<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวมท. พัฒนาดิจิทัลไอดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ไฟเขียวมหาดไทยเร่งพัฒนาระบบพิสูจน์-ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าทางดิจิทัลให้บริการกับหน่วยงานรัฐ-เอกชน สั่ง ก.ดิจิทัลเป็นที่ปรึกษาเพื่อให้ปลอดภัย น่าเชื่อถือ ไม่ขัดกฎหมาย สำนักงบฯ หนุนค่าใช้จ่ายอุปกรณ์-พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ชี้เป็นฐานสำคัญพัฒนาระบบ Digital ID ประเทศ
วันที่ 27 ก.ค. น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแนวทางการพัฒนาระบบรองรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือ Digital ID ด้วยการพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าทางดิจิทัล (Face Verification Service &amp;ndash; FVS) และอนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการพัฒนา และจัดให้มีระบบ FVS และดำเนินการให้บริการกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบ FVS ที่กระทรวงมหาดไทยพัฒนา มีความมั่นคงปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือ สอดคล้องตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า พร้อมทั้งให้สำนักงบประมาณให้การสนับสนุนงบประมาณกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและจัดทำระบบ FVS โดยครอบคลุมการพัฒนาและติดตั้งซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การจัดหาอุปกรณ์และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับการให้บริการและการทดสอบประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ตลอดจนการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน และข้อตกลงการให้บริการของระบบ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นสำหรับการบริหารงานและการให้บริการ และให้กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;รายงานการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) ในส่วนของการพัฒนาระบบ Digital ID ให้ ครม.ทราบเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการพัฒนาและจัดให้มีระบบ FVS เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาระบบ Digital ID ของประเทศ ในส่วนของการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสนับสนุนบริการภาครัฐ สำหรับประชาชนและธุรกิจในการเข้าถึงบริการภาครัฐในรูปแบบของการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จโดยระบบ Digital ID&amp;nbsp;ซึ่งรวมถึงระบบ FVS จะสามารถนำมาทดแทนกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางกายภาพ โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องเดินทางไปพิสูจน์ตัวตนยังที่ทำการหรือสาขาของหน่วยงานที่ต้องการทำธุรกรรมทุกครั้งได้&amp;quot; น.ส.ไตรศุลีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ส่วนระบบ FVS ที่กระทรวงมหาดไทยจะพัฒนาขึ้น&amp;nbsp;เป็นระบบที่จะใช้ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (Digital ID) ของผู้รับบริการระบบหนึ่ง โดยมีกลไกการทำงานที่ใช้เทคโนโลยีในการระบุตัวบุคคลด้วยการเปรียบเทียบภาพใบหน้าที่ผู้รับบริการถ่ายส่งเข้าระบบกับฐานข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ โดยใช้ AI ที่มีความแม่นยำตามเกณฑ์มาตรฐานสากล และแจ้งผลในรูปแบบร้อยละของความถูกต้องของภาพถ่ายกับฐานข้อมูลภาพใบหน้า.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ไฟเขียวมท., ด้วยใบหน้า, น่าเชื่อถือ, ปลอดภัย, พัฒนาดิจิทัลไอดี, ยืนยันตัวตน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่ขัดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดวิธียืนยันตัวตน ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าประชาชนหลายคน ที่ใช้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เพื่อรับเงินช่วยจ่ายจากรัฐบาลวงเงิน 3,000 บาท โดยแบ่งจ่ายครั้งละ 1,500 บาท จะมีผู้เข้าร่วมบางกลุ่ม ที่ยังไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน ต้องเข้ายืนยันตัวตนภายหลังจากการลงทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ที่เข้าใช้งานไม่ได้ โดยระบบจะขึ้นหน้าจอว่า &amp;ldquo;อยู่ระหว่างดำเนินการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม&amp;rdquo; และเมื่อคลิกดูสถานะก็ขึ้นข้อความว่า &amp;ldquo;กรุณานำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตันที่ตู้ ATM หรือสาขา ธ.กรุงไทย เพื่อดำเนินการต่อ&amp;rdquo;
เมื่อเจอสถานะแบบนี้ หลายคนอาจจะไม่เข้าใจกระบวนการยืนยันตัวตน &amp;nbsp;ซึ่งในที่นี้มีวิธีการมาแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการยืนยันตัวตนทำได้ 3 วิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai Next สำหรับคนที่มีแอปพลิเคชัน Krungthai Next อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า
สแกนใบหน้า
กรอกข้อมูลส่วนตัว กดยืนยัน
นำบัตรประชาชนไปที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย คลิกค้นหาตู้ &amp;nbsp;
เลือกเมนู &amp;quot;ยืนยันตัวตน&amp;quot; (ไม่ต้องใช้บัตรเอทีเอ็ม)
ทำการยืนยัน &amp;quot;การเป็นเจ้าของบัตรประชาชน&amp;quot;
เลือกยินยอมให้ &amp;quot;เปิดเผยข้อมูลพิสูจน์ตัวตน&amp;quot;
เสียบบัตรประชาชน ที่ช่อง &amp;quot;Confirm ID&amp;quot; (รอระบบตรวจสอบข้อมูลยืนยันตัวตน)
เปิดแอปฯ เป๋าตัง เลือก G-Wallet เลือกเมนูคนละครึ่ง แล้วทำการตรวจสอบสิทธิอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. ยืนยันตัวตนที่สาขาธนาคารกรุงไทย
โดยนำบัตรประชาชนไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ทำการยืนยันตัวตนให้ และสแกนใบหน้าอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108365</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, ยืนยันตัวตน, วิธียืนยันตัวตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602dd407d5fa9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3 วันที่ 1 ก.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 2564 ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า &amp;nbsp;จากการเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 &amp;nbsp;จำนวน 31 ล้านสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา &amp;nbsp;ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ซึ่งจะเริ่มเปิดใช้สิทธิวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นวันแรก &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการใช้สิทธิ แนะนำผู้ได้รับสิทธิเตรียมความพร้อมก่อนใช้สิทธิ &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และทำการเปิดใช้งาน G-wallet เพื่อเตรียมรับสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ยืนยันตัวตน พร้อมให้ความยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตน ป้องกันการทุจริต โดยแอบอ้าง หรือสวมสิทธิเป็นตัวท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้รับสิทธิรายใหม่จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนทุกคน ส่วนผู้รับสิทธิรายเดิมบางคน อาจจะต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติมอีกครั้ง &amp;nbsp;โดยเมื่อกดเข้า G-wallet ระบบจะขึ้นข้อความว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรุณายืนยันตัวตนเพิ่มเติม เพื่อใช้สิทธิในโครงการ เนื่องจากการยืนยันตัวตนของคุณยังไม่สมบูรณ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ให้ยืนยันตัวตน โดยสแกนใบหน้า ผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือแอปฯ Krungthai NEXT &amp;nbsp; หรือ นำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่ ตู้ ATM กรุงไทยสีเทา หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกดเข้า G-Wallet &amp;nbsp;แล้ว ถ้าขึ้นข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo; โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; สามารถใช้ได้วันที่ 1 กรกฎาคม 2564&amp;rdquo;ก็สามารถใช้สิทธิทันที ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม -31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108013</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงไทย, ยืนยันตัวตน, ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60da9f5898ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืนยันตัวตนไม่ได้ สแกนหน้าไม่ผ่าน บนแอป &#039;เป๋าตัง&#039; มีวิธีแก้ปัญหาอีกทาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หนึ่งในปัญหาใหญ่สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาล นั้นก็คือ การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน &amp;#39;เป๋าตัง&amp;#39; ซึ่งมีคนจำนวนมากที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ โดยเฉพาะการติดปัญหาการสแกนใบหน้า ที่ทำอย่างไรก็ไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลการยืนยันตัวตนอีกวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ นั้นก็คือการยืนยันตัวตนโดยการผูกบัญชีกับธนาคารกรุงไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยวิธีการนี้ ใช้วิธีเปิดบัญชีธนาคารกับกรุงไทย แล้วเชื่อมบัญชีกับ Krungthai NEXT ซึ่งต้องโหลดแอปฯดังกล่าว มาใช้ในมือถือด้วย และใช้การยืนยันตัวตนผ่าน Krungthai NEXT แล้วกลับไปที่แอปฯ เป๋าตังอีกที โดยคลิปยืนยันตัวตัวผ่าน &amp;nbsp;Krungthai NEXT ซึ่งจะสามารถยืนยันตัวตนผ่านได้ง่าย ๆ ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่คือ ขั้นตอนการยืนยันตัวตนผ่านเป๋าตัง ผ่าน Krungthai NEXT &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. ผู้ใช้ต้องมีบัญชีของธนาคารกรุงไทย ที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT บนมือถือ หากใครยังไม่มีให้ไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย พร้อมบอกว่าขอเชื่อมบัญชีกับ Krungthai NEXT&amp;nbsp;
2. กดเข้า เป๋าตัง เวอร์ชั่น ล่าสุด
3. กดเข้าเมนู G-Wallet และเข้าใช้งาน &amp;nbsp;G-Wallet&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. อ่านข้อตกลงและเงื่อนไข พร้อมกด &amp;quot;ตกลง&amp;quot;
5. ระบบจะขึ้นวิธีการยืนยันตัวมาให้เลือก 2 แบบ คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;- ยืนยันผ่านแอปฯ &amp;nbsp;Krungthai NEXT (ไม่ต้องสแกนหน้า)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;- ยืนยันผ่านบัตรประจำตัวประชาชน (ต้องสแกนหน้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6. ใส่รหัส pin 6 หลัก ของแอปฯ Krungthai NEXT เพื่อยืนยันตัวตน
7. ระบบแจ้งว่า ยืนยันตัวตนผ่าน Krungthai NEXT สำเร็จ ให้กด &amp;quot;ดำเนินการต่อบนแอปฯ เป๋าตัง&amp;quot;
8. ระบบจะส่งรหัส OTP มาทาง SMS ให้นำไปกรอกยืนยันให้เรียบร้อย หากรหัสไม่มาภายใน 3 นาที ให้กดขอรหัส OTP ใหม่ เมื่อกรอกเสร็จก็สามารถใช้งาน เป๋าตัง ได้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94068</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยืนยันตัวตน, ยืนยันตัวตนไม่ได้, สแกนใบหน้า, แอปเป๋าตัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6035028c9a15f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เราชนะยอดพุ่ง! 12ล้านยืนยันตัว ใช้จ่าย2.5หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราชนะนโยบายมหานิยม ปชช.แห่ยืนยันตัวตนพุ่ง 12 ล้าน ยอดใช้จ่ายกระฉูด 2.45 หมื่นล้านบาท คลังสั่งออมสิน-ธ.ก.ส.-คลังจังหวัด-สรรพสามิต-สรรพากรพื้นที่ ตั้งโต๊ะรับลงทะเบียนกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน-คนแก่-ผู้พิการ ตั้งแต่ 22 ก.พ.-5 มี.ค.64 พร้อมจับมือมหาดไทยจัดหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงผลการประชุมแนวทางการให้ความช่วยเหลือในการลงทะเบียนโครงการเราชนะเพิ่มเติม แก่กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ทโฟน ทำให้ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางไปลงทะเบียนเองหรือเดินทางไปใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ที่ได้รับผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ ว่าที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางเพิ่มจุดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนกลุ่มดังกล่าวนอกเหนือจากการลงทะเบียนที่สาขาและจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กุลยากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ให้สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ที่สาขา หรือจุดบริการของธนาคารออมสิน,&amp;nbsp; ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), สำนักงานคลังจังหวัด, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกลุ่มดังกล่าวที่ไม่สามารถเดินทางไปจุดบริการลงทะเบียนได้ ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน หรือ ธ.ก.ส. ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.-5 มี.ค.2564 ทำให้มีจุดรับบริการลงทะเบียนโครงการเราชนะรวมอย่างน้อย 3,500 แห่ง สำหรับการให้บริการประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สศค.กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าของการเข้าร่วมโครงการเราชนะ ของกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตังในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ w ww.เราชนะ.com ณ วันที่ 19 ก.พ.2564 เวลา 12.00 น. พบว่ามีผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเราชนะผ่านแถบ (Banner) โครงการเราชนะในแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้วจำนวน 11,989,928 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สศค.กล่าวว่า ขณะที่มีกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษมาลงทะเบียนแล้วจำนวน 571,797 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ก.พ. เวลา 16.00 น.) สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินสิทธิ์เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐงวดที่ 3 ในวันที่ 19 ก.พ.โดยสามารถสะสมวงเงินสิทธิ์เพื่อใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมในโครงการเราชนะ ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.2564 ของประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนกลุ่มผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเราชนะผ่านแถบ (Banner) โครงการเราชนะในแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว จากข้อมูล ณ วันที่ 19 ก.พ.2564 เวลา 12.00 น. มีมูลค่าการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วมากกว่า 24,571 ล้านบาท&amp;quot; ผอ.สศค.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กุลยากล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมากระทรวงการคลังพบว่ามีข่าวปลอม (Fake News) จากสังคมออนไลน์ (Social Media) เกี่ยวกับโครงการเราชนะ ถูกเผยแพร่ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการคลังได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของโครงการเราชนะ โปรดอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมจากช่องทางดังกล่าว และขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการเราชนะ จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการจากทางราชการ ได้แก่ www.เราชนะ.com www.mof.go.th www.fpo.go.th และ Facebook Fanpage &amp;ldquo;สถานีข่าวกระทรวงการคลัง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง: Fiscal Policy Office&amp;rdquo; เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ จ.ยะลา ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเบตง อ.เบตง จ.ยะลา มีประชาชนมารอต่อแถวกันอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ยังพบปัญหาของผู้สูงอายุ คือไม่มีสมุดธนาคาร บัตรประจำตัวประชาชนกับใบหน้าไม่ตรงกัน และผู้สูงอายุบ้างคนไม่เคยมาธนาคารเลย จึงเป็นสาเหตุให้มีการยืนรอของประชาชนบางส่วนที่เข้าใจผิด และมารอกันหนาแน่น ซึ่งประชาชนบางส่วนที่มารอ โดยเฉพาะประชาชนที่พบปัญหาเรื่องการยืนยันตัวตนบนแอปฯ เป๋าตัง ยังคงมายืนรอหนาแน่นเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชาวบ้านตามหมู่บ้านในชนบทต่างเดินทางออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้ามืด เพราะบ้านอยู่ไกลจากตัวเมืองเบตง ระหว่างรอลงทะเบียนเราชนะ เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยได้เปิดรับบริการลงทะเบียนเราชนะเป็นวันที่ 3 ซึ่งมีการแจกบัตรคิวให้บริการวันละ 200 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าสามารถให้ญาติหรือผู้ดูแลในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง แจ้งกับผู้ใหญ่บ้านหรือท้องถิ่นเข้ามา เพื่อจะจัดทีมเข้าไปรับลงทะเบียนให้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93612</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.mof.go.th, www.เราชนะ.com, ยืนยันตัวตน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราชนะ, โครงการเราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fc9bdb8fc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านวิธียืนยันตัวตน &#039;เราชนะ&#039; เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หลังจากภาครัฐเปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียน โครงการเราชนะ &amp;nbsp;3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.ผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งผู้เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน 3.กลุ่มที่ไม่เคยได้รับสิทธิ(ไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูล) ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีประชาชนในกลุ่มที่ 2 และ กลุ่มที่ 3 ที่ผ่านการคัดกรองโครงการเราชนะแล้วนั้น จะต้องทำการกดยืนยันรับสิทธิเราชนะ ในแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง แบ่งให้กด 2 รอบ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กลุ่มที่ 2 ผู้ที่เคยได้รับสิทธิเราเที่ยวด้วยกัน/คนละครึ่งมาก่อนเริ่มกดรับสิทธิเราชนะผ่านแอปเป๋าตัง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กลุ่มที่ 3 ประชาชนทั่วไป (ลงทะเบียนผ่าน www.เราชนะ.com) กดรับสิทธิเราชนะ เริ่ม 15 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ายืนยันสิทธิภายใน 18 ก.พ.2564 ได้รับวงเงินครั้งแรก 2,000 บาท , ทุกวันพฤหัสบดีได้รับวงเงิน 1,000 บาท/สัปดาห์จนครบวงเงินสิทธิของโครงการ &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มยืนยันสิทธิหลังวันที่ 18 ก.พ.2564 ได้รับวงเงินครั้งแรกเท่ากับวงเงินที่สะสมมาตั้งแต่ 18 ก.พ., ทุกวันพฤหัสบดีได้รับวงเงิน 1,000 บาท/สัปดาห์จนครบวงเงินสิทธิของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการยืนยันตัวตน เพื่อขอรับสิทธิทำได้ดังนี้
1.เข้าแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เลือก G-Wallet เพื่อยืนยันตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เลือกเข้าใช้งาน G-Wallet เพื่อยืนยันตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.อ่านเงื่อนไขและกดยอมรับข้อตกลงการให้ข้อมูล และการให้ความยินยอมข้อมูลส่วนบุคคล และการให้ความยินยอมข้อมูลส่วนบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ยืนยันด้วยบัตรประชาชน หรือจะเลือกยืนยันด้วย Krungthai NEXT ต้องทำด้วยการระบุ PIN 6 หลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สแกนและกรอกข้อมูลบัตรประชาชน (เฉพาะการยืนยันด้วยบัตรประชาชนเท่านั้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ยืนยันรหัส OTP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.สแกนใบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ยืนยันตัวตนสำเร็จ จะแสดงหน้าโฮม G-Wallet&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในกรณีที่ยืนยันตัวตนไม่ผ่าน เช่น การสแกนหน้าไม่ติด สแกนบัตรประชาชนไม่ได้ ทาง www.เราชนะ.com&amp;nbsp; ชี้แจงว่า สามารถนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่ตู้เอทีเอ็มที่มีเมนู &amp;quot;ยืนยันตัวตน&amp;quot; ของธนาคารกรุงไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธียืนยันตัวตน www.เราชนะ.com ผ่านแอปเป๋าตัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธียืนยันตัวตนเราชนะ ผ่าน เป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เข้าแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เลือกเมนูกด เราชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จากนั้นจะมีหน้าจอ ข้อตกลงและเงื่อนไขขึ้นมาให้อ่านแล้วกด ยอมรับเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ระบุจังหวัดที่พักอาศัยในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. กดยืนยันจังหวัดที่พักอาศัยในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จากนั้นระบบจะพาไปยังหน้าหลักของ เราชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93299</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยืนยันตัวตน, เราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602b2b327cb67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังกำชับประชาชนเร่งยืนยันตัวตนและใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com โดยประชาชนที่ลงทะเบียนสำเร็จจะได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ต้องยืนยันตัวตนให้สำเร็จก่อนจึงจะสามารถเริ่มใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ได้นั้น ขณะนี้มีประชาชนยืนยันตัวตนสำเร็จแล้วประมาณ 75% ของผู้ได้รับสิทธิในรอบลงทะเบียนครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการคลัง ย้ำว่าขอให้ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งเร่งยืนยันตัวตนและใช้จ่ายครั้งแรกโดยเร็วภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ นอกจากนี้ หากท่านยืนยันตัวตนสำเร็จได้ทันภายในวันที่ 27 มกราคม 2564 ข้อมูลของท่านจะถูกนำไปคัดกรองและตรวจสอบเพื่อพิจารณาสิทธิในการเข้าร่วมโครงการเราชนะโดยอัตโนมัติ และถือว่าท่านเป็นผู้ที่ไม่ต้องลงทะเบียนในโครงการเราชนะอีก เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ที่ได้ให้ความยินยอมให้นำข้อมูลไปประมวลผลหรือเปิดเผยเพื่อดำเนินมาตรการอื่นๆ ของรัฐได้อยู่แล้ว ดังนั้น ระบบจึงสามารถนำข้อมูลของท่านไปตรวจสอบคุณสมบัติของโครงการเราชนะให้ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 21.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1 ล้านร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 14,010,944 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 72,811 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 37,247 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 35,564 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สงขลา เชียงใหม่ และสมุทรปราการ ตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91189</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, ยืนยันตัวตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d4dd8b2fe2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
