<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านขู่เชือด‘บิ๊กตู่’! ‘นกเขาลายจุด’ม็อบต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เขย่าทั้งในและนอกสภา เพื่อไทยขู่เจอแน่ยื่นซักฟอก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ละเลยต่อเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน ปล่อยให้คนติดเชื้อโควิด แผ่นเสียงตกร่องจะเปิดโปงทุจริต 2 ปีของรัฐบาล &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ด่าแหลก ไม่รับเงินเดือนไม่ได้ช่วยให้ชีวิตประชาชนที่ตายไปฟื้นกลับมา ส่วนม็อบ &amp;quot;นกเขา-ลายจุด&amp;quot; ชุมนุมไล่นายกฯ เงียบๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้วิกฤตการณ์ของรัฐบาลในสถานการณ์ปัจจุบันว่า สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากการกระทำของรัฐบาลโดยตรงทั้งสิ้น รัฐบาลไม่มีความพร้อมในการรับมือสิ่งต่างๆ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีมติจะดำเนินการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายมาชี้แจง ซึ่งเรื่องที่จะอภิปรายจะนำสิ่งที่รัฐบาลกระทำการละเลยต่อเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน ที่นับวันตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ พร้อมจะเปิดโปงความเสียหายความผิดพลาดและการทุจริตเอื้อประโยชน์ของรัฐบาลที่กระทำมาตลอด 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์เปิดเผยด้วยว่า ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้&amp;nbsp; จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทยเพื่อหารือและขอมติกับ ส.ส. ในเรื่องนี้ พร้อมจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อนจะยื่นญัตติในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตามต้องคำนึงด้วยว่าจะสามารถรวมตัวเพื่อประชุมได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะใช้ช่องทางรัฐสภาเป็นหลัก&amp;nbsp; ส่วนช่องทางอื่นๆ นั้นต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่ที่แน่ๆ ยืนยันว่าไม่ร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การล็อกดาวน์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการบริหารผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังสร้างความสูญเสียให้ประชาชน ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องเยียวยาช่วยเหลือประชาชนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่รัฐบาลยังมีวงเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะการล็อกดาวน์มีต้นทุนที่สูงมากต่อระบบเศรษฐกิจ โดยความเสียหายจะอยู่ที่ประมาณ 260,000&amp;nbsp; ล้านบาทต่อเดือน หรือเกือบ 9,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นทุกวินาทีที่ล็อกดาวน์มีความหมายคือความทุกข์ร้อนของประชาชน ย้ำว่าพรรคเพื่อไทยจะประชุมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะกำหนดท่าทีและบทบาทร่วมกันเกี่ยวกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศสละเงินเดือน 3 เดือน ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการลดกระแสว่า เงินเดือน 3 เดือนของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตประชาชนที่ตายไปฟื้นกลับมา และไม่ได้ช่วยประคับประคองให้ประชาชนลดทอนความยากลำบากกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ ตรงกันข้ามอาจจะมีคนร้องไห้เพราะต้องทนอยู่กับนายกรัฐมนตรีต่อไปอีก 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการของพลเอกประยุทธ์เรื่องเงินเดือน คือการสะท้อนว่าพลเอกประยุทธ์ไม่จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง ไม่เคยแตะปัญหาให้ตรงประเด็น ข้อเสนอมากมายที่สำคัญกว่าบรรลุการแก้ปัญหาได้มากกว่า เช่น ใช้แรพิดเทสต์&amp;nbsp; (rapid test) เพื่อให้พบผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด แล้วแยกออกจากครอบครัวหรือชุมชน แต่กลับไม่ทำ เสนอให้จัดหาวัคซีนให้เร็วที่สุด หลากหลายชนิดที่สุด ให้มีคุณภาพที่สูงและมีราคาถูกกว่านี้ ก็ไม่ทำ เสนอให้กระจายวัคซีนให้ทั่วถึง มีหลายกลุ่มเสนอมากมาย แม้แต่กลุ่มหมอไม่ทนเพื่อให้ปัญหาลดความวิกฤติลง ทำให้ความเสียหายของประชาชนลดทอนลง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังโจมตีว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยสนใจ พยายามจะขายผ้าเอาหน้ารอด สละเงินเดือน 3 เดือนไม่ช่วยอะไร&amp;nbsp; เพราะ พล.อ.ประยุทธ์รับเงินเดือนหลายทางมานานแล้ว ทำในสิ่งที่เกินเลยไม่เหมาะสมมานานแล้ว ในสมัยก่อนพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่กินเงินเดือนหลายทางเขารับทางเดียว แต่นี่เงินเกษียณก็รับ เงินนายกฯ เงิน คสช.ก็รับมาตลอด แล้วจะมาลดเงินเดือนตรงนี้ แต่ไม่แก้ปัญหาต่างๆ มันจะแก้ปัญหาอะไรได้
ไม่มีวิสัยทัศน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาหากเจ็บแล้วไม่จบหรือไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถลดผู้ติดเชื้อลดการเสียชีวิตลงได้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ประชาชนยอมเจ็บแต่หากไม่จบ พล.อ.ประยุทธ์จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะการระบาดที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการปล่อยปละละเลยของรัฐบาล ส่วนระยะเวลา 14 วันข้างหน้ารัฐไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ ขนาด 2 ปีผ่านยังไร้ผล ครั้งนี้ถ้าไม่จบพลเอกประยุทธ์และรัฐบาลต้องออกไป&amp;nbsp; เพราะประชาชนคงไม่ยอมแล้ว ประชาชนทั้งประเทศเดือดร้อนเพราะพลเอกประยุทธ์มานาน และไม่มีรัฐบาลชุดไหนถูกประชาชนด่ามากขนาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่พลเอกประยุทธ์และรัฐมนตรีร่วมคณะ ประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ อย่าพยายามเบี่ยงประเด็น ที่ประชาชนเขาไม่ยอมรับคือ การไร้ความสามารถ ไม่มีวิสัยทัศน์ การไม่รับเงินเดือนเป็นเพียงการทำบุญเอาหน้า ไม่มีประโยชน์ การแก้ปัญหาโควิดฝ่ายค้านแนะนำมาหลายครั้งแล้ว แต่รัฐบาลไม่เคยฟังหรือไม่ให้ความสำคัญ เพราะรัฐบาลฟังแต่คนใกล้ชิดที่แนะนำผิดๆ จนก่อให้เกิดปัญหามาตลอด หากยังดื้อดึงดื้อด้านประชาชนทั้งประเทศจะออกมาไล่พลเอกประยุทธ์แน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกันนี้ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา&amp;nbsp; แกนนำกลุ่ม &amp;quot;ประชาชนคนไทย&amp;quot; นัดหมายจัดกิจกรรมล็อกดาวน์ประยุทธ์ ปิดสวิตช์บิ๊กตู่ เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; โดยเริ่มทำกิจกรรมบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้านเกาะพญาไท โดยปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถ นอกจากนี้นายนิติธรยังเดินเท้าบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการประกาศเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมติดป้ายไวนิลข้อความต่างๆ อาทิ ประชาชนเป็นหนี้ แต่ไม่มีวัคซีนให้ฉีด, รัฐบาลอยู่ได้ ประชาชนตาย&amp;nbsp; ประเทศล้มละลาย เป็นต้น บริเวณรั้วกั้นระหว่างทางเดินเท้ารอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิติธรเปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ขอให้นายกรัฐมนตรีเสียสละลาออก วันนี้ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ในเมื่อยังไม่ลาออกจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ให้ร่วมกันเปลี่ยนรัฐบาลนี้โดยสันติ เพราะเห็นว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติรุนแรง การขยายตัวของโรคจะมากขึ้น ขอย้ำว่าไม่เชื่อมั่นในการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งไม่เคยชี้แจงถึงแนวทางการดูแลคนไทยอย่างชัดเจน แม้กระทั่งเรื่องวัคซีน&amp;nbsp; ฉะนั้นถ้าลาออกตั้งแต่วันที่เราเรียกร้องสภาพประเทศจะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว กลุ่มต่างๆ มีแนวทางตรงกัน แม้เป็นการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ คือการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ถ้าพ้นไปจากนี้อาจยกระดับโดยการไล่ออก&amp;nbsp; หากใช้คำว่าไล่ออก นั่นคือเราพร้อมไปพบปะกับรัฐบาล ไม่ว่าจะมีลวดหนามมาขวางกั้น คอนเทนเนอร์ ก็ต้องเคลื่อนเข้าสู่ใจกลางของทำเนียบรัฐบาล วันนี้ชัดเจนว่าปัญญาของท่านไม่เพียงพอต่อการรองรับปัญหา การใช้ปัญญาของท่านไม่มีสติในการกำกับควบคุม ฉะนั้นพฤติกรรมที่ออกมาแต่ละเรื่องจึงไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิติธรกล่าวถึงกรณีที่นายกฯ ไม่รับเงินเดือนว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่อย่าลืมว่ายังมีอีก 56 ตำแหน่ง ท่านจะไม่รับเงินเดือนทั้งหมดหรือไม่ ตนเชื่อว่าหลังจากนี้พลเอกประยุทธ์จะยอมลาออก &amp;nbsp;
มาจากการรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับประยุทธ์ ตลอดอาชีพของท่าน ทำอาชีพทหารมาตลอด อายุท่านมากแล้ว หนังสืออัตชีวประวัติของท่าน 3&amp;nbsp; หน้าสุดท้าย ได้เขียนในหน้าแรกคือมาจากการรัฐประหาร&amp;nbsp; หน้าสุดท้ายจะให้เขียนว่าอย่างไรขึ้นอยู่กับท่าน&amp;nbsp; แต่ควรจะให้เขียนดีๆ ว่าท่านยอมลาออกเพื่อเปิดทางให้คนมีความสามารถเข้ามาบริหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิติธรกล่าวว่า จากนี้ไปกลุ่มจะเดินหน้าเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง และจะยกระดับขึ้นไปโดยจะไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขอให้สื่อมวลชนติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มนายนิติธรได้ยุติการทำกิจกรรมและทยอยออกนอกพื้นที่ พร้อมให้กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาชุมนุมต่อเพื่อรอกลุ่มคาร์ม็อบและไทยไม่ทนมาชุมนุมต่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายสมบัติ​ บุญ​งาม​อนงค์​ หรือ ​บ.ก.ลายจุด จัดกิจกรรม &amp;quot;คาร์ม็อบ สมบัติทัวร์&amp;quot; ชวนประชาชนนำรถยนต์หรือจักรยาน​ยนต์ส่วนตัวออกมาบีบแตรไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ​​โดยกิจกรรมดังกล่าวเริ่มที่อนุสาวรีย์​ประชาธิปไตย​&amp;nbsp; เวลา 13.00 น. โดยมีเป้าหมายหลัก 5 เส้นทาง ได้แก่&amp;nbsp; 1.พรรคประชาธิปัตย์ 2.พรรคภูมิใจไทย 3.พรรคพลังประชารัฐ 4.พรรครวมพลังประชาชาติไทย และ 5.แยกราชประสงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนได้เล่นดนตรีก่อนกิจกรรมจะเริ่ม ด้านพ่อค้าแม่ขายต่างนำสินค้า อาทิ อาหาร, ผ้าโพกหัว,&amp;nbsp; ผ้าผูกคอสีแดง, สินค้าเป็ดเหลืองมาวางจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีรถกระบะขนน้ำดื่มเต็มคันรถมาเตรียมแจกจ่ายมวลชนที่ร่วมขบวน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์กระจายกำลังรอบบริเวน และมีการกั้นรั้วเหล็กหน้าร้านแมคโดนัลด์ พร้อมวางป้ายห้ามจอดตลอดแนว นอกจากนี้กลุ่​มมวลชนได้สร้างสีสัน โดยการนำรถกระบะติดป้ายรูปนายทักษิณ​ ชิน​วัต​ร และ น.ส.ยิ่ง​ลักษณ์​ ชิน​วัตร​ โดยมีข้อความว่า &amp;quot;คนไทยดีใจทั้งประเทศ ยินดีต้อนรับกลับสู่แผ่นดินแม่&amp;quot;&amp;nbsp; ร่วมกิจกรรมแรลลีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายสมบัติได้กระหน่ำบีบแตรรถ ก่อนเคลื่อนขบวน นำโดยรถจักรยานยนต์ของทีมการ์ด ตามด้วยรถนิสสันสีส้มของนายสมบัติ และต่อด้วยรถของประชาชน ขับวนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า ไปกลับรถที่แยกอรุณอมรินทร์ วกกลับมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อตั้งขบวนใหม่ที่แยกป้อมมหากาฬ, สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปสถานที่ต่างๆ ตามกำหนดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. นายสมบัติเดินทางมาถึงพรรคพลังประชารัฐ ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งเขากล่าวว่ามีตัวแทนพรรคออกมารับหนังสือ แต่ตนไม่ได้เตรียมหนังสือมาให้ สำหรับพรรคพลังประชารัฐนั้นได้เตรียมของอย่างอื่นมาให้แทน นั่นคือแป้ง ก่อนจะมีการมอบแป้งให้ และมีบางส่วนที่ขว้างถุงแป้งเข้าไปในบริเวณด้านหน้าอาคารพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; พร้อมตะโกนเสียงดังว่า &amp;ldquo;พรรคพลังประชารัฐ ภาษีประชาชน มันคือแป้ง&amp;rdquo; ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนกระจายกำลังอย่างหนาแน่นหน้าที่ทำการพรรค ขณะที่กลุ่มม็อบตะโกนขับไล่&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสมบัติพาขบวนไปแยกราชประสงค์ พร้อมปราศรัยอีกรอบก่อนแยกย้ายในเวลา 16.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109295</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล่อยให้คนติดเชื้อโควิด, พรรคเพื่อไทย, ยื่นซักฟอก, ละเลยต่อเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d7140b44a0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.โต้ญัตติฝ่ายค้านยัน&#039;จุรินทร์&#039;ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีชื่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า พรรคไม่ได้มีความกังวลใจแต่อย่างใด เชื่อมั่นในหลักการทำงานของนายจุรินทร์ที่ยึดมั่นความซื่อสัตย์ สุจริต ในการทำงานตลอดเส้นทางในการทำงานการเมือง ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ในการยื่นญัตติตามระบบรัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ญัตติของฝ่ายค้านนั้น สวนทางกับความเป็นจริงทั้งหมด เพราะนายจุรินทร์บริหารราชการด้วยหลักความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมและจริยธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติกับใคร แล้วจะได้อธิบายให้ฝ่ายค้านได้รู้ว่าการบริหารราชการภายใต้หลักธรรมาภิบาลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ได้มีหลักในการทำงานมากกว่าหลักธรรมาภิบาล และตรงไปตรงมาไม่เคยเกรงใจใคร ที่สำคัญไม่เคยร่วมกับใครทุจริต ไม่เคยปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ทั้งหมดจึงไม่กังวล พร้อมชี้แจงในสภา เพียงแต่ขอให้ฝ่ายค้านนำข้อมูลที่ตรงไปตรงมามาอภิปรายในสภา ความสุจริตและความจริงจะเป็นเกราะป้องกันดีที่สุด ฝ่ายค้านก็เช่นกัน ส่วนกรณีของนายนิพนธ์ก็ไม่มีความกังวลใจ&amp;quot; นายราเมศ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พรรคได้จัดทีมสนับสนุนข้อมูลให้กับรัฐมนตรีทั้ง 2 คนที่ถูกอภิปรายอย่างเต็มที่ ไม่มีการจัดองค์รักษ์พิทักษ์หัวหน้า เพราะอย่างที่บอกคนชื่อนายจุรินทร์ ความสุจริตและความจริงจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90926</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, นิพนธ์, ปชป., ฝ่ายค้าน, ยื่นซักฟอก, ราเมศ รัตนะเชวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f14f6337f89c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหมโรงซักฟอกยื่นปปช.ฟันนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช.เอาผิด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; 3 เรื่อง ไม่แจงแหล่งที่มารายได้ในงบประมาณ ถวายสัตย์ไม่ครบ คสช.สรรหาตัวเองเป็น ส.ว. &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ย้ำภายใน 2 วันยื่นซักฟอกได้แน่ &amp;quot;ทวี&amp;quot; ยัน &amp;quot;เศรษฐกิจใหม่&amp;quot; ยังไม่ทิ้งฝ่ายค้าน &amp;quot;เฮียมิ่ง&amp;quot; ขออภิปราย 4 ชั่วโมง โฆษก พท.ฉวยเหตุแชตหลุด ส.ส.พปชร.เป็นใบเสร็จทุจริตเชิงกฎหมาย โฆษก พปชร.โต้กลับจินตนาการโหนกระแส &amp;quot;วิรัช&amp;quot; ปัด &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ขัดแย้ง &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; อ้างแค่งอนกันนิดหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 20 มกราคม มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยมีตัวแทนทั้ง 7 พรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) แถลงว่า หัวหน้า 7 พรรคฝ่ายค้านได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นดำเนินการ 3 เรื่อง คือ 1.การเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีการแถลงนโยบายไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย 2.การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา &amp;nbsp;5 ซึ่งความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ไว้เป็นเพียงความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำตัดสิน จึงมีมติให้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้มีการตัดสินต่อไป และ 3.การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีกรรมการสรรหา 10 คน ซึ่งบางคนเป็นสมาชิก คสช. เห็นว่าเป็นการสรรหาที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้มีการสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 3 เรื่องได้ยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าเรื่องที่ยื่นร้องไม่เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นเรื่องที่ 7 พรรคได้พูดคุยและมีมติไว้นานแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาเพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษาไว้ก่อน&amp;quot; พ.ต.อ.ทวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เราพยายามดำเนินการให้ถูกต้องในทุกส่วน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีการทำการบ้านและทำงานร่วมกัน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7 พรรคฝ่ายค้านได้พูดคุยกันไปบางส่วนแล้ว จะมีการหารือกันอีกครั้งในวันนี้ว่าพรรคใดมีประเด็นใด โดยเราไม่ได้เอาจำนวน ส.ส.มาเฉลี่ยว่าจะได้พูดพรรคละเท่าใด แต่จะยึดเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ หากพรรคใดมีประเด็น มีหลักฐานที่ชัดเจน สามารถอภิปรายได้ตามกรอบเวลา ภายใน 2 วันนี้จะสามารถสรุปและยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจได้ภายในสัปดาห์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มความสามารถ อะไรที่ใช้เวทีสภาดำเนินการได้ก็จะใช้เวทีสภาขับเคลื่อน การอภิปรายครั้งนี้ถ้าสามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ ประชาชนไม่จำเป็นต้องอดทน ที่ผ่านมาได้ทนมามากพอแล้ว &amp;nbsp;เวลาทนต่อไปไม่มีอีกแล้ว เราต้องการคนที่ถูกตัวและคนที่ถูกต้องเข้ามาทำหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ยังคงมีจุดยืนร่วมกับฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเวลา 4 ชั่วโมงอภิปรายไม่ไว้วางใจ การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่การทดลอง ส.ส.ใหม่ แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้ถึงข้อมูล เนื่องจากสุดท้ายแล้วรัฐบาลไม่สามารถฝืนประชาชนได้ และต่อให้เป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องฟังเสียงประชาชน&amp;nbsp;
แชตหลุดทุจริตเชิงกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกระแสข่าวดีลลับระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยว่า แกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยดาหน้าออกมาปฏิเสธไม่มีดีลลับ พรรคเพื่อไทยจะไม่ทำอะไรที่หักหลังทรยศประชาชน คนที่มีวิธีคิดแบบนี้ประชาชนรู้แล้วว่าไหลกองรวมกันอยู่ตรงไหน เรามีแต่ดีลเปิดเผยคือพันธสัญญาต่อต้านการสืบอำนาจ คสช.ทุกรูปแบบ ดีลลับไม่มี จะมีก็แต่ดีลเปิดเผยกับประชาชน เพื่อที่จะรีบกลับมาเป็นรัฐบาลให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน การอภิปรายครั้งนี้เราเอาตายไม่ใช่เพียงพิธีกรรม นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยตั้งศูนย์ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะทำหน้าที่มอนิเตอร์คำถามสำคัญๆ ว่า ส.ส.ได้ถามอะไรบ้าง จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบหลังอภิปรายเสร็จ ถ้ารัฐมนตรีคนใดตอบไม่ตรง ตอบไม่ผ่าน เราจะขยายเปิดแผลให้ประชาชนทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากไปถึงหัวหน้าพรรคบางคนที่ออกมาระบุว่าจะโหวตให้ตามความเป็นจริง ขอเรียกร้องว่าอย่าโกหกประชาชนซ้ำซากซ้ำซ้อน เพราะก่อนหน้านี้บอกจะไม่ไปร่วมรัฐบาลก็ไปร่วม และงานนี้จะไม่จบในสภา จะไม่ใช่แค่พิธีกรรม จะให้ประชาชนที่อยู่นอกสภาเป็นผู้พิพากษาว่ารัฐบาลจะไปต่อได้หรือไม่ งานนี้ยืนยันว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่า การสนทนาผ่านทางไลน์หลุดของรัฐมนตรีช่วยว่าการกับ ส.ส.คนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐ และเมื่อมีการสอบถามไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กลับมองว่าเป็นเรื่องขำขันเป็นเรื่องตลก ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะ สิ่งที่ควรทำคือออกมาขอโทษประชาชน เรื่องดังกล่าวนี้เป็นใบเสร็จเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามใช้กฎหมายช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความพยายามในการเจราจาต่อรองและใช้ข้อกฎหมายอะลุ่มอล่วย &amp;nbsp;อาจจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชันรูปแบบหนึ่งหรือไม่ การทุจริตเชิงอำนาจ ทุจริตเชิงกฎหมายหรือไม่ และยังทุจริตกับความรู้สึกของประชาชนหรือไม่ ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องถูกนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนที่แต่งตั้งคนที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมเข้ามาเป็นรัฐมนตรี รวมถึงปล่อยให้มีการเจราจาต่อรองใช้กฎหมายช่วยเหลือพวกพ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอสัญญาใจแลกกับการไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐมนตรีบางคนว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พรรคพลังประชารัฐไม่มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทยหรือกับใครทั้งสิ้น เราพร้อมที่จะชี้แจงในทุกเรื่องและไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ ซึ่งตรงกับนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีการซูเอี๋ยหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อแลกกับการไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคน ทั้งนี้คงเป็นการปล่อยข่าวของผู้ไม่หวังดีและประสงค์ร้ายกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐานต่างๆ ซึ่งรัฐบาลบริหารงานมา 6 เดือน &amp;nbsp;ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตรงไปตรงมา ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้นเราพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ เพราะการอภิปรายจะใช้ความรู้สึกไม่ได้ ต้องมีหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจน ที่สำคัญรัฐบาลนี้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน จึงอาจทำให้ฝ่ายค้านยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะอภิปรายใคร&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;#39;ธรรมนัส-ปารีณา&amp;#39; แค่งอนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ระบุว่าแชตไลน์หลุดระหว่างรัฐมนตรีกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่ามีการใช้กฎหมายช่วยเหลือกันและจะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวว่าเป็นแค่การจินตนาการ โหนกระแสหวังเป็นข่าวรายวัน แต่ไร้ข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยยึดตามกฎหมายเป็นหลัก และปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถชี้แจงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีข้อความแชตไลน์ความขัดแย้งระหว่าง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ว่า อาจเป็นการหยอกล้อกันตามปกติ ไม่ได้ขัดแย้งกัน &amp;nbsp;หรือถ้าขัดแย้งกันก็เป็นเรื่องงอนกันนิดหน่อยเท่านั้น ขออย่านำเรื่องนี้ไปขยายความ ซึ่งตนเองไม่ได้มีอำนาจที่จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาเคลียร์ เพราะคนหนึ่งก็เป็นรัฐมนตรีช่วย ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็น ส.ส.ซึ่งมีวุฒิภาวะด้วยกันทั้งคู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องความขัดแย้งภายในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร จนปรากฏภาพวิวาทต่อกัน นายวิรัชกล่าวว่ามีคณะกรรมาธิการชุดนี้เพียงชุดเดียวที่มีปัญหา ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กำลังดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว ส่วนจะถึงขั้นถอดถอนประธาน กมธ.หรือไม่นั้น อาจจะมีวิธีการพูดจากันก่อนและหารือกับประธานสภาว่าจะดำเนินการอย่างไร เรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ใครพูดสิ่งใดก็ติดตัวไปตลอดและประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามถึงประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ หลังมีข้อความสนทนาทางไลน์ภายในกลุ่ม ส.ส.พรรคระหว่าง ร.อ.ธรรมนัสกับ น.ส.ปารีณา โดยตอบสั้นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า &amp;quot;ไม่มีอะไร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆ เช่นกันว่า &amp;quot;ให้ไปถามพรรค&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จ.นราธิวาส ที่เข้าร่วมโครงการ &amp;quot;รินน้ำใจสู่พี่น้องชาวใต้&amp;quot; โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถามนักเรียนตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ตอนนี้เขาจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจชุดนี้ มีใครอยากให้กำลังใจลุงไหม&amp;quot; ขณะที่เด็กนักเรียนไม่มีใครยกมือ ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวย้ำว่าเขาจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไล่นายกฯ เด็กทั้งหมดภายในห้องประชุมร้อง &amp;quot;อ้อ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ จึงยิ้มก่อนพูดว่า &amp;quot;จะช่วยเขาหรือจะช่วยเรา วันนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความรักส่วนตัว ระหว่างเรา คนชอบพอกัน พูดให้เห็นหัวใจของลุง ลุงมีสี่ห้องหัวใจ แต่ข้างในมีชั้นเยอะ แต่ที่มีชั้นเยอะ เพราะมีปัญหารุมเร้าเข้ามาเยอะ ซึ่งปัญหาเหล่านั้นทำให้คณะรัฐมนตรี และข้าราชการต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนไปด้วยกันในทิศทางเดียวกัน และเดินไปสู่เป้าหมายสุดท้ายเดียวกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช.สรรหาตัวเองเป็น ส.ว., ป.ป.ช., ปมถวายสัตย์, ฝ่ายค้าน, ยื่นซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไว้ไว้าางใจ, อภิปรายไว้ไว้าางใจรัฐบาล, ไม่แจงแหล่งที่มารายได้ในงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25ba35c4cf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปปช.วุ่น‘ดล’ไขก๊อก‘ไพบูลย์’เสียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ลั่นเรื่องชี้แจง กมธ.ป.ป.ช.จบไปแล้ว ผู้ช่วยฯ ขู่ซ้ำหากยังดันทุรังใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ มั่วเจอคุกแน่ &amp;quot;ปารีณา&amp;rdquo; ยกปมขัดแย้งกับ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; หารือในห้องประชุมสภา &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo;เบรกหัวทิ่ม! ชี้เป็นเรื่องภายใน กมธ. แนะต้องทำงานเพื่อ ปชช. ฝ่ายรัฐบาลแก้เกม &amp;quot;ส.ส.ดล&amp;quot; ลาออก &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; เสียบแทน ฝ่ายค้านเดินหน้ายื่นซักฟอกปลาย พ.ย. บรรจุให้ทัน 17-20 ธ.ค. อ้างนับเป็นปีปฏิทินไม่ใช่รอบปี แต่ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยันรัฐบาลเข้ามาเดือน พ.ค. จะครบรอบปีเดือน พ.ค.ถัดไปถึงจะอภิปรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 พฤศจิกายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร โดยจะพิจารณาหนังสือคำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจจะมีการเรียกให้เข้ามาชี้แจงอีกครั้งว่า จบไปแล้ว เราชี้แจงไปหมดแล้ว จะเชิญอะไรอีก และรอบนี้เป็นรอบที่ 3 ส่วนรอบที่ 4 ยังไม่เชิญ &amp;ldquo;แหม่ ก็พูดไปเรื่อย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฟ้องกลับหรือไม่ในเรื่องการใช้อำนาจเชิญหลายครั้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;โอ๊ย เดี๋ยวให้มันจบไปก่อน&amp;quot; เมื่อถามว่าในระยะยาวจะรับมือกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช.เพราะอาจจะมีเรื่องอื่นต่อไปอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;รับมืออะไร ไม่เห็นต้องรับมือ ไม่ต้องรับ ไปรับมืออะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ในทุก กมธ.ที่มีปัญหากับตัว พล.อ.ประวิตรและพล.อ.ประยุทธ์ จะต้องมีการใช้ยุทธศาสตร์ส่งคนของพรรคเข้าไปเช่นเดียวกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภา เราไม่เกี่ยว แล้วแต่สภา และ ส.ส.ส่วนจะเปลี่ยนตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จากการเป็นประธาน กมธ. ตนไม่รู้ แล้วแต่สภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตรไปชี้แจงกับ กมธ.ป.ป.ช.ว่า เรื่องดังกล่าวจะจบหรือไม่เป็นเรื่องของ กมธ. ส่วนที่ กมธ.ทำเกินอำนาจหน้าที่ รัฐบาลจะไม่เป็นฝ่ายดำเนินการอะไร เขาถามมาเราก็ตอบไป และตอนนี้เขายังไม่ได้มีการเรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก กมธ.ใช้กฎหมายดังกล่าวแล้วมีผู้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบคนดำเนินการจะเป็นผู้ที่ถูกเรียกเท่านั้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน หากใครเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจมิชอบก็ไปแจ้งความกับตำรวจ เพราะไม่ใช่ความผิดต่อตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ กมธ.ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ใช่การแจ้งความตามกฎหมายอาญามาตรา 157 แต่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ซึ่งหากผิดจะผิดทั้งคณะ เพราะเวลาเซ็นประธาน กมธ.จะอ้างคำสั่งของคณะ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการแต่งตั้งนายวัฒนา เมืองสุข เป็นที่ปรึกษาประธาน กมธ. นายวิษณุกล่าวว่า หากตั้งเป็นที่ปรึกษา กมธ.ต้องใช้มติที่ประชุม แต่ถ้าเป็นที่ปรึกษาประธาน เป็นเรื่องของประธาน ส่วนที่มีหนังสือแต่งตั้งโดยอ้างมติที่ประชุมนั้น หากตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ ก็ไปทำให้ถูก คงไม่มีความผิดอะไร เพราะไม่ได้เดือดร้อนอะไรใคร ที่ปรึกษาจะเข้าร่วมประชุมได้หรือไม่ อยู่ที่ประธานเป็นผู้อนุญาต และอำนาจซักถามผู้มาชี้แจงน่าจะไม่มี
ขู่ซ้ำ กมธ.ปปช.ระวังเจอคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่ไปชี้แจงต่อ กมธ.ป.ป.ช. ว่าในการตอบชี้แจงครั้งนี้ ได้ตอบครบทุกประเด็นชัดเจน คิดว่าหลัง กมธ.ป.ป.ช.ได้พิจารณาคำชี้แจงแล้วน่าจะเป็นที่พอใจ และเป็นข้อยุติ ไม่ต้องชี้แจงอีก การจะออกคำสั่งเชิญผู้ใดตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 ต้องดูว่าเรื่องที่จะเชิญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ. ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 90 หรือไม่ เพราะ กมธ.ป.ป.ช. มีหน้าที่ศึกษาและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช่สอบสวน จึงต้องพึงระมัดระวัง เพราะมีกฎหมายเขียนบังคับไว้ว่าถ้าปฏิบัติหน้าที่หรือเชิญผู้ใดโดยมีเจตนาไม่สุจริต จะมีโทษทางอาญารุนแรง จำคุก 1-10 ปี สิ่งที่ กมธ.ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้มาทั้งหมดมิชอบโดยกฎหมาย ทราบว่านายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. และ กมธ.ป.ป.ช. ได้นำหลายประเด็นไปดำเนินคดีทางอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กมธ.จะทำตามใจไม่ได้ ท่านจะต้องดูกรอบกฎหมายและข้อบังคับให้ดี ผมไม่ได้ขู่ เพียงแต่ให้ทราบว่าสิ่งที่ท่านจะเดินต่อไปจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ต้องให้เกียรติกัน ไม่ใช่นึกอยากจะเชิญก็เชิญ เชิญแล้วไม่มาก็เชิญแล้วเชิญอีก แต่เชื่อว่าคงไม่มีแล้ว เพราะที่ชี้แจงไปชัดเจนทุกข้อ&amp;rdquo; นายประสานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี กมธ.ป.ป.ช.ต้องการให้นายกฯ ส่งบัตรแข็งที่ใช้ในการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ นายประสานกล่าวว่า เป็นเรื่องระหว่างท่านนายกฯ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตรง เราคงไม่ไปก้าวล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานในที่ประชุม ช่วงหารือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หารือกับที่ประชุมโดยเรียกร้องให้นายชวนสอบจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมอภิปรายว่า ตนเป็นผู้หญิงที่ทำงานในสภามานาน ส่วนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มานาน ซึ่ง 2 องค์กรแตกต่างกัน ที่ผ่านมาตนทนกับพฤติกรรมของประธาน กมธ.ชุดดังกล่าวมาระยะหนึ่ง ไม่คุ้นเคย และไม่ชอบ รวมถึงรู้สึกว่าประธาน กมธ. ดูถูก ดูหมิ่น ด้วยคำพูด รวมถึงโดนชี้หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ น.ส.ปารีณาจะอภิปรายจบ นายชวน กล่าวตัดบทขึ้นว่า ไม่นำเรื่องภายใน กมธ.มาหารือ และตนไม่ประสงค์ให้นำเรื่องนี้มาพูด ทำให้ น.ส.ปารีณากล่าวโต้แย้งว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ และอยากให้นายชวนสอบจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อีกทั้งขอให้ช่วยเหลือ เพราะการทำงานต้องทำด้วยกิริยาไม่ดูถูกหรือดูหมิ่นใคร ดังนั้นต้องสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายชวนกล่าวตัดบทอีกครั้งว่า ขอให้ส่งเรื่องดังกล่าวมาและตักเตือนด้วยว่าการหารือในที่ประชุมสภาต้องไม่พูดเพื่อกระทบกับผู้อื่น ปัญหาภายในของ กมธ. ต้องจัดการกันเอง ทั้งนี้ ตนต้องการให้ทุกคนทำงานเพื่อประชาชนร่วมกัน ไม่ขัดแย้งในเรื่องที่ไม่ควรขัดแย้ง
&amp;quot;ส.ส.ดล&amp;quot;ลาออก&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot;เสียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. นายดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง กมธ.ป.ป.ช. โดยที่ไม่มีตัวแทนจาก ชพน.ต้องการเข้ามาทำหน้าที่กมธ.แทน จึงยกโควตาดังกล่าวให้เป็นของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าพรรคพปชร.จะส่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าเป็น กมธ.แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดลให้สัมภาษณ์ว่า ได้ยื่นใบลาออกจากคณะกรรมาธิการชุดนี้เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการสลับโควตากับพรรคพลังประชารัฐ แต่กำลังรอดูว่าจะโยกไปอยู่ กมธ.ชุดไหนแทน ส่วนจะเพราะเหตุผลใดนั้น ตนขอไม่พูดถึง ยืนยันว่าไม่ได้ลำบากใจอะไรกับ กมธ.ท่านอื่น เพราะรู้จักกับทุกคนดี ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นการแก้เกมของพรรคร่วมรัฐบาล กับปัญหาระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กับนายสิระและ น.ส.ปารีณา ด้วยการดึงนายไพบูลย์มาเสริมอีกแรง โดยนายดลจะสลับไปนั่งกมธ.การสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนไม่ต้องงงเกี่ยวกับความวุ่นวายใน กมธ.ป.ป.ช. เพราะสาเหตุหลักของความปั่นป่วนเป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยชินกับการถูกตรวจสอบ เลยเกิดการทำสงครามตัวแทนเพื่อขัดขวางไม่ให้สภาตรวจสอบ แต่ที่จริง พล.อ.ประยุทธ์ควรเดินอย่างสง่าผ่าเผยมาชี้แจงสภาเยี่ยงชายชาติทหาร จะได้ถือโอกาสล้างภาพความเป็นเผด็จการไปในตัว เพราะท่านชอบอ้างตัวว่าเป็นนายกฯจากการเลือกตั้ง ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากฮิตเลอร์ เพราะอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งเช่นกัน อย่าอ้างว่าไม่มีเวลาไปสภา ถ้าแบ่งเวลาไม่เป็นก็สมควรลาออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช.สภาฯ จะประสานไปยังวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน เพื่อหารือกรณีเปลี่ยนตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกจากตำแหน่งประธาน กมธ. ว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานมา แต่หากมีการประสานเข้ามา เราก็พร้อมที่จะพูดคุย เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสไตล์การทำงาน ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ทำงานมีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเพียงจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เท่านั้น ต้องคำนึงถึงคนที่ต้องให้ความร่วมมือด้วย ซึ่งหากดู พล.อ.ประยุทธ์แล้ว อย่าว่าแต่ กมธ.เลย ขนาดสภาใหญ่เขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ ถ้าเชิญแล้วมาก็คงไม่เกิดปัญหา เพราะ กมธ.ชุดอื่นเขาเชิญคนอื่นมาเขาก็มา ไม่มีปัญหา เช่น ผบ.ทบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากจะพูดคุยก็คงจะพูดเรื่องโควตา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นไปตามอำเภอใจของฝ่ายค้านหรือ ส.ส. คงไม่พูดคุยเรื่องของพฤติกรรม จะไปชี้ขาดตัดสินไม่ได้ ยังมองไม่เห็นช่องที่ทั้ง 2 คนจะถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ นอกจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะตกลงเปลี่ยนโควตากัน ย้ายโควตานี้ให้ไปเป็นของพรรคอื่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะง่าย เพราะ ส.ส.ทั้ง 2 ซีกคงจะมีสติและมีงานทำอีกมาก&amp;quot; นายสุทินกล่าว&amp;nbsp;
เล็งซักฟอก17-20ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานวิปรัฐบาลกล่าวถึงการดันญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เข้าสู่ที่ประชุมสภาว่า คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า ต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่มีเจตนาต้องการให้เรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาโดยเร็ว มีเพียงแต่ทางรัฐบาลที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งเราจะหยิบยกไปอภิปรายในช่วงปลายเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงระยะเวลาการนับวงรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่นายวิษณุ เครืองาม ระบุไม่ตรงกับทางพรรคฝ่ายค้าน นายสุทินกล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งตนและทีมกฎหมายเข้าใจว่านับเป็นปีปฏิทิน ไม่ใช่รอบปี ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะเราสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อยู่ดี เพียงแต่หากเข้าใจแบบนายวิษณุ ก็เท่ากับนับเดือน ส.ค.นี้ ไปชนส.ค.ปีหน้า เราจะอภิปรายไม่ได้อีกเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่อุปสรรคในการอภิปรายในเดือน ธ.ค.นี้ เพียงแต่คราวต่อไปเราจะได้อภิปรายอีกเมื่อไหร่เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ข้อสรุปว่าจะยื่นต่อประธานสภาฯ ในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อให้บรรจุวาระให้ทันประชุมประมาณ 17 ธ.ค.-20 ธ.ค.ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เราจะอภิปรายเป็นรายบุคคล โดยมี 3 เรื่องหลัก 1.ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคือ พล.อ.ประยุทธ์ 2. การคอร์รัปชันเชิงนโยบาย ที่มีการเอื้อให้ทุนขนาดใหญ่ได้รับโครงการขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการคอร์รัปชันและปัญหาความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากทุนใหญ่ได้รับผลประโยชน์งบประมาณอย่างเต็มที่คนรวยกระจุก คนจนกระจาย 3.การตรวจพบการทุจริตในหลายกระทรวงที่มีการเรียกรับผลประโยชน์ หรือมีการดำเนินการในทางใดทางหนึ่งเพื่อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้มีการกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปราย 3 ป. จะอยู่ในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายด้วยหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า คงโดนอภิปรายครบทั้ง 3 ป. เพราะหากไม่ครบอาจไม่ยุติธรรมได้ ส่วนทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นชุดเดิม ดังนั้นคนชุดเดิมต้องรับผิดชอบในปัจจุบันด้วย บางส่วนจะมีรัฐมนตรีหน้าใหม่ถูกอภิปรายด้วย ส่วนกระทรวงคมนาคมที่มีปัญหาเรื่องโฮปเวลล์ เป็นเรื่องหนึ่งที่เราพิจารณาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่กำหนดให้ทำได้วงรอบละ 12 เดือนว่า ตนเข้าใจว่าเมื่อรัฐบาลเข้ามาเดือน พ.ค. ก็จะไปครบรอบเดือน พ.ค.ปีถัดไป เพราะในกฎหมายใช้คำว่าปีหนึ่ง หากจะยึดตามปีปฏิทินจะมีปัญหา สมมติว่าเลือกตั้งเสร็จในเดือน ต.ค. ปีหนึ่งให้มีการประชุมสภา 2 สมัย สมัยละ 120 วัน จะเกิดขึ้นได้อย่างไร จึงต้องแปลเป็นวงรอบ 12 เดือน ส่วนที่ฝ่ายค้านเข้าใจว่านับตามปีปฏิทินนั้น ฝ่ายค้านเข้าใจคนละอย่างกับรัฐบาลทุกเรื่อง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50846</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยื่นซักฟอก, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd69a9690eb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
