<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นศาลสกัดตั้งสสร. พปชร.-สว.ตีความแก้รธน.พท.โวยจ้องล้มทั้งกระดาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พปชร.ไม่ง้อพรรคร่วมรัฐบาล สั่ง ส.ส.ร่วมลงมติกับ 250 ส.ว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแก้ไข รธน.เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ไม่ชอบด้วย รธน. &amp;quot;วิรัช&amp;quot; เปรียบเหมือนคนป่วยต้องเอกซเรย์ก่อน เชื่อไม่กระทบกระบวนการแก้ รธน. &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot;&amp;nbsp; โวยเตะถ่วง ชี้แนวปฏิบัติที่ผ่านมาการยื่นศาลหลังผ่านกระบวนการรัฐสภาแล้ว จึงถือว่าผู้มีอำนาจหวังล้มกระดานแก้ รธน. เตือนจะเกิดปฏิกิริยาทางสังคม สร้างความแตกแยกประชาชนลุกฮือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งมีวาระพิจารณาในญัตติด่วนเพื่อขอมติจากรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. พร้อมคณะเป็นผู้เสนอว่า มี ส.ส.และ ส.ว.ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว ซึ่งในวิปรัฐบาลวันนี้จะหารือกันอีกครั้งว่าจะสนับสนุนญัตติดังกล่าวหรือไม่ รวมถึงพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียด้วย เบื้องต้นตนมองว่าหากเกิดกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาล เช่นพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่เห็นด้วย อาจจะให้ฟรีโหวต ทั้งนี้ในส่วนของ ส.ส.พรรค พปชร.นั้น ทราบว่า ส.ส.ของพรรคทั้งหมดจะลงมติให้ส่งตีความไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัดสินและชี้ขาดต่อเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมติรัฐสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะไม่เสียหายต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการ&amp;nbsp; รัฐสภาเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเร่งพิจารณาโดยเร็ว เพราะวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ รัฐสภาจะพิจารณาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสอง และหลังจากนั้นอีก 15 วัน หรือช่วงกลางเดือนมีนาคม จะเข้าสู่วาระสาม ดังนั้นมีระยะเวลาประมาณ 1&amp;nbsp; เดือน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำได้ก็เดินหน้า แต่หากให้หยุดก็ต้องหยุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการยื้อหรือไม่&amp;nbsp; นายวิรัชกล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการยื้อแต่อย่างใด แต่เราต้องตรวจสอบ เหมือนกับเราป่วยแล้วไปหาหมอแต่ไม่ยอมเอกซเรย์ ถามว่าจะรักษาหายได้อย่างไร เพราะวันนี้ถามผู้รู้ตามกฎหมาย บางคนบอกแก้ไขได้ บางคนบอกแก้ไขไม่ได้ แต่คนที่บอกถูกต้องและผูกพันทุกองค์กรคือศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; ถึงวันนี้ไม่ถาม ก็มีญัตติของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.และคนอื่นๆ ที่ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญยังค้างอยู่ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ให้นายเรืองไกรยื่นเอกสารเพิ่มเติม ฉะนั้นเราจะทำหรือไม่ทำ ศาลก็ต้องพิจารณาในส่วนนี้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค พปชร. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ ส.ส.ของพรรค พปชร.ลงมติเห็นชอบญัตติที่เสนอโดยนายไพบูลย์และนายสมชาย&amp;nbsp; แสวงการ ส.ว.ที่ขอให้รัฐสภามีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) กรณีเห็นว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลมีมติให้ฟรีโหวต เนื่องจากแต่ละพรรคมีจุดยืนในเรื่องราวแตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก พปชร.แจ้งว่า เชื่อว่าญัตติดังกล่าวจะถูกส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เพราะใช้เสียงของพรรค พปชร. 121 เสียง และเสียง ส.ว. 250 เสียง รวม 371&amp;nbsp; เสียง จากเสียงทั้งหมด 728 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา โดยไม่จำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนสาเหตุที่ ส.ว.จะลงมติเห็นด้วย เพราะต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความให้เกิดความมั่นใจว่า ส.ส.ร.จะสามารถยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ เพราะหากไม่มีการยื่นตีความก่อน การโหวตในวาระ 3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับเสียง ส.ว.โหวตเห็นชอบจำนวน 1 ใน 3 อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp; กล่าวว่า? มติของ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 12 คน จะลงมติไม่เห็นชอบต่อญัตติด่วนเพื่อขอมติจากรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2)&amp;nbsp; ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. พร้อมคณะเสนอ ส่วนตนนั้นเตรียมการอภิปรายเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเสนอญัตติด้วย เพื่อยืนยันในความเห็นต่อการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย อาทิ ส่วนของ ส.ว.&amp;nbsp; และเห็นคัดค้าน อาทิ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านและ ส.ส.ร่วมรัฐบาล ในส่วนของการทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.)&amp;nbsp; กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ. พรรคพลังประชารัฐและ ส.ว.ได้เสนอญัตติด่วนเพื่อให้มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา&amp;nbsp; ถือเป็นการถ่วงเวลาซ้ำซากฝืนความต้องการของประชาชน&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้าน และภาคประชาชนเกือบแสนรายชื่อโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน&amp;nbsp; (ไอลอว์)&amp;nbsp; ยังคงยึดมั่นในจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา&amp;nbsp; 256 ที่มาของ ส.ส.ร.ที่ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทวงคืนอำนาจประชาชนผ่านระบบรัฐสภาอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามถ่วงเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านวิธีการต่างๆ มาโดยตลอดรวม 3 ครั้ง&amp;nbsp; ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ได้เพราะเสียงของ ส.ว.ที่ตนเองแต่งตั้ง อย่าให้ประชาชนหมดศรัทธา ระวังอย่าราดน้ำมันเข้ากองไฟ หรือต้องให้ไทยเลียนแบบเมียนมาไล่เผด็จการ&amp;quot; น.ส.อรุณีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมฯ กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นความพยายามที่จะขัดขวางไม่ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาล ที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามที่จะยื้อเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ล่าสุด กมธ.มีมติให้ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างโดยประชาชน และเห็นชอบโดยประชาชน เพื่อเป็นทางออกให้ประเทศ แต่สุดท้ายก็มีความพยายามของฝ่ายรัฐบาลที่อาศัยระเบียบข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เสนอญัตติด่วนเพื่อให้รัฐสภาโหวตส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสนอญัตติด่วนเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในช่วงเวลาที่รัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่แนวปฏิบัติที่ผ่านมาการยื่นให้ศาล รธน.ตีความ จะเกิดขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการของรัฐสภาแล้ว&amp;nbsp; อาจถือเป็นความพยายามของฝ่ายผู้มีอำนาจที่จะล้มกระดานการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้ประชาชนจับตาความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาลในการประชุมร่วมรัฐสภา 9 ก.พ.นี้ ว่ามีความจริงใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ หรือเพียงจะซื้อเวลาและหาทางสกัดไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;quot; นางสาวจิราพร กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะชี้แจงเหตุผลเต็มที่ เพื่อคัดค้านการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะไม่เห็นด้วยกับการส่งตีความ โดยหลักสามัญสำนึกและหลักประชาธิปไตยนั้น รัฐสภามีสิทธิ์แก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้แก้แบบหลักลอย แต่เป็นการแก้ที่ยึดโยงกับประชาชน ดังนั้นการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจึงเป็นการขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องน่ากังวล ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด ยิ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้ ทุกอย่างจะมีความเสี่ยงมากขึ้น จะทำให้การแก้ไขกติกาประเทศเกิดความไม่แน่นอน และจะเกิดปฏิกิริยาในสังคมที่น่าวิตก มีความแตกแยกตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา&amp;nbsp; 256 ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เป็นระเบิดเวลาสำคัญ เพราะผู้ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังไม่รู้จักคำว่าพอ&amp;nbsp; พฤติกรรมเช่นนี้จะจุดชนวนให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมา เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ขวางการแก้รัฐธรรมนูญนั้นยังเป็นกลุ่มเดิม คืออดีตกลุ่ม ส.ว. 40 เริ่มสำแดงฤทธิ์ต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะชะงักงัน เจตนาของคนอดีตกลุ่ม ส.ว. 40 ต้องการจะมีเรื่องมากกว่า เพราะคิดว่าได้เปรียบ ถ้าต้องการท้าทายในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ก็ต้องเจอกันในสนามของประชาชน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการแก้ รธน., พปชร., ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_60214be0d926f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งบ63สะดุดเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ย้ำต้องยึดความถูกต้องไม่ใช่ภาพลักษณ์เรื่องเสียบบัตร ลั่นมีการสมคบกันทำเป็นขบวนการ &amp;ldquo;สรศักดิ์&amp;rdquo; เผยผลสอบแล้วพบลงคะแนนแทนตั้งแต่มาตรา 31-55 เล็งชงสภาให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างงบประมาณโมฆะหรือไม่ &amp;ldquo;นิพิฏฐ์&amp;rdquo; แฉซ้ำอีกราย &amp;ldquo;นาที&amp;rdquo; อยู่แดนมังกรวันลงมติ &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; ขึงขังตั้งคณะกรรมการสอบ โวไม่เลี้ยงแน่หากผิดจริง &amp;ldquo;สภาสูง&amp;rdquo; ชี้ไม่มีหน้าที่ตีความลุยโหวตผ่านกฎหมายงบฉลุย 255 เสียง &amp;ldquo;เหลิม&amp;rdquo; แช่งพวกจัญอัปปล่อยข่าวซูเอี๋ยอภิปราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 21 มกราคม ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พบนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลงมติในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ทั้งที่ไม่อยู่ในห้องประชุม&amp;nbsp;
โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ต้องให้เวลาเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังว่ามีการเสียบบัตรแทนกันจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา ต้องตรวจสอบให้เสร็จภายในกี่วัน ซึ่งปกติบัตรลงคะแนนมักอยู่ที่ ส.ส.แต่ละคน แต่ ส.ส.ส่วนหนึ่งมักทิ้งบัตรคาเครื่องลงคะแนนไว้จริงๆ เมื่อเลิกประชุมแล้วเจ้าหน้าที่จะไปดึงบัตรเหล่านี้ออกจากเครื่องในทุกที่นั่งแล้วนำมาเก็บไว้ พอตอนเช้ามา ส.ส.จะมาขอบัตรลงคะแนนจากเจ้าหน้าที่ที่เก็บไว้
&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เคยสั่งให้ตรวจสอบกรณีนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในลักษณะเดียวกัน แต่สุดท้ายแล้วไม่สามารถชี้ได้ว่าใครเป็นคนกดบัตรให้ ที่ผ่านมาเตือนตลอดเวลาว่าอย่าไปลงมติซ้ำหรือไปทำอะไรผิด เพราะนิติบัญญัติต้องเป็นแบบอย่างในการเคารพเสียงประชาชนและกติกาบ้านเมือง อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องไม่ทำ ได้เตือนตลอดเวลาให้ระมัดระวังเรื่องเหล่านี้&amp;rdquo;นายชวนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเสียบบัตรคาไว้บนเครื่องอาจเปิดโอกาสให้เกิดการเสียบบัตรแทนกันได้หรือไม่ นายชวนตอบว่า ทั่วไปถ้าไม่สมคบกันคงไม่มี อยู่ดีๆ จะไปกดบัตรแทนคนอื่นได้อย่างไร การเสียบบัตรคาไว้เป็นเรื่องปกติ เพราะบางเรื่องต้องลงมติหลายครั้ง เช่น เรื่องงบประมาณ แต่ถ้าเสียบคาไว้แล้วคนอื่นมากดแทนให้ไม่ค่อยมี ยกเว้นแต่ฝากให้เพื่อนมากดแทนก็เป็นอีกเรื่อง ทำไม่ได้ หากพบว่ามีการเสียบบัตรแทนกันก็ต้องมีมาตรการบางอย่าง ต้องดูเจตนารมณ์ เรื่องนี้อยู่ที่ความรับผิดชอบแต่ละคน ขอรอดูผลสอบก่อนแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีจะดำเนินการอย่างไร
&amp;ldquo;อย่าไปห่วงภาพลักษณ์ ให้ห่วงความชอบธรรม ความถูกต้องดีกว่า เมื่อสภาเป็นสถาบันหลัก ต้องสร้างมาตรฐาน ไม่ใช่ไปปกปิดความจริงกัน ต้องให้โอกาสความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;rdquo; นายชวนตอบกรณีดังกล่าวจะกระทบต่อภาพลักษณ์การทำงานของสภาหรือไม่
เมื่อสอบถามอีกว่า การเสียบบัตรแทนกันจะมีผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่ผ่านความเห็นชอบไปแล้วต้องโมฆะหรือไม่ นายชวนตอบว่า เป็นคนละเรื่องกัน สภาทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน แต่โดยหลักแล้ว บัตรของใครถือว่าเป็นของคนนั้นเป็นผู้ทำหน้าที่ แต่ในทางปฏิบัติอาจเป็นไปได้ที่มีคนแอบฝากกัน แต่ไม่สามารถเป็นเหตุที่อ้างได้
เสียบบัตรแทนกันจริง!
ต่อมาในช่วงบ่าย นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลตรวจสอบดังกล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับทีมกฎหมายแล้วพบว่า 1.ข้อกล่าวหาของนายนิพิฏฐ์เป็นความจริง โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักชวเลขมาตรวจสอบ ซึ่งพบว่าในมาตรา 31-55 มีชื่อนายฉลองร่วมลงมติจริง 2.ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการเก็บรักษาบัตรลงคะแนนในห้องประชุมมาให้ข้อมูล ปรากฏว่าบัตรนายฉลองเบิกไปใช้จริง และลงมติในวันที่ 8-11 ม.ค. โดยไม่ได้ส่งบัตรคืนเจ้าหน้าที่ และพบอีกครั้งว่าบัตรเสียบค้างไว้ที่เครื่องลงคะแนนในวันที่ 11 ม.ค. และ 3.ได้เรียกฝ่ายเทคนิคมาช่วยตรวจสอบช่องเสียบบัตรลงคะแนน แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเสียบบัตรในตำแหน่งใด อีกทั้งกล้องของฝ่ายเทคนิคไม่ได้จับภาพบุคคล&amp;nbsp;
&amp;ldquo;คณะกรรมการฯ จึงมีความเห็นว่าข้อกล่าวหาเป็นจริง ทำให้ผลการลงมติตั้งแต่มาตรา 31-55 และข้อสังเกต ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นกระบวนการที่จะทำให้ถูกต้องคือ ต้องทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 139 ที่ให้สมาชิกของรัฐสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 75 คน เสนอประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่&amp;rdquo; นายสรศักดิ์กล่าว และว่า ได้แจ้งผลให้นายชวนทราบแล้ว โดยจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือในที่ประชุมสภาในวันที่ 22 ม.ค. เพื่อดูว่าที่ประชุมสภาจะเห็นเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า มีการเสียบบัตรและกดลงมติแทนนายฉลองจริงใช่หรือไม่ นายสรศักดิ์กล่าวว่า ถูกต้อง แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นบุคคลใดที่นำบัตรไปเสียบไว้ในช่องไหน เพราะที่นั่งมีเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.นราธิวาส กล่าวในเรื่องนี้ว่า การที่ ส.ส.จะเข้าหรือไม่เข้าประชุมสภา เป็นเรื่องของสภา เป็นเรื่องของการเมือง อย่าเอาปัญหานั้นปัญหานี้มาถาม เพราะเป็นรัฐบาลมีหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร บางเรื่องเป็นเรื่องของสภา บางเรื่องเป็นเรื่องของคนอื่น ก็ขอให้ไปถามคนที่พูดหรือคนที่ทำเรื่องนั้น รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในฐานะฝ่ายบริหาร แต่สภาอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าเอาเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติมาถามฝ่ายบริหาร เพียงแต่ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนยอมรับกติกาอยู่แล้ว
&amp;quot;เรื่องที่ว่ามีเสียบบัตรแทนกันอย่ามาถามผม ทุกคนทราบดี ขอให้ไปตรวจสอบกันมาว่าทำถูกหรือไม่ถูก&amp;quot; นายกฯ กล่าว และว่า ส่วนกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการตรวจสอบ ถ้ามีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก็ดำเนินการไป สิ่งสำคัญที่สุดคือตนเองต้องแก้ปัญหาอย่างไรให้การใช้จ่ายงบประมาณมีเงินเพียงพอ&amp;nbsp;
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะเป็นโมฆะหรือไม่ โดยระบุสั้นๆ ว่ายังไม่ทราบรายละเอียด
นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวในเรื่องนี้ว่า ไม่รู้สึกกังวลอะไร เพราะต้องรอดูข้อกฎหมายให้ชัดเจน&amp;nbsp;
ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุว่า เพิ่งเดินทางกลับจากอินเดียเมื่อวันที่ 20 ม.ค. จึงยังไม่ได้คุยกับนายนิพิฏฐ์&amp;nbsp;
แฉเพิ่ม&amp;quot;นาที&amp;quot;ไม่อยู่
ด้านนายนิพิฏฐ์โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ที่ระบุว่าเหมือนสุนัขพันธุ์บูลด็อกที่กัดไม่ปล่อย ว่าไม่สุภาพ พูดไม่ให้เกียรติกัน แต่ไม่เป็นไร สันดานท่านอาจเป็นคนอย่างนั้น ซึ่งไหนๆ ก็ว่ากัดไม่ปล่อยแล้ว จึงขอนายศุภชัยช่วยตรวจสอบการกดบัตรของ ส.ส.อีกราย โดยเมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ขณะมีการประชุมงบประมาณ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. เดินทางไปประเทศจีน
&amp;ldquo;ลองตรวจดูหน่อยสิครับว่าหลังจากเช็กอินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วบัตรของคุณนาทียังมีการกดโหวตอยู่ที่สภาหรือเปล่า อย่าว่าใครผิดใครถูกเลย ถือว่างานนี้ผมท้าให้ท่านเปิดเผยข้อมูลก็แล้วกันครับ แล้วมาดูกันว่าข้อมูลในมือของท่านกับข้อมูลในมือของผมตรงกันหรือเปล่า&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์โพสต์
ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ยังได้โพสต์ภาพหมู่ของกรุ๊ปทัวร์ดูงานตามโครงการพัฒนาความสัมพันธ์ด้านการศึกษา การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนระหว่างจังหวัดระนองกับเมืองซานเหมินเซียะ มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 11-15 มกราคม 2563 อีกรวม 3 ภาพ
นายนิพิฏฐ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่ได้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชาวบ้านในพื้นที่ส่งมาให้ และฝากให้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ส.ส. ส่วนกรณีของนายฉลองที่เจ้าตัวออกมายอมรับว่าขาดการประชุมสภาจริง โดยเสียบบัตรทิ้งไว้ที่เครื่องลงคะแนนนั้น ต้องแยกเป็น 2 ส่วนคือ 1.กรณีความไม่สมบูรณ์ของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตั้งแต่มาตรา 31 จนถึงปิดการประชุมในวาระที่ 3 ถ้ามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญก็อาจขัดรัฐธรรมนูญตามแนวทางคำวินิจฉัยคดีที่ 3-4/2557 ในคดีร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และ 2.นายฉลองจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น ต้องดูว่าเจ้าตัวรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ในการให้ผู้อื่นเสียบบัตรลงคะแนนแทน
&amp;ldquo;ยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้มีเจตนาให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเป็นโมฆะ ซึ่งอาจทำได้โดยการให้หักมติที่นายฉลองลงออก และยืนยันว่าผมไม่ได้เอาคืนพรรคภูมิใจไทยหลังแพ้เลือกตั้งเขต 2 พัทลุง&amp;rdquo;นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ภท. ระบุว่า ในวันประชุมดังกล่าวเห็นนายฉลองมาร่วมประชุมด้วย แต่ไม่ทราบว่ามีช่วงไหนบ้างที่นายฉลองไม่อยู่ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสภาจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องว่าไปตามนั้น และพรรคเองก็มีประมวลจริยธรรมนักการเมืองอยู่ เรื่องนี้ต้องให้สภาเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบเป็นหลัก หากผิดจริงทางพรรคก็จะดำเนินการต่อไป
นายศุภชัยกล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการในการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของพรรค โดยมีนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรค เป็นประธาน โดยมีบทลงโทษหากผิดจริงคือ หากไม่ร้ายแรงก็ตักเตือน และหากผิดร้ายแรงก็ให้พ้นจากสมาชิกภาพ ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบให้เร็วสุด
นายศุภชัยกล่าวว่า ได้ถามเรื่องดังกล่าวแก่นายฉลอง โดยนายฉลองชี้แจงดังนี้ 1.ยอมรับว่าไม่ได้ลงมติ 2.ยอมรับว่าลืมบัตรไว้ 3.ไม่ทราบว่ามีการกดบัตรลงคะแนน 4.มีเพื่อน ส.ส.นำบัตรมามอบให้อีก 2-3 วันต่อมา 5.ยอมรับผิดที่ลืมบัตร และขอโทษต่อชาวพัทลุง ขอโทษต่อพรรค ขอโทษต่อสภา 6.พร้อมชี้แจงต่อกรรมการสอบสวนของพรรคและสภา และ 7.เป็นบทเรียนของ ส.ส.ใหม่ ที่จะจดจำและนำไปเตือนใจทุกครั้งในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;
เสี่ยหนูลั่นไม่เลี้ยงแน่
ขณะที่นายอนุทินระบุว่า ต้องรอผลการสอบก่อน ขอย้ำว่ากฎระเบียบของพรรคชัดเจนว่าหาก ส.ส.คนใดทำผิดกฎระเบียบของพรรคก็จะมีมาตรการลงโทษ ดังนั้นหากนายฉลองทำผิดจริง ยืนยันไม่เลี้ยงเอาไว้แน่นอน โดยเบื้องต้นทราบว่านายฉลองลืมบัตรไว้ที่สภา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มีคนลืมไว้ แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ถ้าในวันที่ 22 ม.ค. ที่จะมีการประชุมพรรค หากเจอตัวต้องตำหนิอย่างรุนแรง ต้องหวดกันบ้าง เพราะการประชุมสภาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องขออภัยด้วย ดังนั้นในฐานะหัวหน้าพรรคจะกำชับ ส.ส.และเข้มงวดให้มากกว่านี้ เพราะการอยู่ในห้องประชุมถือเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้ใครมากดบัตรแทน ซึ่งเชื่อว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้สั่งให้ใครมากดแทน เพราะต้องทราบดีถึงโทษและระเบียบอยู่แล้ว ทั้งนี้ ขอรอผลการสอบ เพราะทราบว่าสภาก็ตั้งกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
&amp;ldquo;กรณีนางนาทีอยู่ รูปปรากฏตัวอยู่ที่จีน แต่กลับมีชื่อเป็นองค์ประชุมในการโหวตนั้น ยังไม่ทราบในรายละเอียด แต่การที่นางนาทีเดินทางไปครั้งนี้ดูเหมือนว่าแจ้งให้ทราบ ต้องกลับไปดูอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ เวลาประชุมพรรคก็บอกตลอดว่าต้องใส่ใจ ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญก็ต้องอยู่ประชุม&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนายนิพิฏฐ์แพ้ให้นายฉลอง แล้วออกมาแฉในเรื่องนี้จะทำให้กระทบความสัมพันธ์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ความจริงทุกคนควรมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การแข่งขันเป็นเรื่องปกติ ถ้าชนะก็ต้องไม่ประมาท ถ้าแพ้ก็ต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ไม่ใช่ใช้อารมณ์ส่วนตัว มาหาวิธีแก้มือกัน ซึ่งคิดว่าคงไม่กระทบ เพราะทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และอยากให้ยึดถือผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้บ้านเมืองเสียหาย ถ้าผิดก็ว่าตามผิด พูดได้คำเดียวถ้าเขาผิดก็ไม่เลี้ยง
สำหรับความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวหลังประชุมวิปฝ่ายค้านว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรคจะติดตามการกดบัตรแทนกัน เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่นอกจากกระทบต่อมาตรฐานจริยธรรมของ ส.ส.แล้ว ยังมีผลอาจทำให้กฎหมายหลายฉบับถูกตีความว่าเป็นโมฆะหรือไม่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.งบประมาณฯ หากเทียบเคียงกับกรณีการเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำให้กฎหมายดังกล่าวเป็นโมฆะ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อยากให้รัฐบาลเคลียร์เรื่องเหล่านี้ให้จบ ไม่อยากให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะวันนี้มีทั้งเรื่องสมาชิกภาพพรรคอนาคตใหม่จะหาทางออกอย่างไร เรื่องนายฉลองกับนายขจิตรเกี่ยวกับการกดบัตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ประธานสภาฯ ต้องสะสางหาคำตอบ&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
ส.ว.ลุยลงมติเห็นชอบงบ
ส่วนในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานก่อนเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้มีการหารือถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งนายพรเพชรวินิจฉัยว่า ผู้รับผิดชอบโดยตรงคือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ร่างกฎหมายนี้ส่งมาอย่างเป็นทางการยังวุฒิสภา ก็ต้องถือว่าร่างที่ส่งมาถูกต้อง อีกทั้งวุฒิสภาคงไม่มีอำนาจวินิจฉัยหรือดำเนินการว่าร่างกฎหมายนี้ถูกหรือผิด&amp;nbsp;
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า ส.ว.มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างในส่วนเนื้อหาเท่านั้น แต่กรณีที่เกิดขึ้นอยู่นี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา แต่เป็นเพียงกระบวนการกล่าวหาในชั้นของสภา องค์กรที่มีหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดคือศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน แต่หากยังไม่มีคำตัดสิน ถือว่ายังเป็นความถูกต้อง
จากนั้นเวลา 16.15 น. ภายหลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น นายพรเพชรสั่งให้สมาชิกแสดงตนเพื่อเช็กองค์ประชุม และลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ด้วยคะแนน 225 ต่อ 0 งดออกเสียง 8 เสียง ไม่ออกเสียงไม่มี
วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 8 พรรค พท. มีการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย, คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ กล่าวว่า ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมามีข่าวสับสน ซึ่งคนปล่อยข่าวบัดซบ เป็นพวกจัญอัป ปล่อยข่าวว่าไปกินข้าว ไปพูดคุย ตกลงรับเงินจากบางคนเพื่อไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคน ขอสาปแช่งคนที่เอาข่าวไปพูดและคนออกข่าวให้พบกับความวิบัติ และถ้าคณะตนเองทำเช่นนั้น ขอให้เกิดความวิบัติเช่นกัน
&amp;ldquo;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีซูเอี๋ย ไม่มีดีล มีแต่การเอาข้อเท็จจริงมาบอกประชาชน บอกกับสื่อมวลชนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เหมาะที่จะบริหารประเทศชาติอีกต่อไปนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายใครบ้าง แต่ส่วนของกิจการพิเศษวางไว้ 5 คน วันนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ไฟนอล แล้วจะมาดีลอะไรกับผม ไม่เคยเล่นการเมืองอะไรเลวๆ แบบนั้น ต้องด่ารัฐบาลชุดนี้มันกลัวเงาผม เลยต้องมาขย่ม เสียดายรอบนี้ไม่ได้เข้าสภาเลยออกไม่เต็มหมัด แต่ถึงออกได้แค่ครึ่งหมัดก็ล้มรัฐบาลได้&amp;rdquo; ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายค้านมีมติยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 29 ม.ค.นี้ โดยหัวหน้าแต่ละพรรคจะเป็นผู้สรุปรายชื่อผู้ที่จะถูกอภิปรายร่วมกัน ก่อนยื่นญัตติอภิปราย ซึ่งตัวเลขผู้ที่จะถูกอภิปรายเบื้องต้นคือ 7 บวกๆ เราจะคุยกันเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่ 29 ม.ค.
นายสุทินกล่าวว่า รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจากเดิม 5 คน อาจเป็น 7 คนหรือไปถึง 8-9 คนได้ ซึ่งรายชื่อที่อยู่ในข่ายประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ, นายอุตตม, นายศักดิ์สยาม, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ที่ข้อมูลหลักฐาน.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55180</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e270074bcaeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
