<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่ศรีเอาจริงยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินสอบมาตรการแก้ไขโควิด-19 เอื้อนายทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว เปิดเผยว่า สมาคมฯได้เฝ้าติดตามการทำงานแก้ไขปัญหาการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง พบว่า มีข้อพิรุธเป็นที่ผิดสังเกต ที่ก่อให้เกิดความคลางแคลงใจและเกิดความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จำเป็นที่จะต้องกระชากหน้ากากความจริงของรัฐบาลผ่านการตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดิน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)กรณีการปิดตลาดนัด เป็นมาตรการป้องกันการระบาด โดยรัฐเริ่มต้นด้วยการเลือกปิดตลาดนัด ปิดร้านอาหาร พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อนเพราะไม่มีแหล่งขายสินค้า เพื่อหารายได้ รัฐประกาศปิดตลาดนัดเพราะกลัวประชาชนจะไปแออัดกันซื้อสินค้าตลาดตลาดนัด แต่รัฐไม่ปิดห้างสรรพสินค้าที่มีระบบแอร์ตลอดเวลาและเป็นสถานที่ปิด เป็นความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า แต่เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากจึงผ่อนคลายให้ การดำเนินนโยบายป้องกันดังกล่าวของรัฐ เป็นการเอื้อกลุ่มทุนแต่ทุบผู้ประกอบการรายย่อย เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)กรณีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ก่อสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย เพื่อแจกฟรีให้กับบุคลากรทางการแพทย์และคนไทยทั่วไป ใช้ป้องกันไวรัสโควิด-19 โดยมีกำลังการผลิตของโรงงานอยู่ที่ 100,000 ชิ้นต่อวัน หรือ 3 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยเริ่มผลิตและส่งมอบให้กับทางราชการมาตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันก็น่าจะเกือบ 30 ล้านชิ้นแล้ว หน้ากากดังกล่าว หายไปไหน ทำไมคนไทยยังต้องวิ่งซื้อหามาใช้อย่างยากลำบากอีกเมื่อมีการระบาดระลอกใหม่ มีหน่วยงานใดยักยอกไว้ใช้โดยไม่นำมาแจกจ่ายให้ประชาชนหรือไม่ หรือว่าโรงงานไม่ได้ผลิตตามที่โฆษณาไว้จริง หรือมีการลักลอบนำเอาหน้ากากไปซื้อขายกันในตลาดมืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)กรณีการนำวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาฉีดให้คนไทยอย่างล่าช้า ทั้งๆที่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคนำมาใช้ฉีดให้กับพลเมืองของตนนานแล้ว เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และล่าสุดประเทศที่เล็กและด้อยกว่าไทยก็ยังนำวัคซีนมาใช้แล้ว คือ ลาว แต่สำหรับประเทศไทยโฆษณาชวนเชื่อมานานแล้วว่าจะซื้อวัคซีนจาก บ.แอสตราเซเนกา(ไทย-อังกฤษ) ซึ่งใช้สูตรยาและเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดร่วมกับ บ.แอสตราเซเนกา ซึ่ง บ.สยามไบโอไซเอนซ์จะเป็นผู้ผลิต และจะเริ่มนำมาใช้ประมาณ พ.ค.-มิ.ย.64นี้เป็นต้นไปจนครบ 26 ล้านโดสซึ่งถือว่าล่าช้ามาก กระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ต่อมาไปจัดซื้อวัคซีนบางส่วนที่พัฒนาโดยบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค บริษัทเภสัชภัณฑ์ของจีน จำนวน 2 ล้านโดส โดยชุดแรก 2 แสนโดส จะขนส่งมาถึงไทยช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และชุดที่สอง 800,000 โดส จะมาถึงช่วงสิ้นเดือนมีนาคม และอีก 1 ล้านโดส จะมาถึงช่วงสิ้นเดือนเมษายน ทั้งนี้การที่รัฐบาลไปจัดหาวัคซีนจากจีน มีความเกี่ยวข้องกับการที่มีบริษัทเจ้าสัวจากเมืองไทยไปเข้าถือหุ้น 15% ใน&amp;ldquo;ซิโนแวค&amp;rdquo; บ.ผลิตวัคซีนโควิด-19 ของจีน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กันและกันใช่หรือไม่ด้วย และทำไม อย.จึงไม่รีบรับรองวัคซีนของบริษัทต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ รพ.เอกชนสามารถจัดซื้อจัดหามาใช้ได้อย่างรวดเร็วได้ รัฐบาลมีอะไรซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น การที่มีการปิดบังไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไปใช้บริการร้านสะดวกซื้อ แต่ไม่มีการเปิดเผยให้ประชาชนทราบ และไม่มีการสั่งปิด แต่กลับมาสั่งปิดสถานที่อื่นๆแทนนั้นเป็นการเอื้อกลุ่มทุนแต่ทุบผู้ประกอบการรายย่อย เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ด้วย โดยสมาคมฯจะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันจันทร์ที่ 11 ม.ค.64 เวลา 10.00 น.ณ ศูนย์ราชการ อาคาร B ห้อง 903 นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89325</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, มาตรการรัฐ, ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เอื้อนายทุน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffa5c623211b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประวิตร’ตีมึน โฉนดแหกตา! ศรีฟ้องผู้ตรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ตีมึนไม่รู้ปัญหาคืนโฉนดแล้วถูกยึดคืน เชื่อมีแค่ส่วนน้อย เพราะแจกไปกว่า 2 หมื่นฉบับ &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; จัดหนักทันที ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินขุดคุ้ยโฉนดแหกตา ไม่มีกฎหมายรองรับพ่วงอ้างเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;นิพิฏฐ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชาวบ้านจากจังหวัดต่างๆ กว่า 30 ราย เดินทางมาร้องทุกข์ที่จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ระบุถึงการแก้หนี้นอกระบบของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) ซึ่งได้นำโฉนดที่ดินมาคืนให้กับประชาชนที่เป็นหนี้จริง แต่ภายหลังกลับถูกริบโฉนดที่ดินคืน ว่าได้สั่งให้ตำรวจไปตรวจสอบดูแล้ว คงต้องรอ
เมื่อสอบถามว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากปัญหาอะไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี เราแจกโฉนดไปกว่า 2 หมื่นฉบับ อาจมีบ้างที่ผิดพลาด และไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีปัญหานี้ ไม่ได้ถาม เพราะชาวบ้านเขาเพิ่งมาเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.
ถามต่อว่า แสดงว่าประชาชนที่มาร้องเรียนถือเป็นส่วนน้อยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นิดหน่อย และไม่ต้องมีการตรวจสอบโฉนดเก่าๆ ที่เราเคยแจกไป เขารับไปถูกต้องหมดแล้ว
เมื่อถามอีกว่า ได้กำชับในเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือไม่ว่าต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาต้องดู และเขาก็มีคณะกรรมการตรวจสอบอยู่ 6 คณะ และมีอัยการคุ้มครองสิทธิ์เป็นประธานดูแลอยู่
เมื่อถามว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ยังเดินหน้าต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องดูรัฐบาลชุดหน้าว่าจะให้ใครทำต่อ เมื่อถามย้ำว่า หากกลับมาเป็นรองนายกฯ ต่อ จะเดินหน้าเรื่องดังกล่าวต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ยังไม่รู้ ให้ใครทำยังไม่รู้เลย อย่าไปถามข้างหน้า เพราะตอบไม่ถูก
ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี พล.อ.ประวิตรร่วมกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เปิด ศปฉช.ตร.และร่วมกันนำโฉนดที่ดินมาคืนให้กับประชาชนที่เป็นหนี้ โดยแลกเปลี่ยนกับการไม่ดำเนินคดีกับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบว่า เป็นการกระทำที่ไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายใดรองรับ และที่ผ่านมานายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีการจัดฉากเพื่อแหกตาประชาชน แจกโฉนดแล้วเรียกคืนในภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กรณีนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป จึงยื่นเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ใช้อำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำที่นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ หากพบความผิด ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปยังศาลปกครองให้พิจารณาวินิจฉัยโดยเร็ว&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณระบุ
ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.โดยระบุว่า มีหน่วยงานหนึ่งแก้ปัญหากู้ยืมเงินผิดกฎหมายด้วยการคิดดอกเบี้ยสูงและยึดโฉนดไว้เป็นประกัน มีการไล่จับนายทุนเงินกู้และสร้างภาพว่ายึดโฉนดได้คราวละมากๆ และสร้างภาพให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้ชาวบ้าน โดยมีหลายกรณีเป็นการสร้างภาพหลอกผู้ใหญ่ในรัฐบาล เพื่อสร้างภาพว่าเป็นการกู้ยืมจำนวนมาก และยึดโฉนดไว้มาก จากนั้นสร้างภาพด้วยการเชิญนายมาเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้ชาวบ้าน บางครั้งคนระดับรองนายกฯ ได้รับเชิญไปเป็นประธานบ่อยๆ รองนายกฯ ก็โดนแหกตาไปด้วย นายตำรวจที่ทำเรื่องนี้ก็โตเอาๆ
ด้านนายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคำร้องของนายศรีสุวรรณขอให้ผู้ตรวจการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งอยู่ในอำนาจที่จะรับเรื่องไว้ โดยผู้ตรวจฯ จะแสวงหาข้อเท็จจริงด้วยความรอบคอบและถูกต้องเป็นหลัก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39718</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน, ศรีสุวรรณ จรรยา, ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน, หนังสือพิมพ์, แก้หนี้นอกระบบ, โฉนดแหกตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d162d25a66e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
