<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้าน ข้องใจ &#039;ไพบูลย์&#039; ยื่นศาลวินิจฉัยญัตติอภิปราย อัดสมคบคิดทำลายระบอบประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp;ก.พ.64 - ที่รัฐสภา&amp;nbsp;ที่ห้องทำงานผู้นำฝ่ายค้าน นายสมพงษ์&amp;nbsp;อมรวิวัฒน์&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคก้าวไกล&amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์&amp;nbsp;มะทา&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;นายนายสงคราม&amp;nbsp;กิจเลิศไพโรจน์หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ&amp;nbsp;นายนิคม&amp;nbsp;บุญวิเศษ&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย&amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมประชุมหารือ กรณีนายไพบูลย์&amp;nbsp;นิติตะวัน&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;ยื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมวินิจฉัยญัตติ ขอเปิดประชุมสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยลงมติไม่ไว้วางใจเนื่องจากมีเนื้อหาที่เชื่อได้ว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันเบื้องสูงและขัดต่อมาตรา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ญัตติเปิดอภิปรายไม่วางใจของฝ่ายค้าน ผ่านการวินิจฉัยของประธานสภา ถูกบรรจุในวาระการประชุม ส่งให้ครม. พิจารณาถึงความพร้อม ทุกอย่างถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว การที่นายไพบูลย์ ยื่นญัตติเพื่อต้องการให้ให้สภาทบทวนเรื่องนี้ใหม่นั้น ไม่เข้าใจว่า นายไพบูลย์คิดอะไร หรือเป็นการสมคบคิดกันเพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย การอภิปรายของฝ่ายค้านถือเป็นการตรวจสอบตามกลไกของสภาฯ เห็นชัดว่ากำลังเกิดการแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวว่า ญัตติการอภิปรายของฝ่ายค้านถูกต้อง ไม่มีข้อบกพร่องตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 176 การที่นายไพบูลย์ยื่นญัตติ โดยอ้างมาตรา 210 (2) ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของสภาฯ ถือว่ากล่าวอ้างไม่ขึ้น สภาไม่ได้มีปัญหาอะไร จึงไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในเรื่องนี้ ญัตติการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านนี้ชอบแล้ว บรรจุเป็นวาระและเตรีมอภิปรายในวันที่ 16 ก.พ. ก่อนหน้านี้ประธานสภาฯ ได้เรียกวิปทุกฝ่ายหารือจำนวนวัน เวลา เหลือแค่คอยให้ถึงวันที่จะอภิปรายเท่านั้น เมื่อมาดูรายละเอียดญัตติของนายไพบูลย์ มีหลายข้อความที่ไม่ได้ปรากฏเป็นข้อเท็จจริง เช่น นำสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมือง หากดูสาระสำคัญของญัตติฝ่ายค้าน เป็นการกล่าวหานายกฯโดยตรง นายกฯ จะต้องเอาข้อกล่าวหาไปแก้ไข และเมื่อดูข้อบังคับการประชุมสภาฯไม่ควรรับญัตตินายไพบูลย์ด้วยซ้ำ ไม่เคยมีประเพณีว่า ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องถูกตีความโดยศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการทำลายระบบรัฐสภาและระบบประชาธิปไตย&amp;nbsp;หากสภาฯเห็นชอบญัตติแบบพวกมากลากไป ในอนาคตความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านจะเดินหน้าลำบากและอาจจะเกิดขึ้นลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวว่า เบื้องต้นอยากให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่าญัตติของนายไพบูลย์จะไม่ทำให้การอภิปรายเลื่อนออกไป ขอฝากไปยังรัฐบาลว่าอย่าวิตกกังวลว่าตอบคำถามไม่ได้แล้วจะใช้วิธีการนอกระบบ จนทำลายอำนาจฝ่ายนิตบัญญัติ ส่วนการระทำของนายไพบูลย์ ตอกย้ำว่าเป็นการเอาสถาบันมาเป็นโล่เกราะกำบังให้ตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า เชื่อว่าสังคมจะเกิดข้อเคลือบแคลงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะนี้มีส.ส.หลายคนไม่สบายใจกับญัตติของนายไพบูลย์ ตั้งคำถามว่า การกระทำของนายไพบูลย์ ผิดจริยธรรมร้ายแรง เป็นปรปักษ์ต่อระบบรัฐสภาหรือไม่ เพราะการเสนอญัตติเป็นอำนาจของสภาฯ หากทำแบบนี้หลักการถ่วงดุลอำนาจ 3 ฝ่ายจะบังคับใช้ไม่ได้เลย ดังนั้นจะมีการยื่นตรวจสอบจริยธรรมของนายไพบูลย์ให้ทันภายในสมัยประชุมนี้ ขอฝากไปยังรัฐบาลว่าการใช้เสียงข้างมากก็หยุดยั้งเราไม่ได้ เพราะเรามีการเตรียมมาตรการรองรับ เช่น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา เราเป็นเสียงข้างน้อยต้องงัดวิธีการทางกฎหมายทุกรูปแบบมาใช้เพื่อให้เรามีพลังตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92618</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ซักฟอก, พรรคฝ่ายค้าน, ยื่นญัตติ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60239fc200fe6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;ยื่นญัตติด่วนตั้งกมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้งบฯสู้โควิค เพราะได้ยินแต่เสียงร่ำไห้ของประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;5 พ.ค.63-นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและพรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือต่อประธานสภาฯ เพื่อขอเสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหา ภายใต้วิกฤตการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อติดตามสถานการณ์ความทุกข์ร้อนมาตรการเยียวยาดูแลประชาชน และการใช้จ่ายงบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวว่า แม้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็ม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้อำนาจได้เต็ม ต้องมีการถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายบริหาร รักษาผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร โดยอีก 2 สัปดาห์จะมีการเปิดสมัยประชุมสามัญ โดยจะมีการพิจารณาพระราชกำหนด 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาโควิด-19 จึงขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อติดตามตรวจสอบ รวมทั้งการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ และ พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งทั้งหมดต้องดูว่าจะตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนได้จริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวอีกว่า หวังว่าประธานสภาฯ จะมองเห็นถึงปัญหาและความเร่งด่วน ในการใช้งบประมาณที่อาจจะสูงมากที่สุดในประวัติการณ์หากไร้ซึ่งการตรวจสอบพี่น้องประชาชนก็จะเสียประโยชน์ ส่วนฝั่งส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะร่วมมือหรือไม่นั้น ตลอดเวลาที่เราต่างก็ได้ลงพื้นที่ ได้ยินเสียงร่ำไห้ของประชาชนขนาดนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าญัตติดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วน และควรนำมาเป็นวาระแรกๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในขณะที่ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ให้อำนาจเต็มกับนายกรัฐมนตรี และข้าราชการในการดำเนินงาน โดยไม่มีรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล คนไหนมีส่วนร่วม ตนจึงคาดว่าจะมีพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่โดยเฉพาะพรรคร่วมเห็นชอบผ่านกลไกลนี้ หลังถูกริบอำนาจไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65117</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ก้าวไกล, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, พ.ร.ก.เงินกู้, ยื่นญัตติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb10b2e266cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7พรรคแยกเขี้ยวขู่ลาก&#039;ชวน-ศุภชัย&#039;ขึ้นศาลฎีกาฯ ถ้าไม่บรรจุญัตติสอบที่มาสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - เมื่อเวลา 16.00 น. ที่อาคารรัฐสภาฯชั่วคราว ห้องประชุมบริษัททีโอที ส.ส.ที่เป็นตัวแทนจาก7พรรคการเมืองฝ่ายค้าน อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย เป็นต้น &amp;nbsp;ร่วมแถลงถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ไม่บรรจุญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นร้องขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบที่มาของส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตรกล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปถึง 3 ญัตติ แต่กลับถูกรองประธานสภาคนที่ 2 ไม่บรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อธิบายว่าส.ส.ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ จึงเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ แต่สิ่งที่เราตั้งญัตติไปนั้น ไม่ได้ไปตรวจคุณสมบัติต้องห้ามของส.ว. เพราะทราบดีกว่าคนที่จะตรวจสอบคือส.ว.ด้วยกันเอง แต่เราขอตรวจสอบการได้มาซึ่งส.ว. ทั้ง 7 พรรคการเมือง ให้ความสำคัญ เพราะเป็นประเด็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทุกฝ่ายก็พยายามหาคำตอบว่ากระบวนการสรรหาเป็นอย่างไรกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราพยายามใช้ทุกช่องทาง แต่ถูกปิดหมด ในฐานะที่เป็นผู้แทน เมื่อประเด็นปัญหานี้ยังเป็นที่สงสัยในสังคม จะให้สภาผู้แทนฯ นั่งเฉยๆหรือ สิ่งที่รองประธานสภาฯ ไม่ยอมบรรจุ โดยอ้างว่าไม่มีอำนาจ คสช.ที่เป็นองค์กรสูงสุด เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่มีใครตรวจสอบได้นั้น มองว่าความเห็นแบบนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะหมายความว่า อะไรที่เกี่ยวกับคสช. จะยุ่งกับไม่ได้เลยหรือ ทั้งที่อีกไม่กี่วันคสช. หมดอายุแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่าสภาผู้แทนฯ เป็นองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งเพียงองค์กรเดียว จำเป็นต้องใช้อำนาจที่ได้รับมาจากประชาชนในการทำงานตรวจสอบต่างๆ ตามที่ประชาชนสงสัย หากรองประธานสภาฯ พิจารณาเช่นนี้ เท่ากับลดอำนาจของสภาผู้แทนฯลง วันข้างหน้าสภาฯ อยากพิจารณาเรื่องประกาศคำสั่งคสช. จะทำได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเมื่อคสช.ไปแล้ว ผลผลิตการใช้อำนาจของเขายังอยู่ และเราไม่สามารถไปยุ่งอะไรกับเขาได้เลย แบบนี้เป็นอันตราย อยากให้รองประธานสภาฯ ทบทวน เพราะหากไม่ทบทวนจะมีปัญหาในทางกฎหมาย และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสงวนเรื่องนี้ไว้พิจารณาในทางกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หากประธานสภาฯ และรองประธานสภาวินิจฉัยเช่นนี้เป็นเจตนาที่จะละเมิดรัฐธรรมนูญ เพราะคสช. เป็นองค์กรที่เข้ามาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญญัติจึงมีหน้าที่ในการตรวจสอบ เรายื่นญัตติผ่านไป 8 วันแล้ว ข้อบังคับระบุว่า เมื่อสมาชิกยื่นญัตติด่วนให้กับประธาน ซึ่งประธานต้องแจ้งผู้ยื่นภายใน 5 วัน นับตั้งแต่วันรับญัตติ &amp;nbsp;แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการแจ้งมา และหาก 7 วัน ไม่แจ้ง ญัตติเราเป็นญัติด่วนแน่นอน แต่ญัตติกลับไม่มีถูกบรรจุอยู่ในวาระ แปลว่าท่านเจตนาไม่บรรจุญัตติ และไม่แจ้งเจ้าของญัตติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงมีความผิดคือ 1.เจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย ป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบ จะส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ไต่สวนประธาน และรองประธานคนที่ 2 ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในส่วนนี้ และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และถ้ามีความผิดปรากฎชัดแจ้ง จะผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามมาอย่างแน่นอน เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่จำเป็นต้องทำ หากไม่ทบวนบรรจุญัตติดังกล่าว จะเดินทางไปยื่นป.ป.ช. ในวันที่ 1 ก.ค. เพื่อให้ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39622</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, ญัตติด่วน, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, ปิยบุตร, ยื่นญัตติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d149fe48f915.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุแจงยิบเปิดชื่อกก.สรรหาสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ทนรำคาญเรื่องสภาสูงไม่ไหว แจงละเอียดยิบตั้งแต่กรรมการสรรหา จนถึงวิธีการเสนอชื่อ ย้ำมีหลักฐานการประชุมทุกรอบ ไม่ได้เป็นความลับ ศาลรัฐธรรมนูญ-ผู้ตรวจการแผ่นดินก็รับทราบ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ดาหน้าถล่มไม่เชื่อ เตรียมยื่นญัตติให้ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; บรรจุเป็นวาระด่วน เพ้อหวังโหวตนายกฯ เป็นโมฆะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเปิดเผยชื่อกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่ากรรมการสรรหาต้องตั้ง 9 คน ไม่เกิน 12 คน โดยมีคุณสมบัติเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นสมาชิกหรือสังกัดพรรคการเมือง เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้พิจารณาเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2561 ว่าจะตั้งใครบ้าง ซึ่งในที่สุดเพื่อให้ได้คนที่หลากหลายจากสาขาต่างๆ จึงมีคำสั่ง คสช.ที่ 1/ 2562 ระบุว่า กรรมการมี 10 คน มาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) คือรองนายกฯ 5 คน โดยมีโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวต่อว่า พล.อ.ประวิตรจะเป็นผู้สรรหารายชื่อคนจากสายความมั่นคงเข้ามา อาทิ ตำรวจ ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง โดยเสนอมาประมาณ 50 คน, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ จะหาคนจากสายวงการการศึกษา ยุติธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อมวลชน 50 คน, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะหาคนจากสายเศรษฐกิจ เกษตร การเงิน การคลัง การธนาคาร การลงทุน การค้า อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว 50 คน, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ หาจากสายเกษตร สาธารณสุข และด้านที่เกี่ยวกับสังคม 50 คน ส่วนตนเองหาคนจากสายของกฎหมาย ระเบียบราชการ อดีตข้าราชการที่เกษียณไปแล้ว 50 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งหมดนี้ไม่เปิดรับสมัคร แต่ก็ได้หลายชื่อมา ขณะเดียวกัน คสช.ก็เลือกตัวแทน คสช.อีก 4 คน คือ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร, พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รวมถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ในฐานะที่นายพรเพชรรู้จัก สนช.หลายคน จะได้มาพิจารณาเสนอชื่อ ซึ่งในเบื้องต้นตั้งกติกาไว้ว่ากรรมการเหล่านี้ต้องพิจารณาจากรายชื่อคนที่เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), กรรมการปฏิรูปประเทศ, กรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่มีอยู่หลายคณะ และให้ดูไปถึงคนที่อยู่ในวงการสภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร หอการค้า และนักวิชาการ รวมถึงกลุ่มอาชีพอื่นๆ ด้วย&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า กรรมการ 10 คน หาชื่อมาได้ 500 ชื่อ แต่นายพรเพชรลาออก เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมประชุม ทำให้กรรมการสรรหาเหลือ 9 คน แต่ไม่ได้ตั้งใครมาเพิ่ม คณะกรรมการสรรหาจึงได้พิจารณานำรายชื่อและประวัติ โดยเปิดประชุมอย่างเป็นทางการเต็มคณะ 3 ครั้ง เป็นการประชุมที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 1 ครั้ง ที่ทำเนียบรัฐบาล 2 ครั้ง และประชุมไม่เป็นทางการอีก 3 ครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งที่ไม่เป็นทางการ เพราะไม่ครบองค์ประชุม ในที่สุดได้คัดเลือกมาได้เหลือ 395 ชื่อ ซึ่งต้องมี 194 คนเป็นตัวจริง และบวกตัวสำรอง 50 คน จึงได้รวบรวมจัดทำบัญชี ตามลำดับแล้วเสนอไปยัง คสช.พิจารณา ซึ่ง คสช.พิจารณา 3 ครั้ง โดยไล่เรียงทีละชื่อ โดยตนเองเป็นคนอ่านรายชื่อพร้อมบอกประวัติ&amp;nbsp;
รำคาญจึงแจงยิบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่ออ่านถึงรายชื่อใครที่มีส่วนได้เสียอยู่ ไม่ว่าในชั้นกรรมการสรรหาหรือ คสช. คนนั้นถ้าหากออกนอกห้องประชุมได้ ท่านก็ออกหรืองดออกเสียงไม่โหวต ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มีการจดบันทึกไว้ในรายงานการประชุมทั้งหมด แม้ว่ามีอยู่บ้างชื่อจะมีปัญหา ที่ประชุมก็มีมติเพื่อไม่ต้องเรียกประชุมอีก เนื่องจากบางคนเราไปทาบทามแล้วเขาปฏิเสธ หรือปรากฏคุณสมบัติไม่ครบ ก็ให้หัวหน้า คสช.ใช้ดุลพินิจเปลี่ยนคนนั้น ซึ่งตรงนี้มีอยู่ 4-5 คนเท่านั้น จนกระทั่งพิจารณารายชื่อเสร็จแล้ว ในส่วนของตัวจริงจึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ส่วนรายชื่อสำรองนั้นไม่ต้องกราบบังคมทูลฯ แต่ส่งไปยังประธานสภาฯ ตรงนี้คือที่มาที่ไปทั้งหมด&amp;rdquo; นายวิษณุแจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังระบุถึงเหตุผลที่ชี้แจงละเอียดว่าเพราะรู้สึกรำคาญ ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรที่ต้องปกปิดกัน แต่ก่อนหน้านี้เขากลัวกันจริงว่าจะวิ่งเต้น แทรกแซง ซึ่งก็มีจริงๆ ขอให้เข้าใจ สรุปว่ากรรมการสรรหามี 9 คน ความจริงต้องมี 10 คน แต่นายพรเพชรได้ลาออกไป และยืนยันว่าทุกครั้งในการพิจารณาไม่มีใครเสนอชื่อตัวเองเลย มีเอกสารเก็บไว้ทั้งหมดว่าใครเสนอชื่อใคร เช่น คุณอนุพงษ์ ก็เสนอในศาลปกครอง คุณธนะศักดิ์ ก็เสนอในสายการต่างประเทศ อย่างนี้เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยืนยันว่า เมื่อเปิดรายชื่อออกมาแล้ว ก็แล้วแต่ใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร แต่เป็นหน้าที่ ซึ่งบัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องประกาศ เพราะสังคมเรียกร้อง และในความเป็นจริงก็ต้องเปิดเผย ทั้งที่ในความเป็นจริงรายชื่อกรรมการสรรหา ส.ว.นี้ เราได้ส่งไปให้ประธานสภาฯ นานพอสมควรแล้ว รวมทั้งส่งไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินก็นานพอสมควร เนื่องจากมีผู้ร้องเรียน จึงได้ชี้แจงและตอบได้หมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ ยังชี้แจงถึงประกาศ คสช.ฉบับที่ 2/2562 เรื่องประกาศรายชื่อบุคคลสำรองสำหรับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ส.ว.ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ว่า รายชื่อสำรองทำเสร็จไปตั้งนานแล้วพร้อมกับรายชื่อตัวจริง แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องส่งรายชื่อสำรองไปให้ประธานวุฒิสภา เพื่อให้ประธานวุฒิสภานำไปใช้เลื่อนรายชื่อตามลำดับ เมื่อเวลาที่มีตำแหน่ง ส.ว.ว่างลง แต่ในขณะนั้นยังไม่มีประธานวุฒิสภา เราจึงไม่ได้ส่งไปให้ แต่ขณะนี้มีการโปรดเกล้าฯ ประธานวุฒิสภา และนายกฯ เรียบร้อยแล้ว เราจึงจัดการส่งรายชื่อสำรองไป ซึ่งหมายความว่าหลังจากเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.เป็นต้นไป หากมีตำแหน่งว่างในกลุ่ม ส.ว. 194 คน ก็สามารถเลื่อนรายชื่อกลุ่มสำรองนี้ขึ้นไปได้ ทั้งนี้ สำรองของ ส.ว. 2 บัญชีจะไม่เอามาสลับหรือไขว้กัน และเวลาเลื่อนรายชื่อก็จะเลื่อนไปตามลำดับ ไม่มีการข้ามเว้น แต่เมื่อเลื่อนไปถึงรายชื่อของใครแล้วบุคคลนั้นปฏิเสธการรับตำแหน่ง เราก็จะข้ามไป แล้วเอารายชื่อของลำดับต่อไปขึ้นมาแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รายชื่อสำรองนั้นไม่ต้องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เพียงเก็บเอาไว้ในมือประธานสภาฯ เฉยๆ แต่คนทั้งประเทศก็เห็น เพราะประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และในระหว่างนี้ คนในรายชื่อสำรองก็ไม่มีเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ รวมถึงไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ จะไปทำมาหากิน ถือหุ้นสื่อ หรือถือสัมปทานอะไรก็ได้เหมือนคนทั่วไป แต่หากถึงเวลาที่เขาเลื่อนรายชื่อมาถึง เจ้าตัวต้องเคลียร์คุณสมบัติให้จบภายใน 24 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นเขาก็ข้ามคุณไป&amp;rdquo;นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในบัญชีสำรอง ส.ว. มีรายชื่อ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่ ทำให้อาจถูกมองเรื่องความเป็นกลาง เพราะ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังอยู่ในตำแหน่ง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะยังไม่เป็นอะไรสักอย่าง
ย้ำรายชื่อเสร็จนานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากในระหว่างที่ยังไม่มี ครม.ชุดใหม่แล้วมีตำแหน่ง ส.ว.ในส่วน 194 คนว่างลง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ซึ่งมีรายชื่อลำดับหนึ่งอยู่ในบัญชีสำรองต้องดำเนินการอย่างไร นายวิษณุตอบว่า ก็ต้องเลื่อนรายชื่อนายดอนขึ้นไปก่อนเพื่อน แต่หากนายดอนยังอยู่ใน ครม.ก็ต้องลาออกหากจะเป็น ส.ว. แต่หากไม่อยากเป็นก็สละสิทธิ์ได้ แต่สิทธิ์นั้นจะไม่กลับมาอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักอีกว่า ใช้หลักเกณฑ์ใดในการเรียงลำดับรายชื่อบุคคลในบัญชีสำรอง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าไม่มีหลักเกณฑ์ บางคนอาจเหมาะสม แต่เขายังไม่พร้อม เช่น นายดอนที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมอาเซียน ดังนั้นจะมีหลักเกณฑ์ในแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 269 (ค) กำหนดให้ คสช.คัดเลือก ส.ว.ทั้งตัวจริงและตัวสำรองให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่ประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส. แต่กลับเพิ่งมีการประกาศรายชื่อสำรอง ส.ว.ไปเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายวิษณุตอบว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่าต้องประกาศรายชื่อภายใน 3 วัน เพียงแต่บอกว่าต้องให้ คสช.พิจารณาให้เสร็จภายใน 3 วัน ซึ่ง คสช.ก็พิจารณาเสร็จแล้วจริงๆ ภายในเวลาที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) วิจารณ์คำชี้แจงของนายวิษณุที่บอกว่าไม่มีกรรมการสรรหา ส.ว.คนใดเสนอชื่อตัวเองเป็น ส.ว.ว่าเป็นคำสารภาพของนายวิษณุ ที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากรรมการสรรหาไม่มีความเป็นกลาง ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 269 (1) อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ คือ 1.คำกล่าวที่ว่า แค่เสนอชื่อกันเองนั้นคือความไม่เป็นกลางอย่างชัดเจนที่สุด ที่อ้างว่าไม่มีใครเสนอชื่อตนเองเป็น ส.ว.นั้น ในทางปฏิบัติ ไม่มีใครเสนอชื่อตนเองอยู่แล้ว แค่กระซิบให้คนถูกเสนอชื่อเดินออกไปเข้าห้องน้ำ แล้วผลัดกันเสนอชื่อ อย่างนี้ก็ได้หรือ แก้ตัวไม่ขึ้น ถ้าประเทศนี้รับกันได้ก็หาความอายไม่ได้ ความเชื่อมั่นประเทศในระบบนิติธรรมก็จะเหลือศูนย์&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในการตีความทางกฎหมาย ยังมองไม่ออกว่าจะใช้อภินิหารทางกฎหมายออกช่องไหนว่าการสรรหา ส.ว.โดยผลัดกันเกาหลังมีความเป็นกลาง รวมทั้งผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. แล้วกรรมการสรรหานั้นก็เลือกกันเองเป็น ส.ว. นอกจากไม่เป็นกลาง ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 269 (1) แล้ว ยังขัดมาตรา 114 ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เมื่อเป็น ส.ว.แล้วไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ในอีกสถานะหนึ่งซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)&amp;rdquo; นายชวลิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตยังกล่าวถึงกรณีไม่เปิดเผยคำสั่ง คสช.ที่ 1/2562 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. เกรงจะไม่เป็นกลาง และมีการวิ่งเต้น ว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีการแต่งตั้ง ส.ว.เรียบร้อยแล้ว ไม่มีการวิ่งเต้นใดๆ อีกที่จะอ้างได้ ตรงกันข้าม การไม่เปิดเผยคำสั่ง คสช.ที่ 1/2562 เท่ากับตอกย้ำความไม่เป็นกลางของ คสช.เสียเอง ส่อพิรุธว่าไม่มีความเป็นกลาง จึงไม่กล้าเปิดเผย ซึ่งจะตามประเด็นนี้เป็นประเด็นหนึ่งในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภา นอกจากนี้ ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่จะดำเนินการตรวจสอบตามช่องทางรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสวงหาความเป็นธรรมให้กับสังคมต่อไป
ยื่นญัตติด่วนเข้าสภา!
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวเช่นกันว่า รายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ที่นายวิษณุชี้แจงเป็นการเอ่ยด้วยวาจาไม่น่าเชื่อถือ นายวิษณุต้องนำหนังสือหลักฐานการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการมาเปิดเผย จะได้ทราบความจริงว่ามีใครบ้างอย่างชัดเจนและน่าเชื่อถือมากกว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจติดตามตลอดเวลา เนื่องจากมีความน่าสงสัยว่ามีการแต่งตั้งกรรมการสรรหาจริงหรือไม่ มีการแต่งตั้งบุคคลที่ไม่เป็นกลางจริงหรือไม่ มีการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งถ้าขัดรัฐธรรมนูญจริง อาจทำให้การโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ โมฆะได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท.กล่าวถึงการติดตามการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. และที่มาของ ส.ว. 250 คน ว่าการสรรหามีข้อพิรุธ โดยเฉพาะการที่ไม่ปรากฏคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ในราชกิจจานุเบกษา และที่ผ่านมาพรรคได้ร้องให้เปิดเผยรายชื่อไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอ้างว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องเปิดเผยรายชื่อ ทั้งที่เรื่องดังกล่าวสังคมมีข้อสงสัยถึงกระบวนการสรรหาและรายชื่อ ส.ว.ที่ออกมาว่าการเลือก ส.ว. มีปัญหาการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ เนื่องจากมี ส.ว.บางคน ถูกมองว่าเป็นกรรมการสรรหาที่ คสช.แต่งตั้งด้วย ซึ่งข้อสังเกตทั้งหมดควรมีความชัดเจน เพราะจะส่งผลต่อระบบนิติรัฐและธรรมาภิบาลของประเทศ และที่สำคัญที่สุดหากกระบวนการสรรหา ส.ว.มีปัญหา ก็จะส่งผลให้การเลือกนายกฯ เป็นโมฆะ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จะเสนอญัตติเร่งด่วนแก่ประธานสภาฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นได้หารือกับผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว ซึ่งก็เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญ และพรรคก็สนับสนุนให้ดำเนินการ เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา และใช้อำนาจเรียกบุคคลในรัฐบาล คสช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38417</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสรรหา, บรรจุเป็นวาระด่วน, มีหลักฐานการประชุมทุกรอบ, ยื่นญัตติ, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์, ไม่ได้เป็นความลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d011814d188b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
