<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักร้องทำงาน &#039;เรืองไกร&#039; ยื่น  ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน  &#039;พิธา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พบหลายประเด็นที่น่าสงสัย อันเป็นเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ นายพิธา แจ้งว่ามีคู่สมรส และคู่สมรสเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง แต่นายพิธากลับไม่แสดงรายได้ รายจ่าย หรือหุ้น ของคู่สมรสต่อป.ป.ช. นายพิธา ได้นำอาคารของน้องชายมูลค่า 15,000,000 บาท มาแสดงในบัญชีทรัพย์สินของตนเอง ในทางบัญชีควรตรวจสอบว่า ทรัพย์สินรวมที่แจ้งสูงเกินจริง (Overstate assets) หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายพิธา แจ้งที่ดินรายการหนึ่งว่า เป็นที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งแปลกมาก เพราะนายพิธา ไม่น่าจะมีกรรมสิทธิในที่ดินดังกล่าวได้ แม้จะไม่ได้แจ้ง เลขที่ เนื้อที่ และมูลค่าไว้ก็ตาม แต่การแสดงรายการที่ดินเช่นนี้ อาจเข้าข่ายแจ้งข้อความโดยไม่ตรงความจริงหรือไม่ นายพิธา ไม่ได้แจ้งมูลค่าที่ดินและบ้านของคู่สมรสไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้เห็นได้จากมีการแจ้งรายการอาคารของคู่สมรสไว้ด้วยแต่ไม่แสดงมูลค่า ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า คู่สมรสมีอาคารดังกล่าว ซึ่งควรตั้งอยู่บนที่ดิน แต่กลับไม่มีการแจ้งมูลค่าอาคารและที่ดินไว้ &amp;nbsp;ทำให้มีประเด็นที่ควรตรวจสอบทางบัญชีตามมาว่า บัญชีทรัพย์สินรวมของคู่สมรส แสดงไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง (Understate assets) หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเรืองไกรกล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนมาจากการตรวจสอบรายการในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่นายพิธา ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อคราวรับตำแหน่งส.ส. &amp;nbsp;รวมทั้งข่าวในสื่อต่างๆ ดังนั้น จึงมีเหตุที่ต้องร้องขอให้ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของนายพิธากับคู่สมรส ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ไว้นั้น เข้าข่ายตามความใน พรป. ป.ป.ช. มาตรา 114 หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตนยังได้รับข้อมูลที่ขอไว้ในชั้นกมธ.งปม.65 ว่ามี ส.ส. และ ส.ว. ยังถือครองที่ดิน ส.ป.ก.อยู่ รวม 5 ราย จึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ยื่น ป.ป.ช., สอบทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1dcc3c4627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ถอยฉีกคำสั่งให้ปชป.คุมใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้านร่อนแถลงการณ์สับ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&amp;nbsp; บริหารล้มเหลวทำประเทศวิกฤติ ทั้งเรื่องโควิด-แก้ รธน. บี้ลาออกจากนายกฯ ทันที พร้อมเตรียมยื่น ป.ป.ช.เอาผิด &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; โล่ง รมต.ปชป.ดูแลใต้เหมือนเดิม หลังนายกฯ ยอมถอยฉีกคำสั่งปัญหาทิ้ง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผย 29 เม.ย.จบ ชงฉบับปรับปรุงให้เซ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 เมษายน หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองและเข้าบริหารราชการแผ่นดิน รวมเวลาที่อยู่ในอำนาจเกือบ 7 ปีเต็ม แต่การบริหารประเทศกลับล้มเหลวเกือบทุกด้าน สร้างปัญหาและผลกระทบต่อประเทศ และความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนในวงกว้าง ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ล้มเหลวและมีความผิดพลาดในการจัดการการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีน การฉีดวัคซีน จนกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนวัคซีนและฉีดวัคซีนอันดับท้ายๆ ในภูมิภาค นอกจากนั้นรัฐบาลกลับเป็นต้นตอเสียเองในการระบาดในหลายๆ ระลอก ความล้มเหลวในการควบคุมการระบาด 2.ล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ ตลอดเวลาที่บริหารมาเกือบ 7 ปีกว่าก็ย่ำแย่อยู่แล้ว การระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ล้มเหลวที่สุดในโลกด้านเศรษฐกิจ ด้านเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนยากลำบากจากมาตรการเยียวยาที่ผิดพลาด ไม่ตรงจุด ไม่เพียงพอ ธุรกิจล้มตายจำนวนมาก แรงงานว่างงานมากสุดในรอบกว่าสิบปี พี่น้องประชาชนเข้าสู่ภาวะไม่ตายเพราะโรค ก็ตายเพราะไม่มีจะกิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ล้มเหลวในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศ สนับสนุนพวกพ้อง ทำลายผู้เห็นต่าง สร้างความแตกแยกในสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อาศัยพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือและข้ออ้าง เพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์และอำนาจของตน หลอกลวงประชาชนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อต้องการรักษาอำนาจและต่อท่ออำนาจของตนเองให้ขยายออกไป นอกจากนี้ ภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญปี 2560 แม้จะมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเอาผิดได้ จนทำให้การทุจริตคอร์รัปชันในช่วงของรัฐบาลนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นว่า เพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องยุติบทบาทในการบริหารประเทศโดยทันทีด้วยการลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้มีรัฐบาลมืออาชีพ มีความรู้ความสามารถ ไม่ยึดติดอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์เข้ามาบริหารประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หากเราต้องการก้าวไปสู่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดต้นตอของปัญหา ซึ่งประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติให้มีผลบังคับใช้ เพื่อจัดทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเก่า แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นคู่ขนานไปกับการเดินหน้ายกเลิกอำนาจของวุฒิสภาในการเลือกนายกฯ เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการอย่างถาวร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกันให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ โดยจะยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนและมีความเห็น กรณีมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 53 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยได้ปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้เชื้อโรคโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่ ประชาชนต้องล้มป่วยและเสียชีวิตไปจำนวนมากต่อไป สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ ต้องลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว และไม่กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการวางกับดักต่อท่ออำนาจของตนเองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอเสนอโรดแมป เพื่อออกจากวิกฤติ ดังนี้ ประเด็นแรก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องยุติบทบาทการบริหารประเทศด้วยการลาออกทันที, ประเด็นที่สอง ตั้งรัฐบาลใหม่ชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ ปัญหาสถานการณ์โควิด และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นสุดท้ายคือ ยุบสภาเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไป โดยทั้งหมดจะทำภายในเวลาไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีปัญหาความไม่พอใจของพรรคประชาธิปัตย์กับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด ว่าเรื่องนี้น่าจะยุติได้แล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าคำสั่งนี้แบ่งเป็น 2 ฉบับคือ ฉบับที่หนึ่ง (คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 243/2563 เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2563) คำสั่งเดิมที่ไม่มีปัญหา และคำสั่งฉบับที่สอง คือฉบับที่กำลังเป็นปัญหา ซึ่งวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีแจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบว่าให้ยึดถือคำสั่งแรกไปก่อน และขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งทำอะไร โดยนายกฯ มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปดูแลปรับปรุง จากนั้นให้เสนอมายังนายกฯ เพื่อตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้หารือกับนายวิษณุ ซึ่งผลหารือให้ยึดคำสั่งฉบับที่ไม่มีปัญหาไปก่อน แล้วนายวิษณุจะดำเนินการทำข้อเสนอไปยังนายกฯ เพื่อพิจารณาและลงนามต่อไป โดยถือหลักให้ทุกอย่างเหมือนคำสั่งฉบับที่หนึ่ง ยกเว้นส่วนที่รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุง รวมทั้งถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนที่รัฐมนตรีแต่ละคนจะแลกเปลี่ยนภารกิจกันเป็นการส่วนตัว ฉะนั้นผมจึงคิดว่าทุกอย่างน่าจะยุติได้แล้ว&amp;rdquo; นายจุรินทร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีข่าวนายกฯ ไม่พอใจที่มีคนแอบนินทานั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ จึงไม่ขอให้ความเห็น และในส่วนของพรรค ไม่ได้กำชับอะไร เพราะเราไม่มีข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสม การทำงานร่วมกันจะต้องมีการนำนโยบายความเห็นของแต่ละพรรคการเมืองมาผสมผสานกัน และกำหนดเป็นแนวทางและนโยบายของรัฐบาล การดำเนินการตัดสินใจพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่งจะมีรูปแบบในภาพรวม ตนเป็นรัฐบาลมาหลายครั้ง จะทำความเห็นซึ่งกันและกัน และนำมาสู่การตัดสินใจร่วมกันโดยที่ประชุม ครม. เป็นกลไกหลักในการพิจารณาตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุเปิดเผยว่า การแบ่งงานรัฐมนตรีให้ดูแลพื้นที่จังหวัดต่างๆ นั้น ขณะนี้ให้กลับไปยึดคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 243/2563 ก่อน เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงสลับตำแหน่งรัฐมนตรีรับผิดชอบพื้นที่ให้เรียบร้อย เพราะรัฐมนตรีบางคนประสงค์จะสลับจังหวัดกันเองด้วย จึงยังไม่สามารถพูดรายละเอียดออกมาได้ โดยเรื่องดังกล่าวจะดำเนินการเสร็จสิ้นวันที่ 29 เม.ย. ก่อนที่จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนามเพื่อออกเป็นคำสั่งใหม่ ซึ่งจะมีผลแทนคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 และเมื่อเรียบร้อยแล้วจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคำสั่งของนายกฯ ฉบับใหม่ พรรคพลังประชารัฐจะไปฮุบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องนี้นายกฯ ชี้แจงไปแล้ว ไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของหัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรมีส่วนร่วมในการเขียนแผนแบ่งจังหวัดกับนายกฯ ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แล้วแต่นายกฯ ว่าไป เพราะเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมาดูแลพื้นที่จังหวัดภาคใต้ พล.อ.ประวิตรตอบเสียงดังว่า นายกฯ ตอบไปแล้ว ฟังไม่รู้เรื่องหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ตำหนิรัฐมนตรีนินทาในที่ประชุม ครม.นั้น ตนไม่ทราบว่านายกฯ ตำหนิใคร และเรื่องนี้ไม่ได้คุยกับนายกฯ ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นเอกภาพในการทำงาน เรียบร้อย ไม่มีปัญหา ตอนนี้ต้องมุ่งการบริหารงานของรัฐบาลก่อนดีกว่า เรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนนายกฯ กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขจะงอนกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีหรอก สื่อคิดไปเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101107</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริหารล้มเหลวทำประเทศวิกฤติ, บี้ลาออกจากนายก, พรรคร่วมฝ่ายค้าน, ยื่น ป.ป.ช., รมต.ปชป, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60896eaca54fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณเอาแน่นัด 10 โมงยื่นคำร้องป.ป.ช.เอาผิดสมาชิกรัฐสภาเดินหน้าโหวตวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 22 มี.ค.64 เวลา 10.00 น. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี เพื่อสอบเอาผิดสมาชิกรัฐสภา ที่ให้ความเห็นชอบ(ร่าง) รธน.วาระ 3 โดยไม่มีการให้ประชาชนทำประชามติเสียก่อน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตาม รธน.ม.234(1) และ ม.235 ประกอบ พรป.ป.ป.ช.2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96770</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยื่น ป.ป.ช., ศรีสุวรรณ จรรยา, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6053ecb339378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จ่อยื่นป.ป.ช.สอบอนุกมธ.งบประมาณไถเงินหน่วยราชการ5-10 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่ปรากฏข่าวจากรัฐสภาแจ้งว่า ในระหว่างการประชุมอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ในชุดคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ได้เกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากอนุ กมธ.ไม่ยอมปล่อยผ่านงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จนทำให้นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถึงกับระเบิดกลางที่ประชุมว่า มีอนุกรรมาธิการฯ บางคนโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาทแลกกับการผ่านงบประมาณให้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวยังแจ้งด้วยว่า ไม่ได้มีเพียงแค่กรมน้ำบาดาลหน่วยงานเดียวเท่านั้นที่ถูกอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้เรียกเงินใต้โต๊ะ โดยอธิบดีบางกรมถูกเรียกเงินถึง 10 ล้านบาท แต่ไม่มีใครกล้าพูดกลางที่ประชุมเหมือนที่นายศักดาทำ โดยจะมีอนุกรรมการฯ คนหนึ่ง คอยรวมเสียงอนุ กมธ.ฯ ไว้ คอยไล่บี้งบของหน่วยงานราชการที่ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านง่ายๆ แลกกับการจ่ายเงินใต้โต๊ะ โดยร่วมกันทำเป็นขบวนการ ซึ่งกรณีดังกล่าวหากเป็นเรื่องจริง ถือว่าเป็นมะเร็งร้ายในระบอบอประชาธิปไตยของชาติ ซึ่งผู้ที่กระทำการดังกล่าวหากเป็น ส.ส. อาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.114 ม.184 ม.185 ประกอบ พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส.คนดังกล่าว สิ้นสุดลงได้ ตาม ม.101(7)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.144 ยังห้ามกรรมาธิการมิให้ไปมีส่วนไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดจัดทําโครงการหรืออนุมัติหรือจัดสรรเงินงบประมาณโดยรู้ว่ามีการดําเนินการ อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว ถ้าได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือหรือมีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบ ย่อมพ้นจากความรับผิด และเมื่อ ป.ป.ช.ได้รับแจ้งต้องดําเนินการสอบสวนเป็นทางลับโดยพลัน หากเห็นว่ากรณีมีมูล ให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อดําเนินการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไปได้ แต่หากอนุ กรธ.งบประมาณดังกล่าวมิได้เป็น ส.ส. ก็ยังสามารถใช้ พรป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาดำเนินการเอาผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ตาม ม.128 ม.129 ประกอบ ม.4 ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปแจ้งต่อ ป.ป.ช.ให้รีบเชิญอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาให้ข้อมูล และดำเนินการไต่สวนและสอบสวนอนุ กรธ.งบประมาณทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความจริงให้ปรากฎและยับยั้งมะเร็งร้ายของชาติดังกล่าวต่อไป ซึ่งการสืบหาหรือไต่สวนกรณีดังกล่าวไม่ยากเพียงแต่นำรายงานการประชุม อนุ กรธ.งบประมาณมาสังเกตดูก็จะพบความผิดปกติของขบวนการนี้ได้ โดยสมาคมฯจะเดินทางไปแจ้งในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73858</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยื่น ป.ป.ช., ศรีสุวรรณ จรรยา, อนุกมธ.งบประมาณ, แลกผ่านงบ, ไถ่เงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b0d541f5c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
