ อ.ท่านุ่นติดกับสะพานสารสิน ปัจจุบันมีเอกชนหลากหลายแห่งใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งร้านอาหาร ร้านค้าปลีกตลอดจนสถานบันเทิง


อย่างไรก็ตามหลังจากนี้หากมีการตั้งคณะทำงานดังกล่าวขึ้นมารฟท.จะลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมเจรจากับเอกชนเพื่อขอเก็บค่าเช่าการใช้พื้นที่ให้เป็นรูปธรรมและอาจจะมีการรื้อย้ายบางส่วน สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูกิจการขององค์กรที่ต้องเร่งสร้างรายได้เพิ่มจากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ขณะที่ประชาชนทั่วไปที่บุกรุกพื้นที่รถไฟดังกล่าวเพื่อทำเป็นที่พักอาศัยและชุมชมนั้น รฟท.อาจพิจารณาไม่เวนคืนหรือเก็บค่าใช้พื้นที่เนื่องจากเป็นการใช้ประโยชน์เชิงสังคมมิได้เป็นไปเพื่อการค้าทำกำไร ทั้งนี้บริเวณชานเมืองของกรุงเทพมหานครที่พบว่ามีการบุกรุกใช้พื้นที่รฟท.จำนวนมากได้แก่ แขวงตลิ่งชัน แขวงบางระมาด และฝั่งธนบุรี


&amp;ldquo;ปัญหาพวกนี้ปล่อยไว้นานไปมันยิ่งเรื้อรังทำให้แก้ไขได้ยาก วันนี้ผู้บริหารให้ความสำคัญกับการจัดหารายได้เชิงพาณิชย์จึงต้องเร่งจัดระเบียบการใช้พื้นที่ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;rdquo;นายสมยุทธิ์กล่าว


นายสมยุทธิ์ กล่าวต่อว่าสาเหตุของปัญหาการลักลอบบุกรุกใช้พื้นที่หรือพวกเอกชนที่ตีเนียนใช้พื้นที่นั้นเป็นปัญหาทุจริตของเจ้าหน้าที่ภาครัฐโดยทำเป็นขบวนการทั้งฝ่ายเจ้าของที่ดินอย่างรฟท. หน่วยงานที่ดูแลเรื่องที่ติด ตลอดจนหน่วยงานด้านไฟฟ้า ประปาและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่เข้าไปสนับสนุนให้กิจกรรมเชิงพาณิชย์เกิดบนพื้นที่รถไฟ จะเห็นได้ว่ามีข้าราชการหลายฝ่ายเกี่ยวข้องกัน ดังนั้นรฟท.ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากขึ้นเช่นเดียวกับกรณีของสถานีแม่น้ำที่มีการกระทำความผิดแบบไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองอีกทั้งยังกอบโกยผลประโยชน์จำนวนมากอีกด้วย

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23412</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยึดที่ดิน, รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c55ac94351.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนจนมีที่พึ่ง &#039;อสส.&#039;จ่อแก้ระเบียบช่วยคดีชาวบ้านหมดเงินจ้างทนายต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านพังงาเข้าขอบคุณหลังช่วยคดีเอกชนฟ้องยึดที่ดินจนชนะ &amp;#39;เข็มชัย&amp;#39;&amp;nbsp;จ่อแก้ระเบียบช่วยคดีชาวบ้านหมดเงินจ้างทนายต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;27 ส.ค.61-เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องรับรองอัยการสูงสุด ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.จุฑามาศ ใจดี ชาวบ้าน จ.พังงา พร้อมนายจิรัฏฐ์ แก้วแดง ทนายความสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด (สคช.) อาคาร ถ.รัชดาภิเษก เดินทางเข้าพบนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอขอบคุณอัยการในการช่วยเหลือคดีที่ถูกบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งยื่นฟ้องบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำผลประโยชน์ (นส. 3 ก.) ใน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จนชนะคดีทั้ง 3 ชั้นศาล ที่พิพากษายืนยันว่าที่ดินเป็นของ น.ส.จุฑามาศ และครอบครัว โดยยื่นคำร้องขอสู้คดีแบบอนาถา ซึ่งมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ประสานงานเข้าพบ
&amp;nbsp;
น.ส.จุฑามาศ เปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวมีที่ดินอยู่ที่ จ.พังงา จำนวน 3 โฉนด โดนบริษัทเอกชนฟ้องบังคับคดี ในตอนแรกก็รู้สึกหนักใจมาก เนื่องจากที่ดินเป็นมรดกตกทอดจากบิดา ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นทรัพย์สินของบริษัทเอกชนดังกล่าวได้ เพราะถ้าเป็นที่ดินของเอกชนจริง จะต้องมีการแสดงกรรมสิทธิ์ตั้งแต่แรก ตั้งแต่ที่ตนโตมาก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดมาแสดงกรรมสิทธิ์ จึงได้ไปปรึกษาทนายความ ทนายความได้เรียกค่าจ้างในการสู้คดี 150,000 บาท แต่ตนเองไม่มีเงินที่จะสู้ เลยตัดสินใจไปปรึกษาอัยการ มีนายประโมท พุทธสุภะ อัยการ สคช. จังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า ทั้งนายประโมทและนิติกรได้ร่วมกันช่วยเหลือ เห็นว่าคดีของตนเองนั้นพบว่าบริษัทที่เป็นโจทก์ฟ้องยึดทรัพย์ที่ดินอยู่ในกรุงเทพฯ นายประโมทจึงได้ประสานงานพร้อมติดตามดูแลใกล้ชิดให้อัยการ สคช. ถ.รัชดาภิเษก รับเป็นผู้ดูแลคดี โดยอัยการ สคช.ได้ให้นายจิรัฏฐ์ ทนายความ สคช.ว่าความต่อสู้คดี ใช้เวลากว่า 7 ปี ชนะคดีทั้ง 3 ชั้นศาล
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อยากขอขอบคุณท่านอัยการสูงสุดและท่านประโมท อัยการ สคช.พังงา ได้ปรึกษาท่านมาตลอด ซึ่งท่านก็แนะนำมาตลอด แม้ท่านจะย้ายออกจากพื้นที่ก็ยังโทรมาสอบถามและอวยพร เมื่อสู้ชนะคดีอยากจะขอเข้าพบท่านอัยการสูงสุด ซึ่งก็ทำเรื่องขอเข้าพบตามขั้นตอนจนมาได้พบในวันนี้ ท่านอัยการประโมทเป็นคนใจดี คอยติดตามคดีมาตลอด ท่านพูดกับเราว่าบาทหนึ่งก็ไม่เอา ก็ไม่รู้ว่าจะขอบคุณยังไง มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราได้เจอคนดีๆ ที่ช่วยเราผ่านตรงนี้มาได้ 7 ปีที่ผ่านมาเรายอมรับว่าเราทุกข์มาก&amp;rdquo; น.ส.จุฑามาศ กล่าวทั้งน้ำตา
&amp;nbsp;
ด้านนายเข็มชัย กล่าวว่า ทางอัยการเรายินดีช่วยเหลือประชาชน เพราะเรารู้ว่าคนไทยอาจจะไม่ได้รู้เรื่องกฎหมาย ทำให้การดำเนินคดีมีปัญหา ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้เจอนายประโมทซึ่งเป็นคนดี เอาใจใส่ ขนาดย้ายไปแล้วยังโทรติดตาม อัยการ สคช.ตั้งมาเพื่อจุดประสงค์นี้
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ น.ส.จุฑามาศ ยังได้นำกระเช้าอาหารพื้นเมืองของ จ.พังงา ซึ่งมีอาหารอาทิเช่น ลูกจันทร์เชื่อม ขิง น้ำพริกข่า พร้อมเขียนกลอนและข้อความขอบคุณอัยการด้วยลายมือมามอบให้นายเข็มชัย อัยการสูงสุดด้วย
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามนายเข็มชัยถึงระเบียบ สคช. จากกรณีน้องปาล์ม ซึ่งถูกรถของหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขชน แต่ สคช.ไม่สามารถรับเรื่องช่วยเหลือจัดทนายแก้อุทธรณ์ได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องระเบียบที่ฝ่ายครอบครัวน้องปาล์มเคยมีทนายความมาก่อน แต่ภายหลังเงินจ้างทนายความหมดจึงมาขอความช่วยเหลือจาก สคช. ทางอัยการจะมีการแก้ไขระเบียบหรือไม่อย่างไร นายเข็มชัย กล่าวว่า ต้องแก้สิ แต่หลักการอย่างหนึ่งมันสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหา ระเบียบเดิมที่เรามีว่าหากคดีที่เคยมีทนายความมาแล้วเราจะไม่รับช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;&amp;#39;เพราะเรากลัวจะเกิดความขัดแย้งกับทนายความ หากชาวบ้านจ้างทนายความอยู่ดีๆ แล้วเลิกจ้าง มาหาอัยการ ทางทนายความก็จะไม่พอใจเรา แต่เมื่อมันมีเหตุลักษณะอย่างนี้ก็แสดงให้เห็นว่าระเบียบควรจะต้องมีการยืดหยุ่นได้ ฉะนั้นการที่เคยจ้างทนายความอยู่แล้วและต่อมาจะให้อัยการช่วยเหลือต้องมีเงื่อนไข เช่นไม่สามารถมีเงินจ้างทนายความได้แล้ว&amp;#39;&amp;#39; นายเข็มชัย ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนาย, น้องปาล์ม, พังงา, ยึดที่ดิน, สคช., อสส., เข็มชัย ชุติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83833ba7380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตีแฉ พม่าสร้างฐานของฝ่ายความมั่นคงบนหมู่บ้านเก่าโรฮิงญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลแฉ พม่ากำลังสร้างสิ่งปลูกสร้างด้านความมั่นคงบนผืนดินที่เคยเป็นหมู่บ้านของชาวโรฮิงญาหลายแห่งที่โดนเผาราบ เพิ่มความคลางแคลงต่อแผนการรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาหลายแสนคนกลับคืนถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 เผยสภาพหมู่บ้านคันคยาในรัฐยะไข่ ภาพ Amnesty International / DigitalGlobe / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย่างกุ้ง (เอเอฟพี) / รายงานฉบับใหม่ของแอมเนสตีฯ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจากการสัมภาษณ์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วบนผืนดินเหล่านี้มาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งนักวิจัยกล่าวว่า เปรียบได้กับการ &amp;quot;ยึดที่ดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการตอบโต้วิกฤติของแอมเนสตี กล่าวว่า หลักฐานใหม่และการก่อสร้างใหม่เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ทางการพม่ากำลังปลูกสร้างบนผืนดินที่ชาวโรฮิงญาต้องการกลับไปอยู่ และบางกรณี มีการทำลายบ้านเรือนที่ยังเหลืออยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้จะเห็นภาพแค่เพียงบางส่วน แต่แอมเนสตีกล่าวว่า สิ่งที่เห็นได้นั้นเป็นการสร้างโครงสร้างสำหรับกองกำลังด้านความมั่นคง, ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และแม้แต่ถนน ที่สร้างขึ้นบนที่ดิน หรือรอบที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของชาวโรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายดาวเทียมของหมู่บ้านหนึ่งชื่อ คันคยา ชานเมืองหม่องดอของรัฐยะไข่ ถ่ายไว้ราว 2 เดือนหลังเหตุการณ์เมื่อเดือนสิงหาคม เผยให้เห็นที่ตั้งถิ่นฐานโดนเผาราบ แต่ต้นเดือนมีนาคมนี้ กลับเห็นอาคารหลายหลังปลูกสร้างขึ้นบนผืนดินที่มีการปรับที่ ซึ่งแอมเนสตีเชื่อว่าสถานที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของฐานที่ตั้งแห่งใหม่ของกองกำลังความมั่นคงพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 พบเห็นสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ บนที่ดินของหมู่บ้านคันคยาที่เคยโดนเผาราบ ภาพ Amnesty International / DigitalGlobe / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลยังพบกิจกรรมคล้ายกันที่หมู่บ้านอินดิน ที่พม่ายอมรับว่าสมาชิกกองกำลังความมั่นคงมีส่วนร่วมในการฆ่าชาวบ้านโรฮิงญา 10 คนเมื่อเดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รุนแรงในรัฐยะไข่เมื่อสิงหาคม 2560 ส่งให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหนีข้ามพรมแดนเข้าบังกลาเทศเกือบ 700,000 คน รัฐบาลพม่าและบังกลาเทศทำข้อตกลงเพื่อรับผู้อพยพเหล่านี้กลับคืนถิ่น แต่ชาวโรฮิงญาจำนวนมากปฏิเสธจะกลับถิ่นฐานหากไม่ได้รับการรับรองความปลอดภัยและสิทธิขั้นพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านซอ เทย์ โฆษกรัฐบาลพม่า ปฏิเสธคำกล่าวหาของแอมเนสตี โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้สร้างฐานทัพในชุมชน แต่ตั้งสถานีตำรวจขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างหมู่บ้านขึ้นใหม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4807</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, ภาพถ่ายดาวเทียม, ยึดที่ดิน, เมียนมา, แอมเนสตี้, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa644f7b803d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
