<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังย้ำคนละครึ่งเฟส3 31ล้านลงทะเบียนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนละครึ่งเฟส 3 ส่อเค้าป่วน&amp;nbsp; &amp;ldquo;โฆษก ศบศ.&amp;rdquo; บอกผู้รับสิทธิเดิมกว่า 15 คนแค่ยืนยันสิทธิ์ แต่ &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; แจงชัด 31 ล้านคนต้องลงทะเบียนหมดทั้งใหม่-เก่า เพราะไม่ได้ให้อัตโนมัติ ชี้หากไม่ทำจะถือว่าสละสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มิ.ย.2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบศ.) ระบุว่าขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมกับการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp; เฟส 3 ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายในลักษณะร่วมจ่าย โดยรัฐจะสนับสนุนให้ในอัตรา 50% ของค่าใช้จ่าย หรือไม่เกิน 150 บาท/คน/วัน วงเงินรวม 3,000 บาทตลอดโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะเวลาใช้จ่ายตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค.64 ทั้งนี้ผู้ที่รับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 1 และ 2 ไปแล้วจำนวน 15 ล้านคน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงกดยืนยันรับสิทธิในแอปพลิเคชันเป๋าตัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิคนละครึ่งมาก่อน กระทรวงการคลังจะเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมอีก 16 ล้านสิทธิในวันที่ 14 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. โดยคุณสมบัติผู้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีผู้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 3 แล้ว หากต้องการเปลี่ยนไปรับสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิยิ่งใช้ยิ่งได้ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ภายในวันที่ 28 มิ.ย. โดยถือเป็นการสละสิทธิ์โครงการที่ได้รับสิทธิเดิมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยโครงการคนละครึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ที่สำคัญเป็นการช่วยเหลือประชาชนยามทุกข์ยาก ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งสถานการณ์จะดีขึ้นอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายธนกรระบุ
ขณะที่ น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กลับให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า การเปิดให้ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 ในวันที่ 14 มิ.ย.เป็นวันแรก ผู้ที่เคยรับสิทธิคนละครึ่งเฟส 1 และ 2 รวมทั้งไม่ได้รับสิทธิ์ ต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด เพื่อยืนยันเข้าร่วมโครงการ ไม่มีการได้สิทธิ์อัตโนมัติ โดยกลุ่มที่ได้สิทธิ์อยู่เดิมกว่า 15 ล้านคน สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยระบบจะดึงข้อมูลเดิมมาให้ และต้องกรอกข้อมูลเพิ่มในส่วนของอาชีพ และรายได้ ส่วนผู้ที่ต้องการลงทะเบียนใหม่ให้ลงทะเบียนได้ที่ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.
&amp;quot;สาเหตุที่ไม่ได้ระบุว่าให้คนที่เคยได้สิทธิ์อยู่เดิมมากดยืนยันสิทธิ์ เพราะรอบนี้ไม่ใช่การให้สิทธิ์อัตโนมัติ ต้องมากรอกข้อมูลเพิ่มเติมใหม่ จึงใช้คำว่าให้มาลงทะเบียน ซึ่งใครที่ไม่มาลงทะเบียนก็ถือว่าไม่ได้เข้าร่วมโครงการ&amp;quot;
น.ส.กุลยายืนยันว่า แม้เป็นการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบจำนวนผู้ได้สิทธิ์ ถึง 31 ล้านคน ซึ่งกระทรวงการคลังมั่นใจว่าครอบคลุมเพียงพอกับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการทุกคน ไม่เหมือนในรอบที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ทั้งกลุ่มเก่า กลุ่มใหม่ ไม่ต้องรีบแย่งกันมาลงทะเบียนวันแรก สามารถทยอยลงในวันที่สะดวกได้ เพราะเชื่อว่ามีจำนวนสิทธิ์เพียงพอกับทุกคน ในส่วนของระบบลงทะเบียนทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา มีความพร้อมรองรับของผู้ที่สนใจตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106275</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่งเฟส 3, ผู้รับสิทธิเดิม, ยืนยันสิทธิ์, ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ได้ให้อัตโนมัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c610bf4d34a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เตรียมให้พร้อม! &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; จ่อเปิดลงทะเบียนคนละครึ่ง&amp;nbsp; เฟส 3 ภายใน มิ.ย.นี้ รับเพิ่มอีก 16 ล้านคน ส่วน 15 ล้านรายเดิมต้องยืนยันสิทธิ์ พร้อมชง ครม.เคาะเติมเงิน 2 พันบาทใส่เราชนะ-ม33เรารักกัน เผย &amp;quot;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;quot; กระตุ้นใช้จ่าย เกณฑ์รับ e-Voucher คืนสูงสุด 7 พัน ต้องใช้จ่ายถึง 7 หมื่นบาท &amp;ldquo;ออมสิน&amp;rdquo; ส่งมาตรการสมัครใจพักชำระเงินต้นผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ดีเดย์ 11 พ.ค.นี้ คาดช่วยลูกหนี้ลดภาะได้กว่า 1 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งมีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นประธาน จะมีการพิจารณารายละเอียดของมาตรการในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบของโควิด-19 ระลอกใหม่เพิ่มเติม ในส่วนของมาตรการเราชนะ และมาตรการ ม33เรารักกัน ซึ่งจะมีการเพิ่มวงเงินสิทธิ์ให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รวมคนละ 2,000 บาท โดยใช้งบประมาณ 8.55 หมื่นล้านบาท หลังจากนั้นจะเร่งเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เม็ดเงินใหม่เข้าสู่มาตรการได้ไม่เกินเดือน พ.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หรือตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค.2564 รัฐบาลยังเตรียมที่จะออกมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ เพื่อเป็นการฟื้นฟู เพื่อดูแลประชาชน ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อย่างเหมาะสม และเพื่อเป็นการดูแลฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเมื่อสถานการณ์การระบาดคลี่คลายในระยะต่อไป รวมถึงเพื่อเป็นการรักษาระดับและทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยมาตรการที่ออกมาจะเน้นในการให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มต่างๆ ทุกภาคส่วน ครอบคลุมกว่า 51 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศปี 2564 ประกอบด้วย โครงการเยียวยาผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการเยียวยยากลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ครอบคลุม 16.15 ล้านคน โดยจะให้วงเงินสิทธิ์ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ/ บัตรประจำตัวประชาชนไปใช้ ณ ร้านธงฟ้า ร้านค้า และผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน คิดเป็น 1,200 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 6 เดือน (ก.ค.-ธ.ค.2564) และโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ครอบคลุม 31 ล้านคน แบ่งเป็นประชาชนที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว 15 ล้านคน และจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนใหม่อีก 16 ล้านคน เงื่อนไขโครงการยังเป็นเหมือนเดิม โดยโครงการจะเริ่มตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค. 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงการคลังคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนมาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 ให้ครอบคลุม 31 ล้านคน ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยกลุ่มผู้ที่ได้รับสิทธิ์เดิม 15 ล้านคน จะต้องเข้าไปยืนยันตนใช้สิทธิ์ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือจะเลือกสละสิทธิ์ เพื่อไปใช้มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกุลยากล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการใหม่สำหรับกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อและมีรายได้ค่อนข้างสูง คือมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งรัฐจะสนับสนุน e-Voucher ค่าซื้อสินค้า ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยการใช้จ่ายจะได้รับ e-Voucher ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.2564 และใช้จ่าย e-Voucher ได้ในเดือน ส.ค.-ธ.ค.2564 ซึ่งการใช้จ่ายจะดำเนินการผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยมาตรการนี้ครอบคลุม 4 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องมีการเติมเงินเพื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในแบนเนอร์มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้เท่านั้น และสามารถใช้ได้กับทุกร้านค้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งรวมถึงห้างสรรพสินค้า เซเว่นอีเลฟเว่นก็ใช้ได้ และระบบจะให้คืนเป็น e-Voucher ไม่ใช่เงินสด ซึ่งรัฐจะสนับสนุน e-Voucher ให้ที่ประมาณ 10-15% หรือ หากต้องการใช้สิทธิ์เพื่อให้ได้ e-Voucher สูงสุด 7,000 บาท ต้องเติมเงินเข้าระบบใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 7 หมื่นบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะต้องการกระตุ้นให้ผู้มีกำลังซื้อใช้จ่ายจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้นั้น กระทรวงการคลังจะมีการเตรียมงบประมาณให้เพียงพอเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ให้นำเงินออกมาใช้จ่ายและสนับสนุนผู้ประกอบการที่จดภาษีแวตได้ ในส่วนของการรับสิทธิ์ตามมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐบาลที่เตรียมจะดำเนินการนั้น ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 คนต่อ 1 โครงการเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้รายเดือน และบรรเทาปัญหาสภาพคล่องให้แก่ลูกหนี้สินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อยออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2564 ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สมัครใจเข้ามาตรการพักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภท ทั้งที่เป็นรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจ โดยมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าโครงการได้จำนวนประมาณ 1 ล้านราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพักหนี้รอบใหม่ไม่สามารถพักหนี้แบบอัตโนมัติได้ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และไม่สามารถกวาดทุกกลุ่มได้ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน การพักต้นก็มีภาระผ่อนจ่ายลดลง ซึ่งกลุ่มที่ต้องการร่วมต้องแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน MyMo เท่านั้น โดยจะเน้นไปที่กลุ่มอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบ บางอาชีพที่เคยได้ครั้งที่แล้ว ในครั้งนี้ หากรายได้ไม่ถูกกระทบ ก็จะร่วมมาตรการไม่ได้&amp;quot; นายวิทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้รายใดมีความจำเป็นต้องรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการพักชำระเงินต้น ธนาคารอาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เป็นรายกรณี ซึ่งเป็นมาตรการเสริมจากการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.63 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามงวดชำระเดิม โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 5 แสนราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยลูกค้าสินเชื่อของธนาคารออมสินสามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้ามาตรการพักชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว และเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.-30 มิ.ย.2564 สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้เกิน 10 ล้านบาท สามารถติดต่อดำเนินการที่สาขาของธนาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทัยกล่าวอีกว่า ในส่วนมาตรการสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง รายละ 10,000 บาท จะเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อผ่าน MyMo ได้ในช่วงสัปดาห์หน้าเช่นกัน โดยจะแบ่งกลุ่มดูแลลูกค้าในระบบ MyMo เดิมก่อน 9 ล้านราย จากนั้นจะช่วยในกลุ่มที่มี MyMo ในกลุ่ม 6 จังหวัดสีแดงเข้ม และช่วยเป็นการทั่วไป จนครบเป้าหมาย 1 ล้านราย ซึ่งเชื่อว่าสินเชื่อดังกล่าวจะค่อยๆ ทยอยปล่อยได้ตามกรอบสิ้นปี 2564.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102041</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นใช้จ่าย, คนละครึ่ง เฟส 3, ม.33, ยิ่งใช้ยิ่งได้, ยืนยันสิทธิ์, ลงทะเบียนคนละครึ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เติมเงิน 2 พันบาท, เราชนะ, เรารักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093f955d6d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืนยันสิทธิ์‘ม33เรารักกัน’ ‘สุชาติ’มั่นใจระบบพร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สุชาติ&amp;rdquo; ยันความพร้อมวันแรกยืนยันสิทธิโครงการ ม33เรารักกัน เชื่อไร้ปัญหา &amp;ldquo;ไตรศุลี&amp;rdquo; บอกเป็นวันแรกของผู้ทบทวนสิทธิและผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนด้วย &amp;ldquo;เด็ก พปชร.&amp;rdquo; ตบปาก &amp;ldquo;เด็กเพื่อไทย&amp;rdquo; เรื่องบริหารเศรษฐกิจยุคโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการยืนยันสิทธิ์ในโครงการ ม33เรารักกัน ที่จะเริ่มในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค.2564 เป็นวันแรก ว่า กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมมีความพร้อม และมั่นใจจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ เตรียมลงพื้นที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อติดตามความเรียบร้อย โดยจะเริ่มที่ จ.ปทุมธานี เนื่องจากมีผู้ประกันตนเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า ในวันที่ 15-28 มี.ค. จะเปิดลงทะเบียนอีกครั้งสำหรับรอบขอทบทวนสิทธิ โดยผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ไม่ผ่านการลงทะเบียนในรอบแรก สามารถลงทะเบียนได้ที่ w ww.ม33เรารักกัน.com ส่วนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน สามารถเดินทางไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อรักษาสิทธิ์
&amp;ldquo;ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศได้เตรียมความพร้อมการเปิดลงทะเบียนสำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ผู้มีสิทธิสามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดไปขอลงทะเบียนรับสิทธิได้ โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33, สัญชาติไทย, มียอดเงินจากทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท นับถึง 31 ธ.ค. 2563 ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่ได้รับสิทธิในโครงการเราชนะ&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลีกล่าว
น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า โครงการม33เรารักกัน โดยกลุ่มที่ลงทะเบียนแล้วเสร็จระหว่างวันที่ 21 ก.พ.-7 มี.ค. จากเดิมต้องกดใช้งานและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 15-21 มี.ค. ได้ขยายเวลาเป็นระหว่างวันที่ 15 มี.ค.-31 พ.ค.2564 เช่นเดียวกับกลุ่มรอบทบทวนสิทธิที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 15-28 มี.ค. จากเดิมที่จะต้องยืนยันตัวตน ระหว่างวันที่ 5-11 เม.ย. ให้ขยายเป็น 5 เม.ย.-31 พ.ค. โดยทุกคนที่ได้มีการยืนยันตัวตนจะได้รับวงเงินคนละ 4,000 บาท ตามมาตรการที่กำหนด
ด้านนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ระบุว่าภาพใหญ่ของไทยดีแล้วไม่มีอะไรเสีย เศรษฐกิจปี 2563 ที่ติดลบถึง 6.1% ต่ำสุดในรอบ 22 ปี คือความสำเร็จ และปีนี้จะขยายตัว 4% นั้น ว่าเป็นความเพ้อฝัน และแก้ตัวแบบข้างๆ คูๆ และถ้านายสุพัฒนพงษ์คิดได้แค่นี้ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ หรือเพียงพูดเพื่อต้องการขายฝันเพื่อเกาะเก้าอี้ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท.เสนอให้เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะผลงานทางเศรษฐกิจล้มเหลวหนักยิ่งกว่าสมัยนายสมคิดที่ว่าล้มเหลวมากแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่นายสุพัฒนพงษ์คิดว่าเศรษฐกิจไทยติดลบหนักถึง -6.1% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 22 ปี เป็นความสำเร็จ เพราะติดลบน้อย เป็นความคิดที่แปลกประหลาดอย่างมาก เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาตลอด 6 ปี และมาติดลบหนักอีก จะบอกว่าเป็นผลงานได้อย่างไร คิดได้แค่แบบนี้เศรษฐกิจไทยคงไปไม่รอด จะตกตึก 10 ชั้นหรือจะตกตึก 6 ชั้นก็ตายเหมือนกัน คำถามอยู่ที่ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นขึ้นมาและเดินต่อไปได้อย่างไร&amp;rdquo; นายกฤษฎาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กโต้นายกฤษฎาว่า ได้วิเคราะห์ดูข่าวเก่าๆ ว่าโควิด-19 เริ่มระบาดให้ช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก ของเราตอนนั้น ทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทั้งสำนักวิจัยต่างๆ ฟันธงว่าปี 2563 นี้ประเทศไทยสาหัส ติดลบไม่ต่ำกว่า 10% แต่พอไตรมาส 2 เราก็เริ่มเป็นบวก และต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาส 3 และ 4 ทำให้ทั้งปี เศรษฐกิจไทยบอบช้ำน้อยกว่าที่คาดกันไว้ จบที่ติดลบ 6.1% จากที่คาดกันว่าจะติดลบ 7-8% &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไม่ได้บอกว่าเศรษฐกิจไม่มีอะไรเสียหาย แต่อยากจะบอกว่า เสียหายน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ อย่าดูแค่ตัวเลขสุดท้ายว่า ติดลบ 6.1 ต้องดูให้ต่อเนื่อง จะเห็นว่ามันดีขึ้นเรื่อยๆ และตัวเลขต่างๆ ที่เราดูกันอยู่ ทำให้มั่นใจว่าปี 2564 นี้จะดีขึ้น เพราะมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล อย่างเช่นคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
น.ส.พิชชารัตน์โพสต์อีกว่า ในระหว่างที่เรายังไม่กลับสู่ภาวะปกติ เพราะยังต้องสู้รบกับโควิดอยู่นั้น ยังทำอะไรไม่ได้เต็มที่ ในเรื่องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การลงทุนจากต่างประเทศ หรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่เราพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติมาโดยตลอด อยากให้ท่าน ส.ส.ได้ลงไปสัมผัสกับประชาชนดู ไปเดินตลาดดูบ้างว่าคนเขาพูดถึงมาตรการคนละครึ่งและเราชนะว่าดีอย่างไร วันหยุดคนออกไปเที่ยวกันมากขนาดไหน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตั้งแต่เกิดโควิดเมื่อปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ ประเทศไทยไม่เคยถูกลดอันดับเครดิตเลย ทั้งจากมูดี้ส์, เอสแอนด์พี และฟิทช์ เรทติ้งส์ ทุกสำนักคงอันดับเครดิตไว้เท่าเดิม ในขณะที่มีหลายๆประเทศถูกลดอันดับเครดิตลง การทำงานในทุกองค์กรเราต้องตั้งเป้าหมายเสมอ เพื่อให้องคาพยพขององค์กรเดินหน้าไป เพื่อไปถึงเป้าหมายนั้น และดิฉันเชื่อมั่นว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้า ทุ่มเท วางแผนและคิดอย่างรอบคอบเพื่อที่ดูแลประชาชน และทำเป้าหมายให้เป็นจริง อยากให้ท่าน ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง หากมัวเเต่พูดเรื่องความฝัน จะมองไม่เห็นความสำเร็จที่แท้จริง&amp;rdquo; น.ส.พิชชารัตน์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96067</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม33เรารักกัน, ยืนยันสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เศรษฐกิจยุคโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e18b2096ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
