<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมายึดอาวุธกองกำลังประชาชนมัณฑะเลย์ได้จากกบฏกะฉิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังความมั่นคงของเมียนมายึดอาวุธจำนวนมากจากรถบรรทุกหกล้อคันหนึ่งขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองมัณฑะเลย์ ที่ตำรวจ-ทหารเพิ่งเปิดปฏิบัติการทลายที่มั่นของสมาชิกกองกำลังพีดีเอฟเมื่อต้นสัปดาห์นี้ สื่อทางการเผยเป็นอาวุธจากกองทัพเอกราชกะฉิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมาเมื่อวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2564 เผยแพร่ภาพสมาชิก 4 คนของกองกำลังป้องกันประชาชน (พีดีเอฟ) ที่เป็นหน่วยติดอาวุธของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติที่ต่อต้านระบอบทหาร ยืนอยู่เบื้องหน้าอาวุุธที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเมียนมายึดได้ ซึ่งประกอบด้วย อาวุธปืนมากกว่า 100 กระบอก, กระสุน 10,000 นัด, ระเบิดมือ 499 ลูก พร้อมระเบิดและตัวจุดชนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของทางการเมียนมาแห่งนี้ระบุว่า สมาชิกพีดีเอฟประจำมัณฑะเลย์กลุ่มนี้รับสารภาพว่าได้รับการฝึกฝนและได้รับอาวุธมาจากกองทัพเอกราชกะฉิ่น (เคไอเอ) การจับกุมพวกเขาเกิดขึ้นภายหลังสมาชิกพีดีเอฟมัณฑะเลย์ที่เพิ่งก่อตั้ง ปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อวันอังคาร ซึ่งสมาชิกพีดีเอฟโดนฆ่าตาย 8 คน และโดนจับกุม 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า โฆษกของพีดีเอฟมัณฑะเลย์และเคไอเอยังไม่ให้ทัศนะต่อข่าวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักข่าวอิสระ ขิตทิต รายงานอ้างคำแถลงของกลุ่มพีดีเอฟมัณฑะเลย์ ปฏิเสธข่าวการจับกุมตุน เตาะ ไนง์ สมาชิกคนหนึ่งของตนที่มีชื่อในรายงานข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) เผยข้อมูลการประเมินเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การต่อสู้ในเมียนมาทำให้มีคนพลัดถิ่นฐานแล้ว 230,000 คน ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดย 177,000 คนพลัดถิ่นในรัฐกะเหรี่ยงที่อยู่ติดชายแดนไทย ซึ่งรวมถึงผู้พลัดถิ่น 103,000 คนเมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะที่มากกว่า 20,000 คนพักอยู่ในสถานที่พักพิง 100 แห่ง หลังจากหนีภัยการต่อสู้ระหว่างพีดีเอฟกับกองทัพในรัฐชินที่อยู่ติดชายแดนอินเดีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107626</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังป้องกันประชาชน, กองทัพเอกราชกะฉิ่น, พีดีเอฟมัณฑะเลย์, มัณฑะเลย์, ยึดอาวุธ, รัฐประหารเมียนมา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นตั้งแต่เช้ามืด!ยึดอาวุธปืนทั่วประเทศ 329 กระบอก กระสุนเกือบหมื่นนัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63- &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดถึงผลการปฏิบัติการการตรวจค้นจับกุม การครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนและส่วนประกอบอาวุธปืนผิดกฎหมาย เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดปฏิบัติการ การตรวจค้นจับกุม การครอบครองอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนและส่วนประกอบอาวุธปืนผิดกฎหมาย จากข้อมูลการสืบสวน การจับกุมและขยายผล ตลอดจนแหล่งรับซื้อ แหล่งจำหน่าย กระจายตามเป้าหมายยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวนและด้านความมั่นคง ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการขับเคลื่อนสืบสวน ปราบปราม จับกุม แหล่งที่มาและการครอบครองเกี่ยวกับอาวุธปืน ที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากมีการลักลอบประดิษฐ์ ดัดแปลง ซื้อขายอาวุธปืนทางสื่อออนไลน์ และอาจนำมาก่ออาชญากรรมที่รุนแรงได้ ทำให้เกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและการก่อความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าว มีเป้าหมายตรวจค้น จำนวน 460 เป้าหมาย พบความผิด จำนวน 214 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 245 ราย ตรวจยึดของกลาง อาวุธปืน จำนวน 329 กระบอก เป็นอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 249 กระบอก , อาวุธปืนยาว จำนวน 80 กระบอก และ เครื่องกระสุนปืน จำนวน &amp;nbsp;9,681 นัด .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58137</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, ยึดอาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54c903bb9bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
