<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองเลขาฯป.ป.ช.ถก&#039;วิษณุ&#039;แก้ปมแจ้งบัญชีทรัพย์สินยันประกาศฯตามเจตนารมณ์กรธ.-รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9พ.ย.61-เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยนายภูเทพ ทวีโชติธนากุล ผู้อำนวยการสำนักกฏหมายป.ป.ช.และคณะ เข้าพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงกรณีปัญหาข้อท้วงติงจากหลายฝ่ายที่มีต่อประกาศคณะกรรมการป.ป.ช.เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่นื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิ้น ตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ซึ่งประกาศในราชกิจจ์จาหนูเบกษาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัติไชย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบนายวิษณุถึงกรณีนายกฯและกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่างๆ เตรียมยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจประกาศป.ป.ช.ที่ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. รวมทั้งมีข้อกังวลประกาศดังกล่าวที่ส่งผลถึง นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือ มมร.ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่ง ด้วย ว่า กรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่เป็นที่ยุติ ซึ่งในที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช.แสดงความเป็นห่วง ประกอบการนายวิษณุเชิญมาหารือในเรื่องดังกล่าวด้วย สำหรับการแก้ปัญหาขณะนี้กำลังรอรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ แล้วจะรวบรวมเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังพอมีเวลาพิจารณา ก่อนที่ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 2 ธ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เสนอให้ใช้ มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยให้ยกเว้นบางตำแหน่งไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน นายนิวัติไชย กล่าวว่า นั่นเป็นข้อพิจารณาหนึ่ง ซึ่งก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่หากจะมีการแก้ไข หรือ ผ่อนปรนประการดังกล่าว ก็ต้องนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาในข้อกฎหมาย และระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ผมมีหน้าที่มารับข้อคิดเห็นจากทางรัฐบาล ก่อนที่จะดำเนินการประมวลและสรุปเพื่อนำเสนอรายงานต่อที่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะมีผลออกมาอย่างคงต้องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งชุดเป็นผู้พิจารณาถึงแม้ว่าในประกาศจะระบุว่าเป็นอำนาจของประธานป.ป.ช.เองก็ตาม ทั้งนี้ป.ป.ช.ต้องยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก เพราะประกาศป.ป.ช.ฉบับดังกล่าวมีขึ้นตามเจตนารมณ์ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน&amp;quot;รองเลขาธิการป.ป.ช.ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21653</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ  เครืองาม, นายสมชัย ศรีสุทธิยากร, นิวัติไชย เกษมมงคล, ประกาศป.ป.ช., ภูเทพ ทวีโชติธนากุล, ยื่นบัญชีทรัพย์สินปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be5063c3635e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่แล้ว !ยื่นบัญฃีทรัพย์สินทำพิษ มีสัญญาณผู้ทรงคุณวฒิมหา&#039;ลัยแห่ลาออก&quot;หมอธี&quot;บอกใจเย็นๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 โดยกำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย ว่า ขณะนี้ได้เกิดแรงกระเพื่อมอย่างหนักในกรณีดังกล่าว และมีผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัยหลายคนจะลาออกนับร้อยคน ซึ่งในเรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจประธาน ป.ป.ช. ได้รับทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายกำลังเดินหน้าเพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ทั้งนี้ฝากถึงผู้ทรงคุณวุฒิว่าขอให้ใจเย็นอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจลาออก เพราะทุกฝ่ายทีเกี่ยวข้องกำลังดำเนินการแก้ปัญหาอยู่ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะถึงวันที่&amp;nbsp;2 ธันวาคม พ.ศ.2561&amp;nbsp;ยังมีเวลาอีก 30 วัน ส่วนแนวทางการแก้ไขนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายวิษณุ ไปหารือกับ ป.ป.ช. ซึ่งคิดว่าทางออกในเรื่องนี้มีหลายช่องทางในแง่ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.จรัส สุวรรณเวลา นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า สภามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องของนโยบาย ปกติแล้วไม่เกี่ยวกับรายได้ของมหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่ได้รับเชิญเข้ามา ดังนั้นอาจจะมีคนลาออกจำนวนมาก เพราะไม่สะดวกกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และอีกทางหนึ่ง คือ ตนมองดูแล้วเป็นการไม่ให้เกียรติกรรมการสภามหาวิทยาลัย ที่เข้ามาทำหน้าที่ช่วยรัฐในการจัดการศึกษา ซึ่งจำนวนมากเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และคนเหล่านี้มองว่าการให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ได้แก้ปัญหาคอรัปชั่น เพราะคนขี้โกงก็ยังโกงได้อยู่และรู้ว่าต้องแจงบัญชีทรัพย์สินเพื่อที่จะหลบเลี่ยงอย่างไร ส่วนที่มองกันว่าถ้าบริสุทธิ์ใจแล้วจะกลัวอะไรกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น เรื่องความโปร่งใสไม่ใช่ปัญหาและไม่มีใครกลัว แต่ที่หลายคนมองคือเรื่องของความไม่เคารพไม่ศรัทธาไม่เชื่อมั่น ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่เข้ามาช่วยเลยดีกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้จะมองว่า ป.ป.ช.ทำเกินไปหรือเปล่า เพราะสภามหาวิทยาลัยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายได้หรือผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม การจะให้แจงบัญชีทรัพย์สินก็มีเหตุมีผล เพราะยอมรับว่าอาจมีบางคนที่มีเรื่องของผลประโยชน์ แต่ต้องดูว่าคุ้มค่ากันหรือไม่ เพราะถ้ามีคนอยากเป็นแล้วได้เป็น ในขณะที่คนที่อยากจะให้เป็นแต่ไม่มาเป็นเรื่องนี้มีผลเสียเกิดขึ้นแน่นอน อีกทั้งส่วนตัวมองว่าควรจะหาวิธีอื่นในการจัดการในกรณีที่พบว่าร่ำรวยผิดปกติดีกว่าหรือไม่ หรือหาทางออกที่เป็นทางสายกลางคือ ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินแต่เก็บข้อมูลใส่ซองไว้ในกรณีที่มีปัญหาค่อยมาเปิดดู ไม่ใช่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพราะหากเป็นภาคเอกชนที่เชิญเข้ามาเชื่อว่าไม่ต้องการที่จะยื่นบัญชีทรัพย์สินแน่นอน ซึ่งในส่วนของ ม.อ.ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ต้องรอดูว่า รมว.ศธ.จะมีความเห็นเป็นอย่างไร&amp;rdquo;นายกสภา ม.อ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นการออกกฎหมายดังกล่าว เป็นการออกในลักษณะพาไป คือ เมื่อพูดถึงสภามหาวิทยาลัย ก็จะมีองค์ประกอบคือ นายกสภาฯ กรรมการสภาฯ อธิการบดี เพราะฉะนั้นจึงมองได้ว่าอาจจะขาดความรอบคอบและมองแต่เรื่องความโปร่งใสกับเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเพียงมิติเดียว ไม่มองบริบทของมหาวิทยาลัย เพราะตนคิดว่าถ้ามีการมอง 2 ด้าน จะทำให้เข้าใจมากขึ้น แต่หากจะมองในมุมของป.ป.ช.ด้านเดียว กฎหมายก็จะออกมาในลักษณะนี้ และส่งผลให้ระบบมหาวิทยาลัยถูกตีกรอบมากขึ้น เพราะคนที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งกรรมการสภาฯ จะต้องมีความหลากหลาย แต่ถ้ากรรมการที่มาจากภาคเอกชนลาออกหมด สภามหาวิทยาลัยก็จะเป็นราชการกว่าร้อยละ 80 และทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยทั้งหมดก็จะไปในทิศทางเดียวกัน มองแต่เรื่องสถาบันของตนเองเป็นหลัก และมองสังคมรอบข้าง สังคมอนาคตไม่เป็น ซึ่งเป็นการซ้ำเติมมหาวิทยาลัยให้แย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกคนใน ป.ป.ช.มองมิติหลักคือ ประเทศไทยมีการทุจริต ในทุกหย่อมหญ้า จึงทำให้ต้องป้องกัน ทุกทาง ทุกระบบ แต่ตรึงเกินไป โดยไม่มองบริบทของมหาวิทยาลัย ไม่เข้าใจสิ่งที่จะมีผลกระทบตามมา การออกกฏหมายครั้งนี้เป็นแบบพาไป เพราะเวลาพูดองค์ประกอบมหาวิทยาลัยจะมีทั้งนายกสภาฯ กรรมการสภาฯ อธิการบดี รองอธิการบดี เป็นต้น ทำให้ ขาดความรอบคอบและมองมิติเดียวคือความโปร่งใส ผมเห็นว่าควรจะต้องทบทวนเอา นายกสภาฯ และ กรรมการสภาฯออกจากกฏหมาย&amp;rdquo;อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถาม มีข้อเสนอให้ป.ป.ช.ตรวจสอบคณบดีของแต่ละมหาวิทยาลัย เนื่องจากมีผลประโยชน์จำนวนมาก นายสมพงษ์ กล่าวว่า หากมองแบบเป็นกลาง การตรวจสอบทรัพย์สินของคณบดีอาจจะมีความจำเป็น เพราะมีส่วนได้ส่วนเสียและมีเงินเดือนเยอะมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21460</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์, ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัย, ยื่นบัญชีทรัพย์สินปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b619cae968f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
