<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; จวก&#039;เพื่อไทย&#039;ไม่รู้กาลเทศะจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงโควิดระบาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 กรกฎาคม 2564 &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นซักฟอกรัฐบาลปลายเดือน ก.ค.นี้ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์นายกฯบริหารโควิดล้มเหลว และขอให้ลาออก ดีกว่าสละเงินเดือน 3 เดือนช่วยประชาชน โดยนายเสกสกล กล่าวชี้แจงว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ที่ทุกภาคส่วนอยู่ระหว่างระดมสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้ แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านกลับไม่รู้กาลเทศะจะมาใช้โอกาสนี้ โดยอ้างการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ มากล่าวหา โจมตี นายกฯ และรัฐบาล เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พรรคฝ่ายค้านไม่ควรมาอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนี้ เพราะนายกฯ และรัฐมนตรี จะต้องเอาเวลาไปช่วยเหลือประชาชน แก้ไขปัญหาต่างๆ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงการที่จะประชุมสภาฯในช่วงที่มีการระบาดเชื้อโควิดด้วย ซึ่งล่าสุดมี ส.ส.จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายณัฐชา บุญชัยอินสวัสดิ์ พรรคก้าวไกล ก็ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว &amp;nbsp;ดังนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านควรจะพิจารณาถึงเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้นายกฯลาออกมากกว่าสละเงินเดือน 3 เดือนนั้น นายเสกสกลมองว่าการสละเงินเดือนของนายกฯ และรัฐมนตรี เพราะอยากจะให้มองเห็นถึงเจตนาการเสียสละ ความรับผิดชอบเพื่อส่วนรวมอย่าตีเป็นค่าเงินเพราะเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจความตั้งใจช่วยเหลือประชาชนได้ในอีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งแตกต่างกับส ส.พรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดเสียสละ จ้องแต่จะขัดขวางไม่เคยคิดช่วยอะไรให้ประชาชนพ้นวิกฤต นอกจากจ้องใช้ปากทำลายและให้ข่าวบิดเบือนสับสนต่อประชาชน และทำลายขวัญกำลังใจคนทำงาน เป็นฝ่ายค้านที่คิดแต่จะเอาแต่ประโยชน์ตัวเอง และยังเป็นตัวถ่วงในการแก้ไขปัญหาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งสถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย นายกฯยิ่งจะต้องอยู่บริหารงาน แก้ไขปัญหาจนครบวาระ เพราะการแก้ไขปัญหาจะต้องทำต่อเนื่อง ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่ยังอยากให้นายกฯอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีแต่นักการเมืองที่ชอบเล่นการเมืองแบบเก่าๆ หวังผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง อยากเข้ามามีอำนาจรัฐเหมือนในอดีตที่มีการทุจริตโกงกินมากมาย แต่ไม่มีปัญญาที่จะเลือกตั้งให้ตัวเองเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถนัดช่ำชองเชี่ยวชาญในเรื่องกล่าวหาโจมตี ขับไล่นายกฯและรัฐบาล และในหัวไม่เคยคิดถึงหัวอกประชาชนแม้แต่น้อย พรรคแบบนี้ก็เหมาะสมแล้วที่จะอยู่ฝ่ายค้านตลอดไปเพราะหากมาเป็นรัฐบาลก็จะคอยแต่คิดแสวงหาประโยชน์ใส่ตัวเองและพวกพ้องเท่านั้น ประเทศชาติประชาชนจะวิบัติหายนะเดือดร้อนอย่างไร พรรคเพื่อไทย ไม่สนใจเลยอย่างงั้นใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าประเทศไทยมีพรรคการเมืองที่คอยแต่จะหวังเป็นรัฐบาลหวังกลับมามีอำนาจ เอาใจนายใหญ่เพื่อหวังช่วยให้คดีนายใหญ่พ้นผิดไม่ต้องติดคุกติดตารางและหาวิธีทางช่วยนักโทษกลับคืนสู่ประเทศ จนไม่มีเวลาเอาสมองมาคิดดีทำดีช่วยประชาชน จ้องแต่จะเล่นการเมืองตีกินทางการเมือง &amp;nbsp;ถ้าสมองคนในพรรคนั้น คิดได้เพียงแค่นี้ ไม่สนใจใยดีความเดือดของประชาชน ขอเพียงได้ล้มหรือทำลายรัฐบาลที่กำลังช่วยชีวิต ช่วยความเป็นความตายของประชาชน จะล้มรัฐบาลล้มนายกฯลงให้ได้ พรรคการเมืองเช่นนั้นสมควรที่ประชาชนจะได้จารึกไว้บนหนังสุนัขหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109310</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ยื่นซักฟอกรัฐบาล, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608ffdfd2d090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านงอแง‘ซักฟอก’ ‘ชวน’แนะยื่นพรุ่งนี้ก็ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา 1 มี.ค. &amp;quot;ชวน&amp;quot; แนะฝ่ายค้าน อยากจะยื่นซักฟอกรัฐบาลให้ยื่นมาเลยพรุ่งนี้ก็ได้ ต้องก่อน 28 ก.พ. แต่ไม่ใช่มาขอเปิดสมัยวิสามัญถล่มรัฐบาล &amp;quot;สุทิน&amp;quot; งอแงขอทดเวลาเจ็บซัดรัฐบาลบกพร่องในการควบคุมสถานการณ์ แก้ปัญหาโควิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเสนอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหากไม่สามารถพิจารณาได้ทันในสมัยประชุมปกติว่า ไม่สามารถทำได้&amp;nbsp; การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามกฎหมายแล้วสามารถทำได้สมัยประชุมละ 1 ครั้ง ในสมัยการประชุมนี้จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ดังนั้นหากจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ต้องยื่นมาภายในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ถึงจะมีเรื่องสถานการณ์โควิด-19 มาเกี่ยวข้องก็สามารถยื่นได้ จะยื่นเมื่อไรก็ได้ พรุ่งนี้ก็ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจมาภายในวันที่ 28 ก.พ. แต่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลายภายใน 2 เดือน จนหมดสมัยการประชุม มีโอกาสที่จะเปิดประชุมวิสามัญเป็นกรณีพิเศษเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นไปได้ สมัยประชุมนี้ปิดวันที่ 28 ก.พ. มีเวลาอีก 2 เดือน จะยื่นเมื่อไรขึ้นอยู่ที่ความพร้อม ไม่ได้อยู่ที่สภา เมื่อยื่นมาแล้ว แต่จะบรรจุระเบียบวาระได้เมื่อไร ต้องหารืออีกครั้งระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลว่าจะเอาวันไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาฯ กล่าวว่า การงดประชุมสภาไม่ถือว่ามีอุปสรรค ต่อการประชุม กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องยอมรับมาตรการที่ออกกำหนดมาบ้าง จะปล่อยไม่สนใจเลยไม่ได้ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ได้เชิญทุกพรรคมา เพราะรู้ว่าถ้าไม่เชิญทุกพรรคมาจะไปพูดในทำนองที่เสียหาย จึงต้องให้ทุกคนได้พูดแสดงความเห็น ส่วนการประชุม กมธ.ต่างๆ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น คาดว่าภายในสัปดาห์นี้การแก้ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการประชุมผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์น่าจะแล้วเสร็จ เพื่อให้ กมธ.ประชุมผ่านออนไลน์ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านกังวลเรื่องดังกล่าวอยู่ แต่ยืนยันจะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในช่วงก่อนสิ้นเดือน ม.ค.แน่นอน ซึ่งเมื่อยื่นไปแล้วจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระได้เมื่อใด และจะได้เปิดอภิปรายได้เมื่อใด ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 28 ก.พ.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากไม่สามารถเปิดอภิปรายได้ทันก่อนปิดสมัยประชุม ก็ต้องมีวิธีการชดเชยด้านเวลาให้ เช่น การขยายเวลาประชุมสภาออกไป จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 ก.พ. หรือการให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังไม่รู้ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรจะใช้วิธีใด แต่ถ้าจะขยายเวลาประชุมสภา คงต้องขยายกันยาวๆ เพื่อชดเชยเวลาที่งดประชุมไป 2 สัปดาห์&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินเผยว่า ฝ่ายค้านจะหารือกันในสัปดาห์นี้ เพื่อกำหนดกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะมีเนื้อหาอย่างไร มีข้อมูลเรื่องใดบ้าง โดยจะพิจารณานำเรื่องความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 รอบสอง ทั้งเรื่องความบกพร่องในการควบคุมสถานการณ์และการใช้งบประมาณแก้ปัญหาโควิด มาเป็นเนื้อหาการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอบโต้แกนนำพรรคก้าวไกลที่แสดงความรู้สึกผิดหวังกับมติงดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 2 สัปดาห์ อาจทำให้การทำงานเกิดความล่าช้าว่า การตัดสินใจงดประชุมดังกล่าวเป็นความเห็นร่วมกันของเสียงส่วนใหญ่ที่มีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องยอมรับว่าสภาอยู่ด้วยมติและเสียงข้างมาก ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงต้องเคารพ และยืนยันว่าสภามีมาตรการป้องกัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะมีคนพยายามฝ่าฝืน
คนก้าวไกลพาโควิดเข้าสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเห็นได้จากกรณีที่อนุกรรมาธิการคณะหนึ่งปล่อยให้มีผู้ติดเชื้อจากจังหวัดระยองเข้าร่วมประชุม โดยที่ประธานอนุกรรมการชุดนั้นก็เป็นคนของพรรคก้าวไกล ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ อยากให้คำนึงถึงความปลอดภัยและเสียงส่วนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของการเมือง หากดึงดันให้มีการประชุมจนทำให้ ส.ส.หรือใครในสภาติดเชื้อ อยากถามว่าอะไรจะเกิดขึ้น และใครต้องรับผิดชอบ เพราะกรณีของอนุกรรมาธิการก็สร้างความวุ่นวาย ต้องส่งคนจำนวนมากรวมทั้งตนไปตรวจหาเชื้อ ทั้งนี้ การงดประชุมอาจส่งผลต่อการทำงานหลายอย่าง แต่สภาก็จะให้มีการประชุมชดเชย ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์ อาจจะขยายสมัยประชุมหรือเปิดสมัยประชุมวิสามัญก็ได้&amp;quot; นพ.สุกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล ตอบโต้ว่า สิ่งที่คุณหมอสุกิจกังวล เป็นความกังวลเดียวกันของทุกคนขณะนี้ แต่เราจะละเลยการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชนในยามที่ประชาชนต้องการที่พึ่งเช่นนี้ไม่ได้ การเปิดประชุมสภาในสถานการณ์การของโรคระบาด รวมไปถึงสถานการณ์ใดก็ตามที่ไม่สามารถรวมตัวกันได้ เราจะต้องทำให้มีการเปิดประชุมออนไลน์อย่างมีศักยภาพ ซึ่งเรื่องนี้พรรคก้าวไกลได้พยายามเสนอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาให้สามารถประชุมออนไลน์ได้ตั้งแต่ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราเป็นตัวแทนของประชาชน ต้องพยายามหาทางทำงานให้ประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้เสียเวลาไปด้วยการนั่งมองปัญหาอยู่ที่บ้าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวกรณีที่หมอสุกิจยกตัวอย่างที่ประชุมอนุกรรมาธิการ การพนันออนไลน์ว่า อยากฝากไปยังประธานสภาฯ ทดสอบเครื่องตรวจด่านหน้าของสภาดูอีกทีว่าเพียงพอหรือไม่ มีประสิทธิภาพแค่ไหน อย่างไรก็ตาม เหตุเกิดตอนนั้นอยู่ในช่วงต้นของสถานการณ์ ยังไม่รู้แน่ชัดว่าการระบาดไหนจุดไหน ร้ายแรงอย่างไร แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็พิสูจน์ให้เห็นว่า การรู้เหตุเร็ว พวกเราและผู้เกี่ยวข้องก็สามารถนำมาตรการที่วางเอาไว้มาใช้อย่างทันท่วงที ไม่มีใครติดเชื้อเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้ ส.ส.กลัวไม่ได้ เพราะประชาชนคงกลัวยิ่งกว่าเรามาก พวกเขากลัวอดตาย อยากให้มองกันด้วยความเป็นจริง เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้มีร่างกฎหมายหลายตัวที่เกี่ยวกับปากท้องของเขากำลังรอการแก้ไขอย่างเร่งด่วนอยู่&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นว่าการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติจะหยุดชะงักไม่ได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์คับขันของประเทศชาติที่กำลังต้องการมาตรการที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ เวลานี้ต้องบอกว่าประชาชนกำลังหมดความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อรัฐบาลอย่างถึงที่สุดแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนจึงจำเป็นมาก เพื่อจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและทวงถามถึงความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารต่อปัญหาที่พวกเขาละเลย
ปิดสมัยประชุม 1 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนพงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคก้าวไกลรู้สึกผิดหวังที่ให้งดการประชุมออกไป 2 สัปดาห์ เพราะจะทำให้การผ่านกฎหมายหลายฉบับเกิดความล่าช้า เช่น การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ว่า&amp;nbsp; ส.ส.พรรคก้าวไกลต้องตระหนักถึงความสำคัญก่อนหลัง การประชุมสภาแบบที่เสนอไม่ใช่จำนวนคนเพียงแค่ 245 คนเท่านั้น แต่หมายรวมถึงข้าราชการ สื่อมวลชน และคนงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาจำนวนมากที่ต้องมาอยู่รวมกันในสถานที่ที่เดียว และถ้าเกิดการแพร่ระบาด ก็ไม่ได้หมายถึง ส.ส.ที่มาประชุมจะได้รับเชื้อคนเดียว แต่จะเกิดความเสี่ยงไปถึงคนรอบข้างและประชาชนในพื้นที่ที่ ส.ส.ต้องกลับไปพบเจอ จะปล่อยให้ประเทศไทยติดเชื้อครึ่งค่อนประเทศแบบประเทศแถบยุโรปหรืออย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์เช่นนี้โควิดกระจายไปทั้งโลก ไม่เพียงเฉพาะประเทศไทย ผมจึงอยากถามว่าเรื่องอะไรสำคัญที่สุด ใช่เรื่องความปลอดภัย ความเป็นอยู่ ปากท้องของประชาชนใช่หรือไม่ กฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายก็ยืนยันแล้วว่าจะต้องแก้ให้เสร็จในสมัยรัฐบาลชุดนี้ และที่สำคัญการประชุมสภายังมีเวลาเหลือเฟือ เพิ่มวันประชุมทีหลังก็สามารถทำได้ ผมไม่เข้าใจว่า ส.ส.พรรคก้าวไกลที่เข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนวันนี้ทำไมถึงให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนที่เขาเลือกพวกคุณเข้ามา หรือเพราะพวกคุณส่วนใหญ่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่รวบรวมคะแนนมาจากบรรดา ส.ส.สอบตก จึงไม่เข้าใจหน้าที่ของ ส.ส.ว่าต้องทำอะไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวต่อว่า พรรคก้าวไกลและพรรคฝ่ายค้านบางคนต้องหยุดเล่นแต่เกมการเมือง ยุยง ปลุกปั่น ประชาชนในพื้นที่ของพวกคุณเขารอให้กลับไปดูแลเขาอยู่ อย่าเอาแต่เวลาไปประกันตัวบรรดาแกนนำม็อบทั้งหลาย เพราะตนได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าไม่เคยเห็นหน้าพวกคุณไปดูแลเขาเลย ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อให้แก้รัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ ก็คงยากที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีก วันนี้ตนคิดว่าพรรคก้าวไกลไม่เหมาะสมที่จะใช้ชื่อนี้แล้ว น่าจะเป็นก้าวลงเหวมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงหนึ่ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล แจ้งให้ ครม.รับทราบถึงการเลื่อนประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไป 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามทันทีว่าเป็นเรื่องของสภาใช่หรือไม่ โดยนายพุทธิพงษ์ตอบว่าใช่ ทำให้นายกฯ แจ้งกับ ครม.ว่าถ้าเป็นอย่างนั้นให้ช่วยกันชี้แจงว่าเป็นเรื่องของสภา อย่าให้มาต่อว่ารัฐบาลได้ในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. พ.ศ.2564.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88930</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประชุมรัฐสภา, พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา, ยื่นซักฟอกรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210105/image_big_5ff4781bc6bf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพรเปิดแผลเพื่อไทย แจ้นจูบปากผู้มีอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านยันมติไม่ร่วมวงสมานฉันท์ อ้างรัฐไล่จับกุมแกนนำม็อบ จ่อยื่นซักฟอกรัฐบาลปลาย ม.ค. เล็งเป้าถล่ม 3 ป.พ่วงจุรินทร์ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; เดือด &amp;quot;สุนัย&amp;quot; กระทืบซ้ำแพ้เลือกตั้งเชียงใหม่ แฉกลับบิ๊กเพื่อไทยต้ม ปชช.จับมือ พปชร. แย้มเร็วๆ นี้มีอาฟเตอร์ช็อกแน่ ทบ.ออกกฎเหล็กกำลังพลเรื่องการเมือง &amp;quot;5 ได้-7 ไม่ได้&amp;quot; ฮึ่มส่อเสียดสถาบัน-รบ.โดนอาญาทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ในสัดส่วนของฝ่ายรัฐบาลได้แก่ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประขาธิปัตย์, นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ, นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ส่วนของฝ่ายค้านและผู้ชุมนุมเองยังไม่มีการเสนอชื่อมา และในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยมีมติส่งชื่อมาแล้ว 3 คน ได้แก่ นายสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายวันชัย วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการหลักสูตรพัฒนาผู้นำและการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี, นายสมศักดิ์ รุ่งเรือง อธิการบดีวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ส่วนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเสนอชื่อมา 1 คน คือนายวิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สำหรับที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ จะประชุมเลือกผู้แทนในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ รวมถึงวุฒิสภาจะมีการยืนยันวันที่ 23 ธ.ค.อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ออกมาเสนอให้ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี และ ผบ.เหล่าทัพ ร่วมกันสร้างความปรองดอง เพราะการสร้างเวทีปรองดองที่ผ่านมา แม้จะมีรายงานออกมา แต่ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ว่า สุดแล้วแต่ความเห็น แต่สิ่งที่เป็นทางการขณะนี้และมีความคืบหน้าแล้วก็คือคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่าย&amp;nbsp; ส่วนที่คนเสนอมองว่าเวทีเช่นนี้ไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมนั้น ขณะนี้ยังไม่เริ่มต้นประชุม ไม่อยากให้ตีตนไปก่อนไข้ การสร้างความปรองดองของประเทศ ไม่ว่าประเทศไหนก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรค เพราะเริ่มนับหนึ่งจากความเห็นที่ไม่ตรงกัน จึงต้องใช้เวลาจนกว่าจะได้ข้อยุติที่เป็นฉันทามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยังยืนยันมติเดิมไม่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ จนกว่ารัฐบาลและคู่กรณีความขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายจะเข้าร่วม รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดอง ด้วยการยุติการคุกคาม ยุติการจับกุม คุมขังผู้เห็นต่าง ยกเลิกการตั้งข้อหากับผู้ชุมนุม อย่างขาดหลักแห่งความยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ต้องแก้ที่รากเหง้าของปัญหา การจะสร้างความปรองดองได้ต้องยุติการดำเนินคดีทางการเมือง เพราะไม่สามารถนำไปสู่การพูดคุยสร้างความปรองดอง การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องไม่สร้าง ส.ส.ร.ขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจอีก และยุติการสนับสนุนระบอบการเมืองที่มาจากรัฐประหาร
จ่อยื่นซักฟอก 3 ป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า รัฐบาลต้องแสดงออกอย่างจริงใจ ต้องแก้รัฐธรรมนูญแก้ไขอำนาจของ ส.ว. และแก้ไขสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งจะเป็นทางออกของปัญหาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ควรเข้ามาร่วมในคณะกรรมการฯ เชื่อจะช่วยสร้างความปรองดองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุผลกรณีไม่เข้าร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;รัฐบาลควรแสดงความจริงใจโดยเร่งหาวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นอำนาจของ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ และยอมรับให้เกิดกระบวนการเลือก ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเชื่อใจว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ และต้องการถอยออกจากอำนาจอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านแจ้งว่า ในการหารือของตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้หารือถึงประเด็นความพร้อมการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 มีการหารือเบื้องต้น เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ช่วงปลายเดือน ม.ค. 2564 ตามขั้นตอน 15 วัน จะมีการตรวจสอบก่อนที่จะมีการบรรจุญัตติกำหนดวันการอภิปราย คาดว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์ที่สองเดือน ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นเป้าหลักแล้ว จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 3 ป. ที่อยู่ในอำนาจตลอดหลังจากการยึดอำนาจ โดยพรรคก้าวไกลจองกฐินไว้เป็นพิเศษ เนื่องจากเตรียมข้อมูลกลุ่ม 3 ป. ไว้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อต้นปี 2563 แต่ไม่ได้อภิปราย ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลบางคนอยู่ในข่ายที่จะถูกอภิปรายเช่นกัน โดยเฉพาะในกระทรวงพาณิชย์ ที่มีประเด็นถูกจับตาหลายเรื่อง และมีการแจ้งไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรค ให้ไปรวบรวมข้อมูล รายชื่อ ประเด็นรัฐมนตรีที่จะอภิปรายแล้วกลับนำมาเสนอต่อที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้งช่วงต้นเดือน ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์&amp;nbsp;peace talk&amp;nbsp;ตอบโต้นายสุนัย จุลพงศธร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่กล่าวหาว่าตนเองไปหลอกลวงชาวเชียงใหม่กรณีนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งที่เป็นพวกเผด็จการว่า ขอถามนายสุนัยว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือพรรคเพื่อไทย มอบให้เป็นตัวแทนใช่หรือไม่ จะบอกให้ว่ามีพื้นที่ในเชียงใหม่หลายพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;และคนพรรคเพื่อไทยไปอธิบายใส่ความนายบุญเลิศนั้น ลองไปตรวจดูหนังสือเดินทางไปต่างประเทศว่าใครไปพบใครมากที่สุด ตลอดจนในประเทศไทยหัวหน้าพรรคการเมืองไหนไปพึ่งพาหรือพูดคุยกับเขามากที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ตู่เดือดเผาเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พอเสร็จเลือกตั้ง ผมยอมรับความพ่ายแพ้ แต่คุณกลับมากระทืบโชว์ ขอให้ไปถามคนที่คุณเป็นโฆษกแทนนั้น โดยถามว่าคนในรัฐบาลที่ไปพบเป็นใคร เพราะสิ่งนี้เป็นวิธีกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องเอง คนที่ว่าอยู่พรรคเพื่อไทยเดิม แล้วย้ายไปเป็นรัฐบาลก็ยังไปมาหาสู่กันปกติ ขอถามว่าใครต้มประชาชน ก่อนหน้านี้ ที่ยังไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ และเล่นเกมก่อนพรรคอนาคตใหม่ยังไม่ยุบพรรค กระทั่งมาสู่ไม่สามารถอภิปราย 1 ใน 3 ป.ได้ ใครก็รู้ว่าเกิดอะไร นายสุนัยบอกว่าชนะเลือกตั้งแล้ว ขอถามว่าชนะจริงแล้วหรือ อยากให้ไปตรวจสอบในพรรคเพื่อไทย ไม่กี่วันก็จะเป็นอาฟเตอร์ช็อก อย่างน้อยมีคนไม่เห็นด้วยในกรณีบางเรื่อง และได้ตัดสินใจลาออกแล้ว 2 ตำแหน่งในพรรค เพียงแต่รักษามารยาทไม่ให้สาธารณะรับทราบ พรรคเพื่อไทยต้องแถลง อย่ามารังแกกันนะ ไม่ชอบคนที่รังแกคนล้ม และอย่าข้ามนะจะบอกให้ มนุษย์เราอย่าบีบใครให้จนตรอก เพราะเลือกตั้งยังไม่จบ เพียงแค่ผมเป็นนักกีฬาเท่านั้น และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทย ซึ่งรอให้เขาพูดเท่านั้น ดังนั้นจึงอย่าเหยียบกันมาก&amp;quot; นายจตุพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมกำลังพลทหารบกได้ออกข้อควรปฏิบัติและข้อไม่ควรปฏิบัติของกำลังพลสังกัดกองทัพบก โดยอ้างอิงจาก 1.ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยข้าราชการกลาโหมกับการเมือง พ.ศ.2499, 2.คําสั่งกองทัพบกที่ 388/2563 ลงวันที่ 9 ก.ย.2563 เรื่องแนวทางการดำเนินการต่อกำลังพลที่กระทำผิด และหากผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับกระทรวงกลาโหมและคำสั่งกองทัพบกถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 11 และ 32 ตามแต่กรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กองทัพบกได้ทำโปสเตอร์ติดภายในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยระบุสิ่งที่สามารถทำได้ดังนี้ 1.การสมัครเข้าเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองใดต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้บัญชาการทหารบกทราบ 2.การเข้าร่วมประชุมทางการเมืองในฐานะส่วนตัวได้ แต่ต้องไม่สวมเครื่องแบบและไม่ใช้ในเวลาราชการ 3.ปฏิบัติราชการในหน้าที่ด้วยการวางตนเป็นกลางโดยไม่มุ่งหวังประโยชน์ของพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะ แต่ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล 4.ลงคะแนนเสียง/แสดงความคิดเห็นส่วนตัวต่อผู้ลงสมัครได้ 5.การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองสามารถกระทำได้โดยไม่แต่งเครื่องแบบและไม่ใช้เวลาราชการ ทั้งนี้ ในการเข้าร่วมประชุมในที่สาธารณะนั้นต้องเป็นไปอย่างสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้ มีดังนี้ 1.ไม่กระทำการใดๆ อันมีลักษณะพาดพิง ส่อเสียด ล้อเลียน สถาบัน รัฐบาล และผู้บังคับบัญชา 2.ไม่แต่งเครื่องแบบหรือชุดอื่นใดรวมถึงใช้ตราสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นทหารเข้าร่วมประชุมกับพรรคการเมืองหรือไปร่วมชุมนุมในที่สาธารณะ อันเป็นการประชุมที่มีลักษณะทางการเมือง 3.ไม่ประดับเครื่องหมายหรือแต่งเครื่องแบบของพรรคการเมืองเข้าไปในสถานที่ราชการ 4.ไม่บังคับผู้อยู่ในบังคับบัญชา ทั้งโดยตรงหรือโดยปริยายให้เป็นสมาชิกในพรรคการเมืองใดและไม่กระทำการในทางให้คุณหรือให้โทษ 5.ไม่แทรกแซงในทางการเมืองหรือใช้การเมืองเป็นเครื่องมือเพื่อการทำกิจการต่างๆ 6.ไม่แสดงออกโดยตรงหรือโดยปริยายที่จะเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งในระยะเวลาที่มีการสมัครรับเลือกตั้ง 7.ไม่โพสต์ข้อความทางการเมืองในเวลาราชการในสถานที่ราชการหรือใช้คอมพิวเตอร์ของราชการรวมถึงห้ามใช้ account ของราชการร่วมกิจกรรมทางการเมืองบนสื่อสังคมออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานว่าข้อกำหนดดังกล่าวได้นำมาติดในพื้นที่กองทัพบก ภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไป เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87738</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่ายค้าน, พรรคเพื่อไทย, ยื่นซักฟอกรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ร่วมวงสมานฉันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe2068597e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
