<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าการ กคช. ยืนยัน“โครงการบ้านสุขประชา” ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย ยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามกฎหมายพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;(กคช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีมีการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบโครงการบ้านเคหะสุขประชาว่า การดำเนินโครงการบ้านเคหะสุขประชา อยู่ภายใต้กรอบแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี ตามมติ ครม. ซึ่งการเคหะแห่งชาติดำเนินการถูกต้องตามข้อกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ แผนโครงการนำร่องระยะเร่งด่วน บ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; จำนวน 2 แห่ง คือโครงการฯ ฉลองกรุงและร่มเกล้ารวม 572 หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงทุน ตามมติครม.ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนระหว่างปี โดยอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอครม. เพื่อให้ความเห็นชอบภายหลังจากนำผลการดำเนินงานโครงการนำร่องเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกอบการนำเสนอโครงการบ้านเคหะสุขประชาต่อไป เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความบอบช้ำในอดีตที่เกิดขึ้นกับโครงการของการเคหะแห่งชาติอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินงานถมดินของโครงการ ตามหนังสือของ สศช. ลงวันที่10 กันยายน 2563 อนุมัติการปรับปรุงงบลงทุนประจำปี 2563 เพิ่มวงเงินดำเนินการ 821.125 ล้านบาท โดยผูกพันไปดำเนินการในปีงบประมาณ 2564 เพื่อให้ กคช. สามารถดำเนินการถมดินเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามศักยภาพและความสามารถ ซึ่งอยู่ในงบลงทุนเพื่อการดำเนินงานปกติ แผนรายปี เป็นงบประมาณรายการเดียวซึ่ง กคช.ดำเนินการภายใต้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ จำนวน 821.125 ล้านบาท โดยดำเนินการตามผลการศึกษาความเหมาะสมในการจัดทำโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; มีเป้าหมายที่จะดำเนินการในพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการจัดจ้าง บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด (CEMCO) ซึ่งเป็นบริษัทที่ กคช. ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นไปตาม พรบ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดทุกโครงการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นยินดีให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน ขอยืนยันทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความโปร่งใสในการทำงาน และพร้อมที่จะตอบชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;rdquo; นายทวีพงษ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กคช., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การพัฒนาบ้านเช่า, การเคหะแห่งชาติ, การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ตรวจสอบโครงการบ้านเคหะสุขประชา, นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, บ้านเคหะสุขประชา, ป.ป.ช., ยื่นหนังสือ, แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี, โครงการบ้านเคหะสุขประชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138a4781b29b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สหภาพฯ&#039;เตรียมร้องนายกฯทบทวนมติ ครม.ตั้ง;บุญชอบ&#039;เป็นปลัดแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64-มีรายงานว่า นายสุพจน์ พงษ์สุพัฒน์ ประธานสหภาพข้าราชการและคนทำงานภาครัฐ ได้เตรียมยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแะรมว.กลาโหม วันที่ 23 ส.ค. เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนมติครม.กรณีแต่งตั้งนายบุญชอบ สุทธมนัสวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นปลัดแรงงานแทนนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงานที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
เพื่อให้โอกาสแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงแรงงานเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) กล่าวว่า โดยหลักการงานแต่ละงานต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ คนที่เติบโตในกระทรวงแรงงานก็เช่นกัน มิใช่งานลองผิดลองถูกและควรให้ความสำคัญ นอกจากนี้เรื่องขวัญกำลังใจก็สำคัญเพราะตำแหน่งสูงสุดคือปลัดกระทรวงฯ คนที่มีคุณสมบัติที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งในกระทรวงแรงงานก็ท้อแท้ เมื่อเอาคนนอกเข้ามา และข้าราชการอื่นๆในระดับล่างๆลงไปก็ไม่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งเป็นลูกโซ่ ภารกิจสำคัญของกระทรวงนี้เป็นงานละเอียดอ่อนต้องรู้ใจคน ต้องแก้ปัญหาคนเยอะเพราะมีผู้ใช้แรงงาน 30-40 ล้านคน จึงควรเลือกคนที่มีความรู้ความชำนาญในกระทรวงแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่ได้เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นที่ย้ายคนนอกมานั่งตำแหน่งนี้ การยืนยันว่าทำงานกับรัฐมนตรีได้เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าข้าราชการในกระทรวงแรงงานปล่อยเกียร์ว่างจะทำอย่างไร ยิ่งตอนนี้มีสถานการณ์โควิดอยู่ด้วย ไม่ใช่ใช้ใครก็ได้มาทำงาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114173</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ตั้งปลัดกระทรวงแรงงาน, นายกรัฐมนตรี, มติครม, ยื่นหนังสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6122404472f94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายองค์กรชุมชนกว่า 40 จังหวัดยื่นหนังสือผ่าน ผวจ. ถึงรัฐบาล-รัฐสภา ค้านร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร  ด้านภาคประชาสังคมชี้เป็นกฎหมายควบคุมประชาชน-กลัวรับเงินต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ตัวแทนองค์กรชุมชนจังหวัดตากคัดค้านร่าง พ.ร.บ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.สุพรรณบุรียื่นหนังสือคัดค้านผ่านนายชวน&amp;nbsp; หลีกภัย&amp;nbsp; ประธานรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ภูมิภาค /เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศกว่า 40 จังหวัด &amp;nbsp;ยื่นหนังสือรัฐบาลและรัฐสภา&amp;nbsp; เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน เพราะเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ต้องการรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; โดยละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp;ด้านภาคประชาสังคมชี้เป็นกฎหมายควบคุมการทำงานของภาคประชาชน&amp;nbsp; ขัดกับหลักการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และสร้างมายาคติว่า NGO รับเงินต่างชาติมาล้มรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน &amp;nbsp;ในการประชุมเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2564 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอ &amp;nbsp;โดยให้เพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้รักษาการตามร่างกฎหมายนี้ &amp;nbsp;และให้ สคก. รับร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. &amp;hellip;. ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; รวมทั้งความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปประกอบการยกร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน &amp;nbsp;ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ซึ่งรวมกลุ่มทำกิจกรรมหรือทำโครงการพัฒนาชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ในนามขององค์กร&amp;nbsp; มูลนิธิ&amp;nbsp; รวมทั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ซึ่งทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นทั่วประเทศ&amp;nbsp; และเข้าข่ายเป็นองค์กรที่ไม่แสงหาหารายได้หรือกำไรนำมาแบ่งปันกันตามร่างกฎหมายนี้ต่างมีความเห็นคัดค้าน&amp;nbsp; เนื่องจากเห็นว่าร่างกฎหมายนี้ต้องการรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; โดยจงใจละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการขัดขวางการรวมกลุ่มรวมตัวขององค์กรสาธารณะประโยชน์ที่เป็นภาคเอกชน &amp;nbsp;ภาคประชาชน &amp;nbsp;และภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;เครือข่ายประชาชนทั่วประเทศยื่นหนังสือค้านร่างกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดวันนี้ (4 มิถุนายน) ตั้งแต่เวลา 9.00 น.&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนได้รวมตัวกันยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp; ศูนย์ดำรงธรรม&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งตัวแทนพรรคการเมือง&amp;nbsp; เพื่อส่งหนังสือคัดค้านต่อไปยังรัฐบาล&amp;nbsp; รัฐสภา &amp;nbsp;และพรรคการเมือง&amp;nbsp; รวมกว่า 40 จังหวัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ภาคเหนือ&amp;nbsp; จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp; (สภาองค์กรชุมชนตำบล 17 แห่ง) เชียงใหม่&amp;nbsp; พิษณุโลก&amp;nbsp; สุโขทัย&amp;nbsp; ตาก&amp;nbsp; ภาคอีสาน&amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ภาคกลาง&amp;nbsp; จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; ภาคตะวันออก&amp;nbsp; จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp; และภาคใต้&amp;nbsp; จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp; กระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ตัวแทนองค์กรภาคประชาชนจังหวัดขอนแก่นยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีสาระสำคัญคือ ขอให้รัฐบาลทบทวนการเสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2564 โดยอ้างความจำเป็นในการร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวว่า เพื่อให้มีกฎหมายกลางในการกำกับการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ฯ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศอย่างแท้จริง ปราศจากไถยจิต ( จิตคิดจะขโมย, ความคิดที่จะลัก หมายถึงความคิดจะถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขามิได้ให้ ด้วยอาการแห่งโจร คือมีเจตนาลัก ฉ้อ โกง)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ภาคประชาชนเห็นว่าสาระสำคัญของกฎหมายที่กำลังจะร่างนี้ขัดกับข้อเสนอของภาคประชาสังคมที่ได้มีการเสนอร่างกฎหมายส่งเสริมภาคประชาสังคม&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมการทำงานของภาคประชาสังคมให้เกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีอิสระจากรัฐและทุน &amp;nbsp;สามารถร่วมกันกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;อนาคตสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดสิทธิ &amp;nbsp;เสรีภาพ &amp;nbsp;ความเสมอภาคเท่าเทียม &amp;nbsp;ความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง &amp;nbsp;โดยมีความเห็นร่วมกันว่า&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. ร่างกฏหมายองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ฯ บังคับให้การรวมตัวของทุกกลุ่มตามรัฐธรรมนูญจะต้องจดแจ้งการเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ฯ กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดในทางอาญา (ต้องระวางโทษสูงสุดไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 บังคับให้องค์กรที่เป็นนิติบุคคล (สมาคมหรือมูลนิธิ) และองค์กรที่จดทะเบียนตามกฎหมายอื่นนอกจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่องค์กรดังกล่าวจดทะเบียนแล้ว &amp;nbsp;ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีมหาดไทยกำหนดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. บังคับให้องค์กรภาคสังคมต้องเปิดเผยแหล่งที่มาและจำนวนของเงินหรือทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมในแต่ละปี &amp;nbsp;และต้องยื่นแบบรายการภาษีเงินได้ทุกปี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. บังคับให้องค์กรภาคสังคมต้องเสนอรายงานการสอบบัญชี &amp;nbsp;โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต่อผู้รับจดแจ้งภายใน 60 วัน &amp;nbsp;นับแต่วันสิ้นปีบัญชี &amp;nbsp;และให้ผู้รับจดแจ้งเผยแพร่ต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. บังคับให้องค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ฯ ที่รับเงินหรือทรัพย์สินจากบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย หรือไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งในไทย มาใช้ในการดำเนินกิจกรรมในไทยได้เฉพาะกิจกรรมที่รัฐมนตรีกำหนดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6. บังคับให้การดำเนินงานขององค์กรต้องไม่ขัดกับระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดหรือชี้เป็นชี้ตายได้ และหากขัดกับคำสั่งดังกล่าว สามารถยกเลิกหรือยุติการดำเนินงานขององค์กรนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้แทนองค์กรชุมชนจังหวัดพิษณุโลกยื่นหนังสือผ่านผู้แทนพรรคก้าวไกล&amp;nbsp; จ.พิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เสนอความเห็นแย้ง : &amp;nbsp;ชี้เป็นกฎหมายรวบอำนาจ-ละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเอกนัฐ&amp;nbsp; บุญยัง&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการดำเนินการตามมติที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากข้อกำหนดเหล่านี้ &amp;nbsp;เห็นได้ชัดถึงความพยายามสร้างเงื่อนไข &amp;nbsp;และข้อบังคับที่ต้องการรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; โดยจงใจละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการขัดขวางการรวมกลุ่มรวมตัวขององค์กรสาธารณประโยชน์ที่เป็นภาคเอกชน &amp;nbsp;ภาคประชาชน &amp;nbsp;และภาคประชาสังคมทุกรูปแบบ&amp;nbsp; ทั้งที่ความจริงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.รัฐมีช่องทางของกฎหมายเฉพาะที่รับจดแจ้งองค์กรสาธารณประโยชน์ หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรเหล่านี้อยู่แล้ว &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การขึ้นทะเบียนสมาคมฯ มูลนิธิ &amp;nbsp;หรืองค์กรที่จดแจ้งตามกฎหมายอื่นๆ เพื่อทำหน้าที่ควบคุม หรือกำกับการดำเนินงานขององค์กรต่างๆอยู่แล้ว &amp;nbsp;อีกทั้งหากองค์กรใดดำเนินกิจกรรมที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายก็มีกฎหมายสามารถเอาผิดได้อยู่แล้ว &amp;nbsp;จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายที่มีเนื้อหาเป็นการ &amp;ldquo;ควบคุม&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;คุกคาม&amp;rdquo; การรวมกลุ่มรวมตัวของประชาชน &amp;nbsp;จึงเป็นการออกกฎหมายเกินความจำเป็นและไม่สมเหตุผล &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ร่างกฎหมายฉบับนี้ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560&amp;nbsp; เพราะไม่ได้มีขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมาย &amp;nbsp;ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมองค์กรสาธารณประโยชน์หรือองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ฯ&amp;nbsp; ทั้งการรวมตัวจัดตั้งองค์กร &amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรม &amp;nbsp;การหารายได้และการใช้จ่าย &amp;nbsp;การยุติกิจกรรมหรือยกเลิกองค์กร และการเอาผิดทางอาญา จึงเป็นการขัดกับสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวและการแสดงออกของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.รัฐบาลมีเจตนาปิดกั้นและไม่ส่งเสริมการรวมกลุ่ม รวมตัวของภาคประชาชน เนื่องจากในโอกาสเดียวกันนี้ ภาคประชาชนได้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมภาคประชาสังคม &amp;nbsp;แต่รัฐบาลกลับนำร่างกฎหมายการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกันเสนอประกบเข้ามาด้วย ซึ่งมีลักษณะเนื้อหาที่ขัดแย้ง และจะทำให้สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับประชาชนตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.การเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว ถือเป็นการปิดกั้น และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรง และไม่เคารพและเห็นถึงความสำคัญในการรวมกลุ่มรวมตัวของประชาชนเพื่อประโยชน์สาธารณะที่มีอยู่จำนวนมากในประเทศ &amp;nbsp;อันเป็น &amp;ldquo;หุ้นส่วน&amp;rdquo; การพัฒนาที่จำเป็นต้องมีในสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเอกนัฐกล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; จากเหตุผลดังกล่าว&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรชาวบ้านที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนในระดับตำบลที่มีอยู่อย่างหลากหลาย &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจ &amp;nbsp;กลุ่มอาชีพต่างๆ กลุ่มสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กองทุนชุมชน &amp;nbsp;กลุ่มท่องเที่ยวชุมชน &amp;nbsp;กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ถือเป็นการรวมกลุ่มเพื่อประโยชน์สาธารณะ &amp;nbsp;และไม่ได้แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน &amp;nbsp;จึงมีความเห็นร่วมกันว่า &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการไปเมื่อวันที่ &amp;nbsp;23 กุมภาพันธ์ 2564 นั้น &amp;nbsp;ไม่เป็นผลดีกับสังคมโดยรวม และจะเป็นการปิดกั้นการรวมกลุ่มของภาคประชาชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันถือเป็นบทบาทสำคัญของกระบวนการพัฒนาประเทศในทุกระดับ และทุกมิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งรัฐบาลควรจะส่งเสริมสนับสนุนมากกว่าการควบคุม ดังเหตุผลที่ได้กล่าวไว้แล้วเบื้องต้น &amp;nbsp;พวกเราจึงขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยความรอบคอบและมุ่งเน้นประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง เพื่อมุ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายเอกนัฐกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้แทนองค์กรประชาชนจังหวัดจันทบุรียื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดถึงนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ประธานรัฐสภา &amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคประชาสังคมยก 5 เหตุผลคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม นอกจากการยื่นหนังสือคัดค้านของเครือข่ายองค์กรชุมชนดังกล่าวแล้ว ก่อนหน้านี้ภาคประชาสังคม โดยนายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการศึกษาและพัฒนากฎหมายเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม นางสุนี ไชยรส ผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... (ฉบับประชาชน) ฯลฯ ได้ร่วมกันแถลงคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเห็นว่า มติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในหลักการของร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น ไม่มีความชอบธรรมที่จะประกาศใช้ออกมาเป็นกฎหมายในอนาคต ทั้งยังขัดกับรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 25, 26 , 34 , 40 , 42 ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.เป็นกฎหมายที่ขัดแย้งต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ที่ว่า การบรรลุเป้าหมายนี้ต้องการความเป็นพันธมิตรระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและพลเมืองเพื่อมั่นใจว่า เราจะส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นถัดไป ความหมายนี้ย่อมเน้นความเสมอภาคเท่าเทียมกันในการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว ร่างกฎหมายนี้จึงเท่ากับลดทอนความเสมอภาคของภาคประชาสังคมและพลเมืองให้อยู่ใต้การกำหนดของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.เป็นการขัดกับหลักการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Democracy) ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนในการเข้ามีส่วนร่วมโดยตรง ทั้งทางการเมืองและการบริหารราชการ มติ ครม. นี้เป็นการ &amp;ldquo;ปิดพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่แห่งความเผชิญหน้า&amp;rdquo; ขัดแย้งกับหลักการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ภาครัฐจะยิ่งขาดการยอมรับจากประชาชนมากยิ่งขึ้นว่าไม่สามารถสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมได้ เพราะทำให้ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ....ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระทรวง พม. หรือฉบับภาคประชาชน ถูกลดทอนความสำคัญลง หากถูกรวมกลายเป็นร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ฉบับเดียวกันแทน ซึ่งเป็นคนละเจตนารมณ์และหลักการที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง จาก &amp;ldquo;ส่งเสริม&amp;rdquo; จึงกลายเป็น &amp;ldquo;ควบคุมอย่างเข้มงวด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.เป็นการสร้างระบบตั๋วทุจริตแบบชอบธรรมในกลไกภาครัฐและราชการให้มากขึ้น เพราะเมื่อภาคประชาสังคมไม่มีอิสระในการทำงาน ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ที่กำกับโดยกระทรวงมหาดไทย ภาครัฐย่อมจะขาดข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วนหรือรอบคอบ โดยเฉพาะการพัฒนาในโครงการรัฐขนาดใหญ่ต่างๆ ขาดทางเลือกใหม่ๆ ในการตัดสินใจที่กระทบกับประชาชนโดยตรง ทำให้นักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจการเมืองเข้ามามีอำนาจ แก่งแย่งผลประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น กลายเป็นท้องถิ่นเผด็จการ เป็นการอภิบาลโดยรัฐตามอำเภอใจ (Governance by State) ขาดประสิทธิภาพและความโปร่งใสติดตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นนี้ย่อมสะท้อนว่าการดำเนินการต่างๆ ของรัฐ มักถูกกำหนดโดยกลุ่มอิทธิพลในสังคมข้างต้น ดังนั้นความมีอิสระในการดำเนินการของภาคประชาสังคมและพลเมืองเท่านั้น จึงจะสามารถก่อให้เกิดความสมดุลในการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 43 มาตรา 250 และมาตรา 254&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนภาคประชาชนจังหวัดปทุมธานียื่นหนังสือผ่านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.รัฐบาลไทยกำลังสร้างมายาคติเรื่องรับเงินต่างชาติมาเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้างรัฐบาล&amp;nbsp; ทั้งที่ในปัจจุบันนี้องค์กรภาคประชาสังคมส่วนมากต่างประสบปัญหาในการเข้าถึงเงินทุนต่างประเทศ นับตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา USAID, กองทุนแคนาดาเพื่อการริเริ่มของท้องถิ่น , สถานทูตอังกฤษ , สถานทูตญี่ปุ่น , กองทุนโลก ได้ลดระดับความช่วยเหลือประเทศไทยลงอย่างมาก ส่งผลให้องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานในพื้นที่ชนบทประสบปัญหา และส่งผลต่อกลุ่มเป้าหมายที่เข้าไม่ถึงการดูแล&amp;nbsp; โดยเฉพาะในปัญหาสุขภาพ&amp;nbsp; อนามัยเจริญพันธุ์&amp;nbsp; ความรุนแรงในสังคมและครอบครัว แรงงาน&amp;nbsp; สถานะบุคคล&amp;nbsp; ที่มีผลกระทบมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันการกำกับดูแลองค์กรภาคประชาสังคม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิต่างๆ ก็มีกระทรวงต่างๆ&amp;nbsp; เช่น กระทรวง มหาดไทย&amp;nbsp; กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp; และมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายอื่นๆ เป็นกลไกในการตรวจสอบโดยปกติอยู่แล้ว&amp;nbsp; โดยเฉพาะหากองค์กรภาคประชาสังคมดำเนินการใดที่ขัดต่อกฎหมายก็ย่อมถูกแทรกแซงดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. มีบทเรียนสำคัญในประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีการออกกฎหมายควบคุมองค์กรภาคประชาสังคมในการทำงาน&amp;nbsp; เมื่อเดือนสิงหาคม 2558&amp;nbsp; รัฐบาลกัมพูชามีการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมและองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ (Law&amp;nbsp; on&amp;nbsp; Associations&amp;nbsp; and&amp;nbsp; Non-governmental&amp;nbsp; Organizations&amp;nbsp; หรือ LAN GO) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;กฎหมายควบคุมเอ็นจีโอ&amp;rdquo;&amp;nbsp; สถานการณ์หลังจากประกาศใช้กฎหมายนี้&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; ภาคประชาสังคมกัมพูชาถูกคุกคาม&amp;nbsp; ถูกทำร้าย&amp;nbsp; ถูกตั้งข้อหา&amp;nbsp; และถูกจับเข้าคุก&amp;nbsp; โดยเฉพาะในการทำงานช่วยเหลือเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนองค์กรชุมชนในจังหวัดพัทลุงยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เพราะความเข้มแข็งและมั่นคงของรัฐจักต้องอาศัยความเข้มแข็งของพลเมือง&amp;nbsp; ความเข้มแข็งของพลเมืองจักเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ประชาสังคมที่เป็นอิสระจากรัฐและทุน&amp;nbsp; จึงจะสามารถกำหนดอนาคตสังคม&amp;nbsp; เพื่อสร้างให้เกิดสิทธิ&amp;nbsp; เสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียม&amp;nbsp; ความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp; หากรัฐยังคงมีวิธีคิดแบบตกขอบย่อมไม่สามารถสร้างความร่วมมือ&amp;nbsp; หรือดึงศักยภาพของภาคประชาชนมาร่วมพัฒนาประเทศได้แต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp; แถลงการณ์ของภาคประชาสังคมระบุในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105270</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sustainable Development Goals, กฎหมายควบคุมประชาชน, กฎหมายควบคุมเอ็นจีโอ, กฎหมายที่ขัดแย้งต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะกรรมการดำเนินการตามมติที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชน, ค้านร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร, นางสุนี ไชยรส, นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์, นายเอกนัฐ  บุญยัง, ปราศจากไถยจิต, ภาคประชาสังคม, ภูมิภาค, ยื่นหนังสือ, รัฐบาล, รัฐสภา, ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม, ร่างกฎหมายส่งเสริมภาคประชาสังคม, สคก., สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, องค์กรชุมชนจังหวัดพิษณุโลก, เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล, เครือข่ายองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba004d86f49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มปกป้องสถาบันฯภูเก็ตรวมตัวยื่นหนังสือแก่ผู้ว่าฯจัดการชุมนุมมั่วสุมจาบจ้วงสถาบันฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00น. กลุ่มชาวภูเก็ตปกป้องสถาบันกษัตริย์ในราชวงศ์จักรี &amp;nbsp;กลุ่มชมรมคนรักในหลวงจังหวัดภูเก็ตและ กลุ่มกปปส.ภูเก็ต &amp;nbsp;นำโดย &amp;nbsp;นายอำนวย คุ้มบ้าน ,นายศักดา พาณิชย์ &amp;nbsp;นายคณิต จิตภักดี ,นายมงคล รัตนะ พร้อมสมาชิกฯ &amp;nbsp;รวมตัวกัน ประมาณ 200 คน ถือป้ายข้อความคำปฏิญาณตน &amp;nbsp;อัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์กษัตริย์ในราชวงศ์จักรี &amp;nbsp; ธงชาติไทย ธงภปร. &amp;nbsp;โดยทั้งหมดรวมตัวกันที่บริเวณสนามชัยภูเก็ต และเดินเท้าเข้ามาที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเพื่อยื่นหนังสือคำแถลงการณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้แก้ไขปัญหากรณีกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฏร์และกลุ่มปลดแอกมั่วสุมสร้างสถานการณ์ยุยงปลุกปั่นก่อให้เกิดความไม่สงบในสังคมไทย โดยมี นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รับมอบหนังสือคำแถลงการณ์ที่บริเวณเสาธงศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแถลงการณ์ ระบุโดยสรุปว่า จากการชุมนุมทางการเมืองของคณะราษฏร์และกลุ่มปลดแอกมีการก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความขัดแย้งในประเทศไทย จนเกิดการปะทะกันได้ &amp;nbsp;ทางกลุ่มผู้ชุมนุมวันนี้ จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มคณะราษฏร์ และกลุ่มปลดแอก ยุติบทบาทโดยด่วน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ ขอให้ใช้มาตรการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเฉียบขาด ขอให้เร่งสร้างความเข้าใจข้อเท็จจริงทุกประการแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขอให้รัฐบาลกวาดล้างเพจจวบจ้วงทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างถึงที่สุด ขอให้ปรับปรุงเสริมเพิ่มหลักสูตรแบบเรียนให้เยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษาของประเทศไทยเพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงประวัติศาสตร์คุณประโยชน์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ และความสัมพันธ์ผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับปวงชนชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า วันนี้ทุกท่านได้มาแสดงเจตนารมณ์ให้รับรู้ว่าชาวภูเก็ตจะร่วมกันปกป้องดูแลสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย จะนำหนังสือส่งมอบต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณา
พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนกลุ่มผู้ชุมนุมเปล่งเสียง ทรงพระเจริญ รวม 3 ครั้ง และร้องเพลงสดุดีมหาราชา เพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยุติการชุมนุมในเวลา 10.40 น. ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของหน่วยงานความมั่นคงในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82159</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาวภูเก็ตปกป้องสถาบันกษัตริย์, กลุ่มปลดแอก, กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฏร์, ผู้ว่าภูเก็ต, ยื่นหนังสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a44c121b7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิดเห็นอย่างไร!!  ชาว 2 ล้อ รวมตัวยื่นหนังสือยกเลิกข้อบังคับห้ามใช้สะพานข้ามแยกและลอดอุโมงค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มปลดแอกชาว 2 ล้อ 400 คัน ยื่นหนังสือยกเลิกข้อบังคับขอลอดอุโมงค์รัชโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 พ.ย.61 ที่สน.พหลโยธิน นาย พีรสิทธิ์ จิระวงศ์ไพศาล พร้อมกลุ่มปลดแอกชาว 2 ล้อ รถ จยย. 400 คัน สมาชิก 600 คน เพื่อเข้ายื่นหนังสือ เพื่อขอให้ยกเลิกข้อบังคับเกี่ยวกับการจราจร ห้ามไม่ให้รถจักรยานยนต์สัญจรขึ้นบนสะพานข้ามทางร่วมแยกและลอดลงในอุโมงค์ตลอดทางแยกทางร่วมเมื่อปี 2559 ที่อุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธินจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการ วันที่ 5 พ.ย.โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธาน&amp;nbsp; ซึ่งการยื่นหนังสือครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้แกนนำเพียง 5 คนเข้ายื่นหนังสือ ส่วนที่เหลือให้ไปรอที่สวนใต้สะพานกลับรถข้ามแยกรัชวิภา โดยมี พ.ต.อ.ปราศรัย จิตตสนธิ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภานุเดช สุขวงศ์ รอง ผบก.น.2 &amp;nbsp;และพ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมนวล ผกก.สน.พหลโยธิน เป็นผู้รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีรสิทธิ์ ตัวแทนปลดแอกชาว 2 ล่อเปิดเผยว่า ที่ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ได้เคยยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนข้อบังคับดังกล่าวโดยในปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ 1639,1641/2559&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามไปยังสำนักการจราจรฯและขนส่งถึงการรองรับการสัญจรของรถจักรยานยนต์ทั้งบนสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ต่างๆในพื้นที่กรุงเทพแล้ว ซึ่งทางสำนักการจราจรฯตอบกลับว่าการออกแบบสะพานในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯสามารถรองรับยานพาหนะได้ทุกประเภท จึงอาศัยเหตุผลดังกล่าวขอให้นำข้อมูลตรงนี้ไปประกอบพิจารณาเพื่อยกเลิกข้อบังคับเกี่ยวกับการจราจรที่ได้ออกไปเมื่อปี 2559 เนื่องด้วยข้อบังคับดังกล่าวเป็นอำนาจทางปกครองที่สามารถออกคำสั่งยกเลิกได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ศาลปกครองมีคำพิพากษา เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดว่าข้อบังคับดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์ กลับกันข้อบังคับยังเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้จักรยานยนต์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ และข้อบังคับดังกล่าวยังตกเป็นเครื่องมือในการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ภานุเดช รอง ผบก.น.2 เปิดเผยว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยถึงเหตุและผล ในวันพรุ่งนี้อุโมงค์จะเปิดใช้เป็นวันแรก รถ จยย.ยังสามารถลอดอุโมงค์ได้ เพราะยังไม่มีข้อกฏหมายบังคับใช้ออกมา ข่อมูลที่ได้วันนี้ก็จะนำเสนอผู้บังคับบัญชา ส่วนการเปิดอุโมงค์รอดแยกรัชโยธิน กำหนดการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานทำพิธีเปิดเวลา 08.30-09.20 น. หลังพิธีเปิดรถที่สัญจรมุ่งหน้าสี่แยกลาดพร้าวและวงศ์สว่างสามารถวิ่งได้เลย แต่การเลี้ยวขวาที่มุ่งหน้าจากถนนพหลโยธินไปถนนลาดพร้าว และถนนพหลโธยินเลี้ยวขวาไปวงศ์สว่าง ต้องรอการคืนพื้นผิวการจราจนในวันอังคารถึงจะสามารถวิ่งได้ตามปกติ การเปิดใช้อุโมงค์จะส่งผลให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21310</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนเหมือนเดิม, กลุ่มปลดแอกชาว 2 ล้อ, ขอใช้สะพานข้ามแยก, ยื่นหนังสือ, รถจักรยานยนต์, ลอดอุโมงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181104/image_big_5bdea3f8e50ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายศิลปินยื่นหนังสือถึง&#039;บิ๊กตู่&#039;ระงับกทม.งาบหอศิลป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61-ที่ศูนย์บริการประชาชน &amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ฝั่งก.พ.) เครือข่ายศิลปินและภาคประชาสังคมศิลปวัฒนธรรม นำโดยนายจุมพล อภิสุข ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ระงับไม่ให้กรุงเทพฯยึดคืนหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯไปบริหารเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจุมพล กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯเห็นว่าหอศิลปฯได้ให้บริการด้านการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการและศิลปะกว่า 100ครั้งต่อปี มีผู้เข้าร่วมมากกว่าปีละ 10,000 คน อีกทั้งยังสามารถจัดหางบประมาณในการจัดกิจกรรมได้เองนอกเหนือจากที่กทม. ให้งบอุดหนุนปีละ 40ล้านบาท &amp;nbsp;ฉะนั้นการที่กทม.จะยึดเอาหอศิลปฯไปบริหารเองเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและผิดข้อตกลงของปฏิญญาที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม.ได้ลงนามร่วมกับเครือข่ายและภาคประชาชนเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2548 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุมพล &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา 10ปีของการบริหารหอศิลปฯโดยมูลนิธิมีความเจริญก้าวหน้า ในทางกลับกัน หน่วยงานของกรุงเทพฯไม่ได้มีศักยภาพและความรู้ที่จะมาบริหารองค์การด้านศิลปวัฒนธรรมใช่หรือไม่ ตามที่ พล.ต.อ.อัศวินเคยกล่าวว่าไม่มีความรู้เรื่องศิลปะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีข้อกังวลว่าพื้นที่หอศิลปฯถูกใช้เป็นพื้นที่ทางการเมืองอยู่บ่อยครั้งในระยะหลังนั้น ขอยืนยันว่า มูลนิธิฯไม่ได้มีส่วนสนับสนุนกลุ่มการเมืองใด การเคลื่อนไหวในแต่ละครั้งเป็นการแสดงออกของประชาชนที่มูลนิธิฯไม่มีอำนาจเข้าไปจัดการได้ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งระงับแนวคิดดังกล่าวของผู้ว่าฯกทม.โดยด่วนและขอให้กรุงเทพฯเคารพในปฏิญญาที่ได้มีความตกลงร่วมกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้ พล.ต.อ.อัศวินได้ออกมากล่าวว่าจะยอมถอยในเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ทางเครือข่ายฯไม่อาจไว้วางใจหรือเชื่อมั่นใน พล.ต.อ.อัศวินได้ โดยจะรอฟังผลการประชุมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวของสภากรุงเทพฯในบ่ายวันเดียวกันนี้ เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไป ซึ่งหากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ เครือข่ายฯจะมีการชุมนุมเพื่อต่อต้านเรื่องนี้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9216</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.ยึดหอศิลป์, ทำเนียบรัฐบาล, ยื่นหนังสือ, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, เครือข่ายศิลปิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa783b86c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
