<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039; เย้ยตั้ง &#039;ปรีดี&#039; เป็นพระอันดับสร้างภาพให้ดูดี ถูกหักหน้ากลางวงประชุมครม.จนต้องลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีนายปรีดี ดาวฉาย ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ก่อนหน้านี้ เคยเตือน รัฐบาลไปแล้ว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีกรณีเกาเหลาเรียกพี่ของกระทรวงการคลัง ที่มีรัฐมนตรีว่าการน้องใหม่ นายปรีดี ดาวฉาย ถูกหักหน้ากลางวงที่ประชุม ครม. ในเรื่องการตั้งอธิบดี และการไม่ให้อำนาจที่เด็ดขาด กับครม.ชุดใหม่หลายคนบ่นกับคนใกล้ชิด ว่าอยากลาออก ซึ่งเปรียบเหมือนกับแค่เชิญ นายปรีดี ให้มาเป็นพระอันดับให้ครบองค์ สร้างภาพให้ ครม.ใหม่ดูดีเท่านั้นสุดท้าย ก็บัวแล้งน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปรับคณะรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์เมื่อเร็วๆนี้ ประชาชนคาด หวังว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ผ่านมากว่าหนึ่งเดือนยังไม่เห็นแนวนโยบายอะไรที่เป็นรูปธรรมที่จะฟื้นฟูประเทศนอกจากการเตรียมการขยายเพดานกู้เงินสร้างหนี้ให้ประชาชนเพิ่ม และการไม่ลงรอยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ตอนนี้ มีคนอกหักพรรคบ้านนี้ ยืนถือ เลื่อยไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวอีกว่า นอกจากประชาชนจะไม่สามารถคาดหวังสิ่งใดๆได้แล้วในรัฐบาลชุดนี้ และยังทำให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มาจากภาคเอกชนเช่นนายปรีดี และคนอื่นๆ ในตำแหน่งรองนายก ก็อาจเป็นเพียงแค่หัวโขน สร้างภาพให้ ทีมเศรษฐกิจ ของพลเอกประยุทธ์ ดูดีแต่เอาเข้าจริงๆ ก็เล่นกันคนละคีย์ &amp;nbsp;เพราะแค่เริ่มต้นประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็พอเห็นแล้วว่า ประเทศเราจะไปไม่รอดและจะปรับ ครม.อีกกี่หนกี่รอบก็ไม่เป็นประโยชน์ใดๆกับประเทศ หากยังดำเนินนโยบาย กู้เพื่อชาติ จนเป็นหนี้กันไปเป็นร้อย ปี อย่างนี้ คงต้องเรียกว่า &amp;ldquo;6 ปีบิ๊กตู่ที่สูญเปล่าจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวอีกว่า เห็นได้ชัดเจนว่า วันนี้ มีแต่คนถีบหัวเรือรัฐนาวาของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งวันนี้ตนเรียกร้องว่า พลเอกประยุทธ์ มีอำนาจอย่างเดียว จะมาบริหารประเทศ แบบนี้ไม่ได้ ต้องมีกึ๋น ด้วย ขอแนะนำ ว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่พลเอกประยุทธ์ เป็นอยู่นั้น ควรจะมานั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อีกตำแหน่งไปเลย&amp;nbsp;จะได้รู้แดงรู้ดำ กันไปเลยว่ารัฐบาลชุดนี้ กินปลาเยอะ มีกึ๋น หรือมีขี้เลื่อยแค่ไหนเพราะสุดท้าย ที่ซวยมากที่สุดก็คือประชาชนคนไทย 70 กว่าล้านคน ที่ต้องมาทนทุกข์ ซวยซ้ำซาก ซวยซ้ำซ้อน จากการยึดอำนาจด้วยวาทกรรมปฎิรูปก่อนการเลือกตั้ง สุดท้ายประเทศจะเข้าสู่การล้มละลาย อยากถามคนไทย ว่ารู้สึกอย่างไร กับพลเอกประยุทธ์ และ รัฐบาลชุดนี้ อยู่มาจะ 7 ปียังฝืนธรรมชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76167</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ปรีดี ดาวฉาย, ยื่นลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c9701b239a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เผย &#039;ปรีดี&#039; ป่วย แต่ไม่รู้ยื่นหนังสือลาออก ชี้นายกฯมีสิทธิขอให้ทบทวนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายปรีดี ดาวฉาย ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง ว่า เมื่อสักครู่มีคนมาบอกเรื่องดังกล่าว แต่ตนไม่ทราบ แต่ทราบเมื่อ 2 วันก่อนว่าท่านป่วย ตนยังคิดในใจอยู่เลยว่าหากป่วยสามารถพักหรือลาได้ ตนเองก็ป่วย ป่วยกันทุกคน แต่ไม่รู้ว่าท่านออก ขณะที่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกัน (1 ก.ย.) ก็ไม่มีท่าทีอะไร ท่านยังเสนอแต่งตั้งอธิบดี 5-6 กรมอยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า เหตุผลที่ลาออกเพราะไม่พอใจเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่น่าจะใช่ เพราะการแต่งตั้งวันนี้ เป็นบัญชีเดียวกับตอนที่เสนอในที่ประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากยื่นใบลาออกแล้ว จะมีผลทันทีเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ อยู่ที่นายกฯ และตนไม่กล้าพูดไปก่อน เพราะไม่รู้ท่านยื่นจริงหรือไม่ พูดไปจะซวย เมื่อถามว่า ถ้าลาออกจริงจะต้องมีการแต่งตั้ง รมว.คลัง เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นไร หากลาออกจริง รมช.คลัง ก็รักษาการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นไปตามกระแสข่าวที่ออกมา หนังสือลาออกจะมีผลเมื่อใด นายวิษณุ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับหนังสือ ถ้ายื่นว่าให้มีผลบัดนี้ก็มีผลบัดนี้ ถ้ายื่นให้มีผลวันที่เท่านั้นเท่านี้ก็มีผลตามนั้น ข้าราชการการเมืองไม่เหมือนกับข้าราชการประจำ เพราะข้าราชการประจำจะมีเวลาอยู่ แต่กรณีข้าราชการเมืองไม่มีเรื่องวินัยหรือให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ ก่อนหน้านี้หากมีการพูดว่าลาออกก็จะมีผลเลย อยู่ที่เจตนาของผู้พูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมีสิทธิ์ปฏิเสธการลาออกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีสิทธิ์ที่จะขอให้พิจารณาทบทวนโดยที่ถ้าเป็นการแสดงเจตนากันเองระหว่างนายกฯกับนายปรีดีสองคน สามารถบอกว่าอย่าเพิ่งนะ แต่ถ้ายื่นเป็นหนังสือแล้ว และมีคนรู้แล้วก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง เมื่อถามอีกว่า แสดงว่ายับยั้งไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76159</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีดี ดาวฉาย, ยื่นลาออก, รมว.คลัง, วิษณุ เครืองาม, ไขก๊อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e118800ea3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ระสํ่า‘ลดาวัลลิ์’ไขก๊อก 12มีค.ลุยซักฟอกนอกสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เพื่อไทยระส่ำ! &amp;quot;ลดาวัลลิ์&amp;quot; ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรค ระบุอยู่ใน พท.ต่อไปคงไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติกับประชาชนได้ตามที่ควรจะเป็น เผยอยากร่วมกับคนมีอุดมการณ์งานการเมืองเพื่อ ปชช.จริงๆ &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ชวนมาร่วมทำงานกับ พปชร.ทันที ครม.ยังไม่ปรับจนกว่าโควิด-19 เบาลง &amp;nbsp;ฝ่ายค้านเคาะ 12 มี.ค. ซักฟอกนอกสภา เตรียมแฉปฏิบัติการไอโอ &amp;quot;เสธ.แมว-วิโรจน์&amp;quot; นำทีมชำแหละ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นับจาก 13 กันยายน ปี 2535-2563 เป็นเวลาเกือบ 28 ปี แต่ได้ทำหน้าที่ทางการเมืองตามกฎหมายเพียง 11 ปี ถูกตัดสิทธิ์ เว้นวรรคทางการเมือง นานเกือบ 17 ปี แต่ก็เป็น 11 ปีที่ดิฉันได้สร้างผลงานไว้มากมายทั้งในพื้นที่จังหวัดพะเยา และผลงานระดับชาติอีกหลายโครงการ และได้สร้างนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง และก็ได้ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ให้กำลังใจตัวเองเดินหน้าทำงานเพื่อสังคมตลอดมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีประชาชน ครอบครัว ญาติพี่น้องและเพื่อนๆ คอยเป็นกำลังใจให้การสนับสนุนการทำงานเรื่อยมา ในฐานะประธานมูลนิธิพัฒนาเยาวสตรีภาคเหนือฯ ประธานชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมไทลื้อแห่งประเทศไทย ได้หาเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจส่วนตัวมาจนถึงวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้ตัดสินใจด้วยตัวเองลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย กรรมการบริหารพรรค รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ เพราะเห็นว่าการอยู่ในพรรคเพื่อไทยต่อไปก็คงไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติกับประชาชนได้ตามที่ควรจะเป็น ดิฉันเชื่อมั่นว่าเส้นทางข้างหน้ายังมีโอกาสจะริเริ่มสร้างสรรค์ได้ทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนตามแนวทางที่ตนเองมีความถนัด มีประสบการณ์ และเป็นตัวของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันฝันมานานอยากมีพรรคการเมืองของตัวเอง อยากรวมคนที่มีอุดมการณ์ทำงานการเมืองเพื่อประชาชนจริงๆ มาอยู่ด้วยกัน ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และให้ประชาชนมาร่วมขับเคลื่อนการเมืองร่วมกับพรรคอย่างแท้จริง ตอนนี้ยังไม่ขอสังกัดพรรคใด และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้กำลังใจ ให้คำแนะนำที่ดี และให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา&amp;quot; นางลดาวัลลิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนางลดาวัลลิ์ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคเพื่อไทยว่า อาจเพราะนางลดาวัลลิ์คงอึดอัดใจที่ทางพรรคเพื่อไทยไม่ให้ทำงานหรือไม่ ซึ่งช่วงหลังก็ไม่ได้เห็นนางลดาวัลลิ์มีบทบาทภายในพรรค และขณะนี้ได้ก็มีการพูดคุยกันและได้ชักชวนให้มาทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หากนางลดาวัลลิ์ สนใจก็พร้อมอ้าแขนรับเข้ามาทำงานร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานางลดาวัลลิ์โพสต์เฟซบุ๊กตอบว่า ขอบคุณน้องแรมโบ้ที่ชวนเข้า พปชร. แต่คงเป็นไปไม่ได้ค่ะ ขอพักให้เวลาครอบครัวและตัวเองสักระยะหนึ่ง ค่อยคิดเรื่องเส้นทางการเมืองค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกมาระบุว่า &amp;quot;เมื่อถึงเวลาจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง&amp;quot; ทำให้กระแสการปรับ ครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงกระแสข่าวรัฐมนตรีบางคนยื่นใบลาออก จนผู้ที่ตกเป็นข่าวต่างออกมาปฏิเสธ ทำให้กระแสเบาบางลงไป แต่ก็ยังเป็นที่จับตาของสื่อมวลชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด แกนนำในรัฐบาลบางคนออกมาระบุว่า &amp;quot;นายกฯ จะยังไม่ตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ เพราะต้องการใช้เวลาทั้งหมดในการแก้ไขปัญหาการติดเชื้อโควิด-19 อีกทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพิ่งประกาศใช้ และการตัดสินใจของนายกฯ จะดูจากเนื้องานมากกว่าเรื่องโควตา ส.ส. และไม่ไปแตะสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะไม่ต้องการให้เกิดแรงกระเพื่อม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าได้เซ็นชื่อและยื่นใบลาออกจาก ครม.แล้ว ว่า &amp;quot;เรื่องนี้ของเก่า และเชยไปแล้ว ไม่เคยเซ็น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเรื่องการปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวย้ำว่า ตนไม่เคยเซ็น และไม่ทราบเรื่อง เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวด้วยว่านายวิษณุต้องการวางมือทางการเมืองเพื่อไปพักผ่อน มองว่าเป็นการปล่อยข่าวจากกลุ่มการเมืองเพื่อต้องการเข้ามานั่งเก้าอี้รองนายกฯ แทนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนรู้สึกเฉยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดเผยว่า คณะทำงานฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้าน 6พรรค จะจัดเวทีอภิปรายนอกสภาวันที่ 12 มี.ค. เวลา 10.00-12.00 น. ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยหัวข้อที่จะหยิบยกนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนในเวทีครั้งนี้คือ &amp;nbsp;Information Operation (IO) หรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร จากภาครัฐที่กระทำและส่งผลกระทบต่อประชาชน วิทยากรเบื้องต้นที่ได้รับการยืนยันแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ จะนำข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่ได้อภิปรายในสภา มาเปิดเผยต่อสาธารณชน, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย จะลงในรายละเอียดเกี่ยวกับ ปฏิบัติการไอโอของกองทัพ ที่ทำสองภารกิจหลักคือ ทั้งยุยงและปิดปากประชาชน, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย จะพูดเนื้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่สร้างผลกระทบต่อประชาชน ในเวทีดังกล่าวกำลังประสานงาน แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านบางคน และนักวิชาการที่มีความรู้ด้านดังกล่าวเข้ามาแลกเปลี่ยนให้ความเห็นอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัยกรณี กกต.ได้รับรายงานกรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อ กกต.ว่า นายวิโรจน์ วัฒนากลาง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 นครราชสีมา พรรคประชาชาติ ผู้ถูกกล่าวหาได้มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 กล่าวคือผู้ถูกกล่าวหารู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ได้สมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวัน 24 &amp;nbsp;มี.ค.2562 กรณีไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย กกต.พิจารณารายงานไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคเสรีรวมไทย ก่อนสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาชาติ แต่จากการตรวจสอบสำเนาหนังสือลาออกทุกฉบับ ระบุวันที่ไว้ไม่ตรงกันกับสำเนาหนังสือลาออกที่พรรคเพื่อไทย พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคเสรีรวมไทย ส่งมอบให้ประกอบการไต่สวน โดยกรณีพรรคเพื่อไทย สำเนาหนังสือลาออกที่ผู้ถูกกล่าวหานำมาแสดงระบุวันที่ 23 พ.ย.2561 แต่สำเนาหนังสือลาออกที่พรรคเพื่อไทยส่งมาระบุวันที่ได้รับหนังสือวันที่ 25 ธ.ค.2561 กรณีพรรคพลังปวงชนไทย สำเนาหนังสือลาออกที่ผู้ถูกกล่าวหานำมาแสดงระบุวันที่ 25 พ.ย.2561 แต่สำเนาหนังสือลาออกที่พรรคพลังปวงชนไทยส่งมาระบุวันที่ 26 ธ.ค.2561 และกรณีพรรคเสรีรวมไทย สำเนาหนังสือลาออกที่ผู้ถูกกล่าวหานำมาแสดงระบุวันที่ 24 พ.ย.2561 แต่สำเนาหนังสือลาออกที่พรรคเสรีรวมไทยส่งมาระบุวันที่ได้รับหนังสือวันที่ 26 ธ.ค.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พยานหลักฐานจึงฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหารู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 จึงมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายวิโรจน์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประโยชน์ต่อประเทศชาติ, พรรคเพื่อไทย, ยื่นลาออก, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ลาออกจากสมาชิกพรรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5c8e7409bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เบลเยียมยื่นลาออก เซ่นความขัดแย้งข้อตกลงผู้อพยพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระแสความไม่พอใจของฝ่ายชาตินิยมเบลเยียมที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยร่วมลงนามความตกลงมาร์ราคิชว่าด้วยการอพยพย้ายถิ่นทั่วโลก บีบให้นายกฯ ชาร์ลส์ มิเชล ประกาศยื่นลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคาร แต่คาดว่าเขาจะต้องรักษาการถึงเลือกตั้งกลางปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 17 ตุลาคม 2561 นายกฯ ชาร์ลส์ มิเชล ขณะมาร่วมประชุมคณะมนตรียุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ มิเชล ซึ่งจะอายุครบ 43 ปีในวันศุกร์นี้ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2557 ด้วยวัยเพียง 38 ปีและเป็นนายกรัฐมนตรีเบลเยียมอายุน้อยที่สุดในรอบ 177 ปี เขาจัดตั้งรัฐบาลผสมฝ่ายขวาขึ้น แต่ความขัดแย้งเกี่ยวกับความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ (จีซีเอ็ม) ทำให้พรรคพันธมิตรเฟลมมิชใหม่ (เอ็น-วีเอ) ซึ่งมีแนวทางชาตินิยม ถอนตัวจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม และทำให้รัฐบาลของมิเชลกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมนั้นเอ็น-วีเอเป็น 1 ใน 4 พรรครัฐบาลผสมที่หนุนหลังข้อตกลงนี้ แต่พวกเขาเปลี่ยนใจในเดือนตุลาคม และถอนตัวจากรัฐบาลเพียง 1 วันก่อนที่มิเชลจะเดินทางไปยังเมืองมาร์ราคิชเพื่อลงนามจีซีเอ็ม ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เขาปกป้องว่าเป็นโอกาสที่ดีขึ้นสำหรับยุโรปและความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการจัดการปัญหาผู้อพยพ แต่เป็นข้อตกลงที่ผู้นำรัฐบาลประชานิยมหลายชาติในยุโรปคัดค้าน ด้วยเห็นว่าจะยิ่งกระตุ้นให้ผู้อพยพเข้ายุโรปมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 19 ธันวาคมกล่าวว่า ระหว่างการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านที่นิยมซ้ายและพรรคกรีนเรียกร้องให้ลงมติไม่ไว้วางใจ แต่นายกฯ หัวเสรีนิยมรายนี้ยอมรับความพ่ายแพ้โดยไม่รอให้มีการลงมติ และประกาศว่าเขาจะเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิป เพื่อทูลเกล้าฯ ขอลาออกจากตำแหน่งทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 5 เดือนจะถึงการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2562 จึงยังไม่แน่ว่ากษัตริย์จะทรงรับการลาออกของเขาหรือไม่ สำนักพระราชวังกล่าวว่า กษัตริย์ยังไม่ทรงตัดสินพระทัย แต่แหล่งข่าวอาวุโสบอกกับเอเอฟพีว่า มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะทรงขอให้มิเชลรักษาการต่อไปจนถึงวันเลือกตั้ง 26 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงต้นตอความขัดแย้งที่บีบให้นายกฯ เบลเยียมต้องเสนอลาออกในครั้งนี้เคยเป็นชนวนทำให้ชาวเบลเยียมชาตินิยมชุมนุมประท้วงกลางกรุงบรัสเซลส์ 2 วันก่อนหน้านั้น และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำเพื่อควบคุมสถานการณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงผู้อพยพ, ความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ, ชาร์ลส์ มิเชล, นายกฯ เบลเยียม, ยื่นลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a13320023a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สกลธี&#039;ไขก๊อกพ้นรั้วปชป. ศาลรธน.รับวินิจฉัยกม.ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาธิปัตย์เลือดไหล &amp;quot;สกลธี&amp;quot; ลาออกนั่งรองผู้ว่าฯ กทม. &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ไม่ห้ามสักคำ ด้าน &amp;quot;นิพิฏฐ์ &amp;quot; สับแหลก คสช. ไม่หูหนวกก็คงตาบอดกันหมดแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัดคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 รีเซตพรรคการเมืองเป็นคำสั่งอัปยศ ปชป.มีสมาชิก 2.5 ล้าน แต่ 30 เม.ย.เหลือไม่ถึงแสน ขณะที่ศาล รธน.รับคำร้องตีความคำสั่งคสช.และร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ยื่นใบลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคแล้ว เมื่อวันที่ 11 เมษายน &amp;nbsp;ให้เหตุผลว่าเพื่อไปรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยยืนยันว่าจะทำงานการเมืองร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายสกลธี เจ้าตัวยอมรับว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ประสานไปยัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ตนเข้ารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. และได้เข้าพบเพื่อลานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ยับยั้งการตัดสินใจของตน โดยบอกว่าเขตที่ตนเคยลงสมัครก็จะต้องให้คนอื่นลงสมัครแทน และในวันที่ 11 เม.ย. เข้าพบ พล.ต.อ.อัศวิน เพื่อรับมอบหมายงานที่จะรับผิดชอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทำงาน ส่วนในอนาคตจะไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ในขณะนี้&amp;quot; นายสกลธีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า นายสกลธียื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคจริง โดยได้พบนายสกลธีที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 เม.ย. เขาพูดสั้นๆ ว่ามาลาออก แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลของการลาออกจากพรรค ขณะที่นายอภิสิทธิ์ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ใบลาออกของนายสกลธีมีผลแล้วหลังจากทางพรรคได้ลงเลขรับหนังสือเป็นที่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 1215/2561 วันที่ 10 เม.ย. เรื่องให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยให้ พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งนายสกลธี เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแทน
&amp;quot;อัศวิน&amp;quot;ลงนามตั้งรองผู้ว่าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวินได้ลงนามอีก 1 คำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 1216/2561 แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชินทัต ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยังแต่งตั้ง พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ และนายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ด้วย นอกจากนี้ ยังให้นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ และนายยุทธพันธุ์ มีชัย พ้นจากที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. รวมทั้ง พล.ต.ท.โสภณ พ้นจากตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ กทม. กล่าวว่า ตนได้รับข่าวแล้วว่านายสกลธีได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งขอแสดงความยินดีกับนายสกลธีด้วยที่ได้ไปทำงานในตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ นายสกลธีเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ จึงน่าจะมีประโยชน์ต่อประชาชนในกรุงเทพฯ ส่วนในทางการเมือง ทุกคนมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะเดินแนวทางทางการเมืองอย่างไร ซึ่งนายสกลธีคงตัดสินใจแล้วว่าอยากจะเดินแนวทางทางการเมืองด้วยการไปทำงานในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่นายสกลธีลาออกจากพรรคแล้ว จะส่งผลต่อฐานเสียงของพรรคในพื้นที่เดิมของนายสกลธีหรือไม่ นายองอาจตอบว่า ทำให้พรรคต้องหาคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งที่อยากมาทำงานการเมืองร่วมกับพรรค เข้าไปทำงานในพื้นที่ที่เรายังขาดคน อาทิ พื้นที่ที่นายสกลธีเคยเป็น ส.ส.อยู่ เราก็ต้องพิจารณาหาไปทำงานตรงนั้นแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ &amp;nbsp;อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;คสช.ไม่หูหนวกก็คงตาบอดกันหมดแล้ว&amp;quot; โดยระบุว่า คสช.ออกกฎหมายให้พรรคการเมืองที่จะดำเนินกิจการทางการเมืองต่อไป ต้องให้สมาชิกพรรคมายืนยันและจ่ายค่าสมาชิกพรรคคนละ 100 บาท โดยต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2561 พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิก 2.5 ล้านคน คาดว่าเมื่อถึงวันที่ 30 เมษายน จะมีสมาชิกเหลือไม่ถึง 100,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองจ่ายค่าสมาชิกคนละ 100 บาท ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ และในภาวะที่พรรคการเมืองถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวมาร่วม 4 ปี พรรคการเมืองจึงเหมือนปีศาจร้ายในสายตาของประชาชน การไปหาสมาชิกที่อยู่กระจัดกระจายให้มายืนยัน เป็นความยากระดับเข็นครกขึ้นภูเขาทีเดียว บางครั้งก็ถูกก่นด่าว่าเอาเงินไปทำไม ทั้งที่เป็นคำสั่งของ คสช. แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจ
คำสั่งอัปยศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ก็มิได้ย่อท้อกับคำสั่งอัปยศนี้ เราเดินเข้าหาประชาชนเพื่อขอให้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคต่อไป เมื่อวานนี้ (10 เม.ย.2561) ผมเดินพบประชาชนเพื่อเชิญชวนให้ยืนยันการเป็นสมาชิก &amp;nbsp;ประชาชนคนหนึ่งบอกผมว่า &amp;quot;วันนี้ ขายน้ำยางพาราได้ 200 บาท แต่ยินดีมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ 100 บาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คสช.ทำเพื่อรีเซตสมาชิกพรรคการเมืองเก่าให้เป็นศูนย์เท่ากับพรรคการเมืองที่จดทะเบียนใหม่ เรื่องนี้ขอบอกว่าเป็นเรื่องที่ผมไม่พอใจ คสช.มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง ท่านยึดอำนาจเพื่อทำลายพรรคการเมืองโดยแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมเขียนเรื่องนี้ ก็เพราะผู้อ่านหลายคนก็คงมีความคิดเหมือนกันว่าไม่เสียเงิน 100 บาทค่าสมาชิกให้พรรคการเมืองหรอก คสช.เห็นความยากลำบากของพรรคการเมืองแล้ว หากยังไม่แก้ไข ก็คงหูหนวกหรือตาบอดกันหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยเเพร่เอกสารข่าวภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ผู้ตรวจการเเผ่นดินเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 231 (1) ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 140 และมาตรา 141 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 &amp;nbsp;เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25, 26, 27 และมาตรา 45 หรือไม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากกรณีเป็นการยื่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 50&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบ รวมทั้งเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หัวหน้า คสช. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จัดทำความเห็นเป็นหนังสือ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 เม.ย.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติรับคำร้องที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งความเห็นของสมาชิก สนช. จำนวน 27 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรค 1 (1) ประกอบมาตรา 263 ว่าร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มาตรา 35 (4) และ (5) มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 95 วรรค 3 และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 92 วรรค 1 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 หรือไม่ ไว้วินิจฉัยแล้ว เนื่องจากกรณีเป็นการยื่นตามมาตรา 148 วรรค 1 (1) ประกอบมาตรา 263 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 50&amp;nbsp;
เชิญ สนช.เสนอความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบ รวมทั้งเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้นายปรีชา วัชราภัย สมาชิก สนช. ซึ่งเป็นผู้แทนของฝ่ายผู้เสนอความเห็น ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 วรรค 5 &amp;nbsp;และประธาน กกต. จัดทำความเห็นเป็นหนังสือและข้อมูลที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 เม.ย.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 2 มาตราของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประธาน สนช.ขอให้มีการวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มาตรา 35 ระบุว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ใด ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และไม่ได้เเจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรือเเจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอันสมควร ผู้นั้นจะถูกจำกัดสิทธิ์ (4) การดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา (5) สิทธิในการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมาตรา 92 วรรค ระบุว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุในการออกเสียงลงคะแนนให้คณะกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายให้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับการออกเสียงลงคะแนนของบุคคลดังกล่าวไว้เป็นพิเศษหรือจัดให้มีการช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนนภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวต้องให้บุคคลนั้นได้ออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเอง ตามเจตนาของบุคคลนั้น เว้นแต่ลักษณะทางกายภาพทำให้คนพิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ ให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำการเแทนโดยความยินยอม และเป็นไปตามเจตนาของคนพิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุนั้น ทั้งนี้ ให้ถือเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6968</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คสช., นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประชาธิปัตย์, ยื่นลาออก, สกลธี ภัททิยกุล, สับแหลก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือดไหล, ไม่หูหนวก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace1c7b086eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
