<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนศาลแจงยุบอนค. กกต.อ้างส่งไปแล้ว-‘ช่อ’กลัวที่ไหน/เตือนอย่าปลุกคนลงถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;กกต.&amp;quot; สวมบทเตมีย์ใบ้ ปัดแจงชงศาล รธน.ยุบ &amp;quot;อนค.&amp;quot; ปมกู้เงิน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; อ้างอยู่ชั้นศาลพิจารณา &amp;quot;ช่อ&amp;quot; ท้าทายติด &amp;quot;#กลัวที่ไหน&amp;quot; บอกการเมืองควรเดินหน้าไม่ใช่ถอยหลัง &amp;quot;อดีตผู้พิพากษา&amp;quot; แนะพรรคการเมืองต้องมีนักกฎหมายที่รู้ถ่องแท้ ไม่ใช่พลาดแล้วโวยถูกกลั่นแกล้ง &amp;quot;เด็ก ปชป.&amp;quot; ขอให้สู้ชั้นศาล อย่าปลุกคนลงถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 12 ธ.ค. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ปฏิเสธที่จะชี้แจงเหตุผลของ กกต.ในการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จากกรณีพรรค อนค.กู้ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ตนเองไม่ได้อยู่ในห้องประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องดังกล่าว กกต.ได้มีมติส่งศาลไปแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องเป็นผู้พิจารณา ไม่สามารถให้ความเห็นได้&amp;quot; รองเลขาฯ กกต.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างยกร่างคำร้องเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คาดว่าใช้เวลาไม่นานจะสามารถส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ โดยการส่งเรื่องดังกล่าว ทาง กกต.เห็นว่าเรื่องการกู้ยืมเงิน ข้อเท็จจริงยุติแล้ว เพราะนายธนาธรและพรรคก็ยอมรับว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง จึงเหลือเพียงประเด็นปัญหาข้อกฎหมายว่าพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่ เพราะมาตรา 62 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เขียนต่างจากปี 2550 ที่จะกำหนดรายได้อื่นไว้ ทำให้พรรคการเมืองในขณะนั้นมีการกู้ยืมเงินจากหัวหน้าพรรค แต่จะเป็นประเภทของเงินทดรองจ่ายไปก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลบริจาคได้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท และเงินกู้ที่เกินวงเงินจะถือว่าเป็นการบริจาคเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จึงจำเป็นต้องส่งศาลให้พิจารณาจนสิ้นสุดความ เพื่อที่จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ กกต.มีมติในคำร้องนี้เลยโดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้นายธนาธร หรือผู้แทนของพรรคมาชี้แจงก่อน เป็นการใช้อำนาจของ กกต.ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เปิดช่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นพร้อมรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานส่ง กกต.พิจารณาได้เลย&amp;quot; แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ ระบุว่า &amp;quot;#อนาคตใหม่ #กลัวที่ไหน วันนี้ได้เห็นสปิริตของเพื่อนผู้แทนราษฎรจากหลายพรรค ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่มาให้กำลังใจ หลายคนบอกว่าประเทศไทยควรหลุดจากวงจรยุบพรรคธิปไตยได้แล้ว การเมืองไทยควรก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่เดินถอยหลัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าขณะนี้ในสังคมออนไลน์ สมาชิกพรรค อนค.ต่างพากันการติด #กลัวที่ไหน หลัง กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรค กรณีกู้เงินนายธนาธร จำนวน 191,200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคเตรียมสู้คดีเต็มที่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีทีมกฎหมายดูแลอยู่แล้ว ส่วนตัวเห็นว่าการกู้เงินไม่น่าจะเข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 72 พ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร ไม่อาจก้าวล่วงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หากพรรคถูกยุบจะดำเนินการอย่างไร นายธีรัจชัยกล่าวว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้วางแผนอนาคตว่าจะเอาอย่างไร ทราบว่าพรรคจะเรียกประชุมโดยเร็วที่สุด เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดชึ้น และอาจคุยเรื่องอนาคตพรรคจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งผมไม่หนักใจหรือกังวลอะไรหากพรรคถูกยุบจริง คงไม่สามารถพูดแทนสมาชิกพรรคคนอื่นได้ว่า จะย้ายไปอยู่พรรคใด แต่ส่วนตัวยืนยันพร้อมร่วมหัวจมท้ายไปไหนไปกันกับพรรค หากพรรคมีมติอย่างไรพร้อมปฏิบัติตาม เพราะเข้ามาทำการเมืองเพื่อประโยชน์ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรค อนค. กล่าวว่า หลังจากนี้ตนจะทำตามมติพรรคทุกอย่าง เพราะต้องให้กำลังใจกันทั้งหัวหน้าและเลขาธิการพรรค
สู้ชั้นศาลขออย่าลงถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การยุบพรรคเป็นอาวุธที่ใช้ทำลาย ปชต.มาตลอดสิบกว่าปีอย่างได้ผล เพราะอะไร? เพราะทำมาแล้วหลายครั้งและเกิดผลสองด้าน &amp;nbsp;ด้านหนึ่งคือ ทำให้นักการเมืองกลัวที่สุด แม้เลี่ยงไม่เอาแกนนำสำคัญมาเป็น กก.บห. แต่ กม.ยังเปิดช่องให้ไล่ล่าเล่นงาน ส.ส.และสมาชิกพรรคได้อีกเป็นกระบุง แค่ขู่ยุบพรรค นักการเมืองก็รีบตบเท้าเข้าแถวยอมสยบทุกอย่าง อีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้ ปชช.มีอาการชินชา เหมือนเจ้าทุกข์โดนโจรปล้นครั้งแรกก็รู้สึกเจ็บหนัก แต่พอโดนปล้นซ้ำๆ หลายครั้งก็หลอกตัวเองว่าเออไม่เป็นไร ไม่รู้สึกเจ็บสักเท่าไร ปล้นอีกกี่ทีก็ทนได้ กรณียุบพรรคก็เช่นกัน เราจึงได้ยินเสมอๆ ว่าโดนยุบพรรคเหรอ? ไม่เป็นไร ก็ตั้งพรรคใหม่แค่นั้น แล้วก็โดนยุบอีก ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในประเทศไทยองค์กรการเมืองทั้งหมดล้วนผูกขาดในมือผู้ปกครองทั้งสิ้น มีแต่พรรคการเมืองเท่านั้นที่เป็นองค์กรการเมืองชนิดเดียวของ ปชช. การยุบพรรคจึงเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการเมืองประการสุดท้ายของ ปชช.ทุกคนที่ลงคะแนนให้พรรคนั้น คือสิทธิเสรีภาพที่จะตัดสินใจกำหนดอนาคตของตัวเองผ่านองค์กรการเมืองเท่าที่พอจะมีอยู่บ้าง&amp;quot; รศ.ดร.พิชิตกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า พรรคการเมืองต้องมีนักกฎหมายที่ศึกษารัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้รู้อย่างถ่องแท้ มิใช่ขาดความละเอียดรอบคอบ เมื่อพลาดพลั้งแล้วออกมาโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมาย หลัง กกต.มีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ นักกฎหมายของพรรคก็ออกมาวิจารณ์ว่า เป็นวันอัปยศขององค์กรอิสระ ฟังดูชักไม่แน่ใจว่า ใครกันแน่ที่อัปยศ ทางออกที่ดีที่สุดของนักประชาธิปไตยคือ การต่อสู้ตามข้อกฎหมาย ถ้ามั่นใจในเอกสารหลักฐาน ก็ไปสู้ในชั้นศาล เพราะศาลต้องให้โอกาส อย่ามาตอบว่าจำไม่ได้เท่านั้น ที่สำคัญควรต้องเคารพคำตัดสินของศาลด้วย ประเทศจึงจะเดินต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาของประเทศที่ผ่านมาคือ ผู้ที่ทำความผิด มักจะไม่ยอมรับผิด ไปฟ้องฝรั่งว่าตนเองถูกรังแก และปลุกระดมประชาชน โดยที่ไม่มองที่ต้นเหตุของการกระทำตนเอง&amp;quot; นพ.วรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง อย่านำคนลงถนนเลย มาดูเหตุผลกันทำไม &amp;rdquo;เงินกู้ 191 ล้าน&amp;rdquo; เป็นเหตุยุบพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ธนาธร ปิยบุตร พูดถูก เงินกู้ไม่ใช่รายได้ แต่ถือเป็นประโยชน์อื่นใดและถ้าเกิน 10 ล้านบาทมีความผิด เพราะ ม.66 วรรค 2 ของกฎหมายพรรคการเมือง พรรคการเมืองจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกินตามวรรคหนึ่งคือ 10 ล้านบาท ไม่ได้ มีโทษตาม ม.125 ซึ่ง ม.4 นิยามคำว่า ประโยชน์อื่นใดไว้ โดยรวมถึงการให้ใช้ทรัพย์สิน และแน่นอนว่า เงินให้ที่ธนาธรให้กู้ 191 ล้านบาทคือทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ส.พรรค ปชป. กล่าวว่า โทษตาม ม.125 กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งโดนแบนการเมือง 5 ปี ส่วนจะยุบพรรคหรือไม่ ต้องดูว่าเงินที่ยืมเอาไปใช้เลือกตั้ง มีเจตนาเอาเปรียบพรรคอื่นหรือไม่ ถ้ากรรมการบริหารรู้ทั้งรู้อยู่แล้วแต่ทำ ก็จะไปเข้า ม.72 ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเงินโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ ม.92 (3) ระบุให้ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทั้งนี้ก็ต้องรอดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าอย่านำคนลงถนนเลย ดูกันด้วยเหตุผลดีกว่า ถ้าธนาธรและปิยบุตรคิดว่าให้พรรคยืมเงินก้อนโตแบบนี้ได้ ทั้งที่พรรคอื่นเค้าไม่ทำกัน มันก็ไม่ยุติธรรมกับพรรคอื่นเช่นกัน&amp;quot; อดีต ส.ส.พรรค ปชป.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52363</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พรรคอนาคตใหม่, ยื่นยุบพรรค, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ, ยุบพรรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df249ff17bd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5:2ยุบอนาคตใหม่! กกต.ส่งศาลเซ่นกู้ธนาธร‘ปิยบุตร’ปลุกสู้มติอัปยศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; มีมติ 5 ต่อ 2 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบ &amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; กรณีกู้เงินธนาธร 191.2 ล้านบาท ชี้ผิดมาตรา 72 &amp;ldquo;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ประสานเสียงไม่มีใบสั่ง &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; เดือดซัดวันอัปยศ กกต.เป็นเครื่องมือทางการเมืองกดปุ่มได้ตามใจ ลากโยงเทียบยุบ &amp;ldquo;ไทยรักไทย&amp;rdquo; ปลุกสาวกอย่ายอมให้เรื่องผิดปกติเป็นเรื่องปกติ โอ่บิ๊ก อนค.ยังมีกำลังใจดี เพราะรู้อยู่แล้วต้องมีวันนี้ แต่ไม่นึกว่าจะมาเร็ว!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เป็นประธานการประชุม กกต.เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณีพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค.แล้ว&amp;nbsp;
ต่อมาในช่วงบ่าย เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจกที่ 113/2562 ในหัวข้อ &amp;ldquo;คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรคการเมือง&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหา 8 บรรทัดระบุว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธรแล้ว ที่ประชุมเห็นว่าการที่พรรค อนค.กู้ยืมเงินจากนายธนาธร เป็นเงินจำนวน 191,200,000 บาท เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 จึงมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่ามติเสียงข้างมากนั้น อยู่ที่ 5 ต่อ 2
ส่วนมาตรา 72 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฯ ระบุว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวถึงการยื่นเรื่องให้ศาลยุบพรรค อนค.นั้น ตามธรรมเนียม กกต. จะใช้เวลายื่นเรื่องต่อศาลภายใน 30 วันหลังจากมีมติ และคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาไต่สวนและพิจารณาราว 3 เดือน แต่ดูตัวอย่างการยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นั้น การใช้เวลายื่นเรื่องของ กกต.และการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญใช้เพียง 13 วันเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่จำนวน 80 รายนั้น เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน ซึ่งจำนวนนี้เป็นกรรมการบริหารพรรคถึง 11 คน หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ก็จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และจะไม่มีการเลื่อนผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมาแทน ส่วนจะคำนวณ ส.ส.กันใหม่หรือไม่ ยังไม่มีความชัดเจน โดยกรรมการบริหารพรรค อนค.นั้นมีทั้งสิ้น 15 รายประกอบด้วย นายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค, น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค, นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค, พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค, นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค, นายไกลก้อง ไวทยาการ นายทะเบียนสมาชิกพรรค, นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค, นายสุนทร บุญยอด กรรมการ, น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการ, นายสุรชัย ศรีสารคาม กรรมการ, นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ กรรมการ, นายชัน ภักดีศรี กรรมการ และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการ
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ปัดใบสั่ง
วันเดียวกัน ก่อน กกต.มีมติดังกล่าวออกมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวในเรื่องนี้ว่า การยุบพรรค อนค.เป็นเรื่องของศาล ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่สามารถก้าวล่วงอำนาจของศาลได้ ทุกอย่างก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน ซึ่งศาลจะตัดสินไปตามนั้น ขอร้องอย่าทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.พรรณิการ์โชว์หลักฐานพร้อมระบุว่ามีใบสั่งเพื่อให้ยุบพรรค อนค. พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;ldquo;ใครสั่ง ถ้าไม่ได้ระบุ ก็ต้องไปหาคนมาว่าใครพูด เป็นผมหรืออย่างไร ไอ้ที่พูดกันออกมาหมายถึงผมเช่นนั้นหรือ ยืนยันว่าผมไม่ได้ไปก้าวล่วงใครอยู่แล้ว ผมรู้ว่าผมจะต้องทำตัวอย่างไร ไว้ใจผมสิ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธเรื่องใบสั่งทางการเมืองเช่นกันว่า ใบสั่งอะไร ใครเป็นคนสั่ง และเอกสารของ กกต.ที่หลุดออกมานั้นเลขาฯ กกต.ก็ชี้แจงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ช่วงเช้า นายปิยบุตรชี้แจงว่า เมื่อเปิดกฎหมายดูก็ไม่ได้ห้ามให้กู้เงิน และพรรคการเมืองก็เป็นนิติบุคคลเอกชน หมายความว่าพรรคมีเสรีภาพทำอะไรก็ได้ เว้นกฎหมายจะห้ามไว้ และการห้ามต้องห้ามอย่างชัดแจ้ง แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองไม่ได้ห้ามไว้ชัด ไม่มีบทบัญญัติไหนเขียนว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน มีแต่เรื่องห้ามรับเงินต่างชาติ และห้ามตั้งสาขาพรรคนอกประเทศ แต่เราไม่ต้องการให้พรรค อนค.เป็นพรรคของนายธนาธรคนเดียว ดังนั้นนายธนาธรจึงตัดสินใจให้พรรคกู้เงิน และถ้าพรรคเริ่มเปิดระดมทุนและรับบริจาคได้ก็จะทยอยคืนเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามีหลักฐานการทยอยเงินกู้คืนนายธนาธรไปแล้วหลายครั้ง &amp;nbsp;มีเช็คโอนไปแล้วชัดเจน ฉะนั้นจะกลายเป็นเงินบริจาคได้อย่างไร ถ้า กกต.จะตีความเพื่อให้สมเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่อยากให้มีใครครอบงำพรรคการเมือง ผมก็ต้องถามต่อว่ากฎหมายพรรคการเมืองที่บอกว่าใครบริจาคเงินเกิน 10 ล้าน มีโทษอาญาทั้งผู้ให้และผู้รับ ซึ่งกฎหมายใดที่กำหนดโทษอาญาต้องตีความอย่างเคร่งครัด จะเทียบเคียงกฎหมายเอาผิดลงโทษคนไม่ได้&amp;rdquo; นายปิยบุตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยังกล่าวว่า มาตรา 72 นั้นเขาออกแบบมาเพื่อสำหรับพรรคการเมืองที่รับเงินผิดกฎหมาย เช่น ซ่องโจร ฟอกเงิน ค้ายาเสพติด เป็นต้น มาใช้จ่ายในพรรค ซึ่งเมื่อสำรวจกฎหมายหมดแล้วไม่มีมาตราใดที่เอาผิดได้ แต่หากบอกว่าในอนาคตจะไม่ให้กู้ ก็ต้องไปแก้กฎหมายพรรคการเมือง เพื่อให้ทุกพรรครู้ตัวล่วงหน้าว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ไม่ใช่พรรคทำแล้วเห็นเป็นช่องทาง ก็ริเริ่มโดยมีคนไปร้องต่อ กกต. และ กกต.ก็เริ่มดำเนินการจัดการ
ยกเทียบยุบไทยรักไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ท้ายที่สุดประเทศไทยจะเอากันแบบนี้หรือ พรรคการเมืองที่จะพยายามทำให้โปร่งใสที่สุด พยายามแจกแจงที่มารายได้มากที่สุด พยายามไม่ต้องการให้นายทุนคนใดคนหนึ่งมาครอบงำพรรคมากที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่าเรากลับโดนคดีความ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ประเทศไทยแต่ละพรรคการเมือง ถ้าต้องการหาเงินหาทองก็มุดลงดิน ไม่ต้องแจ้ง ใช้จ่ายอะไรไม่ต้องแจกแจงชัดเจน ประเทศไทยนี้สุดท้ายคือใครโปร่งใสโดนจับผิด หรือว่าประเทศนี้ใครที่ไม่อยากโดนจับผิดหรือโดนคดีความก็ต้องซุกทรัพย์สิน ไม่ต้องโปร่งใสมากก็จะรอดตัว กระบวนการที่ริเริ่มซ้ำไปมา 13 ปีก็วนอยู่แบบนี้ ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ติดคุก ท้ายที่สุดก็ไม่ได้แก้ไขปัญหาของบ้านเมือง&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการอ้างย้อนไป 13 ปีของนายปิยบุตรนั้น เป็นกรณียุบ 4 พรรคการเมืองคือ พรรคไทยรักไทย (ทรท.), พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า, พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย กรณีการจ้างพรรคเล็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็น นายปิยบุตรแถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว และขอตั้งข้อเคลือบแคลงสงสัยต่อการทำงานของ กกต.ว่ามีวัตถุประสงค์ว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่บิดผันโดยมิชอบหรือไม่ โดยขอตั้งข้อสงสัยกลับไปด้วยเสียงดังๆ คือ 1.กกต.เร่งรัดกรณีกู้เงินอย่างผิดสังเกต 2.กระบวนการทำงานในคดีมีเอกสารหลุดออกมา ซึ่งเป็นกระบวนการชี้นำก่อน 3.กกต.มีมติให้ยุบพรรค โดยอ้างเหตุตามมาตรา 72 ซึ่งความผิดตามมาตรา 72 คือการรับเงินที่ได้มาโดยมิชอบ คำถามคือเงินที่เราได้มาจากการกู้หัวหน้าพรรคไม่ชอบด้วยกฎหมายตรงไหน ซึ่ง กกต.ไม่ได้มีคำตอบนี้ในเอกสารมีเพียง 5 บรรทัด ทำงานกันแบบนี้ง่ายดีกันจริงๆ ไม่อธิบายเหตุผลอะไรเลย นี่หรือองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทสำคัญต่างๆ
&amp;ldquo;วันนี้เป็นวันอัปยศอีกครั้งหนึ่งในการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อยากให้ กกต.ลองออกมาเจอสังคม เจอประชาชนบ้าง ลองมาฟังว่าสังคมเขาพูดอะไร เขามีความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.อย่างไร เขาตั้งคำถามคลางแคลงใจต่อการทำหน้าที่ของ กกต.หรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤตการณ์ทางการเมืองตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของการก่อวิกฤติคือการทำงานขององค์กรอิสระ ที่ผ่านมาก็มีการบอกว่านักการเมืองพยายามแทรกแซงองค์กรอิสระ หลังการรัฐประหารก็มีความสงสัยว่าผู้มีอำนาจพยายามแทรกแซงองค์กรอิสระ มีใบสั่งกดปุ่มได้อย่างใจนึก ผมอยากให้สังคมตั้งคำถามถึงการทำงานของ กกต.&amp;rdquo; นายปิยบุตรระบุ
&amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo;ปลุกสาวก
นายปิยบุตรแถลงอีกว่า เรายืนยันจะเดินหน้าทำงานต่อเนื่อง มติของ กกต.ไม่สามารถหยุดการทำงานของอนาคตใหม่ได้ เราจะเดินทางมุ่งหน้าทำงานอย่างสร้างสรรค์ต่อไป ให้มันรู้ไปว่าถ้าพรรคการเมืองกำเนิดขึ้นมา ต้องการรวบรวมผู้คนที่ทนไม่ไหวกับสภาพการเมืองไทยตลอด 13 ปีที่ผ่านมาให้รู้ว่าพรรคการเมืองที่เป็นการรวมตัวกันของคนที่ต้องการเห็นอนาคตแบบใหม่ ออกจากความขัดแย้งแบบเดิมๆ เขาจะไม่มีที่อยู่ที่ยืน ให้มันรู้กันไปว่าพรรคการเมืองที่มี ส.ส.หน้าใหม่ ที่ตั้งใจทำงานอย่างสร้างสรรค์ในสภา จะไม่มีที่อยู่ที่ยืน และให้รู้ไปว่าพรรคการเมืองที่ตั้งใจจะแสดงบัญชีรายจ่ายและรายได้ของพรรคอย่างโปร่งใสจะอยู่ไม่ได้ ซึ่งเราพร้อมต่อสู้ในทางคดีความต่อไป&amp;nbsp;
นายปิยบุตรกล่าวว่า ขอเรียกร้อง 1.ผู้มีอำนาจในปัจจุบันได้ฟังเสียงหรือเห็นหัวประชาชนบ้าง 2.เรียกร้องพี่น้องประชาชนคนไทย และสังคมไทยอย่ายอมให้การยุบพรรคซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติกลายเป็นเรื่องปกติ อย่ายอมให้กระบวนการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือประหัตประหารกำจัดศัตรูทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติให้กลายเป็นเรื่องปกติ อย่าปล่อยให้กระบวนการนิติสงครามเดินหน้าต่อไปได้ เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองไทยได้ หนังม้วนเก่าฉายซ้ำ กำลังเดินกล้อง เดินเรื่อง แต่ยืนยันว่าหนังม้วนนี้จบไม่เหมือนเดิมแน่นอน&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า วางแนวทางในการต่อสู้คดีนี้ไว้อย่างไรบ้าง นายปิยบุตรกล่าวว่า รอว่า กกต.จะให้รายละเอียดอะไรมาบ้าง แต่กลับไม่ได้อะไรมาเลย แต่ก่อนอื่นเราขอเรียกร้องสิทธิเบื้องต้นก่อน คือสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม มีข่าวออกมาว่ามีธงจะยุบพรรคให้ได้ภายใน 3 เดือนถึงสิ้นปี ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่เป็นความจริง จึงต้องเปิดโอกาสให้พรรคเข้าสู่การพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม อย่าเร่งรัดตัดตอน ต้องเปิดเวลาให้เราได้ต่อสู้คดี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ยืนยันว่ากรรมการบริหาร แกนนำ และ ส.ส.ของพรรคกำลังใจยังดี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคมาเราคาดหมายกันได้อยู่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมาถึง แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วกว่าที่คิด ซึ่งตัวนายธนาธรเองก็ยังมีกำลังใจดี&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า การสื่อสารกับประชาชนว่าอย่ายอมให้เรื่องไม่ปกติเป็นเรื่องปกติ มีนัยถึงการปลุกม็อบหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ความอึดอัดของประชาชนคนไทยมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของความสองมาตรฐานในการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูทางการเมือง เป็นความคิดที่ไหลเวียนมากว่าทศวรรษแล้ว กรณีอย่างนี้ยิ่งไปตอกลิ่มตอกย้ำเข้าไปอีก คิดว่าในฐานะประชาชนคนไทย เขาย่อมมีสิทธิ์ที่จะแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งไปตัดสินแทนประชาชนไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กู้เงินพรรคอนาคตใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ, ยุบพรรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df0fd63bbfb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;จ่อยื่นศาลรธน.ตีความคุณสมบัติ&#039;ธนาธร&#039;นั่งกมธ.งบประมาณได้หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.62 - นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่เสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเป็นหนึ่งใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ว่า พรรคอนาคตใหม่กำลังทำมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ระบุว่า สภาฯ มีอํานาจเลือกบุคคลผู้เป็น ส.ส.หรือมิได้เป็น ส.ส.ตั้งเป็น กมธ.วิสามัญเพื่อกระทํากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ และรายงานให้สภาฯทราบตามระยะเวลาที่กําหนด ดังนั้นการเสนอชื่อ นายธนาธร ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นการชั่วคราว ในระหว่างรอคำวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของ นายธนาธร ในกรณีเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน เข้ามาเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 นั้นกระทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายธนาธรถ้าเข้ามาในฐานะ ส.ส.และตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงทำหน้าที่ ส.ส.ไม่ได้ ส่วนจะใช้สิทธิ์คนนอกก็มีคำถามว่านายธนาธรเป็นคนนอกหรือไม่ เพราะยังมีสมาชิกภาพ ส.ส.อยู่&amp;rdquo;นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสิระ กล่าวต่อว่า ในวันพฤหัสบดีนี้ช่วงเช้าตนจะไปยื่นคำร้องเพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ตรวจสอบ และในช่วยบ่ายจะไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตีความคุณสมบัติของนายธนาธรที่จะร่วมเป็น กมธ.วิสามัญ ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ตนฝากไปถึงนายธนาธร ว่าหากอยากเป็น กมธ.วิสามัญให้ลาออกจาก ส.ส. เพื่อใช้สถานะคนนอก ตนจะไม่ยื่นตีความดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่เข้าใจว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมายหรือเป็นเพราะว่าทั้งพรรคไม่มีผู้ที่เหมาะสมจะทำหน้าที่นี้ จึงต้องเลือกนายธนาธรเข้ามา และไม่มั่นใจว่าเหตุที่เสนอชื่อนายธนาธร เพราะต้องการเข้ามาทำเพื่อประเทศชาติ หรือหวังผลตีรวนทางการเมืองกันแน่ หากเป็นข้อหลัง ตนคิดว่าไม่สมควร เพราะการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้เป็นการทำเพื่อนผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน&amp;rdquo;นายสิระ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, นายสิระ เจนจาคะ, พลังประชารัฐ, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bc1cbb75a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พี่ศรี&#039;จัดให้ยื่นกกต.ส่งศาลรธน.วินิจฉัยสถานภาพสส.&#039;นวัธ&#039;เพื่อเป็นบรรทัดฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ก.ย.62 -ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)​สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญนำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมเข้ายื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการเป็นส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จากกรณีต้องคำพิพากษาประหารชีวิตในดดีฆ่าปลัดจังหวัดขอนแก่นและไม่ได้รับการประกันตัว&amp;nbsp; โดยเห็นว่า&amp;nbsp; ประเด็นดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าสถานภาพส.ส.ของนายนวัธ สิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาลจ.ขอนแก่นแล้วหรือไม่&amp;nbsp; เพราะเรื่องนี้มีความเห็นแตกต่างออกเป็น 2 ฝ่ายมุมแรกมองว่าสถานภาพส.ส.สิ้นสุดไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) เพราะต้องคำพิพากษาโดยคำสั่งของศาล แต่ก็ยังมีผู้แย้งว่า คดีนี้เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น นายนวัธยังมีสิทธิอุทธรณ์คดีต่อศาล คดีดังกล่าวจึงยังถือว่าไม่สิ้นสุด นายนวัธจึงยังคงมีสิทธิและไม่สิ้นสุดการเป็นส.ส.ตามมาตรา 101(13 ) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความขัดแย้งใน 2 มุมมองนี้ทางที่ดีที่สุดคือต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย และช่องทางที่จะไปสู่ศาลมี 2 ช่องทาง คือส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 คนเข้าชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เข้าใจว่าส.ส.เองจะมีความเกรงอกเกรงใจกันแม้ว่าจะต่างพรรคการเมืองกัน เพราะนายนวัธก็เป็นส.ส. ซึ่งการที่เป็นส.ส.ด้วยกันก็ยังมีความเป็นเพื่อนฝูง&amp;nbsp; ส่วนอีกช่องทางหนึ่งก็คือยื่นเรื่องให้กกต.ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้งและดูแลพรรคการเมืองส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นข้อยุติหากกกต.ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเป็นที่สุดต่อไป&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46744</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัธ  เตาะเจริญสุข, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ, สถานภาพส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d8f4760ed9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; จัดให้เตรียมร้อง กกต.ส่งศาล รธน.วินิจฉัยสถานะ &#039;ส.ส.นวัธ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;จ่อร้อง กกต.ส่งศาล รธน.วินิจฉัยสถานะของ ส.ส.นวัธ หลังความเห็นของนักกฎหมายแตกเป็น 2 ฝ่ายว่าสถานะความเป็น สส.ต้องสิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อศาลขอนแก่นมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตและคดียังไม่ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศาลขอนแก่นได้อ่านคำพิพากษาเมื่อ 24 ก.ย.62 ลงโทษนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.เขต 7 จ.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในคดีจ้างวานฆ่าอดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงต้องนำตัวเข้าคุก หมดอิสรภาพโดยทันทีนั้น
กรณีดังกล่าว มีความเห็นของสังคมและนักกฎหมายแตกออกเป็น 2 ฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าฝ่ายหนึ่งว่าเป็นคำพิพากษาเพียงแค่ศาลชั้นต้น คดียังไม่ถึงที่สุด จึงยังไม่น่าจะขาดจากความเป็น ส.ส. เพราะตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.101(13) ระบุไว้ว่า ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ส่วนฝ่ายที่สองแย้งว่า สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อศาลไม่ให้ประกันตัว ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.101 ประกอบ ม.98(6) คือต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามที่กฎหมายมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อความเห็นของสังคมและนักกฎหมายแตกออกเป็น 2 ฝ่ายเยี่ยงนี้ ผู้ที่มีอำนาจวินิจฉัยในประเด็นนี้ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ผู้ที่ออกมาให้ความเห็นก่อนหน้านี้ที่ทำตัวเป็นนักกฎหมายใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่กำมะลอทั้งสิ้น เพราะท้ายที่สุดเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 คนที่จะร่วมลงชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยได้ หรือเป็นอำนาจของ กกต. ที่จะดำเนินการได้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงจะนำความไปยื่นให้ กกต. ได้ใช้อำนาจตาม พรป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 ม.44 วรรคสี่ในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสถานะของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.เขต 7 จ.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.101 ประกอบ ม.98(6) แล้ว หรือยังไม่ขาดจากความเป็น สส. ตาม ม.101(13) เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 27 ก.ย.62 เวลา 10.00 น. ณ. สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯอาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46653</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัธ เตาะเจริญสุข, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาชิกภาพส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c1afc806c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดชื่อ33ส.ส.ฝ่ายค้านถูกร้องถือหุ้นสื่อ ซวยแล้ว!&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ติดโผด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ รายชื่อส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่พรรคพลังประชารัฐจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รับไว้วินิจฉัยว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของหรอเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆอันขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) หรือไม่ จำนวน 33 &amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;จำนวน 21 คน &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;1.พล.ท.พงศกร รอดชมภู 2.นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.นายพิจารณ์ ชาวพัฒนวงศ์ 4.นายสุรชัย ศรีสารคาม 5.นายชำนาญ จันทร์เรือง &amp;nbsp;6.นายวินท์ สุธี 7.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ &amp;nbsp;8.นายคารม พลพรกลาง&amp;nbsp; 9.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง &amp;nbsp;10.นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล &amp;nbsp;12.นายวิภพ วิริยะโรจน์13.นางสาวเบญจา แสงจันทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;14.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล 15.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 16.นางสาวกวินนาถ &amp;nbsp;ตาคีย์ 17. นายวุฒินันท์ บุญชู &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา 19.นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ 20.นายปดิพัทธ์ สันติภาดา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นายนิยม &amp;nbsp;ช่างพินิจ 3.นายจักรพล &amp;nbsp;ตั้งสุทธิธรรม &amp;nbsp;4.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคประชาชาติ จำนวน 1 คน &amp;nbsp;นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1.นางสาวธนพร โสมทองแดง &amp;nbsp;2.นางสาวพัชนี เพ็ชรจินดา 3.พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อชาติ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ &amp;nbsp;2.นางลินดา เชิดชัย &amp;nbsp;3.นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช &amp;nbsp;4.นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39593</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, ผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb87d973a7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039; ซัด 27 ส.ส.พลังประชารัฐหน้าด้าน ชี้ศาลต้องพักทำหน้าที่เหมือนกรณีธนาธร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62&amp;nbsp; - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงกรณีนายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อของ 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐได้เข้าตรวจสำนวนคำร้องที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า 41 ส.ส.ที่ถือครองหุ้นสื่อ เข้าข่ายทำให้ขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งส.ส.หรือไม่ โดยนายวีระ ระบุว่า หากศาลเห็นว่าเข้าข่ายถือหุ้นสื่อเหมือนกัน ผลก็ย่อมเหมือนกัน หากตัดสินไม่เหมือนกัน ฉิบหายแน่ ที่ต่างกันคือ ธนาธรขายหุ้นแล้ว โอนแล้ว แต่ศาลไม่เชื่อ ในระหว่างการพิจารณาคดี ศาลจึงสั่งให้พักการทำหน้าที่ไว้ก่อนเลย แต่กรณี 27 ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ ยังถือหุ้นสื่ออยู่อย่างชัดเจน แต่จะผิดหรือไม่ผิดในเมื่ออยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ก็ต้องพักการทำหน้าที่ไว้ก่อนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวว่า พรรคพปชร. จะขอคุ้มครองชั่วคราวให้ 27 ส.ส. ได้ทำหน้าที่ต่อไปได้ โดยอ้างหน้าด้านๆว่า &amp;quot;การสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในหลายคดีไม่เหมือนกัน&amp;quot; นอกจากนี้นายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.และเป็นทนายของพรรค พปชร. ยังสารภาพออกมาชัดๆว่า &amp;quot;ผมมีหน้าที่ทำอย่างไรก็ได้ให้ 27 ส.ส. ยังสามารถทำหน้าที่ได้จนจบภารกิจ&amp;quot; เหตุผล ก็(กู)จะเอาอย่างนี้ (กู)จะเอาเปรียบเพื่อให้รัฐบาลประยุทธ์อยู่ต่อไปได้ แต่กรณีของธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นอย่างไรก็เรื่องของมัน(มึง) ใช่ไหม? เห็นๆกันอย่างนี้ยังตอแหลว่า ไม่สองมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38996</URL_LINK>
                <HASHTAG>27 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ, วีระ สมความคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc806243b64e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
