<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซักฟอกลมวันเดียวจบ เคาะ18กันยา‘ประยุทธ์’ตอบปมถวายสัตย์/ขู่ฝ่ายค้านหมิ่นศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ประกาศไม่กลัว พร้อมไปแจงสภาปมถวายสัตย์ฯ ในวันที่ 18 ก.ย. ให้เวลาแค่ 1 วัน เมินประชุมลับ ชี้สุดท้ายก็ไม่เคยมีเรื่องลับเพราะมีไอ้โม่งออกมาแฉ &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; ขู่ใครซักฟอกต้องรับผลเอง หากเข้าข่ายหมิ่น-ชี้นำศาล ฝ่ายค้านพาเหรดโวย ซัดรัฐบาลใจแคบเตะตัดขาให้เหลือเวลาน้อยนิด พท.เตรียมปรับทีมชำแหละใหม่ &amp;ldquo;อนค.&amp;rdquo; โวพร้อมขอเวลา 3 ชั่วโมงให้จบเที่ยงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 3 กันยายน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวสั้นๆ ถึงการอภิปรายปมถวายสัตย์ปฏิญาณควรเป็นการประชุมลับหรือไม่ ว่าไม่รู้ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์แถลงในเรื่องนี้อีกครั้งว่า ที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนนั้น เป็นเรื่องของสภาและรัฐบาล โดยได้กำหนดแล้วว่าพร้อมเดินทางไปชี้แจงตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.เป็นต้นไป ก็ต้องขอเวลาให้ได้ทำงานอื่นไปด้วย ซึ่งไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับใคร ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังในการพูดเรื่องต่างๆ ซึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง เพราะวันนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ครม.จะเสนอให้อภิปรายลับหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้ควรจะลับหรือไม่ลับ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาร่วมกัน ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องพิจารณากันมา วันนี้ได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปประสานงานกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงวันที่พร้อมว่าจะกำหนดเป็นช่วงเวลาไหน อย่างไร และก็สุดแล้วแต่ว่าสภาจะตัดสินใจอย่างไร และยังไม่รู้ว่าที่ประชุมสภาจะให้ประชุมลับหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า ครม.จะไม่ขอประชุมลับใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องพิจารณาร่วมกันว่าต้องเป็นการประชุมลับหรือไม่ เพราะไอ้ที่บอกว่าประชุมลับนั้น ก็ไม่เคยเห็นว่าจะเป็นความลับจริงสักที เพราะคนที่เข้าไปอยู่ข้างในก็มักเอาออกมาพูดข้างนอก จึงไม่มีลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเองก็ต้องระมัดระวังการพูดของผม เพราะเป็นประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาอยู่ จะไปเป็นผู้ชี้นำได้อย่างไร ก็ขอให้เห็นใจผมตรงนี้บ้างสิ วันนี้งานก็เร่งรัดหลายเรื่อง และผมเองก็ให้ความสำคัญทุกเรื่อง ขอร้องอย่าเอามาเป็นประเด็นทั้งหมดเลย เพราะวันนี้มีประเด็นเยอะอยู่แล้ว หลายเรื่องก็อยู่ในกระบวนการ ก็ต้องว่ากันไป ผมไม่ได้ขัดแย้งอะไรทั้งสิ้น ขอให้เห็นใจผมบ้าง ทุกวันนี้ก็ทำงานไม่หยุดอยู่แล้ว ขอเวลาให้ผมแก้ไขปัญหาของประชาชนไปด้วย เรื่องนี้ผมก็ให้ความสำคัญ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะไปชี้แจงแค่นั้นเอง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า คิดว่าจะใช้เวลาชี้แจงฝ่ายค้านกี่วัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ และไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะใช้เวลาซักอะไรมากมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เชื่อว่านายกฯ จะผ่านไปได้ และคงไม่ต้องเตรียมอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของ ส.ส. และไม่จำเป็นที่ต้องช่วยชี้แจง หรือเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ การชี้เเจงถือเป็นหน้าที่ของนายกฯ&amp;nbsp;
ซักฟอกวันเดียวพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ครม.ได้กำหนดวันการอภิปรายทั่วไปวันใด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ระหว่างวันที่ 16-18 ก.ย.วันใดวันหนึ่ง โดยที่ให้นายชวนเป็นผู้กำหนดมา เพราะประธานสภาฯ ต้องไปหารือกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลด้วย ขณะนี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสภาแล้ว ซึ่งยืนยันว่านายกฯ จะเป็นผู้ไปตอบชี้แจงโดยตนเอง และจะใช้ระยะเวลาเพียง 1 วันการอภิปรายก็น่าจะเรียบร้อย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าต้องเปิดประชุมลับหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสภา แต่ส่วนตัวคิดว่าคงไม่จำเป็น &amp;nbsp;เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนอยากรู้ และคงไม่หารือหรือให้นโยบายอะไรกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเป็นหน้าที่ของนายกฯ &amp;nbsp;
ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการใช้เวลาตอบการอภิปรายเพียงวันเดียวเพียงพอหรือไม่ ว่าเรื่องนี้ถามรัฐบาลไม่ได้ เพราะรัฐบาลเป็นผู้ตอบ ซึ่งรัฐบาลยินดีจะตอบ แต่อยู่ที่ว่าจะถามสั้นหรือยาว เพราะถ้าถามสั้นก็ตอบสั้น ถามยาวก็ต้องตอบยาว ซึ่งเข้าใจว่าฝ่ายค้านจะอธิบายใน 2 ประเด็น คือหนึ่งการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และสองการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ไม่มีการชี้แจงที่มาของงบประมาณ ดังนั้นจึงต้องคำนึงเวลาให้เหมาะสม ทั้งนี้รัฐบาลจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่ประธานสภาฯ คนถามอาจจะมีมาก แต่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องตอบทุกข้อหรือตอบทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าจะมีการประชุมลับ ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลจะเป็นผู้เสนอ นายวิษณุกล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฉบับใหม่ ครม.เป็นผู้เสนอก็ได้ หรือ ส.ส. 1 ใน 4 จะเสนอก็ได้เช่นกัน ส่วนการอภิปรายในครั้งนี้จะมีการประชุมลับหรือไม่ ไม่ทราบ เพราะต้องรอรายงานจากวิปก่อนว่าควรเปิดทั้งหมด หรือเปิดเป็นประชุมลับในบางช่วงบางตอนที่มีประเด็นล่อแหลม ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ขัดข้องถ้าหากจะประชุมในแบบเปิดเผยทั้งหมด เพราะเรื่องนี้อยู่ที่คำถามและคำตอบ แต่ก็ต้องดูตามสถานการณ์ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐบาลจะตอบในขอบเขตใดบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ได้ถามจึงไม่รู้ว่าจะตอบอะไร แต่ก็จะตอบให้สิ้นกระบวนความ และเมื่อถามว่าเรื่องนี้จะจบที่สภาหรือไม่ นายวิษณุตอบทันทีว่า ถ้าไม่จบที่สภาแล้วจะจบที่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานกล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้วันที่ 18 ก.ย.นี้เป็นวันอภิปราย โดย พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปชี้แจงในสภาด้วยตัวเอง ซึ่งสาเหตุที่ไม่กำหนดให้เป็นระหว่างวันที่ 11 และ 12 ก.ย.ตามที่วิปรัฐบาลเสนอนั้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ติดภารกิจ และในวันที่ 16 ก.ย. จะเป็นการประชุมวุฒิสภานัดสุดท้าย ส่วนวันที่ 17 ก.ย.นั้นจะเป็นการประชุม ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แสดงว่าการเปิดอภิปรายจะทำวันเดียว เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม นายสนธิรัตน์ตอบว่า เป็นวันที่ลงตัวพอดี ไม่อย่างนั้นก็ต้องเลื่อนไปสมัยหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า ที่ประชุม ครม.ไม่มีการพูดคุยกันว่าจะให้เป็นการอภิปรายแบบลับหรือเปิดเผย ในขณะที่นายกฯ ระบุว่าไม่ได้กลัวอะไร แต่การพูดต้องระมัดระวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการจัดตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ในการอภิปราย ว่าประเด็นถวายสัตย์ฯ เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พรรคคงไม่เข้าไปก้าวล่วงในการชี้นำศาล และฝ่ายค้านเองน่าจะนำกลับไปคิดให้ดี ว่าการอภิปรายจะเป็นการหมิ่นศาลหรือชี้นำศาลหรือไม่ ต้องระวังข้อกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สมาชิกท่านใดพูดไปก็ต้องรับผิดชอบตนเอง ไม่ว่าจะพูดในทิศทางที่ดีหรือไม่ดีก็ต้องรับผิดชอบ ท่านใดจะอภิปรายในประเด็นถวายสัตย์ฯ ต้องรับผิดชอบตนเอง&amp;rdquo; ร.อ.ธรรมนัสกล่าว&amp;nbsp;
นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่ม 9 พรรคเล็ก กล่าวว่า เชื่อว่าถ้านายกฯ มาตอบเองน่าจะตอบคำถามได้ไม่มีปัญหา เพราะว่ารู้หมดอยู่เเล้วว่าฝ่ายค้านจะถามอะไร และอยากให้เป็นการประชุมสภาแบบเปิดเผย ไม่อยากให้ประชุมลับ ฝ่ายค้านจะได้ยิงคำถามแบบตรงไปตรงมา หลังจากนายกฯ ตอบคำถามไขข้อข้องใจได้เสร็จเรียบร้อยจะได้เอาเวลาไปทำงานอื่นๆ&amp;nbsp;
ส่วนที่รัฐสภา เกียกกาย นายชวนกล่าวถึงกรณีที่ ครม.เห็นชอบให้วันที่ 18 ก.ย.เป็นวันอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่านายเทวัญได้โทร.มาแจ้งแล้วว่าในวันที่ 11-12 ก.ย. ที่วิปรัฐบาลเสนอไปนั้น พล.อ.ประยุทธ์ติดภารกิจ แต่หากเป็นวันที่ 16 ก.ย.สามารถมาได้ จึงได้เจรจากับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา แต่เนื่องจาก ส.ว.จะใช้วันที่ 16-17 ก.ย.เป็นการประชุมนัดสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ จึงให้ความสะดวกแก่ทุกฝ่าย คือวันที่ 18 ก.ย.นี้ โดยยังไม่ได้บรรจุวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม แต่หากไม่มีทางเลี่ยงจริงๆ ก็ต้องเป็นวันที่ 18 ก.ย.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การกำหนดเป็นวันที่ 18 ก.ย.เท่ากับบีบฝ่ายค้าน เพราะให้เวลาน้อยเกินไปนั้น นายชวน กล่าวว่า หากเริ่มประชุมตั้งแต่ช่วงเช้า เชื่อว่าเพียงพอ เพราะมีเพียง 2 ประเด็นที่จะซักถาม และเสนอแนะ โดยเห็นด้วยกับวิปรัฐบาลที่เสนอ 11-12 ก.ย. แต่พอเสนอไปรัฐบาลไม่ว่าง ก็ไม่อยากฝืน อยากให้ทุกฝ่ายพร้อม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมเข้าใจว่ารัฐบาลมีภารกิจรับแขกต่างประเทศ และแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ในส่วนภารกิจของสภาทุกฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย อย่างไรก็ตาม การอภิปรายในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา แม้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้ควรจบในสมัยประชุมนี้&amp;rdquo; ประธานสภาฯ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การอภิปรายต้องเป็นการประชุมลับหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ไม่ต้องกังวล เพราะมีข้อบังคับการประชุม และรัฐธรรมนูญให้สิทธิ์ไว้ หากมีการขอให้เป็นการประชุมลับก็ต้องใช้เสียง ส.ส.รับรอง 1 ใน 4 แต่โดยหลักต้องเป็นการประชุมโดยเปิดเผย
ซัดใจแคบให้วันเดียว
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการอภิปรายในวันที่ 18 ก.ย. ว่ายังไม่ทราบ ถ้าหากกำหนดให้เป็นวันที่ 18 ก.ย.จริงๆ ก็ไม่ขัดข้อง แต่แสดงให้เห็นถึงเจตนาว่ารัฐบาลค่อนข้างใจแคบ ค่อนข้างจะกลัว จึงบีบให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายเพียงวันเดียว นอกจากนี้ที่นายชวนเคยพูดไว้ว่าถ้าหากเวลาไม่เพียงพอก็สามารถขอเพิ่มเติมได้นั้น ก็คงไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ซึ่งถือว่าน่าเสียดาย แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้อโดยที่ไม่มีการอภิปราย เราก็คงได้แต่ต้องจำใจรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วอยากให้รัฐบาลทบทวน เพราะหากเป็นวันที่ 18 ก.ย.นั้นสังคมก็จะเห็นถึงเจตนา เหมือนว่าเป็นการปิดโอกาส ตรงนี้ถ้าหากประธานสภาฯ ใช้อำนาจชี้ขาดได้ ก็อยากให้มีการทบทวน ส่วนการจัดทีมอภิปรายนั้น ก็คงต้องมีการปรับใหม่ โดยอาจต้องลดเนื้อหาและจำนวนผู้อภิปรายลง เพื่อให้สัมพันธ์กับเวลา ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาสาระนั้นก็คงต้องหายไปบ้าง เพราะจริงๆ แล้วฝ่ายค้านตั้งใจที่จะอภิปรายเป็นเวลา 2 วัน หรืออย่างน้อยก็ 1 วันครึ่ง ขณะที่ควรจะเป็นการประชุมลับหรือไม่นั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ควรลับ แต่ถ้าหากรัฐบาลมีเหตุผลอะไรก็มาพูดคุยกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายค้านจะตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียวแล้ว ต้องฟังสังคมด้วย ซึ่งวันนี้เขาก็อยากให้มีการเปิดเผย ดังนั้นอยากให้คำนึงถึงประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า คิดว่าเรายื่นญัตติมาหลายวันแล้ว วันศุกร์ที่ 6 ก.ย.นี้ ครม.น่าจะสามารถมาตอบคำถามได้ หรืออาจเป็นวันที่ 13 ก.ย. ซึ่งพรรคฝ่ายค้านก็เตรียมเรื่องที่จะอภิปรายไว้พร้อมมาก ทั้งเรื่องการถวายสัตย์ฯ และการไม่ระบุที่มางบนโยบายรัฐบาล พรรคอนาคตใหม่จะใช้เวลา 3 ชั่วโมง ตนเองจะพูดประมาณ 1 ชั่วโมง หากรัฐบาลเคาะเป็นวันที่ 18 ก.ย. เราก็พร้อมอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการกำหนดวันอภิปรายเป็นวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมสภา จะถือเป็นการปิดทางการอภิปรายหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ก็คิดว่าอาจเป็นความตั้งใจของรัฐบาล ความจริงรัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ควรให้เกียรติสภา อย่าคิดมาชิงไหวชิงพริบกัน ยิ่งเปิดให้อภิปรายประชุมในสภาได้มากเท่าใดก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล เพราะในวันนั้นได้เตรียมวิธีแก้ไขให้รัฐบาลด้วย อยากให้มองว่าเป็นการปรารถนาที่ดีจากฝ่ายค้านมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยังกล่าวถึงการจัดอันดับผู้อภิปรายของฝ่ายค้านว่า หากเปิดให้อภิปราย 1 วัน คาดว่าจะมีเวลา 14 ชั่วโมง โดยหลักแล้วคนที่เข้าชื่อเสนอญัตตินี้ต้องเป็นผู้อภิปรายในลำดับต้นๆ โดยผู้ที่จะตอบคือ รัฐมนตรีแต่ละคน เราจะจัดสรรปันส่วนอย่างเท่าๆ กัน ส่วนกรณีองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์นั้น คิดว่าเรื่องนี้มีโจทย์ชัดที่มุ่งถามที่นายกฯ เรื่องเหตุผลที่ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ และการไม่แจงงบใช้จ่ายในนโยบายของรัฐบาล คิดว่าน่าจะไม่มีการประท้วง หรือน่าจะมีน้อย และอยู่ในกรอบที่เราเตรียมไว้แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากรัฐบาลยืนยันที่จะใช้วันที่ 18 ก.ย. ซึ่งคาดว่าอาจได้ถึงเวลา 24.00 น.เท่านั้น สังคมและพรรคฝ่ายค้านเองก็มีสิทธิคิดว่ารัฐบาลจงใจที่จะปิดทาง และผมเห็นว่าการอภิปรายลับน่าจะเป็นข้อเสียของรัฐบาล เพราะประชาชนที่เฝ้ารอการแจกแจงจาก พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม. จะสงสัยว่าทำไมต้องมีการประชุมลับ และการประชุมลับแม้ไม่มีการถ่ายทอดสด แต่ก็อาจมี ส.ส.ออกไปเปิดเผยต่อสาธารณชนก็ได้ เมื่อเป็นแบบนี้การเปิดประชุมแบบเปิดเผยจะเป็นข้อดีมากกว่า ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องความมั่นคง และการกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เรายืนยันว่าไม่มีประเด็นเหล่านี้ เรามีเพียงประเด็นของ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องประชุมลับ&amp;rdquo;นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรค อนค.ยืนยันว่า พรรคฝ่ายค้านทำงานกันหลากหลายด้านมาก เราเดินทางลงพื้นที่น้ำท่วมที่ภาคอีสาน และ ส.ส.พรรคในพื้นที่ก็ทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เรายังตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องราวความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งเราต้องยอมรับว่าบ้านเมืองเกิดปัญหาที่หลากหลาย ฉะนั้นจึงต้องแก้ปัญหาควบคู่กันไป เราไม่ได้มาเจาะจงแค่เรื่องการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.เท่านั้น และปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องได้รับการแก้ไขเยียวยา แต่อย่านำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นข้ออ้างในการกลบเกลื่อนปิดบัง การกระทำผิดของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์, ประชุมสภา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยื่นอภิปรายไม่ลงมติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e828b4795e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อแม้ว&#039;ดักคอรัฐบาลชงอภิปรายลับปมถวายสัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.62 - https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bba7d040e8.jpgเป็นสิทธิ์ที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถร้องขอต่อสภาได้ แต่ประธานจะอนุญาตหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็นและมติของสภา แต่เชื่อว่ารัฐบาลไม่น่าจะร้องขอให้ประชุมลับ เพราะญัตติด่วนที่ยื่นต่อสภานั้นไม่น่าจะมีข้อมูลใดที่รัฐบาลเปิดเผยต่อสาธารณชนไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่สำคัญก็คือมีเรื่องเกี่ยวข้องและอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิของประชาชนอยู่หลายประเด็น หากร้องขอให้ประชุมลับย่อมทำให้รัฐบาลเสียโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆกับประชาชน ซึ่งจะส่งผลเสียโดยตรงกับรัฐบาลเอง และทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นมากขึ้นไปอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่าเพราะก่อนหน้านี้ความเชื่อมั่นด้านต่างๆของรัฐบาลก็ตกต่ำมากพออยู่แล้ว ดังนั้นการใช้พวกมากลากไปเพื่อหวังช่วยนายกรัฐมนตรีจากการอภิปรายครั้งนี้จึงไม่น่าจะเกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลน่าจะใช้เวทีนี้ในการชี้แจงเหตุผลข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนมากกว่า สอดคล้องกับที่นายกรัฐมนตรีก็ออกมายืนยันชัดเจนหลายครั้งว่าไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ยื่นอภิปรายไม่ลงมติ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bba7d040e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปราย&#039;บิ๊กตู่&#039;ปมถวายสัตย์&#039;ชวน&#039;จี้นายกฯต้องมาชี้แจงด้วยตนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;16 ส.ค.62-เมื่อเวลา 08.50 น.วันที่ 16 ส.ค. ที่รัฐสภา &amp;nbsp;7พรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นำ 214 ส.ส. จาก7 พรรคฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปซักถามข้อเท็จจริง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม นำครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ไม่ครบถ้วนด้วยถ้อยคำตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ถือว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ อันเป็นแบบแผนและขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ เป็นการกระทำต่อหน้าองค์พระมหากษัตริย์ผู้ใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทยผ่านทางรัฐสภา ครม. และศาล&amp;nbsp;
กรณีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดต่อประชาชนทั่วไปและพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยอมรับ แต่ก็ยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง กลับเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน จึงเกิดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่จนส่งผลต่อเนื่องไปถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการแถลงนโยบายของครม.ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา อีกทั้งการแถลงนโยบายในครั้งนั้นก็ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายไม่ละเอียดครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 อีกด้วย จึงขอเสนอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะหากปล่อยเนิ่นช้าไปอาจส่งผลกระทบเสียหายร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้ &amp;nbsp;
ด้านนายชวน กล่าวว่า กระบวนการตามมาตรา 152 เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปถือเป็นเรื่องใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะของเดิมไม่มีกำหนดไว้ ซึ่งระเบียบตามมาตราดังกล่าวยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ &amp;nbsp;มีแต่เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องอนุโลมตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดิมไปก่อน และจากนี้ตนจะนำไปมอบให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในฐานะรับผิดชอบเรื่องกระทู้และญัตติตรวจสอบความถูกต้อง หากไม่มีอะไรต้องแก้ไข ตนจะแจ้งให้ผู้เสนอญัตติทรายภายใน 7 วันก่อนที่จะนำบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน และแจ้งให้ครม.ทราบต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดอภิปรายทั่วไปตามญัตตินี้ได้ภายในเดือนส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาต้องยึดตามข้อกฏหมายเป็นหลัก รัฐสภาไม่มีแนวทางอื่นนอกจากทำตามข้อบังคับการประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จะมาตอบเองหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องไปถามรัฐบาลเอง อย่างกระทู้ถาม ผมเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรต้องมาตอบ เพราะตามหลักการ การที่ไม่มาชี้แจงต่อสภาจะต้องแจ้งถึงเหตุผลตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 150 กำหนด หากครม.เห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะจะกระทบต่อความมั่นคงก็ต้องแจ้งมา อย่างไรก็ตาม ผมจะให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปยังท่านนายกฯให้ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ท่านนายกฯไม่เคยแจ้งเหตุผลอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรมายังสภาฯเลย&amp;rdquo; นายชวน กล่าว&amp;nbsp;
ส่วนนายสุทิน กล่าวว่า หลังจากนี้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านต้องรอการพิจารณาของประธานสภาฯ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก่อนที่สภาฯจะเปิดประชุมเพื่ออภิปรายทั่วไป หากพล.อ.ประยุทธ์ แก้ไขกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนตามที่เคยระบุไว้ให้ลุล่วง และคลายกังวล พรรคฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติดังกล่าว แต่หากนายกฯไม่ดำเนินการแก้ไข และปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาฯ ตามญัตติดังกล่าวจะถือว่านายกฯจงใจเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการต่อไป พรรคฝ่ายค้านอาจจะพิจารณาช่องทางเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งกระบวนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการกระทำสิ่งที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม หรือช่องทางของสภาผู้แทนรษฎร ด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อไม่ไว้วางใจนายกฯ ดังนั้น ตนยืนยันว่ากรณีการชี้แจงนายกฯไม่สามารถเลี่ยงการชี้แจงหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนตนเองได้ รวมถึงไม่สามารถใช้ข้ออ้างกรณีที่มีบุคคลยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบกรณีดังกล่าวและต้องรอผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า สำหรับการใช้เวลาอภิปรายในญัตติดังกล่าว ไม่สามารถเรียกว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเนื้อหาหรือรายละเอียดไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวกับการทุจริต อย่างไรก็ตาม หากญัตติดังกล่าวได้รับการบรรจุในวาระประชุม พรรคฝ่ายค้านจะขอเวลาอภิปราย อย่างน้อย 2 วัน และมากสุดไม่เกิน 3 วัน และจะเป็นสิทธิของส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่จะเป็นผู้อภิปรายได้เท่านั้น ส่วนส.ส.พรรครัฐบาลไม่มีสิทธิอภิปราย ส่วนที่ต้องใช้เวลาจำนวนมากนั้น เนื่องจากมีรายละเอียดที่ต้องซักถาม และมีรายละเอียดที่ต้องได้รับคำชี้แจง โดยเฉพาะกรณีการแถลงนโยบายของครม.ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ &amp;nbsp;25 - 26 กรกฎาคม ที่ต้องระบุรายละเอียดของแหล่งที่มารายได้ซึ่งจะนำมาใช้ในนโยบายด้านต่างๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43563</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, ชวน หลีกภัย, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ยื่นอภิปรายไม่ลงมติ, สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d56321805196.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
