<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>36อาจารย์นิติมธ.แย้งศาล ‘9งูเห่าอนค.’ซบภูมิใจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.รับทราบคำสั่งศาล รธน.ยุบอนาคตใหม่ สั่งสำนักงานคัดคำวินิจฉัยส่วนตนก่อนดำเนินคดีอาญา ไล่บี้ 32 พรรคแจงกู้เงิน &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้องเร่งฟันซ้ำ &amp;quot;ธนาธร-กก.บห.&amp;quot; พร้อมยึดเงินเข้ากองทุน 36 อาจารย์นิติศาสตร์ มธ.ร่อนแถลงการณ์แย้งศาล 4 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานได้รายงานให้ทราบกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ จากเหตุกู้เงินจำนวน 191.2 ล้านบาทจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ กกต.จะต้องแจ้งให้พรรคอนาคตใหม่ปฏิบัติ โดยในส่วนของการดำเนินคดีอาญา ที่ประชุม กกต.ได้ให้สำนักงานไปขอคัดคำวินิจฉัย รวมถึงคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการทุกคน เพื่อพิจารณาว่ามีกี่ประเด็นที่เข้าข่าย กกต.ต้องดำเนินคดีอาญา เนื่องจากการดำเนินคดีอาญาจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายหลังศาลมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะประกาศคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อห้ามไม่ให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ ภาพเครื่องหมายของพรรคอนาคตใหม่ซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ &amp;nbsp;ชื่อย่อ ภาพ เครื่องหมาย ของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบตามมาตรา 94 วรรคสอง และจะออกหนังสือแจ้งไปยังหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้ส่งบัญชีและงบแสดงฐานะทางการเงิน รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินของพรรคกลับมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ &amp;nbsp;เพื่อแจ้งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่จนกว่าการชำระบัญชีจะแล้วเสร็จ รวมถึงแจ้งให้ทราบว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ไม่ได้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ หากไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนด 60 วัน ดังกล่าวตามมาตรา 101 (10)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ 32 พรรคการเมืองที่มีการกู้เงินในลักษณะเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่ก่อนหน้านี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีหนังสือไปยังทั้ง 32 พรรคเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนที่ผ่านมา ให้ชี้แจงว่ารายการกู้ยืม เงินทดรองจ่าย เงินยืม ที่แสดงในรายการงบการเงินของพรรคปี 2561 ที่ยื่นต่อ กกต.นั้น เป็นการกู้แบบใด ยอดเงินที่มีการแจ้งนั้นเป็นการกู้จากบุคคลเดียว หรือเป็นยอดรวมที่กู้จากหลายบุคคล และกู้ในช่วงเวลาใด ก่อนหรือหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า นายศรีสุวรรณกล่าวภายหลังเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้พิจารณาดำเนินคดีอาญากับพรรคอนาคตใหม่และนายธนาธร กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค จากเหตุพรรคกู้ยืมเงินจำนวน&amp;nbsp;191.2&amp;nbsp;ล้านบาทว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าพรรคอนาคตใหม่มีการกระทำการฝ่าฝืนมาตรา&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จะมีโทษทางอาญา ตามมาตรา&amp;nbsp;124&amp;nbsp;และ 125&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโทษทางอาญา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงคือ กกต.&amp;nbsp;ที่ต้องไต่สวน สอบสวน เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ตามมาตรา&amp;nbsp;66&amp;nbsp;การที่มีผู้บริจาคเงินเกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท กกต.จะต้องดำเนินการเรียกเงินที่เกินกฎหมายกำหนดเข้าสู่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณเปิดเผยด้วยว่า แต่ละพรรครายงานยอดเงินมาที่ กกต.ไม่เหมือนกัน แต่มีอยู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พรรค คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ที่รายงานยอดเงินเกินกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งจะเอาผิดได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ กกต.&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากไม่ดำเนินการหรือหากละเลย เพิกเฉย จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นิติฯ มธ.แย้งศาลยุบ อนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;โดยมีข้อสังเกตและความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยและการให้เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าวในประเด็นดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พรรคการเมืองไม่ใช่นิติบุคคลที่ใช้อำนาจมหาชน จึงสามารถกู้ยืมได้โดยไม่ต้องมีกฎหมายให้อำนาจ เมื่อพิจารณาลักษณะพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 จะพบว่า กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้พรรคการเมืองสามารถใช้อำนาจมหาชนหรือใช้อำนาจรัฐในลักษณะที่มีอำนาจเหนือหรืออำนาจฝ่ายเดียว หากแต่ทำหน้าที่เพียงรวบรวมและก่อตั้งเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน เพื่อให้มีโอกาสในการเข้าไปใช้อำนาจรัฐหรืออำนาจมหาชนต่อไปเท่านั้น รวมทั้งพรรคการเมืองไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี หรือฝรั่งเศส พรรคการเมืองทั้งหลายต่างมีสถานะเป็นเพียงนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชนทั้งสิ้น ดังนั้นการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองในฐานะนิติบุคคลนั้นจึงสามารถทำได้ จึงไม่เห็นด้วยกับความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่า เมื่อไม่มีกฎหมายอนุญาตให้พรรคการเมืองกู้เงินได้&amp;nbsp;เงินกู้นั้นจึงเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วย พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การคิดดอกเบี้ยและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเป็นเสรีภาพโดยแท้ของเจ้าหนี้และคู่สัญญา การที่เจ้าหนี้ตกลงไม่คิดดอกเบี้ยเลย หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำ เป็นแต่เพียงการที่เจ้าหนี้ไม่ประสงค์จะเรียกค่าตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือค่าเสียโอกาสในการหาประโยชน์จากเงิน แต่ไม่ทำให้เจ้าหนี้สูญเสียหรือเสียหายในทางทรัพย์สิน จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติทางการค้า ดังจะเห็นได้จากการที่มาตรา 7 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในกรณีที่มีการตกลงคิดดอกเบี้ยในหนี้เงิน แต่ไม่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ นั่นหมายความว่า ถ้าคู่สัญญาไม่คิดดอกเบี้ยเลย หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่าร้อยละ 7.5 กฎหมายก็ไม่เข้าไปแทรกแซง และปล่อยให้เป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญา จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า การไม่คิดอัตราดอกเบี้ยหรือคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นเรื่องปกติ ด้วยเหตุนี้การให้กู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่ากฎหมายกำหนด จึงไม่ใช่การบริจาคหรือการให้ประโยชน์อื่นใด ตามนัยของมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หากแต่เป็นหนี้สินที่พรรคการเมืองอาจก่อขึ้นได้ในฐานะที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ข้อเท็จจริงแห่งคดีไม่สามารถปรับเข้ากับมาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ได้ &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้ได้เชื่อมโยงการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกินกว่าสิบล้านบาท ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 66 วรรคสอง เข้ากับมาตรา 72 วรรคสอง ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อให้ศาลมีอำนาจในการออกคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) คณาจารย์นิติศาสตร์มีความเห็นว่า มาตรา 72 ไม่อาจนำมาใช้ตีความประกอบกับมาตรา 66 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองได้ &amp;nbsp; เนื่องจากความมุ่งหมายของมาตรา 72 คือ การห้ามพรรคเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันมาจากการกระทำกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังเช่น เงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดอาญาหรือจากการค้ายาเสพติด เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความมุ่งหมายตามมาตรา 66 นั้น เป็นการกำหนดจำนวนเงินอย่างสูงหรือเพดานการรับเงินรายได้ที่เป็นเงินบริจาค ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดไม่เกินมูลค่าสิบล้านบาทต่อปี เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริจาครายใดใช้กลไกดังกล่าวในการครอบงำการดำเนินการของพรรคการเมือง เมื่อการกระทำตามมาตรา 66 ไม่อาจถูกเชื่อมโยงเข้ากับมาตรา 72 ได้ หากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเงินที่ได้รับมานั้นมีแหล่งที่มาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของพรรคการเมืองตามมาตรา 66 จึงไม่ใช่เหตุในการยุบพรรคการเมืองได้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) แต่อย่างใด
ตีความ กม.ต้องเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ความสำคัญของพรรคการเมืองในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กับการใช้อำนาจยุบพรรคการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญ คณาจารย์นิติศาสตร์มีข้อสังเกตประการสำคัญต่ออำนาจในการออกคำสั่งยุบพรรคการเมืองโดยศาลรัฐธรรมนูญว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องการยุบพรรคการเมืองตามหลักการที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้น เกิดจากแนวคิดในเรื่องการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยจากภยันตรายอย่างร้ายแรงที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยไปสู่การปกครองในระบอบอำนาจเบ็ดเสร็จหรือเผด็จการ จึงถูกใช้เฉพาะที่ได้ความอย่างชัดแจ้งและปราศจากข้อสงสัยว่าพรรคการเมืองหรือกลุ่มทางการเมืองกระทำการในลักษณะที่ต้องการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือล้มล้างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น โดยหลักแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะต้องจำกัดอำนาจตนเองในการใช้อำนาจยุบพรรคการเมือง หากไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งเช่นว่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าคณาจารย์นิติศาสตร์จะเคารพในแนวทางการตีความและการใช้ดุลยพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละท่าน แต่ตระหนักดีว่า นักวิชาการกฎหมายย่อมมีภาระหน้าที่ในการค้นหาแนวทางในการใช้และตีความกฎหมายที่เหมาะสมและเป็นธรรมที่สุด และนำเสนอแนวทางในการใช้และตีความดังกล่าวให้บรรดานักกฎหมายและสังคมได้ขบคิดพิจารณา เนื่องจากการใช้และการตีความกฎหมายที่เป็นธรรมเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเป็นการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐในสังคม คณาจารย์นิติศาสตร์เชื่อว่าปัญหาทางการเมืองไทยที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนานจะได้รับการแก้ไขเยียวยาด้วยการใช้การตีความกฎหมายอย่างถูกต้องและเป็นธรรม และระบอบประชาธิปไตยจะดำรงอยู่ได้หากนักกฎหมายทำหน้าที่โดยปราศจากอคติ และผู้คนในสังคมร่วมกันหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลและความอดทนอดกลั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคณาจารย์นิติศาสตร์ที่ร่วมลงชื่อแถลงการณ์ดังกล่าว จำนวน 36 คน ได้แก่ 1.รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ 2.รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด 3.รศ.ดร.ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์ &amp;nbsp;4.ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี 5.ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ 6.รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท 7.อ.ดิศรณ์ ลิขิตวิทยาวุฒิ &amp;nbsp;8.อ.คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร 9.ผศ.ดร.นพร โพธิ์พัฒนชัย 10.รศ.ดร.นิรมัย พิศแข มั่นจิตร 11.ดร.อำนาจ &amp;nbsp;ตั้งคีรีพิมาน 12.อ.เฉลิมวุฒิ ศรีพรหม 13.อ.กิตติภพ วังคำ 14.ผศ.สุรศักดิ์ บุญเรือง 15.อ.มาติกา วินิจสร &amp;nbsp;16.อ.ภัทรพงษ์ แสงไกร 17.รศ.ดร.สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์ 18.ศ.ดร.สุเมธ สิริคุณโชติ 19.รศ.ดร.ภูมินทร์ บุตรอินทร์ 20.อ.ยศสุดา หร่ายเจริญ 21.ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต 22.ผศ.ดร.ตามพงษ์ ชอบอิสระ 23.ดร.ลลิล ก่อวุฒิกุลรังษี 24.ผศ.ดร.กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง 25.อ.เอื้อการย์ โสภาคดิษฐพงษ์ 26.ศ.ดร.สหธน รัตนไพจิตร 27.อ.กีระเกียรติ พระทัย 28.อ.ฉัตรดนัย สมานพันธ์ 29.อ.ปทิตตา ไชยปาน 30.ดร.พนัญญา &amp;nbsp;ลาภประเสริฐพร 31.ผศ.ดร.เอมผกา เตชะอภัยคุณ 32.อ.สุรศักดิ์ บุญญานุกูลกิจ 33.ดร.นัษฐิกา ศรีพงษ์กุล 34.อ.พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ 35.อ.สุประวีณ์ อาสนศักดิ์ 36.อ.ปวีร์ เจนวีระนนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งนัดชุมนุมว่า &amp;quot;ไม่เห็นมีอะไร ขอให้ระมัดระวังกฎหมายอื่นๆ ด้วยแล้วกันถ้าชุมนุมกันภายนอก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 19.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมรัฐสภาระหว่างที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ &amp;nbsp;ปรากฏว่ามี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 9 คน ไปนั่งอยู่ฝั่งเดียวกับที่นั่ง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย รวมทั้งบางคนยังไปร่วมรับประทานอาหารที่ห้องรับรอง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย โดย ส.ส.ทุกคนติดบัตรที่หน้าอก แต่ได้คว่ำบัตรปิดชื่อของตัวเองไว้ ประกอบด้วย นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. เขต 23, ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. เขต 10, นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. เขต 21, นายเอกการ &amp;nbsp;ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1, นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3, นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1, นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น เขต 1, นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, &amp;nbsp; นายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หนึ่งใน ส.ส.อนาคตใหม่เปิดเผยถึงสาเหตุที่ ส.ส.เหล่านี้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นพรรคที่เน้นการทำงาน ประกอบกับสภาพแวดล้อมของพรรคอยู่กันแบบพี่แบบน้อง ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นหรือยศถาบรรดาศักดิ์ จึงทำให้เกิดความสบายใจ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58087</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, พรรคอนาคตใหม่, ยึดเงินเข้ากองทุน, ยุบพรรคอนาคตใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกู้พรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53dc6a2c3b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
