<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศุลกากร”ชี้แพ้คดีบุหรี่นำเข้ายังไม่จบ จ่ออุทธรณ์คำตัดสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค. 62 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมศุลกากรได้ออกเอกสารชี้แจง กรณีพิพาทบุหรี่นำเข้าที่ฟิลิปปินส์ฟ้องไทยภายใต้กระบวนการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก โดยระบุว่า คำตัดสินขององค์กรการค้าโลก (WTO) ที่พิจารณาว่า ประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในการประเมินราคาศุลกากร แต่ยังไม่ได้ตัดสินว่า ผู้นำเข้าสำแดงราคาต่ำหรือไม่ ซึ่งการตัดสินดังกล่าว ประเทศไทยยังสามารถที่จะอุทธรณ์คำตัดสินของคณะผู้พิจารณาขององค์กรการค้าโลกต่อองค์กรอุทธรณ์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กระบวนการพิจารณาในเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งขณะนี้คณะทำงานดำเนินการในกระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกรมศุลกากรเป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย อยู่ระหว่างพิจารณายื่นอุทธรณ์สำหรับกรณีนี้อยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นค่าเสียหายนั้น เป็นประเด็นแยกต่างหากจากคำตัดสินและขึ้นอยู่กับว่าฟิลิปปินส์มีความเสียหายเกิดขึ้นจากการดำเนินการของไทยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ ฟิลิปปินส์ยังไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหาย โดยหากมีค่าเสียหาย เป็นเรื่องที่ฟิลิปปินส์ต้องพิสูจน์ว่ามีค่าเสียหายเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเป็นกระบวนการภายหลังจากการพิจารณาอุทธรณ์เสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระบวนการที่ไทยและฟิลิปปินส์ดำเนินการในขณะนี้ เป็นกระบวนการขององค์กรการค้าโลกในการยุติข้อพิพาท ซึ่งทั้งฝ่ายไทยและฟิลิปปินส์เห็นพ้องกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ ขั้นตอนการอุทธรณ์ก็อยู่ในกระบวนการขององค์กรการค้าโลกเช่นกัน&amp;ldquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41094</URL_LINK>
                <HASHTAG>WTO, นำเข้าบุหรี่ต่างประเทศ, ยื่นอุทธรณ์, ศุลากากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5042381147.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 นักข่าวรอยเตอร์เมียนมายื่นอุทธรณ์โทษจำคุก 7 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทนายความยื่นอุทธรณ์ให้ปล่อยตัวนักข่าวรอยเตอร์ 2 คนที่ติดคุก 7 ปี หลังจากรายงานข่าวการปราบปรามชาวโรฮีนจาของทางการเมียนมาจนโดนคดีละเมิดกฎหมายความลับทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จ่อ โซ อู (ซ้าย) และวา โลน (ขวา) ขณะถูกนำตัวออกจากศาล ภายหลังคำตัดสินจำคุก เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 คน ได้แก่ วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี โดนจับเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 และศาลตัดสินจำคุกทั้งคู่คนละ 7 ปี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 จากความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ นักข่าวรอยเตอร์ทั้งคู่โต้แย้งว่าพวกเขาไม่ได้ทำความผิด แต่โดนตำรวจจัดฉากระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานข่าวการสังหารหมู่ชาวโรฮีนจา 10 คน ระหว่างปฏิบัติการปราบปรามชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ระหว่างการไต่สวนคดีนี้ มีตำรวจนายหนึ่งให้การว่าได้รับคำสั่งจากหัวหน้าให้จัดฉากเพื่อจับนักข่าวทั้ง 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม ทีมทนายความของนักข่าวทั้ง 2 คน ยื่นอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลสูงในนครย่างกุ้ง คุน ริง ปัน หนึ่งในทนายความของนักข่าวรอยเตอร์ กล่าวระหว่างยื่นอุทธรณ์ในศาลสูง ที่มีเจ้าหน้าที่สถานทูตหลายแห่ง, กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพสื่อ และภรรยาของนักข่าวทั้งคู่ ร่วมรับฟัง ว่าการตัดสินจำคุก 7 ปี นักข่าวทั้งคู่เป็นความผิดพลาด พวกเขาเพียงพยายามค้นพบว่าใครเกี่ยวข้องบ้างกับการสังหารชาวโรฮีนจา พวกเขาจึงไปพบตำรวจและไม่ได้ร้องขอเอกสารลับทางราชการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัน ซอ อ่อง ทนายความอีกคนของนักข่าวรอยเตอร์ บอกว่า เราหวังว่าจะได้ยินข่าวดีเมื่อมีการตัดสินการยื่นอุทธรณ์ในคดีนี้ ส่วนภรรยาของวา โลน หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมและต้องการให้ทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความลับทางราชการ, นักข่าวรอยเตอร์, ยื่นอุทธรณ์, สอบฆ่าหมู่โรฮีนจา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c20e35a9c5f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC จ่อยื่นอุทธรณ์กกพ.ล้มซื้อโกลว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีพีเอสซีเตรียมยื่นอุทธรณ์ กกพ.ค้านซื้อโกลว์ ชี้รักษาผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น หลังมีสิทธิ์ยื่นภายใน 30 วัน ยอมรับการยื่นอุทธรณ์ทำการซื้อโกลว์ล่าช้า พร้อมยันเจรจาลูกค้าอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (จีพีเอสซี) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรณีที่มีมติไม่อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด(มหาชน) หรือโกลว์ เพื่อรักษาสิทธิผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ขณะที่ยังมองเห็นถึงความสำคัญในการซื้อกิจการดังกล่าวซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อวานนี้บอร์ดพิจารณากันตามปกติ เนื่องจากเราเป็นบริษัทจดทะเบียน ดังนั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ในหนังสือที่กกพ.แจ้งว่าเรามีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โดยหน้าที่ของเราก็ต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้น เราก็จะใช้สิทธิตรงนั้น เนื้อหารายละเอียดยังไม่ทราบ เราก็จะหารือกันต่อไป&amp;quot;นายชวลิต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะหารือรายละเอียดถึงการทำหนังสือเพื่อยื่นอุทธรณ์ โดยเบื้องต้นจะชี้แจงถึงกระบวนการเข้าซื้อกิจการซึ่งเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ และอาจชี้แจงถึงแนวทางปฎิบัติในการดูแลลูกค้าทุกรายของกลุ่มโกลว์ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้หารือกับลูกค้าทุกรายอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจบริการก็ต้องดำเนินการเพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่ม หรือผู้มีส่วนได้เสียมีความสบายใจ บริษัทก็พร้อมจะดำเนินการให้ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ดำเนินการต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้อาจทำให้ระยะเวลาในการซื้อกิจการโกลว์ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์เดิมนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะเป็นเงื่อนไขข้อตกลงเดิมที่ได้ทำไว้กับกลุ่ม Engie Global Development B.V. (เอ็นจี้) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของโกลว์ และไม่ได้เป็นปัญหาต่อสัญญาการกู้เงินเพื่อรองรับการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเราได้หารือกับทุกฝ่ายให้เข้าใจสถานการณ์แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีเหตุผลที่จะชี้แจง ขอย้ำว่าเราเคารพทุก ความเห็นลูกค้า ความเห็นที่มาจากทางด้านสาธารณะ บทบาทหน้าที่ของกกพ. เราเคารพในความเห็นเหล่านั้น แต่เรามีหน้าที่ที่จะรักษาสิทธิของเราและความเห็นของเราที่คิดว่าถูกต้องชอบธรรม เราก็เคารพในหน้าที่ซึ่งกันและกัน เราก็ต้องทำหน้าที่ของเรา&amp;quot;นายชวลิต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่หากกกพ.ยกคำอุทธรณ์ดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น นายชวลิต กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตอบประเด็นนี้เพราะจะต้องพิจารณาเป็นขั้นตอนไป แต่เบื้องต้นการพิจารณาคำอุทธรณ์ของ กกพ.ไม่ได้มีระเบียบกำหนดเวลาที่แน่นอน แต่คาดว่าไม่น่าจะช้ากว่า 30 วันซึ่งเป็นวิธีการปฏิบัติตามขั้นตอนราชการทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จีพีเอสซีมีแผนซื้อกิจการโกลว์ ด้วยมูลค่าราว 140,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการซื้อหุ้นจากกลุ่มเอ็นจี้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นโกลว์ สัดส่วน 69.11% วงเงินรวม 9.59 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค. หากได้รับอนุมัติจาก กกพ. หลังจากนั้นจะทำคำเสนอซื้อหุ้นโกลว์ ส่วนที่เหลือต่อไป โดยภายหลังการเข้าซื้อกิจการโกลว์ จะทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในกลุ่มเพิ่มเป็นราว 5,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 6.9% ของกำลังการผลิตรวมทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กกพ.มีมติเอกฉันท์ไม่อนุมัติคำขอเพื่อรวมกิจการของจีพีเอสซี โดยการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในโกลว์เนื่องจากจะส่งผลต่อการลดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 เพราะการรวมกิจการครั้งนี้จะส่งผลให้พื้นที่อุตสาหกรรมในบางพื้นที่ จะมีบริษัทที่มีอำนาจการบริหารกิจการไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงรายเดียว จึงเป็นการลดการแข่งขัน ขณะที่การให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็ไม่สามารถทดแทนการให้บริการของลูกค้ากลุ่มโกลว์ ได้ เนื่องจากเหตุผลทางคุณภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20306</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, จีพีเอสซี, ชวลิต ทิพพาวนิช, ยื่นอุทธรณ์, โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่, โกลว์ พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bca01c96b569.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
