<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาร์คหลบนำแก้รธน. ครม.-ปชป.เคาะชื่อ‘กมธ.’ฮือฮา‘ไพบูลย์’เต็งปธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ถอยแล้ว เคาะชื่อโควตา กมธ.ศึกษารัฐธรรมนูญไร้ชื่อ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;rdquo; อ้างได้สัดส่วนน้อยไม่มั่นใจคุมเสียงโหวตได้ แต่ยังส่งตัวจี๊ดเข้าร่วมทั้ง &amp;ldquo;บัญญัติ-เทพไท&amp;rdquo; ส่วน ครม.เคาะตามโผ 6 ราย &amp;ldquo;ไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;rdquo; เต็งหามขึ้นแท่นประธาน ฝ่ายค้านวางปฏิทิน 29 พ.ย.ยื่นญัตติอภิปราย จ้องพ่นน้ำลายไม่เกิน 20 ธ.ค. ดักคอรัฐบาลอย่าทำลายกฐินไม่ไว้วางใจบรรจุวาระช่วงสิ้นปี &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; อ้างไม่ได้เช็กบิลลุงตู่เรื่องคำสั่ง คสช. ปลุกเสียง ส.ส.ทุกฝ่ายร่วมโหวตตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อสร้างบทเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเลือกประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พูดได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องไปถามนายเทพไท ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นแน่นอน และไม่จำเป็นต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้ในพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.ด้วย
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นจุดยืนตั้งแต่เริ่มต้นเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วว่าเราจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ดำเนินการตามที่ได้แถลงไว้ และการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่เราได้พิจารณาร่วมกันมา ขอให้กระบวนการดำเนินไปตามนี้ อย่าเพิ่งไปประเมินล่วงหน้าในสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น
นายจุรินทร์กล่าวประเด็นนี้ว่า พรรคไม่ได้ประสงค์ไปกล่าวหาใคร เพราะการทำงานร่วมกันต้องฟังกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในความคิดเห็น ต้องการเห็นผลสัมฤทธิ์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นรูปธรรม คือสามารถแก้ได้จริง ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสามฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกัน โดยสภาผู้แทนราษฎรที่ประกอบด้วยฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา จึงดำเนินการได้ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยาก เพราะนอกจากต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งจากในรัฐสภาแล้ว ในจำนวนเสียงข้างมากต้องเป็นเสียงจากฝ่ายค้านจำนวนหนึ่ง และเป็นเสียงจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าทั้งสามฝ่ายไม่เห็นพ้องกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นไปได้ยาก ผมถึงหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง พยายามแสวงหาความร่วมมือ เพราะความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นไม่เป็นประโยชน์ต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรค ปชป.ก็ไม่ต้องการก่อให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายใด ดังนั้นต้องหารือกันทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า กรณีนายเทพไท พรรคก็ต้องไปพูดคุยกับเขา ซึ่งเราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล จะไปพูดสร้างความขัดแย้งไม่ได้ เพราะอาจเป็นปัญหาระหว่างกัน แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่ากับการรักษาความถูกต้องของกฎหมายและกติกาของบ้านเมือง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า คงไม่ต้องสงสัยกันแล้วว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการศึกษาและแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแค่ไหน ขนาดพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองยังบ่นเสียงดัง รัฐบาลไม่จริงใจ คนในพรรคร่วมชี้เป้าให้สารภาพ ประชาชนจะไม่รับรู้ถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลได้อย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลยังคงสาละวนสับขาหลอกอยู่แต่กับตัวบุคคลที่จะมานั่งเป็นประธาน กมธ. ทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับสาระและแนวคิดหลัก&amp;nbsp;
บิ๊กป้อมตีมึนประธาน กมธ.
สำหรับการเลือกประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการเลือกประธาน กมธ.ว่า จะไปรู้ได้อย่างไร เป็นเรื่องของ ส.ส. แต่ในฐานะที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคก็ต้องส่งคนไปเพื่อไปแข่งขันกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อย้ำว่า คนที่จะนั่งเป็นประธานต้องเป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ และยังไม่ได้พูดคุยกับตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้เป็นเรื่องของพรรคที่ต้องพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นประธาน จะทำให้การทำงานลำบากหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้ำว่า ไม่รู้ ขณะนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน และเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เป็นปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะโควตา กมธ.ของ ครม.จำนวน 6 คน ว่ามีการเสนอชื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ไปร่วมเป็น กมธ. แต่ยังไม่มีการพูดกันถึงเรื่องประธาน รวมทั้งไม่มีการพูดคุยกับนายจุรินทร์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี กมธ.ไม่มีสัดส่วน ส.ว. ว่าไม่ทราบ ต้องไปถาม ส.ว. แต่เขาไม่ได้ถึงขนาดว่ามีมติไม่เข้าร่วม เพียงแต่เมื่อไปถามใครก็บอกว่าไม่เอาเท่านั้นเอง อาจเป็นเรื่องส่วนตัวก็ได้ เพราะไม่เคยมีมติของ ส.ว.ว่าจะไม่ร่วมกับ กมธ.ชุดดังกล่าว แต่ ส.ส.เจ้าของญัตตินี้หลายคนเป็นคนบอกเองว่าไม่อยากให้ ส.ว.ร่วม ส.ว.จึงอาจคิดว่าถ้าอย่างนั้นคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมานั่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กมธ.ชุดนี้ควรมีกรอบเวลาศึกษาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภา ปกติมีทั้ง 2 แบบ คือไม่กำหนดเวลา กับกำหนดเวลา ขณะนี้ไม่ทราบว่าจะออกมาอย่างไร ส่วนประเด็นที่รัฐบาลจะเสนอให้ กมธ.แก้ไขในรัฐธรรมนูญนั้นก็ยังไม่ทราบ ยังไม่เคยมีใครพูดกัน เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นต้องพูดกัน ครม. ซึ่งอาจมีหรือไม่มีก็ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์กล่าวถึงปัญหาการเลือกประธาน กมธ. ว่าได้มอบให้ประธานวิปของพรรคไปหารือร่วมกับวิปรัฐบาล ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ให้นำมาชี้แจงในที่ประชุม ส.ส.ของพรรคให้รับทราบ ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ หากไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ. จะเกิดรอยร้าวภายในรัฐบาลหรือไม่นั้น ในการทำงานร่วมกันแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลก็จะมีวิปของตัวเอง ซึ่งแต่ละพรรคก็มีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง สุดท้ายแล้วจะไปหาข้อยุติในที่ประชุมวิปรัฐบาล&amp;nbsp;
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า ก็ตามรัฐบาล เราเป็นเรือเหล็ก
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบรายชื่อ กมธ.ในโควตา ครม. 6 คน ประกอบด้วย 1.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 2.นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า 3.นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษก กรธ. 4.นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 5.นายไพบูลย์ และ 6.คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สตรีนักธุรกิจ
ปชป.ถอยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในการประชุม ส.ส.พรรค ปชป.ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสมในการเป็น กมธ.ดังกล่าว โดยหลังประชุม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรค ปชป.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการตั้งคณะ กมธ.และมีมติเลือกบุคคลที่จะไปร่วมเป็น กมธ. 4 คน ประกอบด้วย 1.นายบัญญัติ บรรทัดฐาน 2.นายสุทัศน์ เงินหมื่น 3.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และ 4.นายเทพไท ในฐานะผู้เสนอ โดยจะนำมติพรรคดังกล่าวเสนอที่ประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 27 พ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุใดไม่มีชื่อนายอภิสิทธิ์ ซึ่งที่ประชุมเคยเห็นชอบก่อนหน้านี้ นายชินวรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีการนำมาหารือในที่ประชุม ซึ่งทุกคนเห็นว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนที่เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ แต่การตั้งประธาน กมธ.เป็นการเลือกกันเองใน กมธ. ซึ่งเป็นเรื่องที่เรามองว่าในส่วนของพรรค ปชป.มีสัดส่วนน้อยกว่า และไม่มีหลักประกันว่าเมื่อเราเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์แล้วจะได้เป็นประธาน กมธ.หรือไม่ เพราะต้องอาศัยเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เมื่อไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ เราก็ไม่ควรเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ไปเป็น กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของฝ่ายค้านนั้น นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรค พท. กล่าวถึงการตั้ง กมธ.ที่ฝ่ายค้านพยายามนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภา ว่าคงไม่สามารถทำได้ เพราะ ส.ส.รัฐบาลคงไม่ยอมให้มีญัตตินี้เข้าสู่ที่ประชุมได้ง่าย แม้ว่าพรรค ปชป.กับพรรคชาติไทยพัฒนาจะเห็นด้วยกันกับฝ่ายค้าน แต่เชื่อว่าทั้งพรรค พปชร., พรรค ภท. และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ไม่ยอมแน่ เพราะเสียประโยชน์จากกติการัฐธรรมนูญ โดยจะค้านแบบหัวชนฝา ถึงแม้แก้รัฐธรรมนูญแล้วประชาชนได้ประโยชน์ก็จะไม่ยอม เพราะมองที่ผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเรียกร้องว่า อยากขอเวลาสภา ไม่อยากให้เร่งว่าต้องรีบอภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญให้จบแล้วมาเร่งตั้ง กมธ. อยากขอว่าอภิปรายไม่จบก็สามารถอภิปรายต่อ สัปดาห์หน้ายังมี เพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ส่วนของโควตา กมธ. ถ้าเป็นตามสัดส่วนแบบเดิม พรรคจะได้ 6 คน ซึ่งจะมีทั้ง ส.ส. และบุคคลภายนอก หลักการของพรรคยืนยันเราจะไม่ให้ใครที่เคยมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารเข้ามาอยู่ใน กมธ.ชุดนี้ในสัดส่วนของพรรค แต่เราจะมีทั้งภาคประชาชน นักวิชาการมาร่วม ซึ่ง กมธ.ชุดนี้ ต่อไปจะเป็นส่วนหนึ่งผลักดันประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ในระดับสภา ดังนั้นต้องเอาคนภายนอกที่สนใจประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาร่วมกันให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกกลุ่มกิจสังคมใหม่ ระบุว่า ที่ประชุม &amp;nbsp;4 พรรคเล็กเห็นด้วยกับแนวทางจัดตั้ง กมธ. และควรมีตัวแทนของทุกพรรคการเมืองร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
จ่อยื่นอภิปราย 29 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวหลังผลการประชุมของวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ที่ประชุมวิปจะยึดเอาตามปีปฏิทิน วันที่ 27 พ.ย. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมอีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลของและพรรคมาประมวล พร้อมทั้งกำหนดความชัดเจนว่า จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ และหลังประชุมคงได้ข้อสรุปคาดว่าจะสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ย. หรืออย่างช้าคือวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรค พท.อยากให้มีการอภิปรายไม่เกินวันที่ 20 ธ.ค. เพราะหลังจากนั้นจะเข้าบรรยากาศเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น รวมทั้งเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ แต่ตอนนี้เห็นสัญญาณไม่ค่อยดีจากฝ่ายรัฐบาล เมื่อนายวิษณุออกมาพูดว่าการยื่นอภิปรายครั้งนี้ควรนับรอบตามปีปฏิทินหรือนับตามปีการตั้งรัฐบาล ถือเป็นการพูดที่พยายามทำให้ฝ่ายค้านไขว้เขว ทำลายจังหวะพรรค แต่เราก็ไม่รั้งรอจะเดินหน้าต่อไป แม้เชื่อว่ารัฐบาลพยายามจะกลั่นแกล้ง โดยบรรจุญัตติไปในช่วงปลายเดือน ธ.ค.ใกล้กับเทศกาลปีใหม่ ถ้าหากเป็นเช่นนั้น จะเป็นการทำลายบรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอร้องว่าอย่าใช้วิธีนี้
&amp;ldquo;เมื่อเราอภิปราย อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงปรับ ครม. ยุบสภา หรือลาออก โดยหวังให้เปลี่ยนแปลงเป็นระดับๆ อย่างไรก็ดีถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงถึงขั้นนายกฯ จะลาออก ก็ขออย่าให้บ้านเมืองเสียหาย โดยเฉพาะงบประมาณควรจะออก คุณจะออกก็อย่าให้เรื่องงบประมาณตกไป เดี๋ยวประชาชนจะลำบาก&amp;rdquo; นายสุทินระบุ
ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวในประเด็นนี้ว่า แล้วแต่ฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะถอยหรือไม่ถอยญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในฐานะรัฐบาลก็จะเดินหน้าทำเพื่อประชาชน จะมีอะไรมาขวางก็ต้องแก้ไขกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงกรณีนายสุทินยังสงสัยเรื่องวงรอบอภิปรายนั้น ว่าทำถูกต้องแล้วที่หารือกับประธานสภาฯ ซึ่งข้อเท็จจริงนายสุทินไม่ได้เห็นต่างเรื่องกรอบเวลา เพียงแต่สงสัยเท่านั้นเองว่าใช่หรือไม่ ประเด็นที่ต้องมาถกเถียงกันคือ คำว่า 1 ปี หมายถึงปี พ.ศ.ละครั้ง ซึ่งจะครบในเดือน พ.ค.2563 ซึ่งเห็นอย่างนี้ หรือรอบสมัยประชุมสภา แต่ไม่มีหน้าที่วินิจฉัย และประธานสภาฯ ไม่ได้มีอำนาจโดยตรงที่จะวินิจฉัย แต่ในฐานะที่เป็นผู้รับญัตตินี้ หากเชื่อว่าญัตติที่ยื่นมาถูกต้องสามารถบรรจุวาระได้ แต่หากใครบอกว่าไม่ได้ก็ไปว่ากัน ช่องทางมีอยู่ เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่รัฐบาล เพราะเป็นผู้ถูกอภิปราย จึงไม่มีหน้าที่ไปดูฤกษ์ยามว่าต้องเมื่อไร เดือนไหน เร็วหรือช้า มีหน้าที่อย่างเดียวคือ เมื่อเขาจะอภิปรายก็ต้องไปชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินเชื่อว่า นายกฯ ตอบได้ในการอภิปราย และพร้อมช่วยนายกฯ แน่นอน ต้องช่วยอยู่แล้ว ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องนัดพูดคุยกันก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น น่าจะมีรอนายกฯ นัดหมาย
อนค.ร่ายเหตุผลจูงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายปิยบุตรยังกล่าวว่า ในการประชุมสภาสัปดาห์นี้น่าจะมีการลงมติตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ เกี่ยวกับการใช้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การออกคำสั่งของและการใช้มาตรา 44 ของ คสช. โดยระบุว่า จะเป็นผู้อภิปรายสรุปอีกครั้งในฐานะผู้เสนอญัตติ ทั้งนี้ เพิ่งทราบข่าวว่าวิปรัฐบาลยืนยันว่าไม่เห็นด้วยให้ตั้ง กมธ. ซึ่งเห็นว่าเรื่องการศึกษาผลกระทบจากบรรดาคำสั่ง คสช.นี้ อยากให้มองข้ามเรื่องพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ให้มองว่าเป็นภารกิจร่วมกันของ ส.ส.เพราะในช่วงยามที่คณะรัฐประหารปกครองประเทศ ออกคำสั่งเป็นกฎหมายได้หมด ตอนนี้มีการเลือกตั้ง มี ส.ส.แล้ว จำเป็นต้องเอาบรรดาการใช้อำนาจเหล่านั้นมาทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จริงอยู่ว่าเรามี กมธ.สามัญที่สามารถศึกษาเรื่องนี้ได้ คือชุดที่ผมเป็นประธาน นั่นคือ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แต่ถ้าจะให้ กมธ.ชุดนี้ศึกษาจะจำกัดวงเฉพาะแค่ กมธ. 15 คนเท่านั้น แต่ถ้าตั้ง กมธ.วิสามัญนอกจากได้คนนอกมาร่วมศึกษาแล้ว ยังได้จัดสรรปันส่วนเปิดโอกาสให้เพื่อน ส.ส. ที่ติดตามประเด็นนี้ได้เข้ามานั่งร่วมกัน และแม้ที่ผ่านมามีการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช.แล้วหลายฉบับ แต่มีอีกหลายฉบับที่ยังไม่ยกเลิก และบางฉบับแม้เลิกแล้ว แต่เกิดผลกระทบพี่น้องประชาชนจำนวนมากควรศึกษา ควรเยียวยาความเสียหาย ผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากการใช้อำนาจนั้นหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่ว่ายกเลิกแล้วเลิกกันเลย จะทำให้เกิดวัฒนธรรมความไม่รับผิดชอบเกิดขึ้นได้&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า อยากเชิญชวน ส.ส.รัฐบาลช่วยกันลงมติเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของสภา และการลงมติเรื่องนี้ไม่ใช่การไปนั่งทวงถาม เช็กบิลตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เป็นการศึกษาเพื่อเป็นบทเรียนว่าการออกประกาศตามคำสั่งนั้น สร้างความเสียหาย สร้างผลกระทบอย่างไรบ้าง ศึกษาเพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อไป
นายชื่นชอบกล่าวว่า กลุ่มกิจสังคมใหม่มีมติไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอจัดตั้ง กมธ.ในเรื่องนี้ เนื่องจากมี กมธ.ที่สามารถกลั่นกรองความคิดเห็น สภาพปัญหาที่กระทบประชาชนและหน่วยงานในเรื่องนี้อยู่แล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51193</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรธน., พรรคประชาธิปัตย์, ยื่นญัตติอภิปราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd393c27b86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
